7 วิธี เปลี่ยนตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีสติกับชีวิตมากขึ้น

7 วิธี เปลี่ยนตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีสติกับชีวิตมากขึ้น

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ทำอย่างไรให้มีสติกับชีวิตมากขึ้น

15 May 2017
Monnamae
15 May 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ทุกวันนี้เราต่างก็ต้องแข่งขันกันมากขึ้น ไม่ว่าจะแข่งกันเรียน แข่งกันทำงาน แข่งกันสวย หรือว่าแข่งกันหาเงิน แข่งกันใช้ชีวิต จนดูเหมือนว่าทุกอย่างดูรีบเร่งไปเสียหมด  หลายๆ ครั้งทำให้ผู้หญิงอย่างเราเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว ยิ่งน้องๆ วัยรุ่น วัยมหาวิทยาลัย บางครั้งต้องท่องตำราอย่างไม่ได้หยุดพักเลยทีเดียว ซึ่งมันอาจจะทำให้เราพลาดอะไรหลายๆ อย่างไป ลองมาใช้ชีวิตช้าๆ กันดูบ้าง เผื่อเราจะได้มีสติกันมากขึ้น และอาจจะทำให้เราได้พบเจออะไรดีๆ ก็ได้

image_345543
- ที่มารูป: www.ohochill.com
1. ฟังมากขึ้น

ไม่ว่าใครต่างก็อยากจะระบาย อยากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่จะมีสักกี่คนที่จะเป็นคนยอมฟัง จนบางครั้งก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะๆ สาวแสนงอนที่น้อยใจหนุ่มๆ ลองปรับเปลี่ยนมุมมองมาเปิดใจฟังกันมากขึ้น  เพราะบางทีหนุ่มๆ ของคุณหรือคนอื่นๆ เขาก็อาจจะมีเหตุผลของเขาที่เราไม่รู้ รวมถึงระหว่างเพื่อนสาวด้วยกันที่หลายๆ ครั้งเราก็ผิดใจเพราะไม่รู้จักฟังกัน  ถ้าเรารู้จักเป็นผู้ฟัง เราอาจจะมีเวลามากพอที่จะคิดว่าเราควรจะรู้สึก หรือปฏิบัติตัวยังไง  การแก้ไขปัญหาอื่นๆ ก็อาจจะเป็นไปด้วยดีมากขึ้นก็ได้นะจ๊ะสาวๆ

image_346106
- ที่มารูป: i.huffpost.com
image_345557
- ที่มารูป: i.huffpost.com
2. คิดก่อนโต้กลับ

นอกจากจะรู้จักฟังแล้ว สาวๆ ควรจะรู้จักคิดให้มากขึ้นด้วย ก่อนจะตัดสินใจทำอะไร ก่อนจะพูดอะไร ควรจะคิดก่อน โดยเฉพาะคนที่ใช้อารมณ์เป็นหลักในการดำเนินชีวิต หากกำลังรู้สึกโมโห เดินหนีไปให้ไกล เพื่อเราจะได้มีเวลาฉุกคิด มีเวลาตัดสินใจ ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจของเราดีขึ้น ไม่ทำอะไรที่จะสร้างความเสียหายให้กับทั้งตัวเองและผู้อื่น การตัดสินใจขณะที่กำลังโกรธ หรือไม่ผ่านการคิดไตร่ตรองให้รอบคอบอาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นก่อนตอบโต้อะไร ควรจะคิดให้รอบคอบเสียก่อน

image_345556
- ที่มารูป: f3y.com
image_346376
- ที่มารูป: sylviabrowder.com
3. มองในมุมของคนอื่น


คนเราทุกคนต่างก็มีเหตุผล และความคิดนั้นก็แตกต่างกัน บางครั้งการมองแต่เพียงมุมของเรา ก็อาจจะถือว่ามีเหตุผลเหมือนกัน แต่มันเป็นเหตุผลของเราเพียงคนเดียว บางครั้งเราควรเปลี่ยนมุมมองเสียบ้าง ไปมองอีกมุมหนึ่ง มุมที่ไม่ใช่จุดที่เรายืนอยู่ ลองใช้คำว่า...ถ้าเราเป็นเขา เราจะคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร แม้ความจริงคือเราอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เราก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ และจะเรียนรู้เพื่อที่จะเข้าใจคนอื่นผ่านมุมมองของเขามากขึ้น ไม่ใช่เข้าใจในมุมมองของเราเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งในการช่วยให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

image_345551
- ที่มารูป: i0.wp.com
image_345544
- ที่มารูป: cr.lnwfile.com
4. ลองเล่นโยคะ

ข้อดีของการเล่นโยคะคือการได้ฝึกทำสมาธิ การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเชื่องช้า กำหนดลมหายใจเป็นจังหวะ ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย มีสมาธิมากขึ้น มีสติมากขึ้น ใจเย็นลง 
การเล่นโยคะมิใช่มีข้อดีแค่การได้ออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังช่วยเรื่องลมหายใจ การใช้ชีวิตประจำวัน จากที่เราเคยทำทุกอย่างด้วยความรีบเร่ง ขาดการคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แต่การเล่นโยคะจะช่วยให้เรามีสติอยู่กับลมหายใจ เคลื่อนไหวเป็นจังหวะที่ช้าลง ซึ่งจะส่งผลไปยังการดำเนินชีวิตของเรานั้น จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย

image_345548
- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com
image_349402
- ที่มารูป: connectedwomenofinfluence.com
5. อย่าคาดหวังให้ใครเป็นอย่างที่เราต้องการ

คนทุกคนบนโลกมีความต้องการเป็นของตัวเอง ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นแบบที่ใครต้องการ การที่เราไปคาดหวังว่าคนนั้นคนนี้จะเป็นแบบที่เราต้องการไม่เพียงเป็นการทำร้ายตัวเองแต่ยังทำร้ายคนอื่นด้วย หลายครั้งที่เราบีบบังคับ และพยายามชี้นำให้คนอื่นทำตามที่เราคิดเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ บางครั้งไปสร้างความกดดันให้อีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว หนำซ่ำเมื่อเขาไมไ่ด้เป็นแบบที่เราต้องการก็เกิดการด่าทอ การทะเลาะเบาะแว้งจนสร้างความร้าวฉานในความสัมพันธ์ สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายกันไป มองหน้ากันไม่ติด ทั้งในฐานะคนรัก เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้องต่างๆ 

 แต่เราต้องไม่ลืมว่า เราเองก็ยังไม่สามารถเป็นได้อย่างที่คนอื่นรอบๆตัวเราต้องการให้เราเป็นเหมือนกัน เหตุใดเราจึงไปคาดหวังว่าคนอื่นจะเป็นได้อย่างที่เราต้องการ เพียงแค่เราลดความคาดหวังลง เราจะรู้จักยอมรับในสิ่งที่คนอื่นเป็นมากขึ้น ไม่สร้างความกดดันจนนำไปสู่ความแตกแยกในความสัมพันธ์ด้วย

image_349405
- ที่มารูป: www.acibademinternational.com
image_349414
- ที่มารูป: sites.google.com
6.ใช้เวลากับเรื่องไร้สาระที่ชอบ

การทำในสิ่งที่ควรจะทำเป็นเรื่องที่ดีแต่หลังจากเราทำหน้าที่ของเราเรียบร้อยแล้ว การใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร หนำซ้ำยังเป็นการผ่อนคลายหลังที่เราเหน็ดเหนื่อยกับชีวิตมาสักระยะ 

บางครั้งการใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระที่เราชอบนั้นอาจจะทำให้เราค้นพบอะไรใหม่ๆในชีวิต เช่น ค้นพบสิ่งที่เราชอบ ความสามารถพิเศษของเรา อาจจะทำให้เราได้เจอกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกดี เพื่อนใหม่ๆ ที่ชื่นชอบอะไรเหมือนกันด้วยก็ได้ 

หากมีเวลาว่างสักหน่อย ลองว่างมือจากความเร่งรีบ แล้วทำในสิ่งที่ชอบดู ไม่แน่ว่าเราอาจจะเจอคำตอบใหม่ๆ ให้ชีวิตก็ได้

image_350234
- ที่มารูป: terrabkk.com
image_345552
- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com
7. ให้เวลาตัวเองบ้าง

บางคนบีบคั้นตัวเอง เร่งรีบว่าจะต้องให้ชีวิตเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ไปถึงเป้าหมายเร็วๆ พยายามบุกป่าฝ่าดงเพื่อให้ประสบความสำเร็จ จนไม่มีแม้แต่เวลาจะได้หยุดคิดว่าสิ่งที่เรากำลังพุ่งไปหานั้นใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ หรือเปล่า 

การให้เวลาตัวบ้างก็เหมือนการลดความตึงเครียดในชีวิตลง อยู่กับความต้องการของตัวเอง ไม่ใช่การประสบความสำเร็จในสิ่งที่คิดว่าคนอื่นจะต้องชื่นชมเรา แต่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราต้องการและอยากได้มันมาจริงๆ มีเวลาให้ตัวเองได้หยุดพักเหนื่อย เพื่อทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต

บางครั้งการเดินทอดน่องก็อาจจะทำให้เรามีเวลาในการเลือกเส้นทางมากกว่าการวิ่งเร็วๆที่บางครั้งกว่าเราจะรู้ว่าทางที่เราไปไม่ใช่ทางที่ต้องการ มันก็ถึงปลายทางที่เป็นทางตันเสียแล้วก็ได้

image_350235
- ที่มารูป: image.freepik.com

เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ เป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เราเป็น แต่เราสามารถเดินให้ช้าลง เพื่อจะได้ทบทวนว่าเราโอเคกับชีวิตของเราหรือยัง เส้นทางที่เราเลือกเดินมีปลายทางที่เราต้องการรออยู่จริงๆ ถ้าใช่ถ้ามั่นใจแล้วค่อยลุยก็ยังไม่สายนะจ๊ะ

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
Search @