Kamonlak Punngam (Kitty)
Content Manager
หน้าแก่เพราะกินน้ำตาลจริงไหม?

เคยไหมคะ... ช่วงไหนที่ตารางงานแน่นจนต้องพึ่ง "ชานมไข่มุก" วันละ 2 แก้ว หรือตกบ่ายต้องมีเค้ก มีเบเกอรี่มาเยียวยาจิตใจติดต่อกันหลายวัน สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่พุงนะจ๊ะ แต่ส่องกระจกทีไรทำไมหน้าดู "เหนื่อย" จัง? ทั้งที่ก็นอนพอนะ แต่ผิวดูหมอง แต่งหน้าไม่ติด แถมริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) เริ่มโผล่มาทักทายไวกว่าปกติจนนึกว่าใช้ฟิลเตอร์คนแก่!
วันนี้เราจะมาเฉลยให้ฟังค่ะว่า "น้ำตาล" นี่แหละคือตัวร้ายเงียบๆ ที่ทำร้ายผิวเราได้โหดกว่าแดดซะอีก! ไม่ใช่แค่ความเชื่อเล่นๆ แต่มันมีวิทยาศาสตร์รองรับนะจ๊ะว่าน้ำตาลกระตุ้นกระบวนการที่ทำให้ "ผิวแก่ไว" แบบที่เราไม่ทันตั้งตัวเลยล่ะ
น้ำตาลทำให้หน้าแก่ได้ยังไง?
เอาจริงนะแก สิ่งที่น้ำตาลทำกับผิวเรา มันไม่ได้เกิดจากความหวานโดยตรงหรอก แต่มันเกิดจากกระบวนการที่เรียกว่า Glycation (ไกลเคชั่น) ค่ะ
ลองจินตนาการดูนะ ปกติคอลลาเจนในผิวเรามันจะเด้งๆ นุ่มๆ เหมือนเยลลี่ใช่ป่ะ? แต่พอน้ำตาลในเลือดเราสูงเกินไป มันจะวิ่งไปจับกับโปรตีนสำคัญในร่างกาย แล้วทำให้โปรตีนนั้น “เสียรูป แข็ง และเสื่อมเร็ว” ซึ่งโปรตีนที่ว่านั้นก็คือ...
- คอลลาเจน (Collagen) : ตัวช่วยเรื่องความเด้ง ความแน่นของผิว
- อีลาสติน (Elastin) : ตัวช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ไม่ให้หน้าย่นง่าย
พอสองตัวนี้โดนน้ำตาลล็อกจน "แข็ง" ผิวเราก็เลยแห้ง เหี่ยว โทรม และริ้วรอยมาไวกว่ากำหนดนั่นเองค่ะแก!
7 สัญญาณเตือน! ผิวพังจากน้ำตาล (Check-list ด่วน)
1. ผิวหมองง่าย

- ขยี้ให้แหลก : เคยไหมแก... ทาครีมตัวท็อป ราคาหลักพันหลักหมื่น แต่หน้าก็ยังดูหมองเหมือนคนโดนของ! ผิวดูเทาๆ ไม่สดใส ไร้ความเปล่งปลั่ง (Radiance)
- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ : เพราะกระบวนการ Glycation มันทำให้โปรตีนในผิวเปลี่ยนสีค่ะ จากคอลลาเจนขาวใส กลายเป็นสีน้ำตาลหม่นๆ ผลที่ได้คือผิวที่ดูเหนื่อยล้า หมองคล้ำ ต่อให้ใช้ Whitening ตัวไหนก็เอาไม่อยู่ ถ้ายังไม่หยุดกินหวาน!
2. แต่งหน้าไม่ติด ผิวขาดความสมดุล

- ขยี้ให้แหลก : ตื่นเช้ามาเลือกรองพื้นตัวที่ว่าดีที่สุด แต่ทาไปแล้วมันไม่กินผิวเลยค่ะแก! ผิวเดี๋ยวก็แห้งเป็นขุยตรงจมูก แต่อีกแป๊บหน้าผากมันเยิ้มซะงั้น
- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ : น้ำตาลทำร้ายเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำให้ผิวเก็บกักความชุ่มชื้นไม่ได้ ผิวเลยพยายามผลิตน้ำมันออกมาทดแทนจนหน้าเยิ้ม แต่ข้างในกลับแห้งผาก แต่งหน้ายังไงก็ดูหนา ดูลอย ไม่เนียนกริบเหมือนเดิม
3. ริ้วรอยมาไวก่อนวัย

- ขยี้ให้แหลก : ยังไม่ทันเข้าเลข 4 เลย แต่ทำไมตีนกามาเยือนแล้ว? โดยเฉพาะริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) ใต้ตา ร่องแก้ม หรือรอยย่นตรงหน้าผากที่เริ่มลึกขึ้นจนกลบไม่มิด
- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ : เมื่อคอลลาเจนที่เปรียบเหมือน "เสาเข็ม" ของผิวถูกน้ำตาลจับจนแข็งและหักง่าย ผิวก็เลยยุบตัวลงกลายเป็นริ้วรอย ยิ่งกินหวานมากเท่าไหร่ เสาเข็มผิวก็ยิ่งหักไวเท่านั้นค่ะ!
4. ผิวหย่อนคล้อย ขาดความเด้ง

- ขยี้ให้แหลก : ลองเอานิ้วจิ้มแก้มตัวเองดูนะแก ถ้าจิ้มแล้วผิวมันบุ๋มลงไป ไม่ยอมเด้งสู้มือกลับมาทันที หรือเริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่ชัดเหมือนแต่ก่อน
- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ : "อีลาสติน" คือตัวช่วยเรื่องความยืดหยุ่น แต่นางแพ้น้ำตาลมากค่ะ! พออีลาสตินเสื่อมสภาพ ผิวก็เลยหย่อนคล้อย ย้วยตามแรงโน้มถ่วงแบบที่เซรั่มตัวไหนก็ดึงไม่ค่อยขึ้นแล้ว
5. สิวอุดตันบุกและผิวอักเสบ

- ขยี้ให้แหลก : อยู่ดีๆ สิวที่ไม่เคยขึ้นก็โผล่มาทักทาย โดยเฉพาะสิวอุดตันเม็ดเล็กๆ หรือสิวอักเสบแดงๆ ที่ขึ้นซ้ำที่เดิมไม่ยอมหายสักที
- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ : น้ำตาลมีค่า Glycemic Index (GI) สูงมาก พอกินเข้าไปแล้วร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมาพุ่งปรี๊ด ซึ่งอินซูลินนี่แหละที่เป็นตัวกระตุ้นการผลิตน้ำมัน (Sebum) และทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย สิวเลยบุกหน้าเราแบบไม่ได้นัดหมายนั่นเอง
6. หน้าบวมง่าย

- ขยี้ให้แหลก : ตื่นมาแล้วตกใจกระจก! ทำไมหน้าดูบวมฉึ่ง ตาบวมตุ่ยเหมือนคนร้องไห้มาทั้งคืน ทั้งที่ความจริงคือเมื่อคืนจัดชานมพ่นไฟไปแก้วเดียวเอง
- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ : น้ำตาลมีคุณสมบัติในการ "กักเก็บน้ำ" (Water Retention) ในร่างกายค่ะ ยิ่งกินหวานจัด ร่างกายก็ยิ่งบวมน้ำ ผลที่ได้คือหน้าบวม ตาปิด ดูอ้วนขึ้นทั้งที่น้ำหนักเท่าเดิม!
7. หน้าดูเพลียตลอดเวลา

- ขยี้ให้แหลก : เพื่อนชอบทักว่า "ไหวไหม?" "นอนบ้างหรือเปล่า?" ทั้งที่เราก็นอนครบ 8 ชั่วโมงนะแก! แต่ผิวหน้ามันดูโรยรา ดูเพลีย เหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ
- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ : สภาวะนี้เรียกว่า "Sugar Crash" ค่ะ น้ำตาลทำให้ร่างกายเราอักเสบในระดับเซลล์ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี ผิวเลยขาดออกซิเจน ดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยตลอดเวลา
5 วิธีลดหวานกู้หน้าเด็ก
จะให้เลิกหวานแบบหักดิบเลยก็ดูจะใจร้ายไปหน่อยเนอะแก... สไตล์เรามันต้อง "สวยด้วย มีความสุขด้วย" มาใช้วิธีแบบค่อยเป็นค่อยไป กู้คืนผิวเด้งแบบฉบับเพื่อนสาวตามนี้เลยค่ะ
1. ลดน้ำหวานก่อนเป็นอันดับแรก

- ทำไมต้องทำ : เพราะน้ำตาลในรูปแบบของเหลวมันดูดซึมเร็วที่สุด พุ่งเข้าสู่กระแสเลือดไปจับคอลลาเจนได้ไวกว่าของเคี้ยวหลายเท่าเลยนะแก!
- Trick เพื่อนสาว : ลองสั่ง "หวาน 0%" หรือ "หวานน้อยที่สุด" ให้ชินลิ้นก่อน หรือถ้าใจมันโหยหาความซ่า ให้เปลี่ยนมาจิบชาใส หรือโซดาใส่น้ำมะนาวแทน รับรองสดชื่นแถมหน้าไม่แก่แน่นอนจ้า
2. อย่ากินของหวานตอนท้องว่าง

- ทำไมต้องทำ : เวลาท้องว่างถ้าร่างกายได้รับน้ำตาลเพียวๆ ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งปรี๊ด (Sugar Spike) ซึ่งเป็นตัวเร่งกระบวนการผิวพัง (Glycation) ได้ดีนักเชียว!
- Trick เพื่อนสาว : ถ้าอยากกินขนมจริงๆ ให้เก็บไว้กินหลังอาหารมื้อหลักค่ะ เพราะกากใยจากผักและโปรตีนที่เราเพิ่งกินไป จะช่วยเป็นเกราะป้องกันชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้เยอะเลยล่ะ
3. ระวัง "น้ำตาลแฝง" ในอาหารสุขภาพ

- ทำไมต้องทำ : บางทีเราคิดว่ากินโยเกิร์ต กราโนล่า หรือน้ำผลไม้แล้วจะรอด แต่แกรรร... พวกนี้บางยี่ห้อน้ำตาลเยอะกว่าน้ำอัดลมอีกนะ! กลายเป็นหน้าแก่แบบงงๆ ทั้งที่พยายามกินคลีน
- Trick เพื่อนสาว : ฝึกอ่านฉลากมองหาคำว่า "Added Sugar" ให้เป็นนิสัยค่ะ ยิ่งเลขน้อย ผิวแกยิ่งใส ยิ่งดูเด็ก จำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะ!
4. เติม "สารต้านอนุมูลอิสระ" มาสู้

- ทำไมต้องทำ : ในเมื่อวันไหนเผลอใจกินหวานไปแล้ว เราต้องส่งกองทัพมาช่วยลดการอักเสบในร่างกายเพื่อคานอำนาจน้ำตาลค่ะ
- Trick เพื่อนสาว : พยายามกินผักผลไม้สีเข้มๆ อย่างตระกูลเบอร์รี่ควบคู่ไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระพวกนี้จะช่วยซัพพอร์ตผิวไม่ให้พังไปมากกว่าเดิม เหมือนมีบอดี้การ์ดคอยเฝ้าคอลลาเจนไว้นั่นแหละ
5. ขยับร่างกายสลายน้ำตาล

- ทำไมต้องทำ : การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายดึงน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน แทนที่จะปล่อยให้นางว่างจนวิ่งไปจับคอลลาเจนจนหน้าเหี่ยว
- Trick เพื่อนสาว : หลังมื้อหนักที่จัดเต็มของหวานมา ลองเดินเล่นยืดเส้นยืดสายสัก 15-20 นาทีดูค่ะ ช่วยคุมระดับน้ำตาลได้ดีมาก ผิวไม่เครียด พุงไม่ยื่นด้วยนะจ๊ะ
อยากหน้าเด็กต้องเช็กเรื่องน้ำตาล!
สรุปสั้นๆ เลยนะแก หน้าแก่เพราะกินน้ำตาล "คือเรื่องจริง" ค่ะ! แม้ว่าสกินแคร์จะแพงแค่ไหน แต่ถ้าเรายังเติมน้ำตาลเข้าตัวแบบไม่ยั้ง กระบวนการ Glycation ก็จะทำงานวนไปไม่จบไม่สิ้น
แต่ข่าวดีคือ ผิวเราซ่อมแซมตัวเองได้ค่ะ! แค่ลองลดหวานลงสักครึ่งนึง (7-14 วัน) แกจะเริ่มเห็นเลยว่าหน้าดูบวมน้อยลง ผิวดูใสและเฟรชขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งเข็มหมอเลยล่ะ
ใครที่เป็นสายหวานแต่ยังอยากหน้าเด็กอยู่ ลองเอาทริคพวกนี้ไปใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าความสวยที่แท้จริง...เริ่มจากการกินนี่แหละจ้า!
ขอขอบคุณภาพประกอยจาก Freepik
ขอขอบคุณอ้างอิงจาก


