ซิสกูรู! เคล็ด (ไม่) ลับ กับทริคเลือกเสื้อชั้นในให้เข้ากับหน้าอก #สวยแบบไม่เสียทรง 👙

ซิสกูรู! เคล็ด (ไม่) ลับ กับทริคเลือกเสื้อชั้นในให้เข้ากับหน้าอก #สวยแบบไม่เสียทรง 👙

อยากรู้มั้ยคะ!? ว่าตัวเองคัพอะไร? หน้าอกเป็นแบบไหน? แล้วจะเลือกเสื้อชั้นในแบบไหนดี? วันนี้เรารวมคำตอบมาให้ซิสแล้วค่ะ

22 March 2018
Pearrisa
22 March 2018
เลือกอ่านตามหัวข้อ

    

ดูม มาจาเล่ ดูม มาจาเล่ ดูม ヾ( ͝° ͜ʖ͡°)ノ♪

Hello My Girl~ สาว SistaCafe คนไหน มีปัญหาหนัก ' อก ' หนักใจเรื่อง ' เสื้อชั้นใน ' บ้างคะ? ก็แหม ๆ เรื่องหน้าอกหน้าใจมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิงเรานี่นา แต่ กว่าจะหา ' เสื้อชั้นใน ' คุณภาพดี ใส่สบาย และเหมาะกับไซส์หน้าอกได้นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย พูดเลย!!! ก็ไหนจะหลวมเกินไปทำให้ไม่กระชับ หรือคับเกินไปจนหายใจไม่ออก #ขอความพอดีให้น้องหน่อย เห้อออ ออ คนสวยเพลีย

   

image_597511
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-1.fna.fbcdn.net

   

แต่!!! คนสวยอย่างเราจะไม่ยอมให้อุปสรรคจิ๋ว ๆ แบบนี้ มาทำร้ายความสวยหรอกนะคะ วันนี้เราเลยจะมาสวมวิญญาณเป็นซิสกูรู แชร์เคล็ด (ไม่) ลับ กับทริคเลือกเสื้อชั้นในให้เข้ากับหน้าอก #สวยแบบไม่เสียทรง ให้สาว ๆ ได้ดู จำ และนำไปใช้กัน

ซิสจ๋าาา~ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปดูได้เลย ʕ →ᴥ←ʔ

   

Part I : How To วัดขนาดหน้าอก

_____________________________________________________________________________

image_597493
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-1.fna.fbcdn.net

สาวซิสคะ! ก่อนที่เราจะไปเลือก เสื้อชั้นใน ตัวที่ใช่ สไตล์ที่ชอบ มาใส่กันแบบสวย ๆ แล้ว สิ่งสำคัญอย่างแรกที่ต้องทำก็คือ การวัดขนาดหน้าอก ของตัวเองนั่นเองค่ะ เพราะถึง เสื้อชั้นใน จะถูกใจใช่เลยขนาดไหน แต่ถ้าใส่ไม่สบาย ไซส์ไม่พอดี ก็คงไม่เวิร์กแน่ เพราะฉะนั้นก็ตามเราไปดู ฮาวทูวัดขนาดหน้าอกภายใน 3 สเต็ป
ง่าย ๆ
กันได้เลย

   

Step 1 - วัดขนาดรอบลำตัว ( Band Size )
image_597457
- ที่มารูป: imagesvc.timeincapp.com

มาเริ่มกันที่สเต็ปแรกก่อนเลยดีกว่าค่ะ กับ การวัดขนาดรอบลำตัว ( Band Size ) ขั้นตอนนี้สาว ๆ จะวัดขนาดโดยไม่สวม เสื้อชั้นใน หรือสวม เสื้อชั้นใน แบบไม่เสริม / ไม่ดันทรงก็ได้นะคะ เสร็จแล้วก็ ใช้สายวัดด้านที่มีหน่วยเป็นนิ้ว วัดรอบบริเวณใต้ทรวงอกแบบพอดี ๆ ไม่แน่หรือหลวมจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนได้

ถ้าเกิดว่าตัวเลขที่วัดได้เป็นเลขคู่ ก็ให้บวก 4 เพิ่มเข้าไป แต่ถ้าตัวเลขที่วัดได้เป็นเลขคี่ ก็ให้บวก 5 เข้าไปแทน นะคะ อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่ง ' งง ' ไปค่ะ เดี๋ยวเรายกตัวอย่างง่าย ๆ ให้ฟัง ก็อย่างเช่นวัดขนาดออกมาได้ 32 นิ้ว + 4 นิ้ว ก็จะได้ขนาดรอบลำตัวเป็น 36 นิ้ว ส่วนถ้าวัดขนาดออกมาได้ 33 นิ้ว + 5 นิ้ว ก็จะได้ขนาดรอบลำตัวเป็น 38 นิ้วนั่นเอง

   

Step 2 - วันขนาดรอบอก ( Bust Size )
image_597468
- ที่มารูป: imagesvc.timeincapp.com

หลังจากวัดขนาดรอบลำตัวเสร็จไปแล้ว ก็ตามมาดูสเต็ปต่อมาได้เลยค่ะสาวซิส นั่นก็คือ การวัดขนาดรอบอก ( Bust Size ) นั่นเอง วิธีวัดก็ง่ายมาก ๆ แค่ นำสายวัดมาวัดบริเวณหน้าอกตรงส่วนที่ยื่นออกไปมากที่สุด ได้ตัวเลขมาแล้วก็อย่าลืมจดเอาไว้ด้วยนะคะ เผื่อเผลอลืมขึ้นมาจะได้ไม่ต้องวัดใหม่ให้เสียเวลา

    

Step 3 - คำนวณคัพหน้าอก ( Cup Size )
image_597473
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-1.fna.fbcdn.net

สาว ๆ คะ ได้เวลามารื้อฟื้นสกิลวิชาคณิตคิดเร็วด้วยการ คำนวณคัพหน้าอก ( Cup Size ) กันแล้วล่ะ หลังจากที่เราวัดทั้งขนาดรอบตัวและขนาดรอบอก มาเรียบร้อยแล้ว ก็ ให้นำ ขนาดรอบอก ลบด้วย ขนาดรอบลำตัว แล้วนำไปเปรียบเทียบตามตารางด้านล่างได้เลย อย่างเช่น 37 นิ้ว (ขนาดรอบอก) - 34 นิ้ว (ขนาดรอบลำตัว) = 3 นิ้ว นั่นก็หมายความว่าคัพของสาวซิสตรงกับ 34C ไงล่ะคะ คำนวณกันได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะ

      

image_597471
- ที่มารูป: i.pinimg.com

   

PART II : How To เช็คความพอดีของเสื้อชั้นใน

_____________________________________________________________________________

image_597485
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-1.fna.fbcdn.net

อ๊ะ ๆ เคล็ด (ไม่) ลับในการเลือก เสื้อชั้นใน ยังไม่หมด อย่าเพิ่งสลบไปก่อนนะคะ เพราะว่าหลังจากที่เรารู้ขนาดคัพของตัวเองไปแล้ว คราวนี้ก็ต้องมาเช็คกันหน่อยแล้วล่ะ ว่า เสื้อชั้นใน ที่กำลังจะควักสตางค์ซื้อนั้นมันพอดีกับขนาดหน้าอกของเราจริงรึเปล่า? #ถามจริง

- เสื้อชั้นในจะต้องซัพพอร์ตหน้าอกได้ดี:
 เสื้อชั้นในที่ใช่จะต้องเก็บเนื้อบริเวณหน้าอกของเราได้ดี เพราะฉะนั้นตอนลองเสื้อชั้นใน ก็อย่าลืมก้มตัวไปข้างหน้า บิดตัวซ้ายที ขวาที เพื่อให้แน่ใจว่าเสื้อชั้นในตัวนี้สามารถเก็บเนื้อบริเวณหน้าอกของเราได้ดีในทุกสถานการณ์

- เช็คขอบเสื้อชั้นในให้ดี: สาว ๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหาตะขอเสื้อชั้นในดึงรั้งขึ้นด้านบนจนเกินไปแน่นอนเลย ถึงด้านหน้าจะใส่ได้สวยขนาดไหน แต่ก็ห้ามลืมด้านหลังเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะว่าเสื้อชั้นในที่พอดี ระยะตะขอหลังต้องอยู่ในระดับเดียวกันกับเสื้อชั้นใน ด้านหน้าด้วยนะ

- ต้องแน่ใจว่าเสื้อชั้นในที่ใส่ไม่หลวมเกินไป: 
วิธีเช็คง่าย ๆ ก็คือ ถ้าสอดนิ้วมือเข้าไประหว่างเสื้อชั้นในและรอบลำตัวได้เพียงนิ้วเดียว นั่นก็แสดงว่าเสื้อชั้นในตัวนี้มีความพอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไปนั่นเอง

- ตรวจดูสายให้แน่น ติดตะขอให้กระชับ: ซิสคะ ซื้อเสื้อชั้นในใหม่ทั้งที ก็อย่าให้ต้องล้วงมือไปดึง ไปเก็บเวลาสายตกเลยนะคะ มันจะทำให้สาวสวยอย่างเราดูเสียจริตได้

- ลองเสื้อในแล้วก็อย่าลืมส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง: เชื่อเถอะค่ะสาว ๆ ว่ากระจกไม่เคยหลอกเรา แบบนี้ขั้นตอนสุดท้ายในการเช็คความพอดีของเสื้อชั้นใน ก็คือการส่องกระจกเช็คดูอีกครั้งว่าหน้าอกของเราอยู่ในระดับกึ่งกลางระหว่างไหล่และข้อศอกรึเปล่า? ถ้าคำตอบคือไม่ ก็ได้เวลาหาเสื้อชั้นในตัวใหม่ที่กระชับกว่าเดิมแล้วล่ะ

   

PART III : เลือกบราตัวที่ใช่ให้เข้ากับลักษณะหน้าอก

_____________________________________________________________________________

image_597495
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-1.fna.fbcdn.net

It's Shopping Time !!! ได้เวลาไปช้อป เสื้อชั้นใน ตัวใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่าแล้วค่ะสาว ๆ หลังจากที่ได้รู้ทริคดี ๆ กันไปหลายข้อแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาที่สาวซิสจะได้ไป เลือก เสื้อชั้นใน ตัวที่ใช่สำหรับลักษณะหน้าอกแต่ละแบบ แล้วล่ะ ถ้าเตรียมบัตรเครดิตรูดปรื้ด ๆ พร้อมแล้ว ก็ไปลุยกันโลดดด

   

Type 1 : หน้าอกไม่เท่ากัน ( Asymmetrical )
image_597538
- ที่มารูป: www.barcodemagazine.vn

ลักษณะหน้าอก : ขนาดหน้าอกไม่เท่ากัน ( Asymmetrical ) โดยที่หน้าอกข้างใดข้างหนึ่งมีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่า

เสื้อชั้นในที่ใช่ : ควรเป็นชุดชั้นในแบบมีโครง เสริมฟองน้ำแบบถอดออกได้ เพื่อที่จะช่วยซัพพอร์ตหน้าอกให้มีความกระชับ เท่ากันมากขึ้น

   

Type 2 : หน้าอกทรงระฆัง ( Bell Shape )
image_597540
- ที่มารูป: www.barcodemagazine.vn

ลักษณะหน้าอก : หน้าอกทรงระฆัง ( Bell Shape ) เป็นหน้าอกที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายระฆัง โดยหน้าอกส่วนบนจะแบนกว่าส่วนล่าง

เสื้อชั้นในที่ใช่ : ควรเป็นชุดชั้นในที่ปิดเนื้อส่วนหน้าอกได้ดี เพื่อที่จะซัพพอร์ตหน้าอกให้กระชับขึ้น และไม่ทำให้รู้สึกปวดไหล่

   

Type 3 : หน้าอกชี้ไปคนละทาง ( East West )
image_597544
- ที่มารูป: www.barcodemagazine.vn

ลักษณะหน้าอก : หน้าอกชี้ไปคนละทาง ( East West ) และระยะห่างระหว่างหน้าอกค่อนข้างกว้าง

เสื้อชั้นในที่ใช่ : ควรเป็นชุดชั้นในที่ไม่มีตะเข็บและตะขอ สีสันเรียบ ๆ เพราะชุดชั้นในแบบนี้จะสวมใส่สบาย และช่วยคงรูปทรงของหน้าอกได้ดี

   

Type 4 : หน้าอกทรงกลม ( Round )
image_597547
- ที่มารูป: www.barcodemagazine.vn

ลักษณะหน้าอก : หน้าอกทรงกลม ( Round ) ถือเป็นลักษณะหน้าอกที่สาว ๆ นิยมศัลยกรรมมากที่สุด เพราะเนื้ออกเต็มสม่ำเสมอกัน

เสื้อชั้นในที่ใช่ : ควรเป็นชุดชั้นในที่ช่วยยกกระชับหน้าอก เพราะเสื้อชั้นในแบบนี้จะช่วยรองรับขนาดและน้ำหนักของหน้าอกได้ดี

   

Type 5 : หน้าอกห่าง ( Side Set )
image_597553
- ที่มารูป: www.barcodemagazine.vn

ลักษณะหน้าอก : หน้าอกห่าง ( Side Set ) โดยระยะห่างระหว่างหน้าอกค่อนข้างกว้าง แต่หน้าอกไม่ได้ชี้ไปคนละทาง

เสื้อชั้นในที่ใช่ : ควรเป็นเสื้อชั้นในที่ช่วยยกกระชับหน้าอก หรือเสื้อชั้นในลูกไม้ เพื่อช่วยอำพรางระยะห่างของหน้าอกเอาไว้

   

Type 6 : หน้าอกเล็ก ( Slender )
image_597558
- ที่มารูป: www.barcodemagazine.vn

ลักษณะหน้าอก : หน้าอกเล็ก ( Slender ) โดยพื้นที่บริเวณหน้าอกส่วนบนจะกว้าง แล้วค่อย ๆ แคบลงมาด้านล่าง

เสื้อชั้นในที่ใช่ : ควรเป็นเสื้อชั้นในคอวีเว้าลึก เพราะเสื้อชั้นในแบบนี้จะช่วยดึงหน้าอกให้ตึงกระชับมากขึ้นนั่นเอง

   

Type 7 : หน้าอกทรงหยดน้ำ ( Teardrop )
image_597563
- ที่มารูป: www.barcodemagazine.vn

ลักษณะหน้าอก : หน้าอกทรงหยดน้ำ ( Teardrop ) ลักษณะจะคล้าย ๆ กันกับหน้าอกทรงระฆัง แต่เนื้อบริเวณหน้าอกส่วนบนจะเต็มกว่า และมีลักษณะคล้ายกับหยดน้ำ

เสื้อชั้นในที่ใช่ : ควรเป็นเสื้อชั้นในแบบคอวีลึก เพราะเสื้อชั้นในชนิดนี้จะช่วยยกและเติมเต็มหน้าอกให้สวยขึ้นกว่าเดิม

   

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

เป็นยังไงกันบ้างคะสาว ๆ กับ เคล็ด (ไม่) ลับ กับทริคเลือกเสื้อชั้นในให้เข้ากับหน้าอก #สวยแบบไม่เสียทรง ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ ทำตามกันได้แบบง่าย ๆ เลยว่ามั้ยล่ะคะ? สิ่งสำคัญในการเลือกเสื้อชั้นในที่ใช่ก็คือสวมใส่สบายและช่วยเติมเต็มหน้าอกของเราให้สวยขึ้นนั่นเอง งั้นเราต้องขอตัวไปช้อป เสื้อชั้นใน ตัวใหม่ก่อนนะคะ แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้า Bye bye ( ̄▽ ̄)ノ

   

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @