Curator
curator
✞ *:.。.Madame LULU.。.:* ✞
2065 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • มังกร ( Dragon )
  • นกฟีนิกซ์ ( Phoenix )
  • ยูนิคอร์น ( Unicorn )
  • เพกาซัส ( Pegasus )
  • ไคเมร่า ( Chimera )
  • กริฟฟิน ( Griffin )
  • บาซิลิสก์ ( Basilisk )
  • ฮิปโปกริฟฟ์ ( Hippogriff )
  • ฮิปโปแคมปัส ( Hippocampus )
  • ไฮดรา ( Hydra )

รวมเรื่องลึกลับ สัตว์มหัศจรรย์ และอสูรกายในตำนาน

Fantastic Beasts & Where To Find Them

22 January 2016
curator_✞ *:.。.Madame LULU.。.:* ✞ ✞ *:.。.Madame LULU.。.:* ✞
22 January 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ


หากพูดถึง เทพนิยาย สาวๆ หลายคน ก็คงจะนึกถึงภาพบรรยากาศของดินแดนที่มีปราสาทหลังใหญ่สีขาว ขึ้นเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยมีแสงแดดที่เปล่งรังสีออร่า สาดลงมาจากฟ้า ดูราวกับมีอุณหภูมิเกิน 30 องศาเซลเซียสอยู่เป็นแน่ สาวๆ บางคนอาจถึงขั้นจินตนาการเพิ่มเติม ไปถึงเจ้าชาย และเจ้าหญิง นางฟ้า เทวดา รวมถึงสัตว์ต่างๆ ที่มีความแปลกประหลาด และดูมหัศจรรย์ อย่าง มังกร ม้ายูนิคอร์น นางเงือก ไปจนถึงเหล่าภูติแคระตัวจิ๋วที่มีปีกเป็นผีเสื้อดูสวยงาม

แน่นอนค่ะ เด็กสาวหลายคนก็คงต้องเคยฝันถึงดินแดนที่สวยงามอย่างนี้มาแล้ว แต่ในโลกของตำนาน และเทพนิยาย กลับไม่ได้มีเฉพาะแค่สัตว์ที่แสนสวยเหล่านี้เท่านั้น ทว่ายังมีสัตว์ที่เป็นอันตราย และน่ากลัวอาศัยอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น บทความนี้มาดามก็เลยรวบรวมเหล่าบรรดาสัตว์ในเทพนิยาย ที่มีทั้งความน่ารัก สดใส ฟรุ้งฟริ้ง และอันตรายน่ากลัว มาให้สาวๆ ได้รู้จักกัน เผื่อวันไหน พวกเธอหลงเข้าไปอยู่ในโลกนั้น อาจจะต้องดูแลตัวเอง และพยายามเอาตัวรอดให้ได้ จำไว้นะคะ

" มโน คือชนะ! "

มังกร ( Dragon )
image_83418
- ที่มารูป: cdn.playbuzz.com

ขึ้นชื่อว่า มังกร นับเป็นสัตว์ที่จัดว่าอันตรายที่สุด ในบรรดาสัตว์ทุกชนิด ชื่อของมัน มาจากภาษาละตินว่า Draco เป็นสัตว์วิเศษที่รู้จักกันดีในตำนาน และนิยายปรัมปรา และเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในทุกๆ มุมโลก มังกรเป็นสัตว์อันตราย และน่าสะพรึงกลัว จึงมักเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่ามนุษย์ และวีรบุรุษ อัศวินทั้งหลาย การฆ่ามังกรนั้นมีปรากฏในตำนานของฝั่งยุโรป โดยเกี่ยวข้องกับการขึ้นเถลิงอำนาจเป็นกษัตริย์ ดังนั้น มังกรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ทั้งที่มีตัวตนจริงๆ และกษัตริย์ในตำนาน

ในโลกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้กล่าวว่า มังกรเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญ และอวัยวะของมันก็มีประโยชน์อย่างมากในการทำวัตถุเวทย์มนต์ และการปรุงยา โดยเฉพาะหนัง เลือด ตับ หัวใจ และเขา แต่ไข่มังกรก็จัดอยู่ในสินค้าที่ห้ามซื้อขาย นอกจากนี้มังกรยังมีทั้งหมด 10 สายพันธุ์ กระจายอาศัยกันไปทั่วโลกด้วย

นกฟีนิกซ์ ( Phoenix )
image_83460
- ที่มารูป: img2.wikia.nocookie.net

ถ้าหากพูดถึงมังกร ก็ต้องพูดถึง นกฟีนิกซ์ เพราะเป็นสิ่งที่ปรากฏเคียงคู่กัน ซึ่งนกชนิดนี้ จัดว่า เป็นนกที่ศักดิ์สิทธิ์ เปรียบดั่งเป็นแรร์ไอเทมที่ปรากฏอยู่ในตำนานของหลายๆ ชนชาติ ในลักษณะที่คล้าย และแตกต่างกันในบางรายละเอียด

ในความเชื่อของอียิปต์โบราณ และอารยธรรมกรีก ยกย่องให้นกชนิดนี้อยู่ในฐานะของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคู่ควรแก่การบูชา และเกี่ยวข้องกับเทพแห่งไฟ เพราะขนของมันเป็นประกายสีเหลืองทองคล้ายกับเปลวไฟ บ้างก็ว่าปกคลุมด้วยเปลวไฟทั้งตัว

ส่วนทางด้านเอเชีย ก็มีปรากฏในด้านของตำนาน นิทานปรัมปรา รวมไปถึงทางด้านประติมากรรม ซึ่งเชื่อว่า นกฟีนิกซ์ หรือหงส์ไฟ เป็นตัวแทนของความโชคดี ยามที่แผ่นดิน หรือบ้านเมืองสงบสุข ก็จะเห็นนกชนิดนี้บินผ่าน

นอกจากนี้ในหลายๆ วัฒนธรรม ยังกล่าวว่า นกฟีนิกซ์เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ มีชีวิตยั่งยืน เป็นนิรันดร์ เพราะสามารถฟื้นคืนชีพได้ด้วยตัวเอง เมื่อร่างกายสิ้นอายุขัย ( 500 ปี หรือ 1,461 ปี ) ตัวจะลุกเป็นไฟ จากนั้นก็จะฟื้นจากกองขี้เถ้ามาเป็นนกตัวใหม่ //น่าอัศจรรย์มั้ยล่ะ ?!!

ยูนิคอร์น ( Unicorn )
image_83471
- ที่มารูป: img05.deviantart.net

ยูนิคอร์น เป็นสัตว์ในตำนานชนิดหนึ่งของยุโรป ซึ่งเชื่อว่า สามารถพบได้ตามป่าทางตอนเหนือของทวีป มีลักษณะเป็นม้าสีขาวบริสุทธิ์ ดูสง่างาม มีเขาหนึ่งเขาที่เป็นลักษณะเกลียว อยู่กลางหน้าผาก ลูกยูนิคอร์นเเรกเกิดมีขนเป็นสีทอง และจะเปลี่ยนเป็นสีเงินก่อนที่จะโตเต็มวัย ทางด้านเวทย์มนต์ศาสตร์เชื่อว่า เขา เลือด เเละขนของยูนิคอร์นมีคุณสมบัติทางด้านการปรุงยา

ยูนิคอร์นมักปรากฏตัวอยู่ในตำนาน และเทพนิยายต่างๆ มากมาย โดยทั่วไปจัดว่า เป็นสัตว์ที่ดุร้าย และรักสันโดษ หากใครที่คิดจะจับขึ้นมา ว่ากันว่าต้องใช้สาวพรหมจรรย์ในการจับเท่านั้น ซึ่งยูนิคอร์นจะลืมสัญชาตญาณที่ป่าเถื่อน และจะเชื่องราวกับเป็นม้าธรรมดา แต่ในประเทศจีน ( รู้จักกันดีในชื่อของ กิเลน ( Qilin ) ) ยูนิคอร์นจะเป็นสัตว์ที่มีความสุภาพ อ่อนโยน และรักสงบ

หลักฐานที่ค้นพบว่า ยูนิคอร์นอาจเคยมีตัวตนอยู่จริงนั้น ปรากฏขึ้นครั้งแรกในหนังสือของอินเดีย ซึ่งเขียนโดยนักประวัติศาสตร์ชาวกรีก เมื่อประมาณ พ.ศ. 14 บรรยายไว้ตอนหนึ่งว่า " ในประเทศอินเดีย มีลาป่าชนิดหนึ่ง มีขนาดใหญ่เท่าๆ กับม้า ลำตัวของพวกมันมีสีขาว ศีรษะมีสีแดงเข้ม และมีดวงตาสีน้ำเงิน พวกมันมีเขาอยู่บนหน้าผากเขาหนึ่ง ซึ่งมีความยาวประมาณครึ่งเมตร " กล่าวกันว่า ยูนิคอร์นเป็นสัตว์ผสมระหว่างแรด ละมั่งหิมาลัย และลาป่า เขาของมันมีความแหลมคมมาก โดยมีพื้นสีขาวตรงกลางสีดำ และตรงยอดเป็นสีแดงเลือดหมู

image_83479

ตัวกิเลน ตามความเชื่อของชาวจีน

- ที่มารูป: 4.bp.blogspot.com

 

เพกาซัส ( Pegasus )
image_83481
- ที่มารูป: wallpaperscraft.com

เพกาซัส เป็นสัตว์ในเทพนิยายของกรีก มีลักษณะเป็นม้าที่มีร่างกายกำยำสวยงาม ลำตัวสีขาวบริสุทธิ์ และมีปีกที่กว้างสง่างามเหมือนปีกของนกพิราบ 

ตามตำนานเล่าว่า เพกาซัสเกิดมาจากเลือดของนาง เมดูซ่า ที่ถูกวีรบุรุษ เพอร์ซีอุส ฟันคอขาด แต่ในขณะที่นางกำลังสิ้นใจนั้น เพกาซัสก็กระโจนออกมาจากลำคอของนาง และบินทะยานขึ้นสู่ฟ้า โดยไม่มีใครสามารถจับมันได้ แต่ในที่สุดเจ้าม้าพยศตัวนี้ก็ถูกปราบโดย เบลเลอโรฟอน โอรสของ พระเจ้ากลอคุส กษัตริย์แห่งเมืองโครินธ์ ซึ่งต่อมาเบลเลอโรฟอนคนนี้ ก็ได้ขี่เพกาซัสเพื่อออกปราบตัว ไคเมร่า

image_83495

ภาพจิตรกรรม ที่ถูกวาดขึ้นเพื่อเล่าเรื่องราวของเพกาซัสที่กระโจนออกมาจากลำคอของนางเมดูซ่า หลังถูกเพอร์ซีอุสฆ่าตาย

- ที่มารูป: media1.shmoop.com

 

ไคเมร่า ( Chimera )
image_83526
- ที่มารูป: img08.deviantart.net

ในกวีของเทวปกรณัมกรีก บรรยายถึง ไคเมร่า ไว้ว่า " เธอเป็นสายพันธุ์ของเทพ ไม่ใช่ของมนุษย์ ในส่วนหน้ามีลักษณะเป็นสิงโต ในส่วนหลังเป็นงู และในส่วนกลางลำตัวเป็นแพะ หายใจออกมาในลักษณะที่ร้ายแรง เป็นพลังของไฟที่โชติช่วง และเบลเลอโรฟอนได้ปราบเธอ โดยเชื่อมั่นในเครื่องหมายของพระเจ้า "

เจ้าสัตว์ชนิดนี้ จัดเป็นสัตว์ที่อันตราย และโหดร้ายเอามากๆ ซึ่งตามตำนานเล่าว่า เจ้าตัวอะไรก็ไม่รู้นี้เป็นลูกของ อีคิดนา และ ไทฟอน อสูรกายสองผัวเมีย โดยมันได้ออกอาละวาด และทำความเสียหายให้กับเมืองลีเซีย ดังนั้นพระราชาจึงหาคนที่จะกำจัดมัน และในที่สุดก็ได้ เบลเลอโรฟอน เป็นผู้รับภารกิจ โดยขี่ม้าเพกาซัสบินขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วใช้หอกที่ติดปลายด้วยก้อนตะกั่ว ขว้างเข้าไปในปากของมัน เมื่อมันพ่นไฟออกมา ตะกั่วจึงละลาย แล้วไหลลงคอ ส่งผลให้มันตายในที่สุด


ปัจจุบันคำว่า ไคเมร่า จึงเป็นชื่อเรียกสิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกประหลาดหลายชนิด เช่น ปลาทะเลน้ำลึกกระดูกอ่อน จำพวกหนึ่ง

 

กริฟฟิน ( Griffin )
image_83566
- ที่มารูป: hiduth.com

ตามตำนานกล่าวว่า กริฟฟิน เป็นสัตว์ในเทพนิยาย มีร่างกายเป็นครึ่งนกอินทรี ครึ่งสิงโต โดยส่วนหัว ขาคู่หน้า และปีก เป็นนกอินทรี แต่ส่วนลำตัว ไปจนถึงขาคู่หลัง และหาง เป็นสิงโต อาศัยอยู่ในถ้ำตามภูเขา ตำนานยังกล่าวอีกว่า เจ้ากริฟฟิน เป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำ และทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่เป็นทอง และเป็นผู้ลากรถม้าของเทพอะพอลโลด้วย

โดยส่วนตัวแล้ว กริฟฟินเป็นสัตว์ที่มีนิสัยดุร้าย แต่จะเชื่องมากกับเจ้าของ ส่วนเรื่องพละกำลัง และความไวก็ไม่เป็นสองรองใคร

ในยุคแรกของคริสตศาสนา กริฟฟินถูกเปรียบเทียบให้เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของซาตาน ที่คอยล่อลวงวิญญานของมนุษย์ให้ติดกับ แต่ต่อมาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของทวยเทพ และมนุษย์ โดยเฉพาะกับเทวทูตของพระผู้เป็นเจ้า เพราะถือว่า เป็นเจ้าแห่งพิภพ และเวหา อีกทั้งยังมีรังสีแห่งแสงอาทิตย์ด้วย ศัตรูของกริฟฟินคือ บาซิลิสก์ ซึ่งเปรียบได้กับรูปจำลองของซาตาน

ปัจจุบัน เรามักจะเห็นรูปกริฟฟินได้ทั่วไปจากงานศิลปะในหลายๆ วัฒนธรรม และพบได้ในตราประจำตระกูล

บาซิลิสก์ ( Basilisk )
image_83594
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

บาซิลิสก์ เป็นงูใหญ่ที่น่ากลัว และอันตรายที่สุดของตำนานกรีก และยุโรป ซึ่งเพียงแค่มันมองผ่านเหยื่อ ก็ทำให้เหยื่อตายได้ มีนักเล่านิทานคนหนึ่งได้อธิบายว่า บาซิลิสก์เป็นงูที่มีมงกุฎสีทองเล็กๆ บนหัว ในยุคกลางมีผู้เชื่อว่า มันเป็นเพียงงูที่มีหัวเหมือนไก่ บางครั้งก็มีหัวเป็นคน ( สรุปเอาไงกันแน่!! -_-'' )

ต้นกำเนิดของมันเกิดจากไข่ที่ออกมาจาก พ่อไก่ ( หืมมม... ) ระหว่างที่กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ปรากฏบนท้องฟ้า และได้คางคกตัวเมียเป็นผู้กกไข่นั้นอีก ( โฮ้ยยย ซับซ้อนหลายขนาน!! )


วิธีเดียวที่จะฆ่ามันได้ก็คือ ต้องถือกระจกไว้ข้างหน้าตัวมัน ก่อนที่มันจะมองผ่านมา เมื่อมันมองมาในกระจกนั้น มันก็จะเห็นเงาของตัวมันเองในกระจก และตายในทันที ( หรือบางทีอาจไม่เคยมีใครรอดมาเล่าเรื่อง การได้เห็นตัวเป็นๆ ของบาซิลิสก์ เลยก็ได้นะ!!! o_O'' )

ในยุโรปสมัยกลาง บาซิลิสก์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย โดยคู่กับกริฟฟิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความดี และบางครั้งก็ถูกนำไปใช้หลายครั้งตามนิยายแฟนตาซีต่างๆ และเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ

image_83601

บาซิลิสก์ในหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะมีรูปลักษณ์ที่เหมือนงูจริงๆ

- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

 

ฮิปโปกริฟฟ์ ( Hippogriff )
image_83608
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

ถึงแม้จะมีชื่อว่า ฮิปโป ก็ใช่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ฮิปโปโปเตมัส แต่อย่างใด เพราะคำว่า ฮิปโป ในภาษากรีกนั้น แปลว่า ม้า ซึ่งเจ้าสัตว์ชนิดนี้ เป็นสัตว์ครึ่งกริฟฟิน ครึ่งม้า โดยส่วนหัว ปีก และขาหน้าจะเหมือนนกอินทรี แต่ท่อนลำตัวไปจนถึงขาหลังกลับเป็นม้า

ฮิปโปกริฟฟ์ มีความสามารถ คือ บินระยะทางไกลที่ระดับสูงๆ ได้
โดยธรรมชาติกริฟฟิน และม้าจะเป็นศัตรูกัน ซึ่งฮิปโปกริฟฟ์จะเป็นลูกผสมระหว่างสัตว์ทั้งสอง และเป็นสัญลักษณ์ของการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ดังนั้น จึงมีสำนวนโบราณที่เกี่ยวกับฮิปโปกริฟฟ์ว่า ข้ามหลังกริฟฟินด้วยม้า ซึ่งหมายถึง ภารกิจที่ไม่น่าเป็นไปได้

คนส่วนใหญ่เริ่มรู้จักเจ้าสัตว์วิเศษชนิดนี้ จากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน ในฐานะสัตว์เลี้ยงของแฮกริด

ฮิปโปแคมปัส ( Hippocampus )
image_83630
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

มาถึง ฮิปโป ( ม้า ) อีกประเภทหนึ่ง นั่นก็คือ ฮิปโปแคมปัส นั่นเอง ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักเจ้าสัตว์ชนิดนี้ดีเท่าไรนัก พวกมันเป็นสัตว์ในตำนานของชาวโฟนีเชียน ตั้งแต่สมัยเทพนิยายกรีก ไปจนถึงเทพนิยายอิทรูเรีย ซึ่งได้พรรณาไว้ว่า ม้าทะเลตัวนี้มีครึ่งบนเป็นม้า ครึ่งท่อนล่างเป็นปลา มีเกล็ด และหางโค้งเหมือนหางของนางเงือก และเป็นพาหนะให้เทพโพไซดอน เพื่อใช้เทียมกับราชรถอีกด้วย หากใครได้ดูภาพยนตร์เรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับอาถรรพ์ทะเลปีศาจ จะเห็นฮิปโปแคมปัสโผล่ขึ้นมาจากทะเล เพื่อเป็นพาหนะให้กับเพอร์ซี่และเพื่อน

นอกจากนั้น ในหนังสือ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหนังสือเรียนในโลกเวทย์มนต์จากวรรณกรรมชิ้นเอกอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ได้กล่าวถึงฮิปโปแคมปัสไว้ว่า " ฮิปโปแคมปัสมีถิ่นกำเนิดในประเทศกรีซ หัวและลำตัวท่อนหน้าเป็นม้า แต่หาง และลำตัวท่อนหลังเหมือนปลายักษ์ แม้ว่าสัตว์ชนิดนี้มักจะพบอยู่แถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ก็เคยมีพันธุ์หนังสีฟ้าเข้มตัวหนึ่ง ถูกชาวเงือกจับได้นอกชายฝั่งสก็อตแลนด์เมื่อปี ค.ศ. 1949 และหลังจากนั้นชาวเงือกก็เลี้ยงมันไว้ ฮิปโปแคมปัสจะออกไข่ใบใหญ่ลักษณะกึ่งโปร่งใส มองเห็นตัวอ่อนข้างในได้ "

ซึ่งจากบทความตรงที่ขีดเส้นใต้นี้เอง ทำให้มาดามคิดว่า เจ้าสัตว์ชนิดนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับตัว เคลปี้ ( Kelpie ) ปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสก็อตแลนด์ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับเจ้าฮิปโปแคมปัสเหมือนกัน แต่มีข้อแตกต่างกันก็คือ เจ้าพวกนี้จะมีนิสัยที่ดุร้าย โดยพวกมันจะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อคนขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นแม่น้ำทันที จนบุคคลนั้นตายด้วยการจมน้ำ นอกจากนี้พวกมันยังอาศัยอยู่ที่แม่น้ำ ทะเลสาบ บึง หรือแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ แต่ฮิปโปแคมปัสจะอาศัยอยู่ในทะเล หรือมหาสมุทร

image_83632

เคลปี้ ปีศาจม้าที่อาศัยอยู่ในบึง

- ที่มารูป: themonstermaven.files.wordpress.com

 

ไฮดรา ( Hydra )
image_83650
- ที่มารูป: orig02.deviantart.net

ไฮดรา เป็นลูกของ อีคิดนา และ ไทฟอน เช่นเดียวกับ ไคเมร่า //สองผัวเมีย จ้าวแห่งอสูรคู่นี้มีทายาทเยอะมากค่ะ ไว้คราวหลังมาดามจะทยอยเล่าให้ฟัง ซึ่งเจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้ มีชื่อปรากฏอยู่ในตำนานกรีก อาศัยอยู่ในทะเลสาบเลอร์นา ลักษณะของมันเป็นส่วนผสมของสัตว์หลายชนิด คือ มีลำตัวเป็นสุนัข ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดปลาที่แข็งแกร่ง มีหางเหมือนมังกร ส่วนหัวนั้นเหมือนงู นอกจากนั้นลมหายใจของมันยังมีพิษร้ายขนาดทำให้คนที่เข้าใกล้ถึงแก่ความตาย แต่ผู้ที่ปราบมันได้ก็คือ ยอดวีรบุรุษ เฮอร์คิวลิส นั่นเอง

ดังนั้น การที่จะปราบเจ้าอสูรกายตนนี้ได้ เฮอร์คิวลิสจำเป็นที่จะต้องสูดลมหายใจให้เต็มปอดแล้วค่อยวิ่งเข้าใส่ โดยเอาไม้กระบองฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของมัน และด้วยแรงอันมหาศาลของเขา ทำให้หัวของเจ้าไฮดราขาดกระเด็นลงมาหนึ่งหัว แต่ความสามารถของมัน ก็กลับทำให้มีหัวใหม่งอกขึ้นมาเพิ่มอีกสองหัว สู้ไปสู้มา ดันกลับเพิ่มขึ้นเป็น 100 หัวซะนี่!! แต่สุดท้ายวีรบุรุษจอมพลังของเรา ก็ปราบมันได้อย่างสิ้นซาก ด้วยการเอาไฟลนทุกครั้งที่ตัดหัวของมันขาด ป้องกันการงอกขึ้นมาใหม่ //เยี่ยมมั้ยล่ะ!!


ไว้คราวหน้า มาดามจะมีสัตว์ในเทพนิยายตัวไหนมาเล่าต่อนั้น สาวๆ ชาว SistaCafe ทั้งหลายก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะจ๊ะ สำหรับวันนี้คงต้องลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ บ๊ายบายยย ^^

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker Comment
โฆษณา