Curator
curator
Watashi_f
59 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 1. มีใจให้มัทฉะ - Matcha Green Tea Cafe
  • 2. ผ่อนคลาย ณ ริมแม่น้ำปิง
  • 3. บ้านไม้พิซซ่า ภูแอน
  • 4. ร้านกาแฟบนต้นไม้ The Giant
  • 5. Grand Canyon Chiangmai
  • 6. Phufinn Doi
  • 7. Cheevit Cheeva Fine Desserts ( สาขา ศิริมังคลาจารย์ ซอย 7 )
  • 8. ชมดอกไม้ที่ร้านอาหารกาแล

ชม 8 สถานที่ท่องเที่ยว ชมดอกไม้ ร้านกาแฟเชียงใหม่ หน้าร้อนก็เที่ยว-กิน-ฟิน ได้ นะเจ้า

ร้อนๆ แบบนี้หมู่เฮาไปตอนยอน สโลว์ไลฟ์ ที่เจียงใหม่ กันเต๊อะ

02 May 2017
curator_Watashi_f Watashi_f
02 May 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีเจ้า ชาว Sistacafe ขอทักทายเป็นภาษาเหนือซะหน่อย ให้เข้ากับธีมบทความในครั้งนี้


เพื่อนๆ หลายคนอาจจะคิดว่าเชียงใหม่จะเที่ยวให้ฟินเนี่ยต้องแค่ฤดูหนาวหรือไม่ก็ช่วงปีใหม่เท่านั่น ร้อนๆ แบบนี้นอนตากแอร์อยู่บ้านดีกว่า แต่เพื่อนๆ อย่าลืมนะคะว่าที่เชียงใหม่อุดมไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้สีเขียวที่มองไปแล้วช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหัวใจ ครั้งนี้จึงขออาสาพาไปแอ่วเชียงใหม่ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงซัมเมอร์ก็กิน-เที่ยวแบบฟินๆ ได้ 


แต่ขอบอกก่อนว่าเน้นสายกิน หรือ สายคาเฟ่เป็นหลัก นะคะ พร้อมแล้วไปแอ่วเมืองเจียงใหม่กันเลยเจ้า สถานที่แรกจะพาไปกันเป็นคาเฟ่สำหรับคนที่ชื่นชอบชาเขียวที่กำลังมาแรงและพูดถึงกันในโซเชียล ร้านนั้นก็คือ


1. มีใจให้มัทฉะ - Matcha Green Tea Cafe


แค่เห็นชื่อร้านก็พอจะทราบได้ต้องขายชาเขียวแน่ๆ คงไม่ได้ขายเฉาก๊วยแน่นอน 555 ( แต่ชื่อร้านแอบน่ารักเนาะ ) จุดเด่นของร้านนี้ก็คือทุกเมนูต่างล้วนใช้ชาเขียวเกรดพรีเมี่ยมเป็นวัตถุดิบหลักโดยอิมพอร์ตจากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ค่ะ 


ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ชาเขียวก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วเนาะว่าต้นตำรับชาเขียวแท้ๆ ต้องมาจากเมืองเกียวโตเท่านั้น พูดได้ว่าอาจเป็นร้านเดียวในเชียงใหม่ที่เน้นขายเบเกอรี่และเครื่องดื่มที่ทำมาจากชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่น ใครเป็นสายเจ สายยุ่น สายชาเขียว ก็ลองแวะมาทานกันได้เลยค่ะ เพราะว่าแต่ละเมนูทำได้ออกมาอร่อยจริงๆ คิดว่าน่าจะถูกใจ Matcha Lover ไม่มากก็น้อย             


มาดูบรรยากาศโดยรวมของร้านกันก่อนค่ะ

image_347008
image_347009


เริ่มจากบริเวณด้านนอก ---- คาเฟ่ชาเขียวแห่งนี้เป็นตึกแถวห้องเช่าค่ะ บริเวณทางเข้ามีป้ายแขวนชื่อร้านชัดเจน เห็นป้ายผ้าแบบนี้แปลว่ามาถูกร้านแล้วค่ะ ส่วนประตูร้านจะติดฟิล์มสีดำ ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นข้อเสียนิดนึง เพราะว่าดูมืดๆ มองจากข้างนอกจะมองไม่เห็นอะไร 

image_347010


พอเปิดประตูเข้าไปในร้านก็จะเจอโต๊ะเก้าอี้เลย มีโต๊ะอยู่ประมานสามสี่โต๊ะ ทางร้านพยายามตกแต่งร้านให้ออกมาในสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ 

image_347014

มุมชงชาของทางร้านและเตรียมเสิร์ฟเมนูต่างๆ ให้กับลูกค้า

image_347012

มีถ้วยชามสไตล์ญี่ปุ่นวางเรียงรายอยู่

image_347011

มีป้ายภาษาญี่ปุ่นด้วยนะ

image_347013

ดอกไม้ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูสดชื่น


ส่วนด้านในร้านติดแอร์ค่ะ รับรองว่าสามารถนั่งรีแลกซ์สบายๆ เม้ามอยคุยกับเพื่อนๆ ได้อย่างอารมณ์ดี คิดว่าถ้าทางร้านไม่ทำเป็นห้องแอร์ ลูกค้าอาจจะได้สำลักควันท่อไอเสียตายแทนได้เนื่องจากตัวร้านตั้งอยู่ติดริมถนนเลยค่ะ

image_347015

เมนูที่สั่งมาตามที่เห็นในรูปด้านบน จะเป็นชาเชียวที่เสิร์ฟมาในถ้วยสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ บอกได้เลยว่าเมนูนี้ตอนที่เราดื่มเข้าไปนั้นมันให้ฟีลเกียวโตทันที คือเป็นรสชาติขมๆ แบบสไตล์เกียวโตของแท้ อันนี้เหมาะสำหรับคนที่ดื่มชาเขียวรสช่าติแบบออริจินัลเป็นอยู่แล้วนะจ๊ะ


image_347016

แต่ถ้ายังเป็นระดับ beginner ขอแนะนำเมนูนี้เลยค่ะ ชาเขียวลาเต้ อันนี้จะมีรสชาติมันๆ ของนมเพิ่มเข้ามา แล้วก็มีหวานปนเข้ามาด้วย จึงทำให้ได้รสชาติที่นุ่มลิ้นกำลังพอดี ไม่หวานจนเกินไปและก็ไม่ขมจนไป ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยทีเดียวค่ะ


image_347017


อีกเมนูที่อยากจะ recommend ให้เพื่อนๆ สั่งกัน นั่นก็คือ ไอติมรสนมฮอกไกโด ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสชาเขียว พอได้ทานคู่กันแล้ว คือแบบว่าอร่อยมว้ากกกก รสหวานๆ มันๆของนมฮอกไกโดช่วยมาตัดความขมชองซอสชาเขียว ถือว่าอร่อยลงตัวเลยค่ะ


image_347019
image_347020

ไอติมรสชาเขียวก็อร่อยเหมือนกันนะ

image_347021

ถ้าเพื่อนๆไม่เข้าใจว่าแต่ละเมนูไหนหน้าตาเป็นยังไร สามารถถามพนักงานในร้านได้เลยค่ะ ทางพนักงานที่นี้ยินดีตอบแถมยังอธิบายให้ได้ละเอียดด้วยค่ะ


สรุปคือที่นี้ให้ผ่านค่ะ ประทับใจทุกเมนูที่สั่งมา ^^


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนถนนศรีดอนชัย ใกล้ไนท์บาซ่าติดกับภัตตาคารจีนเจี่ยท้งเฮง (ตั้งอยู่ในตัวเมือง ถือว่าตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมากและสะดวกในการเดินทาง)


เวลาเปิด - ปิด : เสาร์-อาทิตย์ 9.30-17.00 น. / จันทร์ พฤหัส ศุกร์ เปิด 7.30-20.00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ)


2. ผ่อนคลาย ณ ริมแม่น้ำปิง


หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว คราวนี้ก็ไปเดินย่อยกันซะหน่อย เพื่อไม่ให้ร้อนจนเกินไป ไปเดินเล่นชิลล์ๆ ถ่ายรูป และรับสายลมอันเย็นสบายกันที่ริมแม่น้ำปิงตรงบริเวณสะพานนครพิงค์ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่เลยค่ะ ไม่ต้องเดินทางออกไปนอกเมืองให้วุ่นวายกัน

image_347303
image_347307

แม่น้ำปิงอันเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา

image_347316

บริเวณริมแม่น้ำปิงเราจะได้เห็นนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมสันทนาการทางน้ำกันอย่างสนุกสนาน

3. บ้านไม้พิซซ่า ภูแอน


ใครมาเชียงใหม่แล้วอยู่ดีๆ เกิดอาการอยากจะกินพิซซ่าขึ้นมา ต้องมาที่ร้านนี้เลยค่ะ ไม่ใช่ร้านพิซซ่าที่ขายตามห้างทั่วไปนะคะ แต่เป็นร้านพิซซ่าที่อยู่กลางหุบเขา ที่เด็ดคือเป็นพิซซ่าสไตล์โฮมเมด และอีกทีเด็ดก็คือเป็นร้านกระท่อมน่ารักๆ ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้และป่าเขาอันเขียวขจี


นั่งทานพิซซ่าไป ชมวิวธรรมชาติไป รับรองว่าใครมาที่นี้จะได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากร้านพิซซ่าที่อื่นๆ แน่นอน

image_347319

เป็นร้านกระท่อมไม้ เล็กๆ น่ารักๆ

image_347341

บริเวณภายในร้าน

image_347342

มุมที่นั่งแบบ Outdoor ก็มีรองรับไว้เช่นกัน

image_347343

สำหรับราคาพิซซ่าของบ้านไม้พิซซ่า ภูแอน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ราคา คือ


1. Size M 89 บ. ( บาง ) 99 บ. ( หนา ) เลือก topping ได้ 3 อย่าง

2. Size L 139 บ. ( บาง ) 159 บ. ( หนา ) เลือก topping ได้ 4 อย่าง


* เพิ่มแป้ง 10 บ. / เพิ่มชีส Size M 99 บ. , Size L 149 บ.


เห็นราคาไหมคะท่านผู้ชม มันถูกมว้าก แบบนี้มันต้องโดน


image_347345

อันนี้สั่งถาด Size M เลือกแป้งแบบหนามาในราคาเพียงแค่ 99 บาท เท่านั้น ! แถมยังเลือก topping ได้ตั้งสามอย่าง เราเลือก แฮม ไส้กรอก และ เห็ดแชมปิญอง

image_347346

พอกัดเข้าปากปุ๊บ สัมผัสได้ถึงความนุ่มของตัวแป้งและรสชาติของซอส ชีส รวมไปถึงเครื่องต่างๆ ที่หอมหวลอบอวลอยู่ในปาก บอกได้เลยว่าฟินจริงๆ

image_347392

เพื่อนๆ ลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าได้ทานของอร่อยๆ อยู่ท่ามกลางหุบเขาจะฟินเบอร์แรงขนาดไหน เอาเป็นว่ามื่อนี้โดนทั้งรสชาติ โดนทั้งบรรยากาศ แถมยังคุ้มค่าคุ้มราคา อีกด้วยค่ะ

image_347348

บริเวณปากทางเข้า

image_347347
image_347349

ที่นี้มี Free WiFi ด้วยนะจ๊ะ ต่อให้อยู่กลางหุบเขาก็ยังสามารถเล่นโซเชียลได้


ที่ตั้ง : หมู่บ้านสหกรณ์ 2 อ.แม่ออน ( ก่อนถึงน้ำพุร้อนสันกำแพง 1 กม. )

เวลาเปิด - ปิด : 10:00 - 18:00 น.


4. ร้านกาแฟบนต้นไม้ The Giant


มาที่ต่อไปกันค่ะ แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในป่าเขาเส้นสันกำแพง-แม่กำปอง ขออัญเชิญเพื่อนๆไปนั่งดับร้อนและสงบจิตสงบใจพร้อมดื่มกาแฟท่ามกลางธรรมชาติกันที่ The Giant ร้านกาแฟบนต้นไม้เจ้าดัง ณ เมืองเชียงใหม่ที่ใครต่างพากันมาเช็คอิน

image_347350

เห็นป้ายแบบนี้แปลว่ามาถูกที่แล้วจ้า

image_347372

ความประทับใจแรกเกิดขึ้นเมื่อก้าวขาเข้าไปเหยียบแล้วก็พบเจอกับวิวแบบนี้ ดูสิคะ วิวธรรมชาติสบายตาแบบนี้มันฟินเบอร์แรงมว้าก

image_347373
image_347374

สะพานที่ข้ามไปยังอีกฝั่งซึ่งเป็นโซนที่นั่งนั่นชวนน่าหวาดเสียวทีเดียว 

* ทางร้านกำหนดให้เดินไปทีละสองคนเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง


image_347375

แต่ถ้าใครเป็นโรคกลัวความสูงก็มีอีกทางเลือก คือ ให้ใช้บันไดเวียนลงไปค่ะ ( แต่ก็แอบขาสั่นเหมือนกันนะ 555 )

image_347376

ที่นี้บรรยากาศดีมากๆ เอาไปเลยสิบคะแนนเต็ม เหมาะสุดๆ กับการมารีแล็กซ์หรือพักจากเรื่องเครียดๆ

image_347381
image_347378

โซนที่นั่ง

image_347386

ร้านขายของที่ระลึก

image_347383

แนะนำให้ถ่ายรูปที่นี่ไปเยอะๆ ค่ะ เพราะวิวที่นี่เค้าดีจริงๆ

image_347385

วิวธรรมชาติที่ถ่ายจากบริเวณภายในร้าน

image_347377

เนี่ยจะบอกเลยว่าความรู้สึกตอนนั้น มัน feel good มว้าก ที่ตัวเองได้มีเวลาพักผ่อนอยู่ท่ามกลางป่าเขา


เมนูที่อยากให้เพื่อนๆ ได้มาลองโดนกัน คือ เครปเค้กสีรุ้ง หน้าตาดีไม่พอ รสชาติยังอร่อย มึความ creamy แถมไม่หวานเลี่ยนอีกด้วย 

image_347379
image_347380
image_347390

มี่ตั้ง : หมู่บ้านบ้านป๊อก ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่


เวลาเปิด - ปิด : 08.30 - 17.00 น. ( ปิดทุกวันจันทร์ / ปิดรับออเดอร์อาหาร 16.00 น. )


5. Grand Canyon Chiangmai


ถ้าอากาศจะร้อนประดุจว่าพระอาทิตย์เล่นมาจ่ออยู่ตรงหน้าเลย งั้นไปกระโดดเล่นว่ายน้ำกันที่ Grand Canyon ณ อำเภอหางดง กันเถอะค่ะ

image_347396
image_347398
image_347399

สำหรับ Grand Canyon ของที่นี้ไม่ได้เกิดจากทางธรรมชาตินะคะ แต่เกิดจากฝีมือการกระทำของมนุษย์ เรื่องมันมีอยู่ว่า ตัวเจ้าของได้ขุดหน้าดินไปขายเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว พอกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปก็กลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่และมีหน้าผาที่ลักษณะเหมือน Grand Canyon ในอเมริกา จนในปัจจุบันก็ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับเมืองเชียงใหม่จ้าว


image_347400

ที่นี่มีกิจกรรมทางน้ำมากมายให้เลือกเล่นค่ะ หรือ จะถ่ายรูปเล่นเพลินๆ ก็ได้

image_347401

หรือจะแอบส่องหนุ่มงานดีนัยน์ตาสีน้ำข้าว อุ๊ปส์ ! ( แต่ที่นี่เราเห็นฝรั่งเยอะกว่าคนไทยอีกค่ะ )

image_347402

ที่นี่มีรถแดงรับส่งจากในเมืองด้วยค่ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะเดินทางกันลำบาก อย่างที่บอกว่าที่นี่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากันเยอะ ก็เลยมีรถโดยสารไว้บริการรับรองนักท่องเที่ยวค่ะ

image_347403

ค่าเข้าชม 50 บาท / ค่าสวนน้ำ 300 บาท ( ถ้าไม่เข้าสวนน้ำก็ไม่ต้องจ่าย )


ที่ตั้ง : 202 หมู่ 3 ถนนเลียบคลองชลประทาน น้ำแพร่ อ.หางดง ( ใช้ถนนเลียบคลองชลประทาน ทางเดียวกับไปพืชสวนโลกและไนท์ซาฟารีเชียงใหม่ )


เวลาเปิด - ปิด : 08:30 - 18:00 น. ( เปิดให้บริการทุกวัน )


6. Phufinn Doi


ยังคงอยู่ที่ route เส้นอำเภอหางดงอยู่ค่ะ หลังจากเพลิดเพลินสำราญใจกันที่ Grand Canyon แล้ว คราวนี้ไปหาของอร่อยๆ เพิ่มความฟินให้กับตัวเองกันที่ Phufinn Doi ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่บนเนินเขา 


และนอกจากนี้ยังเป็นอีกร้านหนึ่งที่ติดอันดับเบอร์ต้นๆสำหรับสถานที่เช็คอินยอดนิยม ณ เมืองเชียงใหม่ เหตุผลนั่นก็เพราะว่า

image_347405
image_347407

ดูซิคะ บรรยากาศวิวพาโนรามาห้าดาวซะขนาดนี้ จะไม่ให้ผู้คนอยากมากันได้อย่างไร (น่าเสียดายวันที่เราไปฟ้าไม่เปิด บรรยากาศก็เลยดูขมุกขมัว แต่ก็ยังสัมผัสถึงความสวยงามได้อยู่ ส่วนแม่นางฝนชีดันไม่ตกซะงั้น....)

image_347409
image_347421


เพียงแค่นั่งทอดกายจิบกาแฟชิลล์ๆ ละสายตาจากโซเชียลซักพัก ทอดสายตาไปยาวๆ เพื่อชมวิวธรรมชาติที่ไม่ว่าจะมองหันไปทางไหนก็จะเห็นแต่สีเขียวรายล้อมรอบตัวเรา พร้อมสูดลมหายใจลึกๆ รับลมธรรมชาติ อย่างนี้สิที่เค้าเรียกว่าดีต่อใจ มันเป็นแบบนี้นี้เอง 

image_347408
image_347410

สำหรับที่นี่มีที่นั่งแบบ Outdoor สำหรับใครที่อยากจะชมวิวสวยๆ หรือ จะเลือกนั่งแบบ Indoor ซึ่งเป็นห้องแอร์แต่ก็ยังคงสามารถมองเห็นวิวธรรมชาติได้ค่ะ

image_347411
image_347412

ร้านนี้มีเมนูให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่ของหวานและเครื่องดื่มต่างๆ มากกว่าของคาว ถ้าเป็นของคาวก็จะเป็นอาหารฝรั่งจำพวกสลัด สปาเก็ตตี้ ประมาณนี้ ค่ะ

image_347413

white mint mocha

image_347414
image_347415
image_347416

ส่วนของหวานที่เราสั่งมาหน้าตาเป็นแบบนี้ มีทั้งบราวนี่ ไอติม วิปครีม และ ผลไม้นานาชนิด ยังถือว่าเป็นของหวานที่เฮลตี้อยู่นะ อิอิ ^^

image_347418

ตอนแรกที่สั่งคือไม่รู้ว่าจะมี dry ice มาด้วย พอพนักงานราดน้ำเข้าไปเท่านั้นแหละจ่า ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาเลย เมนูนี้เล่นเอาโต๊ะรอบข้างต่างพากันแตกตื่นปนตื่นเต้นและเกิดอยากรู้อยากเห็นว่าสั่งอะไรกันมา 555

image_347419
image_347420

ที่ตั่ง : ใกล้กับแกรนด์แคนยอน ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่

เวลาเปิด - ปิด : 08:30 - 18:00 น. ( เปิดให้บริการทุกวัน )


7. Cheevit Cheeva Fine Desserts ( สาขา ศิริมังคลาจารย์ ซอย 7 )


สำหรับใครที่มาเชียงใหม่แค่ไม่กี่วัน และไม่มีเวลามากพอที่จะไปปีนป่ายขึ้นป่าเขาลงห้วยเพื่อเสาะแสวงหาของกินอร่อยๆ นั้น ขออาสาไปชิมร้านขนมอร่อยๆ ที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง

 

นั่นก็คือ ร้าน Cheevit Cheeva ซึ่งมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกล่าวถึงความอร่อยของบิงซูที่ติดอันดับต้นๆ ของเมืองเชียงใหม่ แถมยังได้รับการการันตีด้วยรางวัล wongnai users’ choice 2017 อีกด้วยนะจ๊ะ บอกเลยไม่มาไม่ได้แล้วคร่า

image_347422

แค่เห็นภายนอกก็เริ่มตกหลุมรักแล้ว

image_347426
image_347427

บิงซูเทพ !


คราวนี้เราจะมาพิสูจน์เสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวความความอร่อยด้วยเมนู signature ของทางร้าน นั้นก็คือ บิงซู นั่นเองค่ะ เมนูบิงซูของที่นี้มีหลายแบบให้เลือก แต่แบบที่เราสั่งมาจะมีชื่อว่า Chocolate lava Bingsu

image_347428


พอตักเข้าปากปุ๊บ เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้รับรางวัลจาก wongnai ตัวไฮไลท์ที่ต้องทำให้ร้องว้าว นั้นก็คือ เกล็ดน้ำแข็งที่ถูกบดละเอียดนุ่มฟูราวกับหิมะละลายในปาก อีกทีเด็ดก็คือทางร้านได้โป๊ะวิปครีมเข้าไปอีก

โอ้โห งานนี้ขอยอมใจจริงๆ คือเจ้าตัววิปครีมมันนุ่มอร่อยละลายในปากมากกก บวกกับซอสช็อกโกแลตที่ถูกราดลงไปนั้นมีรสชาติที่ไม่หวานเกินไปและก็ไม่ขมเกินไป พอตักทุกอย่างรวมกันเข้าปาก สัมผัสได้ว่าทุกอย่างออกมาลงตัวจริงๆ

image_347429

สาวกบิงซูห้ามพลาด มาที่นี่ห้ามพลาดสั่งบิงซูเด็ดขาด Recommend !

image_347431

อีกเมนูเครื่องดื่มที่หน้าตาเก๋ๆ ---- คัสตาร์ดพุดดิ้งที่ลอยมาในโกโก้เย็น

image_347432

เนื้อเนียนๆ ดึ๋งๆ น่าหม่ำจริง

image_347433
image_347434

บริเวณ Outdoor

image_347435

บริเวณ Outdoor

image_347436

บริเวณทางเข้าด้านในร้าน

image_347437

บริเวณด้านในร้าน

image_347438

บริเวณเคาน์เตอร์ของร้าน

image_347439

การตกแต่งภายในร้าน

image_347440

ผนังเลียนแบบทำเป็นอิฐเรียงตัวสวย ด้านข้างมีชั้นวางกระถางดอกไม้ ดูสบายตา

image_347441

ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีนะคะ


ที่ตั้ง : ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 7 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เวลาเปิด - ปิด : 09:00 – 22:00 น. ( เปิดให้บริการทุกวัน )


8. ชมดอกไม้ที่ร้านอาหารกาแล


ที่สุดท้ายที่จะพามากัน ขอปิดท้ายด้วยการพามาชมดอกไม้สวยๆ ที่สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปีกันที่ร้านอาหารกาแลค่ะ  


ถึงจะเห็นว่าเป็นห้องอาหารก็ตาม แต่คราวนี้ไม่ได้จะพามาชิมนะจ๊ะ เพราะกินกันมามากมายก่ายกองแล้ว 555 แต่คราวนี้จะพาไปชมดอกไม้งามๆ ต่างหาก บอกก่อนเลยว่าที่นี้ เข้าฟรี ไม่เสียตังค์ซักแดงเดียว ทางร้านอาหารที่นี่ใจดีมากๆ ก่อนอื่นต้องขอบคุณกันก่อนค่ะ

image_347453

บริเวณทางเข้า


จุดที่สามารถชมดอกไม้ได้ฟรี คือบริเวณทางเข้าของร้านค่ะ ถึงจะฟรีแต่ไม่ใช่สวนเล็กๆกะโหลกกะลานะจ๊ะ จะพบว่ามีแต่ดอกไม้สีสันสวยงามเต็มไปหมด

image_347456
image_347457
image_347459
image_347454

ดอกไฮเดรนเยีย


ส่วนใหญ่ที่นี่จะเน้นดอกไฮเดรนเยียมากกว่าดอกอื่นๆ เป็นดอกไม้ที่มีสีสันพาสเทลน่ารักมากเลยค่ะ มีทั้งชมพูแล้วก็ม่วง สนุกถ่ายรูปกันสุดๆ แนะนำว่าให้ถ่ายรูปไปเยอะๆ อีกเช่นกันค่ะเพราะคิดว่าคงไม่ได้มากันบ่อยๆ

image_347460
image_347463


อีกอย่างที่จะแนะนำก็คือ ถ้ามาในช่วงซัมเมอร์แบบนี้ ให้มาประมาณช่วงเย็นๆ จะดีกว่าค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องเจอแดดร้อนๆ แถมอากาศกำลังเย็นสบาย จะได้ไม่ต้องชมดอกไม้ไปเช็ดเหงื่อไป 

image_347465
image_347468

โซนที่นั่งรับประทานอาหารท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้


ใครชมดอกไม้เสร็จเกิดอาการหิวก็แวะไปทานอาหารของร้านนี้ได้เลยค่ะ ส่วนโซนที่นั่งทานอาหารจะอยู่ด้านบริเวณล่างติดริมอ่างเกษตร มช. 

image_347473

เรือนไม้ขนาดเล็กน่ารักเป็นร้านขายกาแฟของทางร้าน


ที่อยู่ : ตั้งอยู่ภายในบริเวณสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ภาคเหนือ ( อ่างเกษตร มช. ) ให้ใช้เส้นทางถนนสุเทพ ( ถนนหลัง มช. ) โดยร้านอาหารกาแลอยู่ห่างจากถนนนิมมานเพียง 2 กิโลเมตร เท่านั้น


เวลาเปิด - ปิด : จันทร์ - พฤหัสบดี : 10:00 - 21:00 น. / ศุกร์ - อาทิตย์ : 10:00 - 22:00 น.


เป็นยังไงกันบ้างเอ๋ย สำหรับ 8 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองเชียงใหม่ที่ได้แนะนำไป ซัมเมอร์นี้เพื่อนๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปที่เชียงใหม่กันดูค่ะ แล้วจะสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ที่สามารถฟินได้ทุกฤดูไม่ว่าจะหนาวหรือร้อนก็ตาม แล้วคุณจะหลงรักเมืองนี้ ^^


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
heart liked