หมดไฟทำงาน? 5 ทริค เติมฟืนให้ Passion ปลุกใจ ให้มีไฟอีกครั้ง! 😊🔥

หมดไฟทำงาน? 5 ทริค เติมฟืนให้ Passion ปลุกใจ ให้มีไฟอีกครั้ง! 😊🔥

กลยุทธ์ในการเติมพลังใจในการทำงาน ใครหมดไฟ ต้องดู!

28 March 2018
☆* Dream Inspired *☆
28 March 2018
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

คุณยังจำความฝันในวัยเยาว์ได้มั้ย? ในวัยช่างฝันตอนนั้น ไม่ว่าจะดูเกินจริงแค่ไหน เราก็รู้สึกว่ามันเป็นไปได้เสมอ แต่เมื่อพอเติบใหญ่ขึ้น แทนที่ความฝันจะโตตาม กลับเล็กลงอย่างน่าใจหาย อย่าว่าแต่ให้ฝันใหญ่โตเลย ขนาดฝันเล็กๆ อย่างการทำงานให้บรรลุได้อย่างมีความสุขในแต่ละวันยังทำไม่ได้เลย

 

พูดไปแล้ว ก็คิดถึงต้วเองในตอนสมัยนั้น ไม่ต้องย้อนไปถึงตอนเด็กหรอก ตอนเรียนจบใหม่ๆ Passion ก็ยังสูงกว่าตอนปัจจุบันเป็นไหนๆ ใครที่กำลังประสบภาวะหมดไฟ ไม่ต้องตกใจ เพราะคุณไม่ใช่คนเดียวที่กำลังท้อกับความรู้สึกนี้ ยังมีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนกันกับคุณ

 

จะให้พูดจริงๆ แล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องดี ถึงจะบอกว่ามีอีกหลายคนเป็นเหมือนกับเรา ก็ใช่ว่าจะทำนิ่งเฉยไม่แก้ปัญหาได้ เพราะเจ้าความรู้สึกหมดไฟนี้ เป็นเพียงภาวะหนึ่ง ที่มาเคลือบจิตใจและตัวตนที่แท้จริงของเรา ซึ่งถ้าเราสลัดออกไม่ได้ ก็กลายเป็นว่าเรากลายเป็นคนที่ทิ้งตัวเอง ด้วยน้ำมือตัวเอง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ยาวนานต่อไป เรามาแก้ปัญหาการหมดไฟในการทำงาน ด้วย 5 ทริค เติม Passion ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

หมดไฟทำงาน? 5 ทริค เติมฟืนให้ Passion ปลุกใจ ให้มีไฟอีกครั้ง!

 

1 # ระบุให้ชัด มีอะไรที่เปลี่ยนไป
image_602013
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ปัญหาแรกที่ทำให้เราขมุกขมัว ไม่ไปไหนซักที นั่นเป็นเพราะว่า แม้แต่สาเหตุที่เราหมดไฟ ตัวเองก็ยังไม่รู้เลย ซึ่งถ้าหากเราต้องการจะแก้ไขสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ พยายามหาสาเหตุ มันมีอะไรเกิดขึ้น มีอะไรที่เปลี่ยนไป จนทำให้เรารู้สึกไม่อยากทำงานบ้างมั้ย


ลองให้เวลากับตัวเองแล้วก็คิด ว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคืออะไร เช่น มีพนักงานใหม่เข้ามา และดูท่าว่าเจ้านายจะชอบจนมองข้ามเราไป หรือเป็นเพราะงานที่เราทำ มันไม่รู้สึกท้าทายอีกต่อไป? เมื่อเรามองเห็นถึงปัญหาที่แน่ชัดแล้ว ก็จะทำให้เราสามารถลงมือหาทางแก้ไขต่อไปได้แบบเห็นรูปเห็นร่างมากขึ้น

 

2 # อะไรบ้างที่เรา ชอบ/ไม่ชอบ
image_602014
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ในขั้นนี้จะช่วยทำให้เรารู้ความรู้สึกตัวเองมากขึ้น และสามารถมองหาแหล่งที่จะงัด Passion ในตัวเรามาอีกครั้ง ด้วยการดูว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ มีอะไรบ้างที่เราชอบ เชื่อเลยว่าในงานที่เราทำ ต้องมีซักอย่างหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกสนุก ไม่งั้นเราคงไม่เลือกมาทำตอนแรกหรอกจริงมั้ย?


ถามตัวเอง อะไรที่ทำให้เรารู้สึกมีไฟ มีพลังอยากจะทำเมื่อตอนแรกที่เข้ามารับหน้าที่นี้,โปรเจคไหนที่ทำให้เรารู้สึกมีพลังเหลือล้นที่จะทำ, การประชุมงานอันไหนที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าร่วม แล้วอันไหนที่ทำให้รู้สึกว่าซังกะตาย? จากนั้นก็เขียนเป็นลิสต์ Top 5 สุดยอด Passion ที่ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย เขียนออกมาให้เป็นลายลักษณ์อักษณ เห็นด้วยตากันแบบจะๆ ไปเลย

 

3 # ขอรับหน้าที่เพิ่มขึ้น
image_602015
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งโกรธกริ้วโกรธา ที่ให้ของานเพิ่ม ที่มาของทริคนี้นั้นเป็นเพราะว่า บางทีที่คุณเบื่อ อาจเป็นเพราะงานที่ทำมันซ้ำๆ เดิมๆ เป็นรูทีนเกินไปจนสามารถทำได้แม้ตอนหลับตา ซึ่งบางทีที่เรากลายเป็นแบบนี้นั้น อาจเป็นเพราะเรามัวแต่หลบอยู่ในคอมฟอร์ทโซน ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ก็ได้เงินเดือน ซึ่งดีสำหรับคนขี้เกียจ แต่ไม่ดีสำหรับคนที่ต้องการความก้าวหน้าเลยซักนิด


การที่เราไปขอรับหน้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากจะได้เปลี่ยนบรรยากาศงานแล้ว ก็ทำให้หัวหน้าเล็งเห็นถึงความขยัน ซึ่งนำไปสู่การเลื่อนขั้นที่ก้าวหน้ามากขึ้นอีกด้วย แถมยังทำให้เราได้รู้สึกตื่นเต้น ท้าทายกับงานอีกครั้งหนึ่งอีกต่างหาก รู้แบบนี้แล้ว อย่ามัวหลบอยู่ในเงาตัวเอง ก้าวออกมาจากคอมฟอร์ทโซนกันดีกว่า!

 

4 # ประยุกต์ Passion เข้ากับงาน
image_602016
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ยกเลิกความน่าเบื่อจำเจออกไป ด้วยความสร้างสรรค์ที่มากขึ้น พยายามคิดว่าเราจะใช้ Passion 5 ข้อนั้นที่เราได้ลิสต์ออกมา ร่วมกับการทำงานได้อย่างไร เช่น Passion ของคุณ คือการได้พูดต่อหน้าผู้คน รู้สึกว่าการได้ยืนพูดคนเดียวเด่นๆ แล้วปล่อยมุก ทำให้คนชอบใจแล้วเราก็รู้สึกมีความสุขดี ก็ให้ลองปรึกษากับหัวหน้า ขอรับหน้าที่พรีเซนต์ภายในองค์ ในการประชุมแต่ละเดือน หรือถ้ามีการประชุมนอกสถานที่ ก็เสนอตัวไปช่วย เป็นต้น

 

5 # ให้เวลากับ Passion เฉพาะตัวให้มาก
image_602017
- ที่มารูป: i.pinimg.com

นอกเหนือจากงานแล้ว เรามักจะมีอีก Passion หนึ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กจนถึงโต ถ้าใครไม่รู้ว่าเป็นอะไร ให้ลองถามตัวเองว่า ‘ ถ้าหากมีเวลาว่าง 1 สัปดาห์ เราจะทำอะไร? ’ เมื่อเราตอบคำถามตัวเองได้ ก็จะทำให้รู้ว่า แท้จริงแล้วลึกๆ Passion ในชีวิตเราคืออะไรกันแน่ เมื่อเราได้ให้เวลากับตัวเองในสิ่งที่ชอบ จะช่วยให้เราผ่อนคลาย มีความสุข และมีไฟมากขึ้น เมื่อเรามีไฟที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้ว เผลอๆ เราอาจจะรู้ตัวเองกว่าเดิม และสามารถนำสิ่งที่ตัวเองชอบมาทำเป็นอาชีพเลยก็เป็นได้


ยกตัวอย่าง ถ้าสมมุติว่าคุณชอบการวาด Digital Painting มากๆ เมื่อกลับมาแต่ละวัน ถ้ารู้สึกว่าต้องวาดรูปให้ได้ก่อนนอน ก็แบ่งเวลามาวาด เพราะถ้าคุณต้องทนไปยันวันศุกร์เพื่อทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็อาจทำให้รู้สึกทรมานกับที่ทำงาน เนื่องจากรู้สึกว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานอดิเรกที่เราชอบได้ ฉะนั้น แบ่งเวลาในแต่ละวันทำสิ่งที่ชอบ ก็จะช่วยให้จิตใจเรากระชุ่มกระชวยในทุกๆ วันได้

 

เมื่อเราลองทำครบทั้ง 5 ข้อแล้ว ก็จะทำให้ไฟที่มอดๆ ของเรา กลับมาลุกโชนได้อีกครั้ง แต่ใครที่ลองทำแล้วรู้สึกว่ายังไงก็ไม่มีไฟ ก็ไม่ต้องกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ บางทีมันอาจไม่ใช่สำหรับเราจริงๆ ลองทำความเข้าใจกับตัวเองให้มากขึ้น แล้วจะรู้ว่า สิ่งที่เราชอบ งานที่เราควรทำ แท้จริงแล้วนั้นคืออะไรค่ะ ^^

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @