Curator
curator
Troika
2 followers
summary intro: 5772

[นิยาย] Love in Mind : ถึงเธอจะซ่อนชู้ แต่ฉันก็รู้นะ - ตอนที่ 4.1 : เธออยากให้เขา แต่ฉันเจ็บ

ตอน เธออยากให้เขา แต่ฉันเจ็บ

18 January 2016
curator_Troika Troika
18 January 2016

 

 

 

ตอนที่ 4.1 :  เธออยากให้เขา แต่ฉันเจ็บ


ไม่กี่วันผ่านไปไบค์ก็มาหาฉันอยู่ที่หน้าหอตั้งแต่หกโมงเย็น เขาบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาด่วน ซึ่งถ้าให้เดาก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง... ของขวัญวันครบรอบของยัยพู่กัน! ฉันรู้สึกอยากจะบ้าตายกับการต้องมานั่งฟังเขาพล่ามบ่นต่างๆ นานา แต่ก็นะ หน้าที่ของเพื่อนที่ดีก็คือทนเจ็บฟังเขาเล่า


เฮ้อ~ คิดแล้วก็เซ็ง อดทนไว้ค่ะยัยเกล หนู่ต้องทำตัวสวยค่ะ สวย... เก่งค่ะ เก่ง... ดีมาก... STRONG!!!


ฉันเดินลงมาถึงหน้าหอก็เห็นหน้าเขายิ้มหน้าบานเป็นกระด้งตั้งแต่ไกล ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันอยากจะยิ้มตอบหรอกนะ ถ้าไม่ได้ยินความคิดที่เขากำลังตื่นเต้นเรื่องซื้อของขวัญให้พู่กันไม่หาย


ให้ตายเหอะ ฉันล่ะอยากถอดความสามารถในการอ่านความคิดคนเสียจริง บางทีการที่ไม่รู้ว่าเขามีความสุขเรื่องพู่กัน ฉันอาจจะดีใจก็ได้ และที่สำคัญ ยิ่งรู้ว่าพู่กันเปลี่ยนเป้าหมายเป็นแมธธิวแล้ว ยิ่งทำใจลำบาก


ถึงแม้ว่าฉันอาจจะดีใจอยู่ลึกๆ ว่าฉันอาจจะได้เสียบแทนที่ยัยนั่นก็เถอะ แต่กลัวเขาเสียใจมากกว่า


หูยยย พูดแล้วดูเป็นคนดีขึ้นมาทันทีเลยอ่ะ แฮ่ๆ


“แกๆ วันนี้เรารีบออกจากที่ทำงานเร็วเพราะอยากจะปรึกษาแกเรื่องของขวัญวันครบรอบของเรากับพู่กัน”


นั่นไง ฉันว่าแล้ว


“อ่อ แกอยากให้อะไรอ่ะ” ฉันพยายามฉีกยิ้มให้เขา


“เราอยากซื้อเสื้อคู่ว่ะ แบบฟรุ้งฟริ้งๆ จะได้พาพู่กันใส่เสื้อคู่ไปขี่มอไซค์รอบเกาะเสม็ด” แล้วนายไบค์ก็ทำท่าเขินใส่ฉัน


ส่วนฉันก็ได้แต่พยายามฉีกยิ้มต่อแล้วตอบ “เอ่อฉัน...”


ฉันกำลังจะหาทางปฏิเสธ แต่


“นะแก ไปกับเราหน่อย” เขาส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ฉัน แล้วกระพริบตารัวๆ ใส่


หึ่ย ให้มันได้อย่างนี้สิ


“เออ”


“แกพาเราไปนะ”


“หือ” ฉันหันไปมองมันอย่างงุนงง “แกจะซื้อของให้แฟน ยังจะใช้ฉันขับรถไปให้อีกเหรอ”


“ฮี่ๆ แกอ่ะ นะๆๆๆ แกก็รู้นี่ว่าเราไม่มีรถ แกมีรถก็ขับให้หน่อย เดี๋ยวเรายอมจ่ายตังค์ค่าน้ำมันให้เลย ไปตลาดรถไฟกัน”


“...” ฉันยังคงเม้มปากพลางมองหน้าเขาอย่างเจ็บปวดใจ


เขามาหาฉันก็แค่อยากจะให้ช่วยเรื่องแฟน ไม่ได้อยากจะไปเที่ยวกับฉันจริงๆ โอ๊ยยย ถึงจะรู้ความคิดเขาตั้งแต่แรก ยังไงเกลก็ทรมานใจค่ะท่านผู้ชม


“งั้น ฉันยอมจ่ายค่าข้าวให้ด้วยเลยอ่ะ ไปมั้ย” มันว่าพลางชี้หน้าฉัน


“อือๆ ” ฉันพยักหน้า ก่อนจะห่อปากใส่ ใจจริงค่าข้าวฟรีไม่ได้มีผลกับฉันเท่าไรหรอกนะ แต่แค่เห็นลูกอ้อนของมันก็ทำให้ฉันแทบบ้าแล้ว


ฉันขับรถพาไบค์ไปเรื่อยๆ จนถึงตลาด รายนั้นก็มัวแต่พล่ามว่าตื่นเต้นเรื่องของขวัญตลอดทางจนฉันประสาทแทบกิน                  


จะพูดทำไมนัก ฉันรู้สึกเหมือนแกกำลังหักอกฉันอยู่เลย ฮืออ STRONG ไว้นะยัยเกล STRONG!!!


และโชคดีนะที่ฉัน STRONG พอที่จะแสดงละคร เลยพูดคุยกับมันได้อย่าปกติ เหมือนคนไม่มีอะไร


ขอรางวัลสุพรรณหงค์หน่อยค่าาา แฟนคลับของเกลทั้งหลาย


“อ้าวถึงแล้วๆ ” ฉันบอกไบค์ที่ยังเม้าท์ไม่เลิก


ฉันและเขาลงจากรถ แล้วมองตลาดอันกว้างใหญ่ที่ไม่รู้จะเริ่มจากไหนดี แต่ฉันคิดว่าบางทีเราอาจจะต้องหาอะไรกินเป็นอย่างแรก เผื่อจะช่วยให้ไบค์หยุดพูดเรื่องของขวัญบ้าง


“ไปซื้อของขวัญกัน” ไบค์บอกพลางเตรียมมุ่งหน้าไปในตลาดทันที แต่ฉันต้องรีบคว้าแขนเขาให้หยุดเดิน


“ของแบบนี้มันต้องยื่นหมูยื่นแมวสิแก ฉันอุตส่าห์ขับมา แกก็ต้องเลี้ยงข้าวฉันก่อนสิ” เขามองที่มือฉันที่จับแขนเขาค้างอยู่นิดหน่อย ก่อนจะสบสายตาฉันด้วยท่าทางใสซื่อ


หัวใจของฉันเริ่มเต้นผิดจังหวะ ถ้าเทียบแบบในหนังหรือเอ็มวีมันก็คงเป็นแบบภาพสโลว์โมชั่น แล้วก็มีเพลงรักดังขึ้น สายตาของเขากำลังทำให้ฉันหวั่นไหว


ฉันรีบปล่อยแขนเขาออกแล้วเสมองทางอื่นแทน


“เฮ้ยเป็นไรวะ หน้าแดง ไม่สบายอ่อ” เขาพยายามสำรวจหน้าฉัน “เออๆ ถ้าหิวขนาดหน้าแดงแบบนี้ เราพาไปกินข้าวก็ได้”


ห๊ะ! เดี๋ยวๆๆๆๆ มันมีแต่หิวจนหน้าซีดไม่ใช่เหรอ อะไรของนายไบค์มันวะ หิวจนหน้าแดง นี่มันซื่อ หรือซื่อบื้อจริงๆ กันแน่เนี่ย นี่เมื่อกี้ฉันเขินเว้ย โอ้ มาย ก็อด! เขาเป็นแฟนกับพู่กันได้ยังไง ฉันอยากจะพาเขาไปพบจิตแพทย์ รักษาโรคเอ๋อ ตายๆๆ เข่าอ่อนแป๊บ


“เอ่อ กินๆ ”


ฉันส่ายสะบัดเรียกสติตัวเองก่อนจะเอ๋อตามเขาแล้วเดินนำเขาไปที่โซนขายอาหาร


ส่วนเขาก็ได้แต่เดินส่งสายตามองของขายในตลาดจนฉันต้องลากให้เขาเดินตามมา แต่พอเขาเดินมาเท่านั้นแหละ...


“แก เสื้อตัวนั้นเราว่ามันน่ารักมาก เป็นแก แกว่าพู่กันจะชอบมั้ย”


อืม...ยังมีแต่เรื่องนี้สินะ ฉันล่ะอยากทิ้งมันไว้ตรงนี้ แล้วให้หาแท็กซี่กลับเองจริงๆ


ฉันตัดสินใจไม่ตอบแล้วแวะซื้อไข่หมึกทอดจากร้านแถวหัวมุมตลาด ก่อนจะรีบยัดใส่ปากมันให้หยุดพูด


“อ่ะ กินเข้าไปจะได้มีพลังเดิน”


และหลังจากเขากินเข้าไปคำนึงเท่านั้นแหละ เขาก็ส่งสายตาเป็นประกายมาให้ฉันทันที


“เฮ้ย อร่อยอ่ะ เอาอีกๆ ป้อนอีกๆ ” เขาโยกหัวไปมาอย่างมีความสุขก่อนจะอ้าปากรอ


เห็นท่าทางนั้นฉันก็อดขำไม่ได้ จึงต้องรีบจิ้มไข่หมึกแล้วป้อนเขาไปอีกคำ


ภาพความน่ารักของเขาที่เห็นตอนนี้ ทำให้ฉันยิ่งหวังว่าซักวันนึง เราจะได้อยู่ในอีกฐานะนึงที่ไม่ใช่เพื่อน


ฉันมองไบค์ที่เคี้ยวไข่หมึกทอดตุ้ยๆ ก่อนจะหันซ้ายหันขวามองร้านอาหารอื่น “แกตรงนั้นมีส้มตำถาดด้วยอ่ะ อยากลองกิน


ว่าแล้วเขาก็ลากฉันไปที่ร้านนั้นแล้วสั่งส้มตำถาดทันที


หลังจากที่ส้มตำถาดมา เขาก็รีบโซ้ยกินอย่างมีความสุข แม้โต๊ะที่ร้านอาหารในตลาดนี้จะแคบๆ และติดกับร้านข้างๆ จนนั่งลำบาก แต่เวลาเห็นเขามีความสุขแล้ว ฉันก็มีความสุขด้วย


ฉันเผลอยิ้มให้กับเพื่อนที่สนิทมากว่าสองปี


ฉันอยากให้แกอยู่กับฉันตลอดไปจังเลยไบค์


“อร่อยว่ะ นานๆ ทีเราจะมีเวลาออกมาเดินเล่นแบบนี้ ทำงานแม่งน่าเบื่อ แต่ก็ทำไงได้ ต้องช่วยแม่หาเงิน” ไบค์ก้มหน้าบ่นพลางจิ้มแคบหมูในส้มตำถาดกิน


“ก็พักบ้างดิแก จริงๆ หน้าอย่างแก ไปสมัครเป็นดาราก็สบายเลยนะ เงินน่าจะดีกว่าด้วย” ฉันเสนอความคิดเห็น ฉันคิดแบบนี้มานานแล้วแหละ เขาหน้าตาดี แถมยังหุ่นดีด้วย เป็นดารา คงดังเป็นพลุแตก


“เราแสดงละครไม่เก่งว่ะ” เขาบ่นพลางห่อปาก


“นายแบบก็ได้อ่ะ เดี๋ยวฉันช่วยส่งโปรไฟล์แกให้โมเดลลิ่งที่รู้จักให้ก็ได้นะ”


“จริงดิ มีแกช่วยคงดีอ่ะ”  


“สบายอยู่แล้ว” ฉันยิ้มให้ก่อนจะแอบเอาโทรศัพท์ถ่ายรูปเขาตอนกิน เอาน่า ขอแอบถ่ายหน่อยก็แล้วกัน นานๆ ทีจะเห็นเขาในสภาพแบบนี้


และจังหวะนั้นเอง...


“ทำไมคุณไม่ซื้อสัตย์กับผมเลย” เสียงผู้ชายร้านอาหารตามสั่งข้างๆ ดังขึ้นจนฉันกับไบค์ต้องหันไปมอง


“เปล่านะ เราก็มีเธอคนเดียว” ผู้หญิงตอบ


“แล้วนี่อะไร” ฝ่ายชายตะคอกแล้วโชว์อะไรบางอย่างผ่านหน้าจอโทรศัพท์ มันดูเหมือนจะไม่เป็นเรื่องที่เราจะต้องใส่ใจหรอกนะ แต่ฉันก็อินกับเรื่องนี้มาก เพราะคล้ายกับเรื่องของใครบางคนที่ใกล้ตัว... จนต้องหันไปจ้องอย่างสนใจว่าเรื่องจะจบลงยังไง

 

#โปรดติดตามตอนต่อไป

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
โฆษณา
Search @