How to >> สร้างเอวเอส 'ลดพุง' ด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ทรมาน <<

How to >> สร้างเอวเอส 'ลดพุง' ด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ทรมาน <<

ใครอยากมีเอวเอส มาส่องกันเลยค่ะ ว่าทำอย่างไรการมีเอวเอสจึงจะไม่ทรมาน

17 January 2019
Anemone
17 January 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮัลโหลค่ะสาวซิสทุกๆ คนเลยนะคะ

ปัญหาของคนมีพุง เป็นปัญหาที่กวนใจไม่น้อยเลยเชื่อไหมคะ 
เพราะว่าเวลามีพุง จะใส่อะไรก็ไม่สวย แถมยังหมดความมั่นใจกันไปอีกด้วยนะคะ ดังนั้นเราก็เลยอยากจะพาสาวๆ ไปสร้างเอวเอสกันแบบไม่ทรมาน จะมีวิธีไหนกันบ้างล่ะเนี่ย ขอบอกเลยว่าต้องลองมาดูนะคะ รับรองว่าไม่ทรมานแน่นอน

1. เน้นกินโปรตีน

image_832822
- ที่มารูป: png.pngtree.com


สาวๆ รู้ไหมคะว่าการกินโปรตีนสำคัญสำหรับการสร้างเอวเอสมากๆ เพราะว่าโปรตีนนั้นใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยหากคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะต้องการโปรตีนราวๆ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่นใครน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็ต้องการโปรตีน 50 กรัม ส่วนคนที่ออกกำลังกายหรือเล่ยเวทด้วยจะต้องการโปรตีน 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้นแล้ว หากสาวๆ น้ำหนัก 53 กิโลกรัม ก็จะต้องการโปรตีน 79.5 กรัม  หากทานโปรตีนไม่ถึงน้ำหนักตัว ระบบเผาผลาญของเราจะค่อยๆ แย่ลง และในที่สุดก็ไม่เผาผลาญ กินอะไรไปก็อ้วนเอา อ้วนเอานั่นเองค่ะ

2. เน้นผักผลไม้

image_832821
- ที่มารูป: www.honestdocs.co


สาวๆ รู้ไหมคะว่า การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ก็คือการคุมปริมาณพลังงานที่เราทานเข้าไป ให้เหมาะสม ไม่ขาแคลนสารอาหาร และมีวิตามิน เกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย สาวๆ คนไหนที่อยากให้ตัวเองลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ควรอย่าลืมทานผักผลไม้ให้ครบนะคะ เพราะว่าผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีคุณภาพ เมื่อทานผลไม้และผักมาก ร่างกายจะได้รับสารไฟโตนิวเทรียนท์ ได้รับไฟเบอร์ที่ช่วยในการขับถ่าย ทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่าเดิม

3. วิ่งไม่ได้ ก็ให้เดิน

image_832820
- ที่มารูป: www.girlsfriendclub.com


สำหรับสาวๆ คนไหนที่เวลาวิ่งจะรู้สึกว่าเราเหนื่อยมากๆ ก็อยากจะแนะนำค่ะว่าเราควรเลือกเดินจะดีกว่า เพราะว่าการเดินเร็วก็คือการคาร์ดิโอชนิดหนึ่งเหมือนกัน เหมาะสมกับสาวๆ ที่อยากให้การคุมอาหารของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การคาร์ดิโอจะช่วยให้ไขมันของเราลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายของเราลีนกว่าเดิมได้อีกด้วยนะคะ สาวๆ บางคนไม่ชอบวิ่งเพราะทรมาน ลองมาเดินกันดีกว่าค่ะ เพราะหลักการออกกำลังแบบคาร์ดิโอนั้นคือการทำให้หัวใจเต้นในอัตรา 110 - 135 bpm ต่อเนื่อง 30 นาที - 1 ชั่วโมงนั่นเองนะคะ

4. นอนหลับพักผ่อน

image_832819
- ที่มารูป: pione.co.th


การนอนหลับเองก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน เพราะว่ายิ่งเรานอนพักผ่อนน้อยเท่าไรเราก็ยิ่งหิวมากขึ้นเท่านั้นค่ะ สาวๆ ที่อยากให้น้ำหนักลดลงโดยเร็ว หรือว่ากล้ามเนื้อของเรานั้นเพิ่มมากขึ้นก็ต้องเลือกที่จะนอนหลับ พยายามพักผ่อนให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 - 8 ชั่วโมงนะคะ ส่วนใครที่เป็นสายนอนดึกแล้วล่ะก็ ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยด่วนหันมาเป็นเด็กอนามัยกันแล้วล่ะค่ะ

5. งดน้ำหวานและน้ำตาล

image_832818
- ที่มารูป: fic.ifrpd.ku.ac.th


สำหรับใครที่เป็นสาวหวาน เปล่านะคะ ไม่ใช่หวานแบบหน้าหวาน แต่ชอบกินรสหวานมากกว่า ใครติดรสหวานมากขนาดนั้นขอบอกว่าต้องเลิกโดยด่วนแล้วนะคะ เพราะว่าการกินหวานจะทำให้น้ำตาลมาสะสมในร่างกาย นอกจากนั้นก็ไม่ควรกินน้ำหวานจนเป็นนิสัยด้วยนะคะ บางคนชอบกินน้ำส้ม น้ำผลไม้ แต่หารู้ไม่ว่าเจ้าพวกนั้นแหละที่เป็นบ่อเกิดของการอ้วน มีไขมันลงพุงแบบไม่รู้ตัว สาวซิสคนไหนไม่อยากอ้วน ต้องลองมาเปลี่ยนนิสัยกันเลยนะคะ

6. งดการกินอาหารช่วงกลางคืน

image_834079
- ที่มารูป: gd.image-gmkt.com


สาวๆ หลายคนก็คงจะประสบปัญหาหิวช่วงกลางคืนแน่นอนเลยใช่ไหมคะ ขอบอกว่าการกินช่วงกลางคืนนั้น จะว่าไปก็ไม่ดีสักเท่าไรหรอกค่ะ การกินช่วงกลางคืนทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายของเราได้ ดังนั้นสาวๆ ที่อยากลดพุงให้ได้ อยากมีเอวเอสดังที่ใจปรารถนาแล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยค่ะว่าการกินสำคัญที่สุด ยิ่งกินกลางคืนยิ่งต้องงดและลดเลยเชียวค่ะ หากว่าหิวก็ต้องอดทนก่อนนะคะ

7. เปลี่ยนจากการกินเครื่องดื่มเกลือแร่เป็นน้ำเปล่าแทน

image_834080
- ที่มารูป: i.pinimg.com


หลายๆ คนสละความขี้เกียจออกมาได้ก็เลยทำให้เรานั้นเหนื่อยในการออกกำลังกาย ดังนั้นเราเลยอยากจะแนะนำสาวๆ ว่าหลังออกกำลังกายแล้ว ให้ซิสนั้นเลือกกินน้ำเปล่าแทนที่จะเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ เพราะว่าในเครื่องดื่มเกลือแร่มีน้ำตาลอยู่จำนวนมากนั่นเองค่ะ เมื่อเรากินน้ำตาลเข้าไปหลังออกกำลังกาย เลยทำให้แทนที่ร่างกายอยากจะลีน ก็กลายเป็นว่ามีน้ำตาลสะสมอยู่ หากทนไม่ไหวจริงๆ ก็เปลี่ยนเป็นน้ำมะพร้าวไม่ใส่น้ำตาลแทนนะคะ


เอาล่ะค่ะ นี่ก็คือการสร้างเอวเอส แบบง่ายๆ ขอแค่การปรับนิสัยก่อน เปลี่ยนพฤติกรรมของเราก่อนจะเป็นการดีที่สุดค่ะ สำหรับคนที่ท้อแท้ใจก็อย่าเพิ่งท้อแท้กันง่ายๆ ค่ะ จนกว่าเราจะได้ลองลงมือทำ เพราะว่าบางครั้งผลลัพธ์มันก็ไม่ได้เห็นได้ง่ายๆ แค่สามวันหรือว่าห้าวัน แต่อาจจะเป็น 5 เดือนหรือ 8 เดือนนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนค่ะ บายๆ

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @