เติมความหวานกับ 'Butterscotch Pudding' สูตรพุดดิ้งแสนอร่อย

เติมความหวานกับ 'Butterscotch Pudding' สูตรพุดดิ้งแสนอร่อย

สูตรพุดดิ้งแสนอร่อย ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

07 September 2015
Payoon-noi
07 September 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ


หากใครกำลังมองหาของหวานเย็นๆ เนื้อเนียนๆ ละมุนๆ
 " บัตเตอร์สก็อตพุดดิ้ง "  น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะด้วยรสชาติของซอสบัตเตอร์สก็อต ที่หอมมีเอกลักษณ์ และรสสัมผัสเด้งดึ๋งๆ ของไข่ ที่ผสมในเนื้อขนม และความเข้มข้นของนมและวิปครีมที่เป็นตัวชูโรงให้พุดดิ้งชนิดนี้มีความอร่อยไม่เหมือนใคร ลองแล้วรับรองจะติดใจ

อยากรู้กันแล้วว่าทำยังไง  ไปดูส่วนผสมกันค่ะ!

image_32894
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com

 

ส่วนผสม
image_32895
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com

แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วย

เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ

นมสด 2 ถ้วยครึ่ง

ไข่แดง 3 ฟองใหญ่

เนยจืด 1/4 ถ้วย  ( 4 ช้อนโต๊ะ )

น้ำตาลทรายแดง 3/4 ถ้วย

เฮฟวี่ครีม 1 ถ้วย

วนิลา 1 ช้อนชา



ขั้นตอนการทำ

1. ผสมแป้งข้าวโพดเข้ากับเกลือในถ้วยผสมใบใหญ่ เทนมตามลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จนกลายเป็นเนื้อเดียว

image_32896
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


2. เทไข่แดงลงไปแล้วตีให้เข้ากัน

image_32897
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


3) ทำซอสบัตเตอร์สก็อต โดยการนำเนยใส่ลงในกระทะก้นลึก  เปิดไฟโดยใช้ความร้อนปานกลาง  เมื่อเนยละลายแล้วก็ใส่น้ำตาลทรายแดงตามลงไป คนเร็วๆ ให้น้ำตาลละลายแล้วเคี่ยวต่อไปจนเหนียว

image_32898
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com
image_32899
- ที่มารูป: p-fst1.pixstatic.com
image_32900
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


เมื่อเริ่มมีควันขึ้นเล็กน้อย ก็แปลว่าซอสได้ที่แล้ว ให้ยกลงจากเตาเลยค่ะ

image_32901
- ที่มารูป: p-fst1.pixstatic.com


4. เทเฮฟวี่ครีมลงในหม้อซอสบัตเตอร์สก็อต ค่อยๆ คนอย่างช้าๆ จนเมื่อส่วนผสมเริ่มเข้ากันดี  ก็ให้ยกขึ้นตั้งบนเตาอีกครั้ง คราวนี้ใช้ไฟอ่อนๆ

image_32902
- ที่มารูป: p-fst1.pixstatic.com

 


คนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นและงวดลง

image_32903
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


5. ยกซอสลงจากเตา แล้วเทซอสทั้งหมดลงในถ้วยที่ผสมแป้ง นม ไข่ เข้าไว้ด้วยกัน แล้วคนให้เข้ากัน ที่ต้องยกออกมาเทข้างนอก ก็เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิส่วนผสมก่อน หากเทชามนมลงไปในกระทะโดยตรง ไข่อาจจะสุกก่อนได้ค่ะ

image_32904
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


6. เทส่วนผสมกลับลงไปในกระทะอีกครั้ง ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่วานิลลาลงไป ใช้ไฟกลางๆ  ระหว่างอยู่บนเตาก็คนไปเรื่อยๆ

image_32905
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


จะมีฟองเดือดปุดๆ ขึ้นมาบนผิวขนม ต้มต่อไปอีก 2 นาทีแล้วยกลง

image_32906
- ที่มารูป: p-fst1.pixstatic.com


7. กรองเนื้อขนมผ่านกระชอน  เพื่อให้เนื้อออกมาเนียนมากขึ้น 

image_32907
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


8. นำกระดาษไขมาปิดหน้าขนม  เพื่อไม่ให้หน้าขนมเป็นฟิล์มแข็งๆ  จากนั้นนำเข้าตู้เย็นแช่ต่อไปอีก 3 วันเพื่อความอร่อย แต่ถ้าใครรอไม่ไหว 1 ชั่วโมงก็กินได้แล้วค่ะ

image_32909
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com
image_32908
- ที่มารูป: p-fst1.pixstatic.com


9. นำเอาออกมาจากตู้เย็น  แล้วใช้ไม้ตีไข่  คนๆ ให้เข้ากันอีกครั้ง  ขนมก็จะกลายเป็นเนื้อครีมเข้มข้นพร้อมทานแล้วค่ะ แหม่ อาจจะหลายขั้นตอนหน่อย  แต่รับรองผลที่ออกมาคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน

image_32910
- ที่มารูป: p-fst2.pixstatic.com


เสร็จแล้ว น่าทานไหมคะ?

image_32911
- ที่มารูป: p-fst1.pixstatic.com


เป็นอีกเมนูดีๆ ที่อยากให้ลองทำ ตอนนี้ พะยูนน้อย ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีค่าา ^^

ที่มา
- ที่มา: www.thekitchn.com
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @