5 วิธี แก้อาการ "กรดไหลย้อน" โดยไม่ต้องพึ่งหมอ #มีสูตรแบบนี้ก็ดีสิ!

5 วิธี แก้อาการ "กรดไหลย้อน" โดยไม่ต้องพึ่งหมอ #มีสูตรแบบนี้ก็ดีสิ!

ใครที่กินอาหารไม่ตรงเวลา แล้วมีอาการกรดไหลย้อนรีบเข้ามาอ่านกันเถอะ!

28 March 2018
✧ Soul・* Sparkling ✧
28 March 2018
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ทุกวันนี้เราทุกคนต่างมีภาระของแต่ละคนแตกต่างกันไป จนบางคน ซึ่งก็ค่อนข้างจะเป็นส่วนใหญ่ด้วต้องประสบปัญหากับการไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะกินอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ได้กินข้าวเช้า และกินข้าวดึก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ที่ต้องทรมานจากโรคจากทางเดินอาหาร

 

และโรคกรดไหลย้อนเอง ก็เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่คนส่วนใหญ่สมัยนี้ต้องประสบกัน มีคนมากถึง 80% ที่ต้องเผชิญกับอาการกรดไหลย้อนในช่วงกลางคืน และอีก 40% ก็จะเจออาการนี้ประมาณอย่างน้อเดือนละครั้ง ซึ่งอาการกรดไหลย้อนนี้ก็สร้างความทรมานให้เราเหลือเกิน เพราะจะมีความรู้สึกปวดแสบ ปวดร้อนกลางอก จนบางคนต้องเสียยาค่าหมอไปหลายรอบ

แต่วันนี้เรามี 5 วิธี ที่จะช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อน โดยไม่ต้องพึ่งหมอ ไปดูกันเลยจ้า

 

5 วิธี แก้อาการ " กรดไหลย้อน " โดยไม่ต้องไปหาหมอก็ได้

 

1. นอนให้ถูกท่า
image_601847
- ที่มารูป: cdn.shopify.com

ท่านอนที่เรานอนกันทุกคืนก็มีส่วนสำคัญต่ออาการกรดไหลย้อนเช่นกัน หากใครที่ต้องทนทุกข์กับอาการปวดแสบปวดร้อนกลางอก ในกลางดึกทุกคืน ขอแนะนำให้เลือกท่านอนตะแคงซ้าย ซึ่งจะมีผลช่วยต่อระบบการย่อยที่ดีขึ้น


ส่วนตำแหน่งของตัวนั้น ควรจะยกสูงขึ้น ก็จะช่วยป้องกันการไหลกลับของน้ำย่อยในกระเพาะได้ดีกว่าการนอนราบ แต่ไม่ใช่ว่าให้ใช้วิธีหนุนหมอนสูงๆ อย่างเดียว เพราะจะไม่ดีต่อคอของเรา ควรจะหาหมอนรูปสามเหลี่ยมลาดเอียง ที่จะช่วยยกศีรษะเราให้สูงขึ้นจากพื้นได้ 6 นิ้ว


ใครอยากรู้จักหมอนสามเหลี่ยมให้ดีขึ้น ดูบทความนี้ได้เล้ย


 

2. เลือกกินให้ถูก
image_601868
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ข้อนี้จัดเป็นข้อสำคัญของการรักษาอาการกรดไหลย้อนเลยนะ ซึ่งนั่นก็คือ " การเลือกทานอาหาร " ประเด็นสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่จะกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนให้เป็นหนักขึ้น ซึ่งได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ( โดยเฉพาะไวน์แดง ), กาแฟ, ผลไม้ตระกูลส้ม, ช็อกโกแลต, กระเทียม, หัวหอม, มะเขือเทศ, สาระแหน่ และอื่นๆ ที่มีรสชาติเผ็ด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืออาหารขยะที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จำไว้ว่ายิ่งเราทานของดีๆ ต่อร่างกาย ระบบย่อยยิ่งทำงานได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ควรจะให้ความใส่ใจกับวิธีการกินด้วย ควรจะเคี้ยวช้าๆ ให้ละเอียด และแบ่งมื้อย่อย เป็น 5 มื้อต่อวัน อย่ากินมื้อใหญ่ๆ 2 มื้อ เพราะคนที่เป็นกรดไหลย้อน คือระบบย่อยมีปัญหา จึงควรต้องหลีกเลี่ยงการกินอาหารเยอะๆ รวดเดียว เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ทำงานได้ดีขึ้น

 

3. เลิกพฤติกรรมที่ไม่ดี หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
image_601884
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เมื่อเราต้องการแก้ไขอาการกรดไหลย้อนอย่างจริงจัง เราก็ควรต้องใจแข็ง ตัดพฤติกรรมเดิมๆ ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคนี้ ออกไปจากระบบชีวิต อย่างเช่นนิสัยการดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ และการสูบบุหรี่ และที่สำคัญควรลดน้ำหนัก ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย การที่มีสุขภาพดี ก็จะช่วยให้ระบบการทำงานของทางเดินอาหารดีขึ้นด้วย


การลดน้ำหนักลงบ้าง ก็มีส่วนช่วยรักษาอาการกรดไหลย้อนได้เช่นกัน เพราะไขมัน จะสร้างแรงกดให้กับท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุให้น้ำย่อยตีกลับ ลองไปปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญดูว่า จะทำอย่างไรให้มีค่า BMI อย่างน้อยต่ำกว่า 25 ได้บ้าง

 

4. ทำความรู้จักกับ Superfood กันเถอะ
image_601899
- ที่มารูป: i.pinimg.com

รู้จักศัตรูแล้ว ก็ต้องรู้จักสิ่งที่เป็นพันธมิตรกับเราด้วย ซูเปอร์ฟู้ด หรือสุดยอดอาหาร เป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณรักษาอาการกรดไหลย้อนได้  อย่างเช่น ผัก, ผลไม้ที่ไม่ใช่ตระกูลส้ม, ขิง, ข้าวโอ๊ต และอื่นๆ ที่นอกเหนือจากข้อ2 

อาหารที่เป็นมิตรต่อเราเหล่านี้ ถูกรู้จักในนามซูเปอร์ฟู้ด ที่จะไม่กระตุ้นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งนับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบการย่อยของเรา แถมยังมีแคลอรี่น้อยอีกต่างหาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะงดอาหารที่มีไขมันทั้งหมดไปเลย เพราะไม่งั้นจะได้รับสารอาหารไม่พอ แต่เราสามารถเลือกอาหารที่มีไขมันต่ำได้ อย่างเช่นน้ำมันทานตะวัน, วอลนัท, อะโวคาโด และเมล็ดแฟล็กซ์

 

5. หลีกเลี่ยงการใส่ชุดรัดรูป
image_601906
- ที่มารูป: i.pinimg.com

แรงดันก็เป็นสาเหตุสำคัญของกรดไหลย้อนเช่นกัน ฉะนั้นเสื้อผ้าที่รัดรูปจนเกินไป โดยเฉพาะการสวมเข็มขัด จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดบนหน้าท้องมากขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้ของเหลวในช่องท้องของเราเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ฟังดูอาจจะแปลกเหมือนไม่เกี่ยว แต่ก็จริงนะเอ้อ

ใครที่กำลังเผชิญกับอาหารกรดไหลย้อน ลองเน้นสวมใส่ชุดที่สบายๆ ไม่รัดหน้าท้องจนเกินไป และหลีกเลี่ยงชุดรัดรูปหากไม่จำเป็น คุณอาจจะต้องพิจารณาดีๆ ว่า เลือกสวยชั่วคราว แต่ทรมานจากอาการปวดแสบปวดร้อน หรือจะสวยถาวรอย่างมีสุขภาพดี อันไหนดีต่อคุณมากกว่ากันนะ

 

ขอให้ใครก็ตามที่กำลังอยากหายจากอาการกรดไหลย้อน ที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็นำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แนะนำว่าอย่าคิดว่าเป็นหน้าที่ ลองคิดให้เป็นธรรมชาติว่า จะได้หายจากความทรมานนี้เร็วๆ อย่าไปกดดันแล้วเครียด เพราะความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนเช่นกัน

ปฏิบัตตาม 5 ข้อนี้ เท่าที่ทำได้ แล้วขอให้ทุกคนหายจากโรคกรดไหลย้อนไวๆ นะจ๊ะ

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @