สาวนักแชทต้องระวัง! ทำความรู้จัก โรค 'นิ้วล็อก' ภัยเงียบที่มาไม่รู้ตัว!!!

สาวนักแชทต้องระวัง! ทำความรู้จัก โรค 'นิ้วล็อก' ภัยเงียบที่มาไม่รู้ตัว!!!

เป็นสาวกเฟสบุ๊ค เสพติดทวิตเตอร์ ไถลไอจีเป็นกิจวัตร และที่ขาดไม่ได้คือการกดคลิกๆ แชทกับเพื่อนตลอดวัน ระวังจะเป็น "โรคนิ้วล็อก" นะจ๊ะตัวเธอว์! มาทำความรู้จักโรคนี้กันเถอะ

02 February 2017
Mollacake
02 February 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวีดัด สวัสดีค่าสาวๆ SistaCafe ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกคน !!

ตอนนี้น่ะ มันเป็นยุคของโลกออนไลน์! ยิ่งถ้าในสังคมคนเมือง ใครไม่เล่นโซเชียลออนไลน์เลย ไม่ได้ถือว่าเชยนะ แต่น่าจะมาจากนอกโลก -_- เพราะตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่อกับเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ยูทูปและเว็บไซต์ต่างๆ จนโลกทั้งโลกแทบจะอยู่ในฝ่ามือเราแล้ว อะไรๆ ก็ต้องอัปเดตเทรนด์ ติดตามข่าวสารตลอดเวลา เพราะแค่ 1 นาทีก็เปลี่ยนชีวิตได้นะเออ! 

จึงไม่แปลกที่วัยรุ่นสมัยนี้ มีพฤติกรรมสไลด์หน้าจอมือถือเป็นกิจวัตร อยู่ว่างๆ ได้ไม่เกิน 5 นาที ต้องขอพิมพ์แชทคุยกับเพื่อน อ้าวคนนี้เด้งมา อ้าวคนนั้นเข้ามาไลก์ เฮ้ยรอไม่ได้ ต้องกด ต้องส่ง ต้องแชร์ ต้องรีทวีต ไปๆ มาๆ เริ่มรู้สึกว่านิ้วแข็งๆ อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่าาา เป็น " โรคนิ้วล็อก " ซะงั้นอ่ะ!!! T^T

ใครที่เริ่มมีปัญหานี้ เข้ามาค่ะเข้ามา เพราะเราจะพาพวกเธอมาทำความรู้จักกับ " โรคนิ้วล็อก ( Trigger Finger ) " ทั้งสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง อาการและวิธีรักษา แม้จะไม่ได้เป็นในเร็วๆ นี้ แต่รู้ไว้ก่อนก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ เพราะงั้น เลื่อนลงมาอ่านกันเลยค่าาา!

' โรคนิ้วล็อก ' คืออะไร
image_293443
- ที่มารูป: www.drsachintapasvi.com


โรคนิ้วล็อก ( Trigger Finger ) เป็นชื่อเรียกอาการที่นิ้วมือนิ้วใดนิ้วหนึ่งงอในท่าที่ผิดปกติ เมื่อเธอพยายามจะแกะนิ้วให้กลับมาตรงเหมือนเดิม กลับมีเสียงร้าวๆ เหมือนไกปืนดีด และแน่นอนว่าเจ็บ!

โรคนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ เกิดการอักเสบเล็กๆ ด้านในนิ้วมือที่ล้อมรอบเส้นเอ็นอยู่ ( นิ้วที่งอไม่เข้านั่นแหละ ) เมื่ออาการกำเริบ นิ้วจึงเกิดอาการ " ล็อก " และงอค้างอยู่ ไม่เด้งกลับ เพราะเส้นเอ็นอักเสบและบวมนั่นเอง
 
ผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง " มากๆ " ต่อการเป็นโรคนี้คือ คนที่ทำงานหรือมีงานอดิเรกในการใช้นิ้ว ใช้มือซ้ำๆ ไม่ว่าจะบีบ จับ เขียน พิมพ์ เช่น ครู แม่บ้าน คนที่ทำสวนที่ใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้บ่อยๆ พนักงานพิมพ์เอกสาร เป็นต้น มักจะพบได้เยอะในผู้หญิงและผู้ป่วยโรคเบาหวาน การรักษาก็จะแตกต่างออกไป แล้วแต่ความรุนแรงของโรคค่ะ

อาการของ ' โรคนิ้วล็อก '
image_293208
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-6.fna.fbcdn.net


อาการของโรคนี้มีหลายระดับมากค่ะ ตั้งแต่เพิ่งเป็น ระดับเบาๆ จนถึงนิ้วล็อกรุนแรงถาวรไปเลย ( น่ากลัวไปอี๊ก! )  ดังนี้เลยค่ะ

> นิ้วมือแข็งทื่อ โดยเฉพาะหลังตื่นนอนในช่วงเช้าๆ 
> เวลาขยับนิ้วจะรู้สึกว่ามีเสียงเป๊าะแป๊ะ หรือเสียงกระทบกันดังกริ๊กๆ เหมือนไกปืนลั่น
> ช่วงฐานของนิ้วมือที่มีอาการ จะเกิดอาการบวมเป็นก้อนนิ่มๆ ขึ้นมา
> นิ้วมืองอแล้วล็อก บางครั้งงอๆ อยู่ก็เด้งตรงผึง! ขึ้นมาทันที
> บางครั้งงอแล้วดึงให้ตรงไม่ได้เลย ถ้าดึงได้ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

* โรคนี้มักเกิดที่ "นิ้วโป้ง", " นิ้วกลาง" และ "นิ้วนาง" เป็นพิเศษ บางครั้งก็เป็นได้หลายๆ นิ้วในเวลาเดียวกัน หรือเป็นสองมือพร้อมกันก็มี T^T มักเกิดบ่อยๆ ช่วงเช้า ระหว่างที่กำสิ่งของไว้แน่นๆ หรือตอนกำลังดึงนิ้วให้ตรงค่ะ

เมื่อไหร่ที่ควรไปหาหมอได้แล้ว

ถ้าเธอรู้สึกว่าตรงข้อต่อนิ้วมือแข็งๆ หรือกำมือได้ไม่เต็มที่ ก็ควรไปปรึกษาหมอเพื่อบอกอาการ และทำการประเมินผลทางกายภาพ ถ้าข้อต่อเริ่มแสบ บวมแดง รีบไปหาหมอทันที เพราะนั่นหมายถึงว่า เธอน่าจะติดเชื้อแล้วล่ะค่ะ!


สาเหตุในการเป็น ' โรคนิ้วล็อก '
image_293212

Tendon Sheath คือปลอกหุ้มเอ็น ( สีส้มๆ ), Tendon คือเส้นเอ้น ( สีชมพู ) และ Nodule คือก้อนกลมที่เชื่อมปลอกหุ้มเอ็นกับเส้นเอ็นไว้ด้วยกันค่ะ

- ที่มารูป: 2.bp.blogspot.com


สาเหตุทางกายภาพเลยก็คือ ปกติแล้วเส้นเอ็นจะเป็นเส้นๆ เพื่อยึดกล้ามเนื้อให้ติดกับกระดูก เส้นเอ็นแต่ละเส้นจะถูกหุ้มไว้ด้วยปลอกหุ้มเอ็น แต่โรคนิ้วล็อกเกิดขึ้นเมื่อปลอกหุ้มเอ็นเกิดการติดเชื้อ ทำให้ระคายเคืองและอักเสบ ทำให้ขัดขวางการยืดขยับนิ้วมือแบบปกติ หรือเส้นเอ็นไม่ยืดหยุ่นนั่นเอง

ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจเกิดแผลเป็น นิ้วมือหนาบวมและเกิดก้อนขึ้น และจะยิ่งทำให้ขยับนิ้วได้ยากขึ้นไปอีก หนักๆ เข้าอาจชาจนเหยียดตรงไม่ได้เลยล่ะค่ะ

ปัจจัยเสี่ยงในการเป็น ' โรคนิ้วล็อก '
image_293211
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็น " โรคนิ้วล็อก " ได้ มีดังนี้...

> กำสิ่งของบางอย่างแน่นๆ และบ่อยๆ ซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งอาชีพบางอย่างจำเป็นต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น คนทำสวนกับกรรไกรตัดใบไม้ พนักงานพิมพ์เอกสารที่ต้องพิมพ์ทั้งวันทั้งคืน หรืออาชีพกราฟฟิกดีไซน์ที่ต้องใช้เมาส์กดคลิกนานๆ บ่อยๆ เป็นต้น ( สาวนักแชทที่ใช้คอมพิวเตอร์จนดึกดื่นก็ต้องระวังนะจ๊ะ! ) ยิ่งทำนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสี่ยงเป็นโรคนิ้วล็อกมากขึ้นเท่านั้น

> ปัญหาสุขภาพบางอย่า เช่น โรคเบาหวาน โรคไขข้ออักเสบ ก็ยิ่งเป็นโรคนิ้วล็อกได้ง่ายขึ้น

> โรคนี้เป็นได้ง่ายหากเธอเป็น " ผู้หญิง " เพราะไม่ค่อยเจอหนุ่มๆ เป็นโรคนี้สักเท่าไหร่ค่ะ

วิธีรักษา ' โรคนิ้วล็อก '
image_293213
- ที่มารูป: pad3.whstatic.com


การรักษามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการป่วยค่ะ มีคร่าวๆ ดังนี้

รักษาด้วยยา

> ยาต้านการอักเสบที่ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เช่น ไอบูพรอเฟ่น ( ibuprofen ) หรือนาพรอกเซ่น ( naproxen ) ยาเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการปวด เจ็บนิ้วได้ แต่อาจไม่ค่อยช่วยลดอาการบวมของปลอกหุ้มเอ็นนะจ๊ะ

รักษาด้วยการบำบัด

> พักการใช้นิ้วมือ อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้นิ้วกำซ้ำๆ บ่อยๆ หรือการใช้เครื่องจักรที่ต้องใช้นิ้วกดตลอดทั้งวัน

> ใช้น้ำแข็ง / ถุงน้ำร้อนประคบเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน หรือแช่มือในน้ำอุ่นหลังตื่นนอนก็ได้

> เข้าเฝือกอ่อน บางรายอาจต้องใส่เผือกตอนนอน เพื่อให้นิ้วมือไม่งอมากเกินไป ติดต่อกันประมาณ 6 สัปดาห์ เพราะเฝือกที่นิ้วจะช่วยไม่ให้เส้นเอ็นทำงานหนัก ป้องกันไม่ให้นิ้วงอช่วงนอนหลับจนล็อกไม่รู้ตัว และทำให้เจ็บข้อต่อนิ้วมากเมื่อตื่นนอนค่ะ

> ทำกายบริหารนิ้ว หมอจะช่วยแนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อแขน มือและนิ้วมืออย่างง่ายๆ ให้ทำ ซึ่งช่วยให้ขยับ เคลื่อนไหวนิ้วมือได้ง่ายขึ้น

รักษาด้วยการผ่าตัด *หากอาการรุนแรงมาก และทำตามวิธีข้างต้นไม่ได้ผล*

> ฉีดสารสเตียรอยด์ที่บริเวณใกล้ๆ หรือฉีดเข้าไปในปลอกหุ้มเอ็น เพื่อลดอาการอักเสบ ทำให้เส้นเอ็นยืดหยุ่นอีกครั้ง เป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้ได้ผลกับผู้ป่วยปกติที่ไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวานถึง 90% ( ถ้าเป็นเบาหวานอาจได้ผลแค่ครึ่งเดียว และต้องฉีดซ้ำอีกรอบค่ะ )

> การใช้อุปกรณ์ที่มีปลายแหลม เช่น ปลายเข็มฉีดยา หรือเครื่องมือเฉพาะทางการแพทย์แทงผ่านผิวหนังแล้วทำการสะกิด จะช่วยทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนที่ได้สะดวกขึ้น ซึ่งอาจทำโดยใช้แสงอัลตร้าซาวนด์ เพื่อให้เห็นปลายเข็มใต้ผิวหนัง ทำให้ไม่ทำลายเส้นเอ็นหรือรบกวนเนื้อเยื่อใกล้เคียง 

> เข้าทำการผ่าตัดใหญ่  เพื่อตัดและปรับเส้นเอ็นให้ยืดหยุ่นสะดวกขึ้น ต้องเข้าห้องผ่าตัดและอาจเกิดผลข้างเคียงคือติดเชื้อได้ ใช้ในกรณีที่อาการรุนแรงจนขยับนิ้วไม่ได้แล้วค่ะ

=======================

จบลงไปแล้วนะคะกับการแนะนำเจ้าโรค " นิ้วล็อก " ให้สาวๆ ได้รู้จักกัน เริ่มกลัวกันบ้างแล้วหรือยัง =[]=! แม้โรคนี้จะไม่ใช่โรครุนแรงอย่างมะเร็ง หรือเกิดอาการช็อค ต้องเข้าโรงพยาบาลด่วนอะไรแบบนั้น แต่ก็เป็นภัยเงียบที่เป็นทีละเล็กทีละน้อย พอสะสมมากๆ เข้าก็ขยับนิ้วไม่ได้ จนถึงขั้นบวม ชาจนต้องผ่าตัดเลยนะเธอ และอวัยวะอย่างมือเนี่ย มันไม่มีมือสองให้เปลี่ยนเสียด้วยสิ -_-

ทางที่ดี เราควรลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ด้วยการถนอมมือของเรา ไม่หิ้วของหนักเกินไป หรือถ้าต้องแบกจริงๆ ให้ใช้ผ้าหุ้มรองไว้ ให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือแทนข้อต่อนิ้ว ถ้าต้องจับเครื่องมือใดๆ ให้ใส่ถุงมือเพื่อทุ่นแรง พักมือเป็นระยะๆ ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อนิ้วมือบ้าง สาวนักแชททั้งหลาย ก็พักเวลาหน้าคอม หน้ามือถือไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ล้างจาน เล่นกับเจ้าตูบ หรือดูหนังบ้างก็ได้ค่ะ เพื่อมือสวยๆ จะได้อยู่กับเราไปนานๆ ^^

สำหรับวันนี้ มอลล่าเค้กคงต้องลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะคะ บ๊ายบาย

=======================

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @