Curator
curator
belfry
1345 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าหรือฟรีวีซ่า ดียังไง?
  • ต้องใช้พาสปอร์ตแบบไหน จึงจะได้สิทธิ์ฟรีวีซ่า
  • ✈ ประเทศไหนบ้างที่ไม่ต้องขอวีซ่า
  • ✈ อยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน
  • ✈ อยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน
  • ✈ อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน
  • ✈ อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน
  • ✈ อยู่ได้ไม่เกิน 180 วัน
  • ✈ อยู่ได้ไม่เกิน 365 วัน
  • ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตบุคคลธรรมดา

อัปเดตล่าสุด ปี 2019 รวมที่เที่ยว 32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยได้ยิ้ม เที่ยวเลยไม่ต้องรอ!

เที่ยวแบบฟินไปเล้ย! ไม่ต้องรอทำวีซ่าแล้วค่ะเพื่อนๆ อัปเดต 32 ประเทศล่าสุด ปี 2019 มีที่ไหนบ้าง ไปดูกัน

03 September 2019
curator_belfry belfry
03 September 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_947294
- ที่มารูป: i.pinimg.com


◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠

ยิ้มกันแก้มปริ! เชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องโดนใจสายเที่ยวทั้งหลายอย่างแน่นอน ล่าสุดมีการอัปเดตออกมาแล้ว ถึงประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า แจ่มไปเลย! คราวนี้ไปเที่ยวกันได้แบบฟินๆ ไม่ต้องรออีกแล้วจ้า

บางครั้งการทำวีซ่าเพื่อไปเที่ยวประเทศต่างๆ นั้นก็แอบยุ่งยากนิดนึง ที่สำคัญเสียเวลามากๆ ด้วย ฉะนั้นวันนี้เราลองมาดูกันหน่อยซิว่ามีประเทศไหนบ้าง ที่ไม่ต้องขอวีซ่าแล้ว อัปเดคล่าสุด ปี 2019 รวมที่เที่ยว 32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า อยากเที่ยวได้เที่ยวเลยไม่ต้องรอ ไปเช็คลิสต์ประเทศทั้งหมดกันเลยค่ะ

◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าหรือฟรีวีซ่า ดียังไง?
image_947296
- ที่มารูป: i.pinimg.com

หลายคนอาจจะสงสัย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเที่ยวใหม่ๆ ว่าไปเที่ยวประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่ามันดียังไง ตอบเลยว่า ทั้งสะดวกสบายและประหยัดเวลา เพราะอะไร เพราะประเทศนั้นๆ อนุญาตให้เราเข้าไปท่องเที่ยวได้โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าให้ยุ่งยาก พูดง่ายๆ ลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะ เวลาจะไปเที่ยวในประเทศเหล่านี้ แค่ถือพาสปอร์ตก็เข้า - ออกประเทศนั้นได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย เพราะก็มีระยะเวลาจำกัดไว้ตามปกติว่าเราจะสามารถอยู่ในประเทศนั้นๆ ได้กี่วันและถ้าอยู่เกินกว่านั้น แน่นอนว่ามันจะต้องผิดกฎหมายและอาจจะถูกดำเนินคดีข้อหาลักลอบเข้าประเทศได้

ต้องใช้พาสปอร์ตแบบไหน จึงจะได้สิทธิ์ฟรีวีซ่า
image_947297
- ที่มารูป: thaiticketmajor.com

  • พาสปอร์ตบุคคลธรรมดา ( เล่มสีน้ำตาลหรือแดงเลือดหมู ) สามารถเดินทางเข้าออกเขตแดนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้ทั้งหมด 32 ประเทศ ซึ่งเป็นพาสปอร์ตแบบที่เราพูดถึงในบทความนี้และนักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างเราใช้อยู่เป็นประจำ


  • พาสปอร์ตราชการ ( เล่มสีน้ำเงิน ) สามารถเดินทางเข้าออกเขตแดนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้ทั้งหมด 73 ประเทศ


  • พาสปอร์ตการทูต ( เล่มสีแดงสด ) สามารถเดินทางเข้าออกเขตแดนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้ทั้งหมด 78 ประเทศ


image_947298
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ซึ่งแม้ว่าจะไม่ต้องขอวีซ่า แต่ในบางครั้งเราก็จำเป็นต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็นพกไปด้วย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเรามาเพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ว่าจะสำเนาต่างๆ เอกสารสำคัญ เอกสารยืนยัน แผนการท่องเที่ยว บลาๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องพกไป เวลาตม. ขอดู เราจะได้มีหลักฐานยืนยันว่าเราไม่ได้มาทำสิ่งผิดกฎหมาย นอกเหนือจากเอกสารเหล่านี้ ขอแนะนำอีกอย่าง เวลาไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อย่าลุกลี้ลุกลน เข้าใจว่าครั้งแรกก็ตื่นเต้น แต่สงบสติอารมณ์ไว้ก่อนเนอะ ส่วนข้อปฎิบัติอื่นๆ ก็มีอีกหลายๆ อย่าง ถ้าจะให้มานั่งบอกอีก ก็อาจจะยาวไป สามารถอ่านเพิ่มเติมกันได้ที่บทความด้านล่างนี้เลยนะคะ

 

✈ ประเทศไหนบ้างที่ไม่ต้องขอวีซ่า
image_947299
- ที่มารูป: img.kapook.com

เห็นแค่นี้ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วอะ ไม่ใช่แค่สิบแต่มีมากถึง 32 ประเทศ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าพาสปอร์ตแบบไหนสามารถเข้าได้บ้าง แล้วที่ประเทศนั้นๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรที่น่าสนใจบ้างมั้ย ถือซะว่าเป็นการแนะนำไปในตัวด้วยเลยก็แล้วกันเนอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามาแนะนำแบบเยอะแยะอะไรมากมายซะขนาดนั้น เอาแค่พอรู้นิดๆ หน่อยๆ ก็พอ พร้อมจะเที่ยวชมประเทศต่างๆ ไปด้วยกันแล้วรึยัง ถ้าพร้อมแล้ว ไปเที่ยวกันเลยค่ะเพื่อนๆ

ปล. ข้อมูลประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเช็กข้อมูลที่เว็ปไซต์ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้ง

✈ อยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน
image_947300
- ที่มารูป: upload.wikimedia.org

เรามาเริ่มดูกันเลยที่ประเทศแรก บาห์เรน ดินแดนแห่งมิตรภาพ เมืองหลวงของประเทศนี้มีชื่อว่า มานามา ( Manama ) แม้ว่าบาห์เรนจะเป็นประเทศอิสลาม แต่เหล้าเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ในช่วงกลางคืนของเมืองมานามาจะเต็มไปสีสันของคลับและบาร์ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรน, Lost Paradise of Dilmun Water Park และสถานที่อื่นๆ สามารถไปหาข้อมูลดูเพิ่มเติมกันได้

image_947301
- ที่มารูป: live.staticflickr.com

ประเทศที่ 2 ประเทศ บรูไน หนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียน ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ติดกับทะเลจีนใต้ และมีชื่อประเทศเต็มๆ ว่า เนการา บรูไน ดารุสซาลาม ( Negara Brunei Darussalam ) ซึ่งแปลว่าดินแดนแห่งความสงบสุข เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าไปเยือนไม่แพ้กัน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่จะโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมและธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น มัสยิดทองคำ, สวนสนุก Jerudong, อุทยานแห่งชาติ Temburong และสถานที่อื่นๆ อีกมากมาย ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวที่บรูไน อย่าลืมแวะไปชื่นชมความสวยงามกันนะคะ

image_947302
- ที่มารูป: live.staticflickr.com

ประเทศที่ 3 ใกล้ๆ กับบ้านเกิดของเราเลยค่ะเพื่อนๆ เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง ประเทศกัมพูชา เป็นอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่น่าไปท่องเที่ยว หลายคนอาจจะถามว่านอกจาก " นครวัด " แล้วจะไปเที่ยวอะไรที่กัมพูชา อยากจะบอกว่าประเทศแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ ที่สนใจอยู่อีกเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทพนมบาเค็ง และปราสาทตาพรหม, โตนเลสาบ, เมืองพระสีหนุ ( Sihanoukville ) และสถานที่อื่นๆ อีกเยอะ โดยเฉพาะปราสาทเก่าแก่และที่เที่ยวธรรมชาติ มีหลายที่เลย ลองแวะไปเที่ยวชมกันดูเนอะ

image_947303
- ที่มารูป: storage.needpix.com

 ประเทศเมียนมาร์ หรือที่คนไทยคุ้นเคยเรียกกันว่า ประเทศพม่า เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงมีเสน่ห์ในเรื่องของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันโดดเด่น เวลาเราพูดถึงประเทศนี้ทีไร หลายๆ คนอาจจะนึกถึงแต่วัด วัด วัด ซึ่งมันก็อาจจะดูน่าเบื่อเกินไปสำหรับวัยรุ่นอย่างเรา แต่รู้มั้ยว่า ที่เมียนมาร์ไม่ได้ที่เที่ยวที่เป็นวัดแค่อย่างเดียว แต่ยังมีทั้งภูเขาหิมะ ทะเลสาบ น้ำตก และท้องทะเลที่สวยงามมากมาย เช่น กลุ่มเกาะมะริด (Mergui Archipelago), ทะเลสาบอินเล (Inle Lake), สะพานอูเบ็ง (U Bein Bridge), น้ำตก Anisakan และสถานที่สวยๆ อีกมากมายเลย ซึ่งถ้าจะไปที่นี่เพื่อนต้องไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติเท่านั้น

image_947304
- ที่มารูป: cdn.pixabay.com

และสุดท้ายที่ประเทศไต้หวัน จริงๆ แล้วเราสามารถอยู่ที่นี่ได้ไม่เกิน 30 วันนั่นแหละเนอะ แต่มันจะมีช่วงเวลานึงที่เขาอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอ่านกันดู แม้ว่าประเทศไต้หวันจะเป็นเพียงเกาะขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนอยู่เยอะเหมือนกัน เชื่อว่าถ้าเพื่อนๆ ได้ลองไปเที่ยวที่นี่ จะต้องตกหลุมรักประเทศนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นซีเหมินติง (Ximending) ย่านช้อปปิ้งวัยรุ่น, Taipei 101, Huashan 1914 Creative Park, เขาเซียงซาน (Xiangshan) และอีกหลายๆ ที่ที่น่าไปเยือน ลองแวะไปเที่ยวกันได้นะคะ แต่อย่าลืมหาข้อมูลเรื่องของการไปอยู่ที่นั้นให้ดีๆ 

✈ อยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน
image_947305
- ที่มารูป: live.staticflickr.com

หนึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถอยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมของคนไทยอย่างเรา นึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี ก็ที่ญี่ปุ่นนี่แหละ ช้อป ชิม ชิลล์ ครบมากๆ ซึ่งวันนี้เรามีแหล่งท่องเที่ยวแนะนำในญี่ปุ่นมาฝากเพื่อนๆ เผื่อใครไปเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรก จะได้รู้ว่าต้องไปที่ไหน เมืองโอซาก้า (Osaka), ฮอกไกโด (Hokkaido), เมืองฟุระโนะ, ภูเขาฟูจิ, ช้อปปิ้งย่านสุดฮิตที่ย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ ลองแวะไปท่องเที่ยวกันดูนะคะ

✈ อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน
image_947306
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ประเทศที่อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน มีเยอะมากๆ ได้แก่ มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเก๊า, มาเลเซีย, มองโกเลีย, มัลดีฟส์, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, รัสเซีย, เซเชลส์, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, ตุรกี, วานูอาตู, เวียดนาม ฉะนั้นเราขอคัดประเทศเด่นๆ มาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันสัก 4 - 5 ประเทศแล้วกันเนอะ ไม่งั้นยาวแน่ๆ ลองไปดูกันดีกว่าว่าประเทศที่เราเลือกมา มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง

image_947307
- ที่มารูป: cdn.pixabay.com

ประเทศแรกที่เราหยิบมาแชร์ในหมวดนี้ ประเทศมาเก๊า เป็นอีกหนึ่งที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะมากๆ ทั้งแบบโบราณสถาน เช่น โบสถ์ศาสนาคริสต่างๆ ป้อมปราการทางทหาร หมู่บ้านวัฒนธรรม และวัดพุทธแบบจีน รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ อย่างเช่น คาสิโนที่มีเมืองช้อปปิ้งสไตล์เมืองวินิส ประเทศอิตาลีด้วยและเราก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปของที่นี่มาแนะนำ ไม่ว่าจะเป็น ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul’s), เดอะเวเนเชี่ยน มาเก๊า (The Venetian Macau), เจ้าแม่กวนอิมกลางทะเลและสถานที่อื่นๆ อีกมากมาย ลองแวะเวียนไปเที่ยวชมความสวยงามของสถานที่ต่างๆ ได้เลยนะคะ

image_947308
- ที่มารูป: cdn.pixabay.com

มาเลเซีย เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยว เพราะมีลักษณะของภูมิประเทศและวัฒนธรรมที่หลากหลาย หากมีโอกาสอยากให้ลองไปเที่ยวที่นี่กันดู ซึ่งที่นี่จัดว่าเป็นประเทศที่รวมคนจากหลายเชื้อชาติเอาไว้ด้วยกัน สะท้อนออกมาเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู (Gunung Mulu National Park), คาเมรอน ไฮแลนด์ (Cameron Highlands), ตึกแฝดปิโตรนาส (Petronas Twin Towers), The Habitat Penang Hill, สวยสนุกและสถานที่อื่นๆ อีกเยอะเลย ลองไปเที่ยวกันดู รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

image_947310
- ที่มารูป: cdn.pixabay.com

วางแผนเที่ยวเวียดนามแล้วตามไปเก็บแลนด์มาร์กให้ครบกันดีกว่ารับรองว่าทริปเที่ยวคราวนี้ต้องคุ้มค่าแน่นอน ประเทศเวียดนาม นับว่าเป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน นอกจากนี้ ในประเทศยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย ชนิดที่ว่าถ้าพลาดแล้วละก็ต้องน่าเสียดายเอามากๆ เพราะแต่ละสถานที่เราจะได้เห็นธรรมชาติที่งดงาม รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่งด้วยกัน เช่น เมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Old Town), ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne), บาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang) และสถานที่สวยๆ ที่น่าไปอีกเยอะมากๆ ต้องบอกเลยว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องได้ไปเยือนสักครั้งจริงๆ 

image_947311
- ที่มารูป: cdn.pixabay.com

ที่เที่ยวที่ใกล้ประเทศไทย ไปกลับได้สบายๆ สิงคโปร์ ประเทศสุดจิ๋วแต่แจ๋วของเอเชีย เป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่มีเมืองหลวง แต่กลับมีการเติบโตสูงอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง ซึ่งปัจจุบันที่ประเทศสิงค์โปรมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนมากมาย แถมยังเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยชอบไปเยือนกันอีกด้วย ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นก็มีความชิคแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage), ย่านคลาร์กคีย์ (Clarke Quay), ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์, การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) และเมอร์ไลออน (Merlion) นอกจากนี้ ก็ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ อีกนะ น่าไปทั้งนั้นเลยด้วย!

✈ อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน
image_947312
- ที่มารูป: cdn.pixabay.com

ในหมวดพักอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน มีหลายประเทศเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น แอลแบเนีย, อาร์เจนติน่า, บราซิล, ชิลี, เอกวาดอร์, เกาหลีใต้, เปรู แต่ขอเลือกมาแนะนำแค่บางประเทศนะคะ เริ่มที่ แอลเบเนีย (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 31 ตุลาคม 2562 สามารถพำนักอยู่ได้ 90 วัน ) เราไม่ค่อยคุ้นชื่อเท่าไหร่ ประเทศนี้เป็นประเทศผสมผสานความทันสมัยและขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างลงตัวภายใต้ทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ คือแต่ละเมืองของที่นี่ สวยมาก กลายเป็นหนึ่งประเทศในยุโรปที่จะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง อย่างเช่น ซาแรนด้า (Saranda), เบรัต (Berat), เทรท (Theth), กอร์เซ (Korça) และอีกหลายๆ เมืองที่ควรค่าแก่การไปเยือน สวยมากจริงๆ มันต้องได้ไปสักครั้งก่อนตาย!

image_947313
- ที่มารูป: www.goodfreephotos.com

ประเทศที่ 2 คือประเทศอาร์เจนติน่า หลายคนคงนึกถึงทีมฟุตบอลใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่ามาเที่ยวที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมีธรรมชาติอันน่าทึ่ง สัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ ตัวเมืองก็สวยสะดุดตา เต็มไปด้วยอาหารรสเลิศและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนจากทั่วโลก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ก็มีมากมายเช่นเดียวกันค่ะ อย่างเช่น บัวโนสไอเรส (Buenos Aires), Caminito เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแรกของโลก, น้ำตกอีกวาซู (Iguazu Falls), ธารน้ำแข็งเปอริโต้ โมริโน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส (Los Glaciares National Park) แต่ละที่น่าไปทั้งนั้น มันต้องมีสักวันที่เราจะได้ไปเยือน

image_947314
- ที่มารูป: storage.needpix.com

และนี่คือประเทศที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวกันมากที่สุด ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งแม้จะไม่ต้องขอวีซ่า แต่โอกาสที่เราจะได้เข้าไปจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย รู้ๆ กันอยู่ในมั้ยล่ะ ที่ประเทศเกาหลี จัดว่เป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ให้ได้ไปเที่ยวไม่น้อยเลยนะคะ และยังมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ผู้คนน่ารัก มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และผลงานสถาปัตยกรรมเท่ ๆ ให้ได้ไปเที่ยวชมเพียบ ทั้ง โซล ทาวเวอร์ หรือ นัมซาน ทาวเวอร์, หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน, เกาะนามิ, สวนสนุกล็อตเต้ เวิลด์, ย่านเมียงดง และย่านอื่นๆ ที่น่าไป รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิมอีกมากมาย เป็นประเทศยอดฮิตที่คว้าใจคนไทยแบบสุดโต่งไปเลย

✈ อยู่ได้ไม่เกิน 180 วัน
image_947315
- ที่มารูป: upload.wikimedia.org

ประเทศเดียวที่สามารถอยู่ได้นานถึง 180 วัน คือประเทศปานามา เป็นประเทศอะไรไม่รู้ แต่ถ้าพูดถึงเพลง ร้อง อ่อ! ขึ้นมาทันทีเลยจ้า ปานามาผสมผสานเมืองอันทันสมัย หมู่บ้านที่เงียบสงบ พื้นที่ปลูกกาแฟ ชายหาด ภูเขา และป่าดงดิบเอาไว้อย่างลงตัว ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและน่าไปมากที่สุดในประเทศนี้ ได้แก่ หมู่เกาะเพิร์ล (Pearl Islands), โวลแคนบารู (Volcán Barú), โบเกเต (Boquete) และอีกหลายๆ สถานที่ที่น่าสนใจ ใครที่ไปเที่ยวที่นี่ อย่าลืมแวะเก็บภาพบรรยากาศมาฝากกันด้วยนะ เห็นจากรู้แล้ว สวยมากจริงๆ ค่ะ

✈ อยู่ได้ไม่เกิน 365 วัน
image_947316
- ที่มารูป: cdn.pixabay.com

ประเทศที่สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 365 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า ประเทศจอร์เจีย เป็นประเทศที่น่าเที่ยวอีกประเทศหนึ่งของโลก จอร์เจียเป็นประเทศน่าเที่ยวไปครั้งเดียวยังต้องหลงรัก นอกจากภูมิประเทศที่สวยงามและภาษาที่เก่าแก่แล้ว จอร์เจียยังมีวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่สวยงามอันเปี่ยมเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ใครอยากไปสัมผัสบรรยากาศยุโรปแบบไม่ต้องขอวีซ่าก็เตรียมจดชื่อประเทศจอร์เจียไว้ในทริปต่อไปได้เลย แหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปในประเทศนี้ ได้แก่ ทบิลิซี (Tbilisi), อัพลิสสิค (Uplistsikhe), คาซเบกิ (Kazbegi) หรือ สเตพันสมินดา (Stepantsminda), บอร์โจมิ (Borjomi) และสถานที่อื่นๆ อีกมากมาย ล้วนมีธรรมชาติที่ล้ำค่าและสวยงาม ได้ไปสักครั้ง ก็ถือว่าคุ้มแล้วที่ได้เกิดมา!

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตบุคคลธรรมดา
image_947317
- ที่มารูป: i.pinimg.com


  • ✈  14 วัน : บาห์เรน, บรูไน, กัมพูชา, เมียนมาร์

  • ✈  15 วัน : ญี่ปุ่น

  • ✈  30 วัน : มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเก๊า, มาเลเซีย, มองโกเลีย, มัลดีฟส์, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, รัสเซีย, เซเชลส์, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, ตุรกี, วานูอาตู, เวียดนาม

  • ✈  90 วัน : แอลแบเนีย, อาร์เจนติน่า, บราซิล, ชิลี, เอกวาดอร์, เกาหลีใต้, เปรู

  • ✈  180 วัน : ปานามา (1 เม.ย. – 31 ต.ค.61)

  • ✈  365 วัน : จอร์เจีย


image_947318
- ที่มารูป: i.pinimg.com


◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠ ◡◠

ก็จะประมาณนี้แหละ เอาจริงๆ นะ แม้จะไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก แต่ก็ไม่ได้ความว่าทุกๆ คนได้เข้าประเทศนั้นได้อย่างสบายอกสบายใจ เพราะอะไร เพราะตม. ไงคะ โอเค ได้ไปแน่ละ แต่จะได้ผ่านตม. มั้ย นั่นก็อีกเรื่องแหละเนอะ เอาเป็นว่าเตรียมตัวกันไปให้ดีๆ จะได้ไม่เฟลก่อนฟินนะคะเพื่อนๆ

สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อน บ๊ายบาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com