Curator
curator
✧ Soul・* Sparkling ✧
121 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 5 นิสัย ของคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ
  • 1. มักจะทำเป็นเหมือนว่า "กำลังรีบอยู่"
  • 2. ชอบตั้งสถานะ "ไม่อยู่" ในอีเมล หรือโปรแกรมแชท ถึงแม้จะ "อยู่" ก็ตาม
  • 3. เขาจะชอบให้คุณเป็นฝ่ายรอ
  • 4. พูดถึงความก้าวหน้าในการงานแบบเกินจริง ในโซเชียล
  • 5. ต้องแสร้งประหนึ่งว่า "เก่ง" ที่สุดในห้องประชุม

5 นิ (น่าสง)สัย ของคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ #อยากให้ตัวเองดูสำคัญมากสิน้า 🙄

ลองสังเกตดีๆ ว่าคนรอบข้าง หรือเราเอง แอบทำให้ใครอึดอัดรึเปล่า!?

30 November 2017
curator_✧ Soul・* Sparkling ✧ ✧ Soul・* Sparkling ✧
30 November 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เคยรู้จักใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น หรือร่วมงานกัน แล้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนเก่งมากๆ จนทำให้เรารู้สึกด้อยมากๆ ไปเลยมั้ย ซึ่งคนเหล่านี้ เขาจะดูเป็นคนทำงานเก่ง ธุระเยอะ ผิดกับเราที่ดูเหมือนจะไม่มีหน้าที่อะไรเลย จนบางครั้งอาจทำให้เรารู้สึกว่า นี่เราแย่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย T_T

 

แต่จากการวิจัยค้นพบว่า บางกลุ่มในคนเหล่านี้ แท้จริงแล้วเป็นคนที่รู้สึกว่าตัวเองด้อย จึงต้องทำให้ตัวเองนั้นดูสำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการหลายๆ แบบ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ เนื่องจากทำให้คนรอบข้างอึดอัด และส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย เนื่องจากเป็นการปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง 

หากใครสงสัยว่าตัวเองเป็น หรือคนรอบข้างเป็นรึเปล่า ลองมาเช็คดูใน 5 นิสัย ของคนชอบเรียกร้องความสนใจ 

 

5 นิสัย ของคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ

 

1. มักจะทำเป็นเหมือนว่า "กำลังรีบอยู่"
image_501484
- ที่มารูป: media.giphy.com

คนที่พยายามจะทำเหมือนตัวเองเป็นบุคคลสำคัญ มักจะชอบแสดงท่าทางคล้ายๆ ว่า ตารางงานยุ้งยุ่ง ยุ่งซะจนไม่อาจจะใช้เวลากับเราได้นาน พฤติกรรมที่สังเกตได้ชัดๆ คือ ชอบทำเป็นมองนาฬิกาบ่อยๆ บ้างล่ะ เหลือบมองมือถือบ้างล่ะ เดินเร็วผิดปกติบ้างล่ะ และบางครั้งก็อาจจะเดินถืออะไรมาเยอะๆ เหมือนแบบหอบงานมาล้นมือบ้างก็มี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่การงาน ยิ่งอยู่ตำแหน่งสูงเท่าไหร่ ก็ต้องยิ่งดูวุ่นๆ มากขึ้นเท่านั้น

 

2. ชอบตั้งสถานะ "ไม่อยู่" ในอีเมล หรือโปรแกรมแชท ถึงแม้จะ "อยู่" ก็ตาม
image_501536
- ที่มารูป: www.pvhc.net

ส่วนใหญ่ เราไม่ค่อยจะสนใจสถานะในอีเมลหรือแชทกันสักเท่าไหร่หรอก ถึงแม้บางคนจะตั้ง ก็อาจจะตั้งเพราะไม่อยากให้รบกวนในนอกเวลางาน แต่สำหรับคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ การตั้งสถานะว่า "ไม่อยู่" อาจจะเป็นการทำให้เหมือนว่า ตัวเองนั้นสำคัญและยุ่งเกินกว่าที่จะมารับเมล หรือข้อความจากบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยว บางคนอาจจะตั้งสเตตัสประมาณว่า ได้รับเมลมากเกิน อาจจะมีตกหล่นบ้าง อะไรทำนองนี้

 

3. เขาจะชอบให้คุณเป็นฝ่ายรอ
image_501555
- ที่มารูป: media.giphy.com

คนที่ชอบทำตัวให้รู้สึกว่าตัวเองสำคัญ ก็มักจะชอบทำให้เรารู้สึกว่า เขามีอะไรหลายอย่างต้องทำ ยุ่งมากมายก่ายกอง ซึ่งถ้าหากมีการนัดคุยเกิดขึ้นล่ะก็ จะไม่เป็นฝ่ายมารอแน่นอน และเพื่อความพีคกว่านั้น นอกจากไม่มาก่อนแล้ว อาจยังมาสายกว่าที่นัดเอาไว้เยอะอีกต่างหาก และการที่ต้องเป็นฝ่ายรอ คุณก็จะถูกทำให้ดูสำคัญน้อยกว่าไปโดยปริยายเลย (แผนลวงสำเร็จแล้ว เราสำคัญที่สุดแล้วเย้! )

 

4. พูดถึงความก้าวหน้าในการงานแบบเกินจริง ในโซเชียล
image_501580
- ที่มารูป: media.giphy.com

ไหนๆ ก็ชอบทำตัวเองให้ดูสำคัญอยู่แล้ว สำหรับพื้นที่ในการโปรโมทตัวเองทางโซเชียลมีหรือจะพลาด! ส่วนใหญ่คนเหล่านี้มักจะชอบเขียนประวัติหน้าที่การงานแบบเกินจริง ผลงานอะไรนิดหน่อยที่เคยทำ ก็เอามาเขียนลงเป็นประวัติ เพื่อทำให้ดูความสามารถหลากหลายมากยิ่งขึ้น และนอกจากประวัติแล้ว เวลาอัพเสตตัสทีไร ก็อาจจะมีเรื่องน่าอิจฉาในหน้าที่การงานมาให้เห็นกันบ่อยๆ แบบว่าได้รับโอกาสอย่างนู้น อย่างนี้ ซึ่งเวลาคนอื่นเห็นแรกๆ อาจจะชื่นชม แต่หลังๆ มันอาจจะดูเอียนๆ ไปแล้วนะ

 

5. ต้องแสร้งประหนึ่งว่า "เก่ง" ที่สุดในห้องประชุม
image_501604
- ที่มารูป: i.imgur.com

เวลาที่คนประเภทนี้ รู้สึกได้ว่า มีคนที่ฉลาดกว่าตัวเองอยู่ในห้อง ก็จะรู้สึกเหมือนถูกคุกคาม ถูกแย่งความสนใจ พวกเขาจึงรู้สึกว่านี่คือการท้าทาย และจะต้องยอมไม่ได้ ดังนั้นพฤติกรรมที่แสดงออกมาคือ ถึงแม้จะไม่มีความรู้ในเรื่องที่กำลังพูดอยู่ แต่ก็จะพูดดึงดูดความสนใจให้ดูดี ด้วยความหวังว่าจะช่วยหลอกให้ดูฉลาดรอบรู้ไปทุกเรื่องได้ แต่ในขณะเดียวกัน บางครั้งพวกเขาก็จะไม่ค่อยเปิดโอกาสให้คุณแสดงผลงาน หรือบอกข้อมูลอะไรที่ในเรื่องที่เขารู้อยู่แล้ว เพราะคิดว่าไม่เป็นประโยชน์

 

อุว้าวๆๆ ขนาดแค่อ่านยังรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก บอกไม่ถูกแล้ว และคนรอบข้างของคุณล่ะ มีคนแบบนี้อยู่ใกล้ๆ อ๊ะเปล่า? หรือแม้แต่ตัวเอง ลองเช็คดูว่าเข้าข่ายมั้ยนะ ถ้าเข้าข่ายก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซะใหม่ เพื่อที่จะได้เข้ากับคนอื่นได้ดีมากยิ่งขึ้น

 ส่วนใครที่เจอคนรอบข้างเป็นแบบนี้ อาจจะต้องช่วยๆ กันดู ถ้ามีโอกาสบอก เปิดอกคุยกันได้ก็จะดีมาก เพราะทั้ง 5 ข้อนี้ ก็เป็นเพียงแค่ข้อเสียส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เลวร้ายอะไรมาก หากไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ เราก็แค่ยุ่งให้น้อยที่สุด จะได้ไม่ต้องเครียดให้เสียสุขภาพเน้ออ

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com