ทดสอบประสิทธิภาพโฟมล้างหน้ากัน ! Biore สูตรเก่า หรือ สูตรใหม่ ใครจะชนะ 😀

ทดสอบประสิทธิภาพโฟมล้างหน้ากัน ! Biore สูตรเก่า หรือ สูตรใหม่ ใครจะชนะ 😀

ฮั่นแน่ เห็นอะไรออกใหม่ก็อยากลองกันใช่ไหมคะ เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน
คิดว่าไหนๆ ก็เสียเงินซื้อมาแล้ว เลยมาทดลองประสิทธิภาพให้รู้กันไปเลยดีกว่า !!
ไปดูกันเลยยยย

19 June 2018
cawaiizom
19 June 2018


ถ้าจะพูดถึง Biore ( บิโอเร ) คิดว่าหลายๆ คนก็คงรู้จักกันมานานแล้ว
เพราะผลิตภัณฑ์ของเค้ามีมานานมากกกก
ว่าง่ายๆ คือตั้งแต่เราเริ่มโตเป็นสาวมา ก็เห็นแบรนด์เนี้ยอยู่ตามห้างสรรพสินค้า
เห็นโฆษณาทางทีวีมาโดยตลอด และแน่นอน เราก็เคยใช้บิโอเรมานานมากแล้วเหมือนกัน

image_676624

เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของบิโอเรนะ
ใช้มาตั้งแต่สมัยที่มีโฟมล้างหน้าไม่กี่สูตร แพ็กเกจดูเรียบๆ โฟมสครับยังเป็นแบบเม็ดใหญ่ๆ
จนปัจจุบันนี้ บิโอเรมีผลิตภัณฑ์หลากหลายมากๆ ตั้งแต่โฟมล้างหน้าธรรมดา
โฟมล้างหน้าดีท็อกซ์ โฟมล้างเครื่องสำอาง คลีนซิ่งแบบน้ำ แบบน้ำนม แบบออยล์
กันแดดทาผิวหน้า กันแดดทาตัว และอื่นๆ อีกเพียบ
เยอะแยะม๊ากกกกกกก

ซึ่งวันนี้ เราจะขอมาพูดถึงโฟมล้างเครื่องสำอางกันก่อน
เพราะได้ข่าวว่าเค้าออกรุ่นใหม่มา เป็นแบบมี Micellar ด้วยนะเอ้อ

ตัวเราเองเห็นแล้วตื่นเต้นมาก เพราะส่วนตัวใช้สูตรเก่าอยู่
คือ Biore 2 in 1 Makeup Remover Foam
Bright & Soft Skin
ซึ่งเจ้าตัวนี้มันจะมีสูตรเดียว คือสูตรผสม Hyaluronic Acid และ Royal Jelly

เราใช้มานานมาก เกิน 10 หลอดอีกบอกเลย
วิธีใช้ของเราคือวันไหนขี้เกียจมาก หรือแต่งหน้ามาเบาๆ เราจะใช้ตัวนี้ล้างหน้าอย่างเดียวเลย
แต่ส่วนมากแล้ว เราจะใช้คลีนซิ่งแบบน้ำเช็ดเครื่องสำอางก่อน
แล้วใช้ตัวนี้ล้างอีกรอบ เพื่อความมั่นใจว่าหน้าสะอาดแน่นอน
เพราะมันเป็นโฟมที่มีเมคอัพรีมูฟเวอร์ผสมอยู่ด้วยนั่นเอง

image_676630


มาพูดถึงสูตรใหม่กันบ้าง
Biore Speedy Micellar Cleansing
มีด้วยกันทั้งหมด 3 สูตรเลยทีเดียว

สูตรสีชมพู Moisture Soft ( เนื้อครีม ผิวนุ่มชุ่มชื้น )
สูตรสีเขียว Acne Care ( เนื้อเจล ผิวใสไม่มีสิว )
สูตรสีม่วง Bright Up ( เนื้อเจลสครับ ผิวกระจ่างใส )

และเราเลือกสูตรสีม่วง Bright Up มาลองค่ะ
เพราะเราแอบดูแล้ว สูตรสีชมพู ตัวบำรุงหลักๆ เค้าเหมือนสูตรเก่าเลยค่ะ
คือ Hyaluronic Acid และ Royal Jelly

เอาจริงตอนแรกที่เลือกมา ก็กังวลนะว่าเม็ดสครับมันจะใหญ่ไหม
จะบาดหน้าหรือเปล่า แต่เอาวะ ลองดูก็ได้ 5555 

image_676631

จากที่เราลองใช้กับหน้า เรารู้สึกว่าสูตรใหม่ล้างเครื่องสำอางได้ดีกว่า
ซึ่งเราลองโดยการล้างหน้าฝั่งนึงด้วยสูตรเก่า ( 2 in 1 )และล้างอีกฝั่งด้วยสูตรใหม่ ( Micellar )
เรื่องการล้างแป้ง บลัชออน มันออกเหมือนกันหมดนะคะ
แต่สูตรใหม่ล้างที่เขียนคิ้วแบบน้ำที่เราใช้ออกได้ดีกว่า
( เราใช้ Browit By Nongchat ค่ะ )

และที่เรากังวลว่าสครับจะใหญ่ หรือบาดผิวไหม
จากที่ลองมา ไม่เป็นเลยค่ะ เนื้อมันละเอียดมาก
ละเอียดจนบางทีสงสัยว่านี่มีสครับจริงป่าวเนี่ย 555

image_676632


สูตรเก่า ( 2 in 1 ) กับสูตรใหม่ ( Micellar ) ปริมาณสุทธิเท่ากันนะคะ ที่ 90 กรัม
ขนาดหลอดก็เท่ากัน แพ็กเกจจิ้งเหมือนกันหมด ต่างกันแค่เปลี่ยนฉลากแค่นั้นเอง

image_676633


เราจะให้ดูพลังการทำความสะอาดโดยถ่ายจากหน้าเราก็ไม่ถนัด
ขอทดสอบให้ดูที่แขนแล้วกันนะคะ

โดยเราจะทดสอบด้วย รองพื้น แป้งผสมรองพื้น อายไลเนอร์ และที่เขียนคิ้วค่ะ
ซึ่งทุกชิ้นที่เราเลือกมานั้นกันน้ำทั้งหมดนะคะ

รายการที่เลือกมามีดังนี้

- Make Up Forever Ultra HD Foundation
- Flawless Me Foundation Powder
- Flawless Me Liquid Eyeliner
- Maybelline Super Stay Matte Ink 

image_676639


โดยเราจะลงเมคอัพทั้งหมดไว้ที่แขน แล้วแบ่งเป็นฝั่งสูตรเก่า ( 2 in 1 ) และสูตรใหม่ ( Micellar ) นะคะ

image_676643
image_676644

เราจะทดสอบโดยการล้างทีละฝั่ง และจับเวลากันค่ะว่าใช้เวลาเท่าไหร่
ซึ่งจากที่เราลอง เราล้างฝั่งสูตร 2 in 1 ก่อน โดยใช้เวลาประมาณ 1 นาที 29 วินาทีในการล้าง
ในส่วนของสูตร Micellar เราใช้เวลาล้าง 1 นาที 16 วินาที
พบว่าสามารถล้างเครื่องสำอางออกได้เท่าๆ กัน และดีกว่านิดหน่อย

image_676646
image_676647


จากการทดสอบ แป้งและรองพื้นเริ่มละลายออกมาในช่วง 10-20 วินาทีแรก
ตามด้วยอายไลเนอร์ ช่วงประมาณ 30 วินาที
ในส่วนของที่เขียนคิ้ว และลิปใช้เวลานานมากเลยค่ะ
แต่เรายังไม่ได้ลองกับที่เขียนคิ้วแบบดินสอธรรมดานะคะ มันอาจจะล้างออกเร็วกว่า
เพราะแบบที่เราใช้ คือเขียนไปดำน้ำยังไม่หลุดเลย 5555
ส่วนลิปอันนี้คือลิปจูบไม่หลุด มันก็เลยทนมากๆ ด้วยแหละค่ะ

เราขอสรุปการทดสอบไว้ตรงนี้แล้วกันนะคะ
ระหว่างสูตร 2 in 1 และสูตร Micellar 
เรื่องของการทำความสะอาด ค่อนข้างสูสีกันค่ะ ให้ Micellar ชนะไปนิดนึง
แต่ในส่วนของความหลากหลายนี่ก็ต้องสูตรใหม่ Micellar อีกนั่นแหละ
เพราะเค้ามีให้เลือกมากถึง 3 สูตรแล้วแต่ที่เราต้องการเลย

ใครที่ยังมีสูตร 2 in 1 อยู่ ใช้ให้หมดก่อนนะคะไม่ต้องรีบ
เพราะมันดีพอๆ กันเลยค่ะ ^^
เราเองก็ยังมีตุนไว้อีก 3 หลอด ไม่รู้เมื่อไหร่จะใช้หมดเลยเนี่ย 555

หวังว่าทุกคนจะชอบบทความนี้ของเรานะคะ
ส่วนครั้งหน้าจะเขียนเรื่องอะไร อย่าลืมติดตามกันน้า ♥

image_676655
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @