Glass Skin หลบไป! เทรนด์สวยใหม่สาวเกาหลีต้อง “Cloudless Skin” - พร้อม 5 เคล็ดลับสู่ ‘ผิวเด็ก’ จากบิวตี้บล็อกเกอร์เกาหลี

Glass Skin หลบไป! เทรนด์สวยใหม่สาวเกาหลีต้อง “Cloudless Skin” - พร้อม 5 เคล็ดลับสู่ ‘ผิวเด็ก’ จากบิวตี้บล็อกเกอร์เกาหลี

เทรนด์นี้เป็นกระแสในหมู่สาวเกาหลีตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และกำลังจะกลายเป็นเทรนด์ความงามของสาวทั่วโลกในไม่ช้า ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเทรนด์ ‘Cloudless Skin’

05 October 2018
SistaCafe PR
05 October 2018
เลือกอ่านตามหัวข้อ


เทรนด์เกาหลีกลายเป็นหนึ่งในกระแสที่มีอิทธิพลกับวงการความงามทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์คุชชั่น การมาส์กหน้า หรือเทรนด์ฮิตของปีที่แล้วอย่าง ‘ Glass Skin ’ แต่ล่าสุด! เกาหลีมีเทรนด์ใหม่มาอีกแล้ว!! เทรนด์นี้เป็นกระแสในหมู่สาวเกาหลีตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และกำลังจะกลายเป็นเทรนด์ความงามของสาวทั่วโลกในไม่ช้า ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเทรนด์ ‘ Cloudless Skin ’

Cloudless Skin คืออะไร?


ความหมายของ Cloudless Skin คือผิวที่กระจ่างใสเหมือนท้องฟ้ายามไร้เมฆหมอก อ้าว แล้วมันเป็นเทรนด์ใหม่ยังไง ? ก็เพราะ Cloudless Skin ของสาวเกาหลีไม่ใช่แค่ไร้ริ้วรอย แต่จะต้องเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และสุขภาพดีประหนึ่ง ‘ ผิวเด็ก ’ ที่ยังไม่เคยเผชิญกับมลภาวะต่างๆ Cloudless Skin จึงไม่ใช่แค่การบำรุง หรือแต่งหน้าให้ผิวดูชุ่มชื่น ฉ่ำน้ำอย่างเทรนด์ Glass Skin แต่การจะมีผิวแบบ Cloudless Skin ได้นั้นจะต้องมีการบำรุงดูแลผิวแบบจริงจัง และต่อเนื่อง

เทรนด์ Cloudless Skin ทำให้สาวๆ เกาหลีหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้ากันมากขึ้น เราจึงได้เห็นทั้งบรรดาดารา-ไอดอล และบิวตี้บล็อกเกอร์ออกมาแบ่งปันวิธีการดูแลผิวหน้าของตัวเองกันมากมาย มาดูกันดีกว่าเขามีเคล็ดลับผิวอะไรกัน


1. กฎเหล็ก ต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกวัน!

image_773038

ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า ก็ควรล้างหน้าด้วย Cleansing ทุกวัน เพราะผิวหน้าของคุณต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ มาทั้งวัน นักวิเคราะห์ด้านความงามชื่อดังของเกาหลี ไดเรคเตอร์ ไพ ( Director Pi, Pi Hyun Jeong ) และเมคอัพอาร์ทติส ยูฮวาอี แนะนำตรงกันว่าการใช้ Cleansing Oil เป็นตัวเลือก Makeup Remover ที่ดีที่สุด เพราะสามารถล้างเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด และอ่อนโยนกับผิวหน้าที่สุด เพียงใช้มือถูก็สามารถเอาสิวหัวดำ และเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากผิวหน้าของเราได้ คนผิวมันอาจจะรู้สึกว่า Cleansing Oil ยิ่งทำให้หน้ามัน แต่ความจริงแล้ว Cleansing Oil ช่วยควบคุมความมันได้

Product Pick :: Cleansing Oil ที่ไดเรคเตอร์ ไพ และยูฮวาอี แนะนำตรงกันคือ RICE WATER BRIGHT LIGHT CLEANSING OIL จาก THE FACE SHOP เป็นผลิตภัณฑ์ oil-like ที่มีน้ำมันน้อยกว่า 50% ซึ่งทั้งสองแนะนำว่าดีกว่าผลิตภัณฑ์ Natural oil ( น้ำมัน 60-70% ) ที่ต้องล้างออกถึงสองครั้ง ซึ่งอาจทำร้ายผิวได้ โดยเฉพาะคนที่ผิวมันหรือผิวผสมจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่เป็น oil-like มากกว่า Cleansing Oil ตัวนี้ยังทำให้รู้สึกสดชื่นหลังใช้ ทำความสะอาดได้หมดจด ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน ที่สำคัญคือทำให้ผิวชุ่มชื้น

 

2. ต้องใช้โทนเนอร์


เมื่อก่อนคนมักคิดว่าใช้โทนเนอร์เพื่อทำความสะอาด จึงคิดว่าไม่จำเป็น เพราะล้างหน้าให้สะอาดก็เพียงพอแล้ว จริงๆ แล้วโทนเนอร์นอกจากจะใช้ทำความสะอาดอีกรอบหลังล้างหน้า ยังช่วยปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการทาครีมบำรุง และช่วยเติมน้ำให้ผิวด้วย ผิวของเราก็จะสามารถดูดซึมเซรั่ม และครีมได้ดียิ่งขึ้น

Product Pick :: ไดเรคเตอร์ ไพ แนะนำว่าควรเลือกโทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมันซิลิโคน และ AHA BHA โทนเนอร์ที่ไดเรคเตอร์ ไพ แนะนำสำหรับคนผิวแพ้ง่าย คือ Mamonde Chamomile Pure Toner สำหรับคนที่ผิวมันไดเรคเตอร์ ไพ แนะนำ U:re Skin Egg Plant Master All-in-One Toner และ Thelab Blanc.D Hyaluronic Acid 5000 Toner สำหรับคนผิวแห้ง ( Cr. https://youtu.be/C8wXn0Xdp1c )

 

3. ทากันแดดทุกวัน แม้ไม่ออกแดด


แดดไม่เพียงทำให้สีผิวเข้มขึ้น ยังทำให้ผิวหน้าของคุณมีจุดด่างดำ และมีริ้วรอย ถึงแม้ว่าจะไม่ออกนอกบ้าน รังสี UV จากภายนอกก็สามารถส่องทะลุกระจกมาถึงผิวหน้าของคุณได้ จึงควรจริงจังกับการทาครีมกันแดด! ทาทุกวันก่อนออกแดด 30-60 นาที และทาซ้ำๆ ตลอดทั้งวัน ถ้าทำได้ทุก 2 ชั่วโมงยิ่งดี

ยูนา ( UNA )
บิวตี้บล็อกเกอร์ที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิว แนะนำว่าเคล็ดลับของเธอคือการเลือกครีมกันแดดให้เข้ากับผิว สำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายให้ใช้ครีมกันแดดแบบ Physical Sunscreen ที่ไม่มีสารเคมี ส่วน Chemical Sunscreen ถึงแม้จะมีส่วนประกอบของสารเคมี แต่ไม่อันตราย และเหมาะกับการแต่งหน้ามากกว่า เพราะจะไม่เปลี่ยนสี ไม่ทำให้หน้าเทา  

Product Pick :: ยูนา ( UNA ) แนะนำครีมกันแดดที่เธอใช้แล้วชอบ Chemical Sunscreen : Dr+Lab: Medi Sun Protect SPF50/PA+++ อีกชิ้นคือ Physical + Chemical Sunscreen : Nature Republic California Aloe mild sunblock SP35/PA++ เพราะไม่ทำให้ผิวเทาเวลาแต่งหน้า และยังทำให้ผิวชุ่มชื้น เหมาะกับคนผิวมัน ส่วนคนที่ผิวแห้ง ด้านดร.คูยงซู ( Koo Yongsu ) ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้า แนะนำให้เลือกแบบที่เป็น มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง หรือแบบเจล จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้

 

4. สกินแคร์ไม่ใช่ทุกอย่าง!


ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้สกินแคร์จะช่วยผิวเราได้มาก แต่สกินแคร์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้ทุกอย่าง ร่างกายเรานี่เองที่มีกลไกในการรักษาตัวเองที่ดีเยี่ยมกว่าสกินแคร์เสียอีก ยูนา ( UNA ) บอกว่าเคล็ดลับการดูแลผิวของเธอคืออาหาร โดยเริ่มต้นจากการหยุดกินอาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารที่ไม่มีประโยชน์อย่างกาแฟ ของทอด ช็อกโกแลต อาหารที่มีน้ำตาลสูง เน้นทานผักใบเขียวที่มีวิตามินซี จะช่วยบำรุงผิวได้

การพักผ่อนให้เพียงพอและถูกเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในเวลาที่เรานอน ผิวจะฟื้นฟูตัวเอง จึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และควรเข้านอนช่วง 4 ทุ่ม เพื่อให้หลับลึกในช่วงเที่ยงคืน ซึ่งโกรท ฮอร์โมนจะหลั่งมาซ่อมแซมผิวหน้าของเรานั่นเอง นอกจากนี้ ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำลายผิว เพราะเมื่อเรารู้สึกเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งไปลดระดับคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวไม่แข็งแรง ไม่สามารถเก็บรักษาความชุ่มชื้นได้ การจัดการความเครียดจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาสุขภาพผิวของเรา

5. สม่ำเสมอเท่านั้นที่ครองโลก!


กุญแจสู่การมีผิวแบบ Cloudless Skin คือการทำทุกอย่างที่กล่าวไปในข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ เพราะเราเจอมลภาวะเพิ่มทุกวัน เมื่อไหร่ที่เราหยุดดูแลผิว ผิวก็จะแย่ลง และทำให้การดูแลที่ผ่านมานั้นสูญเปล่า ถึงแม้ว่าการทำงาน หรือการเรียนในแต่ละวันจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย ลองคิดถึงผลลัพธ์ผิวที่คุณอยากมี ก้าวข้ามความขี้เกียจนั้นให้ได้ แล้วคุณจะได้มีผิวสวย กระจ่างใส ไร้ริ้วรอยและจุดด่างดำ

ถึงแม้ว่าจะเป็นเทรนด์ที่ดูเป็นไปได้ยากกับการมี ‘ ผิวเด็ก ’ แต่การตั้งไว้เป็นเป้าหมาย เพื่อเริ่มต้นจริงจังกับการดูแลผิวของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดี ผิวดีชีวิตก็ดี! ไม่ต้องแต่งหน้าเยอะก็สวย และที่สำคัญคือทำให้คุณรักและรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากขึ้น

อัปเดตเทรนด์ใหม่สาวเกาหลี ทั้งเทรนด์ความงาม และแฟชั่น พร้อมพบกับบู๊ธสกินแคร์ และเครื่องสำอางจากเกาหลีหลากหลายแบรนด์ ในราคาพิเศษสุด! ในงาน Korea Culture & Tourism Festival 2018 วันที่ 6 – 7 ตุลาคมนี้ ที่ GMM Live House ชั้น 8 Central World ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : KTO Thailand หรือเว็บไซต์ http://koreafestival2018.com

image_773220
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @