7 ทริคเปิดร้านค้าออนไลน์ ขายของมือสองได้ราคาดี ลูกค้าตรึม!!

7 ทริคเปิดร้านค้าออนไลน์ ขายของมือสองได้ราคาดี ลูกค้าตรึม!!

อะไรที่ใส่ไม่ได้ ซื้อมาผิดเบอร์ผิดไซส์ ใครว่าจะขายต่อไม่ได้ล่ะ ?

21 January 2016
art_twisty
21 January 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ


เมื่อพูดถึง ' ของมือสอง ' สาวบางคนอาจจะร้องยี้ กลัวว่าเป็นของมีประวัติ มีเชื้อโรคบ้าง มีเรื่องสยองแฝงอยู่บ้าง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่านี่แหละโอกาสทอง ทั้งในมุมของคนซื้อที่จะได้ดีลของถูก หรือในมุมของคนขายที่จะได้ขายของเยอะๆ ( เพราะลูกค้าส่วนใหญ่คิดว่ามันเป็นของถูก เลยเหมาเอาเยอะๆ สั่งของบ่อยๆ ) อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนทุนให้เป็นสินทรัพย์ ดีซะอีกที่ของที่เราใส่ไม่ได้ ซื้อมาผิดสเปคที่ต้องการ เป็นประโยชน์กับคนอื่น แถมยังได้ตังค์อีกด้วย

 
แต่ก็ใช่ว่าคนที่ขายของมือสองทุกคนจะได้กำไรงามเสมอไปนะคะ ของแบบนี้มันต้องมีทริคในการขายนิดนึง มันดูกันว่ารายละเอียดอะไรบ้างที่เราไม่ควรพลาด

 

#1 เลือกช่องทางปล่อยของมีเหมาะสม
image_81647
- ที่มารูป: www.mycity-web.com

หลังจากรู้แล้วว่า ' จะขายอะไร ? ' โจทย์ข้อต่อไปคือ ' ขายให้ใคร ? ' และ ' ขายที่ไหน ? '


ซึ่งพื้นที่ของการพบปะผู้คนที่มาแรงเดี๋ยวนี้ไม่ใช่อื่นไกลไหนเลยนอกจากโลกโซเชียล และพื้นที่ที่ดีที่สุดก็คือ ' Instagram ' เพราะเป็นแอพพลิเคชันที่เข้าใจง่าย มีจุดขายหลักคือเห็นภาพปุ๊บแล้วน่าซื้อ ต่างจากแอพพลิเคชันอื่นที่ค่อนข้างยุ่งยาก และคนไม่ค่อยนิยมสักเท่าไหร่ ( facebook ถึงแม้จะมีคนเข้ามาบ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้งานไปเพื่อการสื่อสาร เสพข่าวที่เป็นข้อความยาวๆ ไม่เหมาะกับการขายของสักเท่าไหร่ )

 
*** ควรเปิดอีกชื่อหนึ่งแยกต่างหากจาก IG ส่วนตัว เพื่อการจัดการที่เป็นระเบียบกว่านี้ และป้องกันลูกค้าเข้ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป

 

#2 มีกล้องความละเอียดคมชัด ยิ่งชัดถึงกับซูมดีเทลเล็กๆ ได้ยิ่งดี
image_81655
- ที่มารูป: a3.files.fashionista.com

ข้อเสียของการขายของออนไลน์ก็คือ ลูกค้าไม่ได้สัมผัสสินค้าตัวจริงว่ามีดีเทลเป็นยังไงจึงไม่มั่นใจเท่าไหร่หากจะดีลสินค้า ดังนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เราจึงจำเป็นต้องบอกรายละเอียดสินค้าให้ ' จริงที่สุด ' เท่าที่จะทำได้


ซึ่ง 1 ในทริคล้านแปดข้อของการขายของออนไลน์ก็คือ ' ภาพชัดดี ละเอียดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ' มุมไม่สวย แคปชันไม่โดน ค่อยไปเรียนรู้กันได้ แต่ถ้าสำหรับการถ่ายภาพอย่างเบสิคที่สุดต้องคมชัดไว้ก่อน และสามารถถ่ายเจาะรายละเอียดได้ว่ามีตำหนิตรงไหน ? สีที่ไม่ใช้แอพฯ เป็นอย่างไรในสภาพแสงธรรมชาติ ?

 
( ลองนึกในมุมลูกค้า สมมติเรามองหาของถูกใจ แม้กระทั่งของมือ1 ถ้าถ่ายรูปมาเบลอมาก ไม่รู้ว่ารายละเอียดเป็นยังไง เราก็ไม่เสี่ยงซื้อหรอก จริงมั้ย ? )

 

#3 แคปชันควรเน้นกระชับแต่ได้ใจความ
image_81657

ภาพประกอบขอยกตัวอย่างจากต่างประเทศละกันเนาะ จะได้ไม่เป็นการแฝงโฆษณา

- ที่มารูป: absolutemedia.co.uk

ไม่ว่าจะเป็นแคปชันใต้ภาพ หรือแคปชันที่ใส่ไปกับรูปภาพด้วย นี่คือสิ่งที่ควรระบุไปเลยค่ะ ( ไม่ต้องเรียงลำดับตามนี้ก็ได้นะคะ เอาอันไหนขึ้นก่อนก็ได้ )

1. ราคา
2. ID Line ที่สามารถติดต่อได้
3. ค่าส่งพัสดุ ( แบบธรรมดาหรือEMS ส่งฟรีหรือคิดค่าส่งแยกจากราคาสินค้า )

 

#4 จัดโปรโมชันในกรณีที่ลูกค้าซื้อหลายชิ้น
image_81659
- ที่มารูป: absolutemedia.co.uk

จิตวิทยาในการขายสินค้ามือสอง ( รวมถึงมือ1 ราคาถูก-ราคาส่ง ) ก็คือ ลูกค้าบางคนยิ่งเห็นว่าราคาถูก ยิ่งชาร์จพลังอยากซื้อมากกว่าเดิม เช่นเหมาโหลถูกกว่าซื้อไม่กี่ชิ้น ยิ่งเป็นโปรโมชัน5ชิ้นฟรี1 7ชิ้นฟรีค่าส่ง ลด50%ส่งท้ายปลายเดือน อะไรทำนองนี้ ขาช้อปที่แท้จริงมีหรือจะพลาด

แต่ !! อย่าลืมบริการหลังการขายที่ดีควบคู่ไปด้วย เช่น ซักผ้าให้หอมๆ ก่อนส่ง แพ็คของใส่ซองกันกระแทกอย่างแน่นหนา เย็บซ่อมตำหนิที่สามารถแก้ไขได้เอง มีแพ็คเกจสวยงาม มีของแถมเล็กๆ น้อยๆ ให้ ไม่แน่ว่าการซื้อใจแบบนี้ลูกค้าขาจรอาจจะเปลี่ยนใจมาเป็นขาประจำของเราก็ได้ ลงทุนไปเถอะ มันมีผลต่อจิตใจ : )

 

#5 เพิ่มความมั่นใจอีกขั้นด้วยโพสต์หลังการขาย
image_81660
- ที่มารูป: data.whicdn.com

อย่าลืมโพสต์รายการเลขพัสดุ-ชื่อลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามได้ และถ้าเป็นไปได้ควรแคปหน้าจอที่ลูกค้ามีการรีวิวสินค้ากลับมาหาเราด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าสินค้าเราส่งจริง ใช้งานได้จริง ( แต่อย่าลืมขออนุญาตลูกค้าก่อนนำไปโพสต์ มิฉะนั้นจะเหมือนเป็นการประจาน ทำอะไรลับล่อโดยไม่บอกกล่าวกัน )

  

#6 เฝ้าหน้าร้านอย่างสม่ำเสมอ
image_81661
- ที่มารูป: ddwqcu8pss-flywheel.netdna-ssl.com

ติดตามหน้าร้านของตัวเองให้ชินเหมือนกับที่ว่างเมื่อไหร่ก็เข้าเฟสบุ๊ก/ไลน์/IGส่วนตัวเป็นประจำ เพราะเมื่อเราโพสต์ทิ้งไว้ ลูกค้าจะเข้ามาดูเข้ามาติดต่อเมื่อใดก็ได้ อยากขายของจริงๆ ต้องอย่าขี้เกียจ อย่าให้ลูกค้ารอนาน ( ถ้าเหนื่อยเกินไป อาจใส่แคปชันเพิ่มจากข้อ #3 ไปด้วยว่า แม่ค้าสะดวกรับออเดอร์กี่โมงถึงกี่โมง วันไหนบ้าง )

 

#7 ไม่เอาข่าวในกระแสมาแชร์ในหน้าร้าน
image_81662
- ที่มารูป: lovetori.com

นอกจากเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรนำมาปะปนเด็ดขาดกับการขาย การล่อให้คนเข้ามาไลค์หรือสะสมไลค์ในร้านตัวเองมากๆ ก็ไม่ควรทำเด็ดขาด การขายของควรขายด้วยความจริงจังและจริงใจ พูดกันเรื่องสินค้าล้วนๆ ส่วนเรื่องข่าวสารประเด็นฮอตในสังคม มันเหมาะกับการแชร์กันในกลุ่มเพื่อนฝูงที่รู้จักกันเป็นส่วนตัวมากกว่า ( อารมณ์เหมือนเรามีเรื่องอยากจะเม้าท์ ถ้าเอาไปเม้าท์กับลูกค้ามันก็ดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่เนาะ เพราะใช่ว่าลูกค้าทุกคนเขาอยากรู้อยากเห็นไปกับเราทุกเรื่องซะหน่อย )

 

ส่วนเรื่องการถ่ายภาพยังไงให้ดูน่าสนใจ อันนี้ต้องศึกษากันเองค่ะ เพราะบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าแบบไหนสวยที่สุด ( แต่ถ้าจะให้แนะนำ ขอให้เปิดนิตยสารแฟชันวัยรุ่นอย่าง Mellow, Nylon หรือเสิร์ชใน IG ด้วยแฮชแทก #เสื้อมือสอง #รองเท้ามือสอง #ผ้าเช็ดหน้า #ถุงเท้า ประมาณนี้ค่ะ เราจะได้ไอเดียการถ่ายภาพสวยๆ จากการถ่ายภาพให้โดนใจวัยรุ่นเยอะมากกก )

และสำคัญที่สุดของการขาย อย่าลืม service mind ค่ะ พูดเพราะ ต้อนรับดี คุยดี เชียร์สินค้าอย่างเหมาะสม ทำให้ลูกค้าสบายใจที่สุด เชื่อใจที่สุด ถึงไม่ซื้อไม่หาในตอนแรก ตอนต่อไปเขาอาจเปลี่ยนใจมาอุดหนุนเราก็ได้ เครดิตในการขายสำคัญเสมอค่ะ และแพงกว่าราคาสินค้าซะอีก ( มันเป็นชื่อเสียงที่เราใช้หากินได้ตลอดไปไง )

ขอให้เฮงๆ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่านะคะ จะได้มีเงินค่าขนมกันเยอะๆ เลย ^^

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @