รูปภาพ:

หากพูดถึง

LIFE PLANKTON™

แล้วล่ะก็เราเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังอย่าง BIOTHERM LIFE PLANKTON™ ESSENCE หรือที่หลายคนเรียกรู้จักในนามน้ำตบไลฟ์แพลงตอนถูกไหมครับ แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา BIOTHERM ได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อีก 1 ไอเทมซึ่งเป็นตัวที่เรารอคอยมาเนิ่นนาน(ที่ต่างประเทศมีวางจำหนายมาซักพักนึงแล้ว) ซึ่งเราวอแวกับน้องคนนี้ม๊ากจนสุดท้ายก็ไปจัดมาในที่สุด เลยอยากมาล้วงแคะ แกะเกาะให้ฟังซักหน่อยว่า

BIOTHERM LIFE PLANKTON™ ELIXIR

ขวดนี้โดดเด่นยังไง และควรค่าแก่การลงทุนไหม ไปชมกันเลยฮะ...

The Claim

รูปภาพ:

BIOTHERM LIFE PLANKTON™ ELIXIR (50ml./2900.-) :เซรั่มแพลงตอน ฟื้นบำรุงขั้นสุด* ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ผิวดูกระจ่างใส กระชับ ใน 8 วันด้วยส่วนผสมอันเป็นกรรมสิทธิ์ของไบโอเธิร์มอย่าง LIFE PLANKTON™ ในความเข้มข้น 5 %^ (ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของแบรนด์) ผนึกกำลังกับส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาติอย่างไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) และวิตามินซี ผ่านการทดสอบแล้วว่าช่วยให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น ช่วยดูแลการร่วงโรยของผิวทั้งยังช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส กระชับ และเรียบเนียนขึ้น หลังใช้ต่อเนื่อง 8 วัน**

*ของไบโอเธิร์ม

**ผลการทดสอบความพึงพอใจในอาสาสมัครหญิงเอเชียอายุ 22-60 ปี จำนวน 78 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 8 วัน โดยสถาบันวิจัยลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศส เมี่อเดือนกรกฎาคม 2019

Texture / Scent / Packaging

Texture :เนื้อผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบ Liquid Serum ที่มีความเหลวพอสมควร เมื่อเบลนด์ลงบนผิวแล้วสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ค่อนข้างไว ที่สำคัญคือไม่ทิ้งความหนึบหนับไว้บนผิวให้รำคาญใจอีกต่างหาก

Scent :เรื่องกลิ่นถึงแม้ว่าไลน์ LIFE PLANKTON™ จะมีกลิ่นเฉพาะตัว แต่สำหรับเจ้า ELIXIR ขวดนี้เราอยากจะลุกยืนปรบมือให้รัวๆ เลยหละ ก็เพราะว่ากลิ่นน้องคนนี้เบาที่สุดในไลน์ LIFE PLANKTON™ ที่เราเคยใช้มา

Packaging :บรรจุภัณฑ์มาในขวดแก้ว พร้อมหัวดรอปเปอร์ที่ดูน่าใช้ สมกับคำว่า "ELIXIR" จริงๆ แหละ แต่เรายังแอบคิดว่าถ้ามาในรูปแบบ Airless Pump ได้น่าจะได้ดีกว่านี้ขอรับ

Key Ingredients

Life Plankton 5%: เป็นสารที่เกิดจากการหมักบ่มทางชีวภาพของแบคทีเรียแกรมลบที่มีชื่อว่า Vitreoscilla filiformis สายพันธุ์ American Type Culture Collection 15551 ซึ่งจากการศึกษาและทดลองของทาง Biotherm พบว่า Life Plankton มีสรรพคุณในการลดการระคายเคือง ต้านการอักเสบของผิว และในความเข้มข้น 5% มีประสิทธิภาพในการบำบัดปัญหาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้

3 Type of Hyaluronic Acid :ซึ่งประกอบด้วย Sodium Hyaluronate, Hydrolyzed Hyaluronic Acid และ Hyaluronic Acid ทำหน้าที่เหมือนแหล่งเก็บกักน้ำแก่เซลล์ ปกป้องโครงสร้างของเซลล์ผิว โดยเมื่อเรามีอายุมากขึ้น Hyaluronic Acid จะมีปริมาณลดลง ทำให้ผิวเริ่มขาดน้ำ และเกิดริ้วรอยขึ้น การใช้ Hyaluronic Acid บนผิวสามารถเสริมสร้างให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น และลดริ้วรอยที่อาจเกิดขึ้นได้

Ascorbyl Glucoside :หรือที่นิยมเรียกว่า AA-2G คือ อนุพันธ์วิตามินซีชนิดเสถียร สังเคราะห์ขึ้นโดยเกิดจากน้ำตาลกลูโคลรวมตัวกับ L-Ascorbic Acid มีประสิทธิภาพทั้งในด้าน whitening ให้ผิวกระจ่างใส และด้านลดอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว โดยเมื่อทาลงบนผิวต้องผ่านกระบวนการย่อยสลาย AA2G™ 1 ขั้นตอนผิวหนังจึงสามารถนำไปใช้งานได้ ในขณะที่ L-Ascorbic Acid ผิวหนังสามารถนำไปใช้งานได้ทันทีไม่ต้องย่อยสลายอีก

Adenosine :เป็นส่วนสำคัญของการทำงานของ Cell ผิว เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของ Adenosine ของผิวจะลดต่ำลง ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย (aging) และชราลง การให้ Adenosine แก่ผิว เป็นเหมือนพลังงานให้ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

Faex Extract :เป็นสารสกัดจากยีสต์สายพันธ์ Saccharomyces Cerevisiae อุดมไปด้วยวิตามินB และกรดอะมิโนจำเป็นมากมายที่เป็น Tissue Respiratory Factors(TRF) สามารถกระตุ้น Cellular Respiration(กระบวนการหายใจของเซลล์) ทำให้เซลล์ผิวที่อ่อนล้าจากมลภาวะกลับมามีการเผาผลาญที่สูงขึ้น มีพลังงานและชีวิตชีวามากขึ้นจากการสร้างพลังงาน ATP ที่มากขึ้น นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเคลมถึงการกระตุ้นการสร้างสารกลุ่ม Glycosaminoglycans หรือ GAGs ด้วย หนึ่งในสารกลุ่มนี้ที่เรารู้จักกันดีก็คือไฮยาลูโรนิคแอซิดซึ่งช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและอิ่มฟูนั่นเองฮะ

Let's Try....

รูปภาพ:

ช่วงที่เราลองใช้BIOTHERM LIFE PLANKTON™ ELIXIRเป็นช่วงที่เรากำลังมีสิวอักเสบพอดี ซึ่งจากวันนั้น - วันนี้ก็ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์ได้แล้ว เราเลยขอหยิบมาเล่าให้ฟังว่าหลังใช้แล้วผิวเราเปลี่ยนแปลงไปในทางใดบ้าง....

รูปภาพ:

สิ่งแรกที่เราสังเกตได้คืออาการอักเสบของสิวที่ดูดีขึ้น โดยเฉพาะสิวบริเวณข้างแก้มที่เฟตตัวออกค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ว่าจะยังทิ้งรอยจางๆ ให้เห็นเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว ซึ่งในช่วงนี้เราไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยารักษาสิวตัวอื่นเลย จะมีก็แต่มาส์กลดสิวอย่าง Kamedis AC-CLEAR Face Mask ที่เป็น Additional Item เข้ามาในบางวันเท่านั้น

ในแง่ของความชุ่มชื้นนั้นด้วยความที่ในช่วงนี้เราไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม BHA หรือยารักษาสิว และมีการใช้ผลิตภัณฑ์เติมความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผิวโดยรวมของเราจึงไม่ได้รู้สึกแตกต่างมากเท่าไหร่นัก

สำหรับเรื่องความกระชับ - เรียบเนียนส่วนตัวแล้วเรายังไม่เห็นถึงความเปรียบแปลงในจุดนี้มากพอที่จะสามารถฟันธงได้ว่าเห็นผล แต่หากให้เราวิเคราะห์เราเข้าใจว่าทางแบรนด์ต้องการใช้ส่วนผสมอย่างHyaluronic Acid และAscorbyl Glucosideเพื่อให้ผิวดูแน่นขึ้น อิ่มฟูขึ้น และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง(อย่างน้อยๆ ก็ 3 เดือนขึ้นไป)

และอย่างที่เราพูดมาตลอดว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น Based on สภาพผิว, Life Style, การดูแลผิวของเราเป็นหลัก ซึ่งอาจจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และที่สำคัญคือเราไม่สามารถตอบได้ว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม อุดตันหรือไม่ ทางที่ดีที่สุดในการลองผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ลองทาบริเวณท้องแขนทิ้งไว้ 1 คืนและคอยสังเกตุอาการแพ้ จากนั้นค่อยขยับไปที่ลำคอ และใบหน้าตามลำดับฮะ