1. SistaCafe
  2. วิธีดูแลเท้าหลังลุยน้ำท่วม ป้องกันโรคน้ำกัดเท้า และโรคฉี่หนู หลังเดินลุยน้ำท่วมหรือน้ำขัง ควรล้างและเช็ดเท้าอย่างไร?

อ่านจบใน 8 นาที

ฝนหนักและน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ทำให้หลายคนเลี่ยงการเดินลุยน้ำไม่ได้ แม้กลับถึงบ้านแล้วหรือน้ำเริ่มลด สิ่งที่ควรเช็กต่อคือ เท้าของเรา เพราะการแช่น้ำนานทำให้ผิวเปื่อยและอับชื้น ขณะที่น้ำท่วมอาจมีสิ่งสกปรก เชื้อโรค และของมีคมปะปนอยู่

ลุยน้ำจบ อย่าจบแค่ล้างรองเท้า ลองใช้เวลาสักนิดตรวจซอกนิ้วเท้าและแผลเล็ก ๆ แล้วดูแลตามขั้นตอนต่อไปนี้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
Profile picture of Ceppurii

Ceppurii

ทีมบรรณาธิการ

Content Rookie

นักเขียนนิวบี้รุกกี้ของวงการ แต่ถึงจะเขียนได้ไม่นาน แต่จริงๆแอบอยู่หลังบ้านงานบิวตี้มานานเกือบ 5 ปี พร้อมแชร์ทริคและประสบการณ์สายบิวตี้กับชาวซิสทุกคน

เดินลุยน้ำขัง เสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

เดินลุยน้ำเสี่ยง โรคฉี่หนู

โรคฉี่หนู🐀เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาจปนเปื้อนในน้ำหรือโคลนจากปัสสาวะสัตว์ เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก และปาก อาการที่ต้องระวังหลังมีประวัติลุยน้ำ หากภายใน 1–2 สัปดาห์มีอาการ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่องหรือโคนขาหลังลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์และบอกประวัติการลุยน้ำหรือย่ำโคลน เนื่องจากโรคฉี่หนูต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ อย่ารอดูอาการหรือซื้อยารับประทานเอง

โรคน้ำกัดเท้า หรื ฮ่องกงฟุต โรคที่อาจมาหลังลุยน้ำขัง

โรคน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้า เมื่อเท้าเปียกและอับชื้นเป็นเวลานาน อาจเกิดอาการผิวขาวยุ่ย ลอก คัน แตกเป็นร่อง หรือมีกลิ่น โดยมักเริ่มที่ซอกนิ้วเท้า กรมควบคุมโรคระบุว่าโรคน้ำกัดเท้าอาจลามไปที่ฝ่าเท้าหรือเล็บได้ และหากมีหนองร่วมด้วย อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

โรคตาแดงจากน้ำท่วม

น้ำท่วมขังเต็มไปด้วยเชื้อโรคและสิ่งสกปรก หากกระเด็นเข้าตาอาจทำให้เกิด โรคตาแดง (Conjunctivitis) หรือตาอักเสบติดเชื้อได้ รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด ห้ามใช้นิ้วมือที่สัมผัสน้ำท่วมมาขยี้หรือจับบริเวณดวงตาเด็ดขาด ควรรีบล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดก่อนทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาด หลังสัมผัสน้ำท่วมน้ำขัง เมื่อเป็นตาแดงไม่ควรใช้อุปกรณ์ของใช้ร่วมกับผู้อื่น

โรคอุจจาระร่วง ช่วงน้ำท่วม

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงช่วงน้ำท่วมมี 3 สาเหตุหลัก ได้แก่

  • น้ำท่วมขัง น้ำเสียและสิ่งปฏิกูลมักจะปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำและอาหาร ส่งผลให้ โรคอุจจาระร่วงและโรคระบบทางเดินอาหารระบาดได้ง่าย
  • อาหารบูดเสียได้ง่ายจากความอับชื้นและการกักเก็บที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • มือสัมผัสน้ำท่วมขังแล้วนำมาหยิบจับอาหารเข้าปากโดยไม่ได้ล้างมือ

แมลงสัตว์กัดต่อย

ช่วงน้ำท่วม สัตว์มีพิษและแมลงต่างๆ เช่น งู, ตะขาบ, แมงป่อง, และยุง มักจะหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านเรือน ซอกอับ หรือสิ่งของที่ลอยมาตามน้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการถูกกัดหรือต่อยได้ สอดส่องและจัดเก็บสิ่งของ ก่อนสวมใส่ร้องเท้า ให้เคาะรองเท้าก่อนทุกครั้งอาจมีสัตว์มีพิษหลบซ่อนในรองเท้า และรื้อสิ่งของที่กองสุมภายในบ้านหลังน้ำท่วม เพื่อป้องกันสัตว์มีพิษที่หลบอาศัย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมอนามัย


ขั้นตอนดูแลเท้า หลังเดินลุยน้ำท่วม ป้องกันโรคน้ำกัดเท้า

1

ล้างทำความสะอาดทันที

ขจัดสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย

ล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำประปา และถูสบู่ นาน 20 วินาทีเป็นอย่างต่ำ โดยถูบริเวณหลังเท้า ฝ่าเท้า ซอกนิ้วเท้า และซอกเล็บเพื่อกำจัดคราบน้ำเสียและแบคทีเรีย

2

เช็ดเท้าให้แห้งสนิท

ใช้ผ้าสะอาดเช็ดเท้าให้แห้งทันที เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราโดยเฉพาะบริเวณ ซอกนิ้วเท้า ซึ่งเป็นจุดอับชื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและโรคน้ำกัดเท้ามากที่สุด หากแผลแดง บวม มีน้ำเหลืองหรือหนอง หรือปวดมากขึ้น ให้พบแพทย์

3

สังเกตบาดแผลและรอยแดง

สำรวจความผิดปกติบนผิวหนัง ตรวจดูผิวหนังรอบเท้าอย่างละเอียดว่ามีแผลถลอก รอยถลอก รอยแดง หรือบาดแผลจากสิ่งของมีคมบาดหรือไม่ หากแผลแดง บวม มีน้ำเหลืองหรือหนอง หรือปวดมากขึ้น ให้พบแพทย์

4

ใส่ยาฆ่าเชื้อและยาทาแผล

หากพบมีบาดแผล ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือล้างแผล แล้วทายาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน หรือเบตาดีนที่เราคุ้นเคย เพื่อป้องกันการอักเสบและติดเชื้อ

5

งดใส่รองเท้าและถุงเท้าที่อับชื้น

ถอดรองเท้าและถุงเท้าที่เปียกออกทันที และนำไปตากแดดหรือผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้งานซ้ำ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค

วิธีป้องกันและการรักษาโรคน้ำกัดเท้าหลังลุยน้ำท่วม

หากต้องลุยน้ำหรือเก็บกวาดบ้านหลังน้ำท่วม ควรปฏิบัติตามนี้

🛡️ วิธีป้องกันตนเองก่อนลงลุยน้ำขังหรือทำความสะอาด

  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน: หากจำเป็นต้องเข้าพื้นที่เปียกหรือมีโคลน ให้สวมรองเท้าบูทยางเมื่อต้องเดินลุยน้ำ/พื้นที่เปียกโคลน และใส่ถุงมือยางทุกครั้งเมื่อต้องเก็บกวาดขยะหรือสิ่งสกปรก
  • หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า: ห้ามเดินเท้าเปล่าย่ำน้ำขังโดยเด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วม
  • ผู้ที่มีแผลเปิด: หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือย่ำน้ำท่วมขังอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด

คำถามที่พบบ่อย

ลุยน้ำแค่ช่วงสั้น ๆ ต้องล้างเท้าไหม?

ควรล้างบริเวณที่สัมผัสน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีที่ทำได้ แล้วเช็ดให้แห้ง เพราะไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่าน้ำขังมีสิ่งใดปนเปื้อนอยู่บ้าง

เมื่อไรควรพบแพทย์?

หากเท้ามีอาการปวด บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือเริ่มมีไข้ โดยเฉพาะน่องหรือโคนขาหลังลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง ให้แจ้งแพทย์ด้วยว่าเคยสัมผัสน้ำท่วมหรือโคลนเพิ่มเติมด้วย

น้ำกัดเท้า กี่วันหาย?

หากดูแลรักษาความสะอาดและทายาอย่างถูกต้อง อาการมักจะดีขึ้นภายใน 3 -4 สัปดาห์

เป็นโรคน้ำกัดเท้าแล้ว รักษาอย่างไร?

หากมีอาการคันจากอาการน้ำกัดเท้า หรือ ฮ่องกงฟุต มีอาการผิวหนังลอก หรือตกแตกบริเวณซอกนิ้วเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณของเชื้อรา ควรปฏิบัติดังนี้:

  • รักษาความสะอาดและแห้ง: ล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทอยู่เสมอ
  • ใช้ยาทาฆ่าเชื้อรา: กรมควบคุมโรคแนะนำให้ทายารักษาเชื้อราอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3–4 สัปดาห์

สรุป หลังลุยน้ำ ล้างและเช็ดเท้าให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ

น้ำลดแล้ว เรายังดูแลตัวเองต่อได้ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เช็กเท้า → ล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด → เช็ดให้แห้ง → ป้องกันเมื่อต้องลุยน้ำอีก หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและดินโดยไม่จำเป็น สวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำหรือย่ำโคลน และหมั่นดูแลสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้สะอาด รวมไปถึงระวังสัตว์มีพิษและสัตว์เลื้อยคลานที่หนีน้ำมาด้วย หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อหลังมีประวัติลุยน้ำหรือสัมผัสดิน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงทันที หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 1422

View post on Instagram
 

ที่มาข้อมูล กรมควบคุมโรค และ กรมอนามัย