Review "บ้านกกกอด กาญจนบุรี" ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน!! ฟินกับวิวภูเขาใกล้ๆ เมืองกรุง

Review "บ้านกกกอด กาญจนบุรี" ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน!! ฟินกับวิวภูเขาใกล้ๆ เมืองกรุง

วันนี้จะพาไปรีวิวบ้านกกกอด กาญจนบุรีกันค่ะ

28 November 2018
Anemone
28 November 2018


สวัสดีค่ะสาวๆ ทุกคน จากคำสัญญาของบทความที่แล้วที่เราบอกว่าจะพาเที่ยวบ้านกกกอด อีกหนึ่งแลนมาร์คของกาญจนบุรี ขอบอกว่ามาตามสัญญาแล้วนะคะ โดยเราจะขอรีวิวตั้งแต่ขึ้นรถจากเอราวัณมาเลยค่ะ บอกพี่คนขับว่า "พี่คะ ลงแยกโป่งปัดค่ะ" เมื่อถึงแยกโป่งปัด พี่เขาจะจอดให้เราเองเลย นั่งรอตรงป้อมตำรวจก็ได้นะคะ ระหว่างนั้นก็โทรให้ทางรีสอร์ทมารับ ไม่สนับสนุนให้เดินเข้าไปนะคะ เพราะว่าทางเปลี่ยวมากค่ะ แล้วก็ไกลมากเลยด้วย

นั่งรถมาได้สักพักหนึ่งเราก็จะถึงหน้ารีสอร์ทกันแล้วล่ะค่ะ

image_807307
image_807308

ทางเข้าของที่นี่จะโดดเด่นด้วยดอกพวงชมพูที่อยู่ริมทางเดินนั่นเองค่ะ


บ้านที่เราเลือกพักเป็นบ้านที่ชื่อว่า "บ้านชมดาวค่ะ" จุดเด่นก็คือมีห้องน้ำในตัว มีดาดฟ้าสำหรับชมดาวตอนกลางคืน และชมวิวตอนเช้าๆ เย็นๆ ได้แบบฟินๆ เลยนะคะ

image_807309

วิวจากลานชมวิวบ้านชมดาวบนดาดฟ้าค่ะ

image_807310

ลักษณะของบ้านชมดาวจะเป็นแบบนี้ค่ะ

image_807311

ทางเดินหน้าบ้านชมดาวก็จะฟินแบบนี้ค่ะ


เมื่อเก็บกระเป๋าแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาเดินทางไปถ่ายรูปที่แลนมาร์คของที่นี่ นั่นก็คือบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนา และสะพานไม่ไผ่ ที่เดินแล้วมีเสียงเอี๊ยดอ๊าด ก๊อบแก๊บแม้จะพยายามย่องสักเพียงใดก็ตาม ให้รูปเล่าเรื่องกันเลยเนอะ

image_807312

โคมไฟของที่นี่ กลางคืนก็สวยนะคะ

image_807313

ทางเดินที่ทอดยาวไปยังเขื่อนนั่นเองค่ะ

image_807314

นี่คือเรานั่งริมท่าน้ำแล้วถ่ายภาพ เป็นไงคะ วิวหลักล้านมากเลยเนอะ

image_807316

อยากหยุดเวลาไว้ที่นี่จังเลยเนอะ

image_807317

คนที่มาพักสามารถพายเรือของที่นี่ได้นะคะ แต่เราว่ายน้ำไม่เป็นเลยไม่กล้าเสี่ยงอ่ะค่ะ

image_807318

งื้อ วิวสวยมากๆ บรรยากาศดีที่สุด


เอาจริงๆ เราเพิ่งเข้าใจความหมายของการมานั่งโง่ๆ หรือนอนโง่ๆ แล้ว หมายถึงการนั่งคิดแบบไม่คิดอะไร ใจมันโล่งๆ ว่างๆ ไม่มีอะไรให้กังวล มองสายน้ำ ท้องฟ้า ภูเขาอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วจิตใจมันสงบได้

มันเหมือนกับช่วงที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตแบบเร่งรีบตลอด ตื่นเช้ามาก็มีภารกิจทำงาน มันก็เหมือนกับเราอยู่ไม่นิ่งตลอดเวลา

image_807319

นี่ก็เป็นอีกสะพานหนึ่งและจุดชมวิวอีกหนึ่งที่ค่ะ มองเห็นต้นกกมากมาย สมกับชื่อ "บ้านกกกอด"

image_807320

ชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่จะทำงานหนัก เห็นคำคมแล้วก็รู้สึกว่าเป็นคำคมที่ดีเนอะ ออกมาเที่ยวกันค่ะ

image_807321

ส่วนของสวนสวยที่นี่ แม้จะไม่ได้ปลูกดอกไม้อะไรมากมายแต่เราว่าตกแต่งได้ดีมากเลยค่ะ

image_807322

ส่วนของสวนจะอยู่ด้านหน้าบ้านพักที่ชื่อว่าบ้านพฤกษา ห้องน้ำแยก สะดวกสบายดีค่ะ

image_807323

มีน้ำพุอยู่ด้านหลังบ้านพัก ได้ยินเสียงน้ำไหลแล้วใจมันสงบเนอะ

image_807324

บึงบัวหลวงที่นี่ก็มีน้า ริมบึงก็เป็นบ้านพักอีกโซนหนึ่งเช่นกันค่ะ

image_807325

เราเดินชมสวนสักพัก ก็มานั่งเล่นตรงโซนเปลรังนกนี้ด้วยค่ะ อยู่ด้านบนของส่วนห้องอาหารที่รับประทานอาหารเช้ากันนั่นเอง

image_807326

นี่เป็นวิวยามเย็นของที่นี่ค่ะ เห็นแล้วสงบใจมากๆ เลยนะเนี่ย

image_807327


ส่วนนี่ก็คือที่หลับที่นอนของเราในคืนนี้ค่ะ เป็นบ้านพักออกแนววินเทจเนอะ เพราะพื้นเป็นไม้ แล้วก็มีมุ้งให้ลองนอนกันด้วยล่ะ เราว่าฟินได้บรรยากาศมากเลยนะเนี่ย

image_807328


ในที่สุดก็ถึงเวลาเช้าสักที อีกหนึ่งโมเม้นท์ที่คนที่มาพักรีสอร์ตนี้ตั้งตารอก็คือการชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขานั่นเองค่ะ เห็นไหมคะ แสงสีส้มอมชมพูโผล่มาแล้วล่ะ

image_807329


เราชอบบรรยากาศตอนที่นั่งรอดวงอาทิตย์ขึ้นที่สุด เราชงกาแฟมาแก้วหนึ่ง มานั่งที่ท่าน้ำ นั่งรอดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างสงบ มีคนในรีสอร์ทมารอดูเหมือนกัน เค้าก็ลุ้นกันนะ แบบ "มาแล้วๆ สีส้มๆ แดงๆ " อะไรแบบนี้ ก็คึกคักไปอีกแบบ

image_807330

นี่คือกาแฟที่เราชงมากินค่ะ เห็นไหมคะ ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ที่พื้นม้านั่งเลยอ่ะ น้ำค้างแรงมาก

image_807331

ระหว่างที่รอดวงอาทิตย์มีชาวบ้านขับเรือออกไปหาปลา โอ๊ย บรรยากาศธรรมชาติมาก

image_807332

ในที่สุด คุณพระอาทิตย์ก็โผล่มาแล้ว

image_807333

บรรยากาศดีมากถึงมากที่สุด ตอนที่เราไปอากาศไม่หนาวมาก พอเย็นๆ ค่ะ

image_807334

ในที่สุด ก็มีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาสักที ถ้าเรามีกล้องดีๆ ภาพคงจะงดงามกว่านี้แน่นอน


หลังจากที่ชมดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราก็มาทานอาหารเช้าค่ะ อาหารเช้าที่นี่มีทั้งแบบไทยคือข้าวต้ม และแบบอเมริกัน โดยแบบอเมริกันจะเสิร์ฟให้ทุกคนอยู่แล้ว แค่แจ้งห้องที่เราพักเค้าก็จะยกมาเสิร์ฟ ส่วนข้าวต้มตักเองได้นะคะ

image_807335

 

image_807336

นี่เป็นโซนทานอาหารค่ะ ทานไปชมวิวไป คือดี คือฟินมาก


หลังจากที่ทานอาหารเช้าแล้ว เราก็นั่งเล่นที่เปลรังนก ถ่ายรูปในรีสอร์ต  และที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมน่ารักๆ ก็คือการทำป้ายไม้ให้เราเขียนชื่อแล้วเอาไปแขวนได้ สำหรับคนที่อยากสลักรอยจารึกเอาไว้


image_807346
image_807347
image_807337

แก๊งค์ห่านเดินไปทั่วรีสอร์ตเลยค่ะ

 

จากนั้นเราก็เตรียมเก็บกระเป๋า ซึ่งหากใครที่ไม่มีรถมา ก็รอให้รีสอร์ตออกไปส่งได้ค่ะ ทางรีสอร์ตจะส่งที่แยกโป่งปัดเวลา 10.00 น. นั่นเองค่ะ ระหว่างรอรถออก เราก็ไปถ่ายรูปแก๊งค์ห่าน ที่นี่มีสัตว์เลี้ยงหลายอย่างค่ะ สุนัข แมว ห่าน แต่ละนางก็เป็นมิตรกับคนที่มาพักมากๆ เลยล่ะ


ในที่สุดก็ต้องกลับแล้ว ไม่อยากกลับเลย อยู่ต่อหน่อยได้ไหม อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ที่นี่สักพัก แต่ชีวิตคนเราก็ต้องเดินหน้าต่อค่ะ เราก็นั่งรถกระบะที่รีสอร์ทออกมาส่งที่แยกโป่งปัด แล้วก็รอรถกาญ ข เอราวัณ ซึ่งรอสักประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้นะคะ ขอสนับสนุนให้สาวๆ ออกไปเที่ยว ไปใช้ชีวิตกันค่ะ มันคุ้มค่ามากจริงๆ

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @