เคยมั้ยคะ แต่งหน้าตั้งใจมาก รองพื้นก็แพง ไพรเมอร์ก็ไม่ใช่ถูก ๆ แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงผิวกลับเยิ้ม รองพื้นตกร่อง หรือไม่ก็ไม่เนียนอย่างที่คิด หลายคนมักโทษว่า ไพรเมอร์ไม่ดี ทั้งที่จริง ๆ ปัญหาอาจอยู่ที่คำถามง่าย ๆ อย่าง ไพรเมอร์ลงตอนไหน ลงไพรเมอร์ หรือ กันแดดก่อน? เพราะไพรเมอร์ไม่ใช่แค่ขั้นตอนเสริม แต่เป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างการบำรุงผิวกับเมคอัพ ถ้าลงถูกจังหวะ ผิวจะเนียนขึ้น เมคอัพติดทนขึ้นแบบเห็นได้ชัด แต่ถ้าลงผิดต่อให้ใช้ไพรเมอร์ตัวดังแค่ไหนก็ไม่ช่วย บทความนี้เลยชวนมาคุยกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่า ไพรเมอร์ควรลงตอนไหน และมีทริคอะไรที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมแชร์ไพรเมอร์น่าใช้ ที่ต้องลอง จะมีไพรเมอร์ตัวไหนน่าสนใจบ้าง และมีวิธีลงยังไง เราไปดูพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

parae
Content Manager
นักคิดนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านเนื้อหาบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพในออนไลน์กว่า 10 ปี
ไพรเมอร์ช่วยเรื่องอะไร
เอางี้นะ ทุกคนลองนึกภาพว่า ผิวหน้าเราคือ ถนนที่อาจจะมีหลุมมีบ่อ ส่วนรองพื้นคือ ยางมะตอย ที่จะมาฉาบผิวหน้าของเราค่ะ ถ้าเราเทยางมะตอยลงไปเลย ผิวมันก็อาจจะยังขรุขระอยู่ แต่ ไพรเมอร์ (Primer) คือตัวช่วยที่จะมา "ถมหลุม" และ "ปรับพื้นผิว" ให้เรียบเนียนเสมอกันก่อนนั่นเอง เพื่อให้รองพื้นลงง่ายขึ้น และติดทนทั้งวัน สรุปง่าย ๆ ไพรเมอร์คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เตรียมผิวก่อนลงเมคอัพ นั่นเองค่ะ
ส่วนผสมที่แทบจะอยู่ในไพรเมอร์เกือบทุกยี่ห้อ ( โดยเฉพาะสายเบลอรูขุมขน ) คือ Silicone ( ซิลิโคน ) เช่น Dimethicone ค่ะ ตัวนี้แหละที่ทำหน้าที่เหมือน " ฟิลเลอร์แบบทา " ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยและรูขุมขนให้ดูตื้นขึ้นทันที แต่สำหรับใครที่ผิวแพ้ง่าย เดี๋ยวนี้ก็มีไพรเมอร์สูตร Water-based ( สูตรน้ำ ) ที่เน้นเติมความชุ่มชื้นโดยไม่ใช้ซิลิโคนด้วยนะ
ลำดับการลงไพรเมอร์ที่ถูกต้อง
สำหรับขั้นตอนการลงไพรเมอร์ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามโลกแตก ! ซึ่งถ้าลำดับวิธีลงไพรเมอร์ที่ถูกต้องและเข้าใจง่ายที่สุดคือ
สกินแคร์ → กันแดด → ไพรเมอร์ → รองพื้น / เบสเมคอัพ → เมคอัพขั้นตอนอื่น ๆ

หรืออยากเห็นภาพให้ชัดขึ้น ดูจากวิดีโอสอนใช้เมคอัพเบสและไพรเมอร์ก็จะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของเมคอัพทั้งสองตัวได้ดีขึ้นค่ะ
นอกจากนี้อีกหนึ่งความสัมสนที่เกิดขึ้นบ่อยมากคือ ไพรเมอร์ลงก่อนหรือหลังกันแดด ไม่รู้ว่าจะลงตัวไหนก่อนหลัง ง่าย ๆ เลยนะ ต้องลง กันแดดก่อนเสมอ แล้วตามด้วยไพรเมอร์ พราะกันแดดถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุง ส่วนไพรเมอร์คือ ขั้นตอนแรกของการแต่งหน้า ส่วนเมคอัพเบสกับไพรเมอร์ถ้าใช้อันที่มีสี ( Color Corrector ) เพื่อปรับสีผิว ให้ลงเบสก่อนไพรเมอร์ หรือจะเลือกใช้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ถ้าไม่อยากให้หน้าหนาเกินไป แต่จำไว้ว่า ไพรเมอร์ต้องอยู่ติดกับรองพื้นที่สุด เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะค่ะ สรุปแบบง่าย ๆ ไพรเมอร์คือ ตัวช่วยเบลอผิว คุมมัน ล็อคเมคอัพ ขั้นตอนการใช้คือ " หลังกันแดด แต่ก่อนรองพื้น " จบปิ๊ง! หน้าเนียนกริบไม่บงแน่นอน
ฉะนั้นจะเห็นว่าประโยชน์ของไพรเมอร์จึงเป็นเสมือนตัวช่วยแก้ไขภาพวาดให้เนียนละเอียด สวยงามแบบไม่มีที่ติยิ่งขึ้น ดังเช่นประโยคที่ว่า "Think of your makeup look like a painting; your primer is the secret to smoothing out the look of skin before painting on makeup products. - ให้คิดซะว่าหน้าเราคือภาพวาด... ไพรเมอร์ก็คือความลับที่ช่วยปรับพื้นผิวผ้าใบให้เรียบเนียน ก่อนที่เราจะเริ่มลงสีสันต่าง ๆ ลงไป"

ประเภทของไพรเมอร์
เรารู้แล้วว่า ไพรเมอร์ช่วยอะไร ที่นี้คำถามถัดมาที่หลายคนงง และเราก็งงไม่แพ้กันคือ ไพรเมอร์มีกี่ประเภท แล้วแบบไหนเหมาะกับเรา ? จริง ๆ แล้วไพรเมอร์ไม่ได้มีแบบเดียว แต่ถูกออกแบบมาแก้ปัญหาผิวที่ต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลัก ๆ ได้ดังนี้
- ไพรเมอร์เบลอรูขุมขน ( Pore-Filling Primer )
ไพรเมอร์ประเภทนี้ มาแรงมาก เพราะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนทันทีที่ทา จุดเด่นคือ มีเนื้อสัมผัสลื่น ๆ จากซิลิโคน ช่วยเติมเต็มรูขุมขน และร่องผิว เหมาะกับคนที่แต่งหน้าแล้วชอบเห็นรูขุมขนชัด โดยเฉพาะบริเวณทีโซนหรือข้างจมูก
ทริคการใช้ : ไม่จำเป็นต้องลงทั่วหน้า ใช้แตะเฉพาะจุดที่มีรูขุมขนจะดูเป็นธรรมชาติและไม่หนักผิว

- ไพรเมอร์คุมมัน ( Mattifying Primer )
เหมาะมากสำหรับคนผิวมันหรือผิวผสม ไพรเมอร์ชนิดนี้ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน ทำให้รองพื้นไม่ไหล ไม่เยิ้มระหว่างวัน เนื้อไพรเมอร์มักบางเบาและแห้งไว
ทริคการใช้ : ลงเฉพาะบริเวณที่มันง่าย เช่น หน้าผาก จมูก และคาง จะช่วยให้ผิวดูสมดุลมากกว่าการลงทั้งหน้า
- ไพรเมอร์เพิ่มความชุ่มชื้น ( Hydrating Primer )
ไพรเมอร์เพิ่มความชุ่มชื้นเหมาะมากกับคนผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวที่แต่งหน้าแล้วชอบเป็นคราบ จุดเด่นของไพรเมอร์ประเภทนี้คือ ช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้นก่อนลงรองพื้น เนื้อไพรเมอร์มักจะบางเบา เกลี่ยง่าย และให้ฟินิชผิวดูโกลว์หรือสุขภาพดี
ทริคการใช้ : ควรรอให้สกินแคร์ซึมก่อน แล้วค่อยลงไพรเมอร์บาง ๆ ทั่วหน้า เพื่อไม่ให้ผิวมันเยิ้มระหว่างวัน
- ไพรเมอร์ปรับสีผิว ( Color-Correcting Primer )
ไพรเมอร์ปรับสีผิวถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ก่อนลงรองพื้น ช่วยลดการใช้รองพื้นหนาเกินจำเป็น โดยแต่ละสีจะทำหน้าที่ต่างกัน เช่น
- สีเขียว ช่วยลดรอยแดงจากสิวหรือเส้นเลือดฝอย
- สีม่วง ช่วยให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใส เหมาะกับผิวหมองคล้ำ
- สีพีชหรือส้มอ่อน ช่วยกลบใต้ตาคล้ำหรือรอยดำ
ไพรเมอร์ประเภทนี้เหมาะกับคนที่อยากได้งานผิวดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องโบกรองพื้นหลายชั้น
ทริคการใช้ : ใช้เฉพาะจุดที่มีปัญหาสีผิว ไม่จำเป็นต้องลงทั่วหน้า เพื่อให้ผิวดูเป็นธรรมชาติที่สุด
- ไพรเมอร์ผสมสกินแคร์ หรือกันแดด
ไพรเมอร์กลุ่มนี้เหมาะกับวันสบาย ๆ หรือวันเร่งรีบ ที่อยากแต่งหน้าเบา ๆ แต่ยังอยากได้งานผิวสวยเรียบเนียน มีส่วนผสมของสกินแคร์ เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ หรือสารบำรุงผิว และบางสูตรผสมสารกันแดดในตัว ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการแต่งหน้า ทำให้ผิวดูดีแบบเป็นธรรมชาติ เหมาะกับลุคสบาย ๆ แต่งหน้าไม่เยอะ หรือวันทำงานที่ไม่ต้องการรองพื้นหนัก ๆ
ทริคการใช้ : หากไพรเมอร์ผสมกันแดด ควรเช็กค่า SPF และปริมาณการใช้ให้เพียงพอ หรือใช้กันแดดแยกก่อนเพื่อการปกป้องผิวที่เหมาะสม
ทริคเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับผิว ที่หลายคนอาจจะมองข้าม จำไว้ว่า ก่อนเลือกไพรเมอร์ ลองสังเกตว่าปัญหาผิวหลักของเราคืออะไร เช่น หน้ามันง่าย รูขุมขนกว้าง หรือผิวแห้งเป็นขุย จากนั้นเลือกไพรเมอร์ที่ตอบโจทย์จุดนั้นโดยตรง ไม่จำเป็นต้องใช้แค่ประเภทเดียวเสมอไป เพราะสามารถใช้ไพรเมอร์หลายแบบในหน้าเดียวกันได้ เมื่อเลือกถูกประเภท และใช้ถูกวิธี ไพรเมอร์จะช่วยให้งานผิวดูสวยขึ้นแบบเห็นผลจริงโดยไม่ต้องพึ่งรองพื้นหนา ๆ เลยค่ะ
วิธีลงไพรเมอร์ที่ถูกต้อง
สำหรับมือใหม่ หรือคนที่ยังไม่แน่ใจว่า วิธีการลงไพรเมอร์ ปกติแล้วต้องลงยังไง เริ่มตรงไหน วันนี้เรามีวิธีการลงที่ถูกต้องมาแชร์ค่ะ พยายามเรียบเรียงแบบเข้าใจง่าย ๆ แยกเป็นข้อ ๆ ทุกคนจะได้ฝึกตามกันไปได้
- เน้นเฉพาะจุดหรือทาทั่วหน้า ?
การลงไพรเมอร์ที่ถูกต้องคือ ลงหลังบำรุง และกันแดด แต่ก่อนลงรองพื้นหลังทากันแดดเสร็จอย่าเพิ่งรีบลงไพรเมอร์นะให้กันแดดเซตตัวแป๊บนึงแล้วค่อยลงไพรเมอร์ ไม่งั้นมันจะหน้าหยาเยิ้มได้ง่าย แล้วเวลาลงลองพื้นจะลงแบบทั่วหน้าหรือแบบเฉพาะจุดก็ได้ แต่อยู่ที่ความเหมาะสมเพราะบางครั้งก็ไม่ต้องทาทั่วหน้าก็ได้
กรณีที่ทาแบบเฉพาะจุด จะเหมาะกับไพรเมอร์ที่เน้น เบลอรูขุมขน หรือ คุมมัน แนะนำให้ทาเฉพาะจุดที่มีปัญหา เช่น T-Zone หรือแก้มช่วงใกล้จมูกที่มีรูขุมขนกว้าง เพื่อไม่ให้หน้าดูหนาเกินไปค่ะ แต่ถ้าทาทั่วหน้า อันนี้จะเน้น เพิ่มความชุ่มชื้น หรือ เพิ่มความโกลว์ สามารถทาบาง ๆ ทั่วใบหน้าได้เลย เพื่อปรับให้ผิวดูอิ่มน้ำเสมอกันค่ะ
- ปริมาณที่ควรใช้
อาจจะมีบางคน ที่คิดว่า ต้องใช้เยอะ ๆ ผลลัพธ์จะได้ยิ่งดีขึ้น จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่นะ สำหรับไพรเมอร์ใช้แค่ปริมาณเท่า " เมล็ดถั่วเขียว " ก็พอค่ะ ถ้าทาเยอะไปจะทำให้หน้าลื่นจนรองพื้นไหล หรือสะสมจนหน้าเป็นคราบขุยได้ ความถี่ที่ควรใช้ เอาจริง ๆ นะ ถ้าไม่แต่งหน้า ก็ไม่ต้องใช้ วันไหนอยากได้หน้าเป๊ะ ๆ หรือแต่งหน้า แล้วอยากได้ผิวสวย ค่อยใช้ก็ได้ค่ะ
- วิธีลงไพรเมอร์ที่ถูกต้อง
ง่าย ๆ เลย โดยเริ่มจากการวอร์มเนื้อก่อน บีบไพรเมอร์ลงบนปลายนิ้วแล้วถูเบา ๆ เพื่อวอร์มเนื้อให้ละลายตัว การวอร์มจะช่วยให้ไพรเมอร์ซึมลงผิวได้เนียนกว่าเดิม จากนั้นแนะนำการใช้ที่ถูกต้องคือ กด และวน สำหรับบริเวณรูขุมขนกว้าง ให้ใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ กด และนวดวนเบา ๆ เพื่อให้เนื้อไพรเมอร์เข้าไปเติมเต็มหลุมผิว ไม่ใช่แค่ทาฉาบไว้บนผิวเฉย ๆ ค่ะ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวดูเนียนสวยกว่า
หลังลงไพรเมอร์แล้วอย่าเพิ่งใจร้อนรีบแต่งหน้า ให้รอ 30 - 60 วินาที ให้มันเซ็ตตัวก่อนลงรองพื้น ถ้าลงรองพื้นทันทีทุกอย่างจะผสมกันจนเละค่ะ ย้ำในเรื่องของปริมาณ ใช้ให้น้อย เน้นกดเฉพาะจุดที่มีปัญหา จากนั้นรอเขาเซตตัวก่อน แล้วค่อลงรองพื้น เท่านี้ก็ได้งานผิวสวยทนตลอดวันแล้วจ้า ! ขอเสริมนิดนึง สำหรับคนที่ชอบใช้ไพรเมอร์ หลังแต่งหน้า อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดนะ เพราะไพรเมอร์มีซิลิโคนเป็นส่วนผสมหลัก ถ้าล้างหน้าไม่สะอาดอาจอุดตันจนสิวขึ้นได้ ต้องใช้ Cleansing Oil หรือ Water เช็ดก่อนล้างหน้าทุกครั้งนะจ๊ะ
ดูทริคการใช้ไพรเมอร์และการเลือกซื้อต่อได้ที่

เทคนิคใช้ไพรเมอร์ มัดรวม 6 ทริคการเลือกซื้อและทายังไงให้ผิวเรียบเนียน ติดทนทั้งวัน | บทความของ pumxpurin | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/97280
แนะนำ 15 ไพรเมอร์ยอดนิยม 2025 ต้องลอง
เเบรนด์ | รูปภาพ | พิกัด | รายละเอียด | เนื้อไพรเมอร์ / สี | ราคาก่อนส่วนลด |
|---|---|---|---|---|---|
LAURA MERCIER | ![]() | ไพรเมอร์สูตรเติมความชุ่มชื้นที่ปราศจากซิลิโคน | เป็นเนื้อครีม สีขาวขุ่นที่ทาแล้วกลายเป็นสีใส | 2,300 | |
BOBBI BROWN | ![]() | มอยส์เจอไรเซอร์ที่อุดมด้วยคุณค่าจากเชียร์บัตเตอร์และวิตามินบี ซี และ อี | ผสมกับสารสกัดจากแครอทและวิตามินคอมเพล็กซ์ ปราศจากน้ำมัน (Oil-Free) | 2,400-3,000 | |
Dasique | ![]() | ไพรเมอร์เนื้อเจลบางเบา เติมน้ำให้ผิวทันทีที่ทา ฟินิชผิวโกลว์ | ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน อ่อนโยนต่อผิวแม้ผิวบอบบาง | 890 | |
BENEFIT | ![]() | เนื้อสัมผัสเป็นแบบบาล์มนุ่มลื่น เกลี่ยง่ายสุด | vitamin e ปราศจากน้ำมัน | 650 | |
Tatcha | ![]() | ซิลค์ไพรม์เมอร์ลิควิดเนื้อบางเบาปราศจากความมัน | Hadasei-3 ที่เป็นสามสุดยอดอาหารผิวจากญี่ปุ่นถึง 35% | 2,900 -3,250 | |
GLOW | ![]() | บีบีครัม ใช้แทนไพรเมอร์ มีทั้งหมด 2 เฉดสี | สารสกัดน้ำชาเขียวบริสุทธิ์ | 890 - 1,100 | |
MERREZ'CA | ![]() | สเปรย์ล็อคเครื่องสำอาง ช่วยล็อคเมคอัพให้ติดทนยาวนาน ฟินิชผิวแมตต์ | สารสกัดจากธรรมชาติ ให้ผิวชุ่มชื้น | 320 | |
SKINTIFIC | ![]() | เซ็ตติ้งสเปรย์ เบลอรูขุมขน ให้ผิวแมตต์ ปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า | Ferulic acid , Hyaluronic acid , Ectoin | 299 | |
IN2IT | ![]() | ไพรเมอร์ สูตรGLOW และ สูตร All Matte | ผงไข่มุก และคอลลาเจน สารสกัดจาก EXO-P ที่ช่วยป้องกันผิวจากฝุ่น PM2.5 | 199-239 | |
Cezanne | ![]() | เนื้อน้ำบางเบา ไม่เหนอะหนะ ช่วยคุุมความมันยาวนาน 8 ชม.+ | ผสมสารสกัดบำรุงจากธรรมชาติ พร้อม Super Hyaluronic acid | 319-360 | |
CUTE PRESS | ![]() | ช่วยอำพรางรูขุมขนกว้าง และเติมร่องริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียนสนิท | สูตรปราศจากน้ำมัน | 99 - 320 | |
BOBBI BROWN | ![]() | ไพรเมอร์ที่มาพร้อมพลังการบำรุงของเซรั่ม SPF 25 PA ++ | Cordyceps และ Ginseng | 1,250 - 2,000 | |
Jill Stuart | ![]() | สร้างฟินิชผิวสวยให้ผิวคุณสว่างขึ้นหนึ่งเฉด | ส่วนผสมจาก ผงเพชร ผงไข่มุก แป้งซิลิโคนทรงกลม | 1,150 | |
CHARMISS | ![]() | ไพรเมอร์คุมมันเนื้อบางเบาแบบ Oil-in-Water เกลี่ยง่าย | บำรุงด้วย Hya 4 ชนิด + สารสกัดเชอร์รี่ | 59 |
ไพรเมอร์ เนื้อเอสเซนส์ Laura Mercier Pure Canvas Hydrating Primer

ไพรเมอร์ตัวนี้ดังมากในกลุ่ม คนผิวแห้ง และ ผิวขาดน้ำ เพราะให้ฟีลเหมือนลงสกินแคร์ เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ปราศจากซิลิโคนและช่วยให้รองพื้นไม่ตกร่อง จนช่างแต่งหน้าและบิวตี้บล็อกเกอร์หยิบมาใช้กันบ่อยมากค่ะ นอกจากนี้ยังมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยให้ผิวสดชื่นตลอดวัน พร้อมด้วย Olive Extract ที่ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนและล็อกความชุ่มชื้นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ในขณะที่ส่วนผสมจาก Marine Hydra Botanicals จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูผิวให้คงความชุ่มชื้นได้ในระยะยาว
ตัวเนื้อสัมผัสเป็นครีมสีขาวขุ่นที่เมื่อทาลงบนผิวแล้วจะกลายเป็นสีใส (Transparent) กลืนไปกับผิวทันทีโดยไม่ทำให้สีรองพื้นเพี้ยน เนื้อบางเบาสไตล์ Water-based ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ให้ลุคผิวสวยฉ่ำน้ำสุขภาพดีแบบเป็นธรรมชาติสุดๆ เลยค่ะซิส!
ราคา : 2,300 บาท
ผู้ใช้ TikTok ชื่อ meridiiaz บอกว่า : ไพรเมอร์ที่เข้าใจผิวผสมจริง ๆ กลายเป็นไอเทมที่คนผิวผสมควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้า แต่งยังไงก็เนียน ผิวสวย ไม่เป็นคราบ
ไพรเมอร์ เนื้อเอสเซนส์ Bobbi Brown Vitamin Enriched Face Base

ไพรเมอร์ Bobbi Brown ตัวนี้ติดทุกโพลมาก! ช่างแต่งหน้าใช้เยอะมาก! เป็นไพรเมอร์เนื้อเอสเซนส์ตัวดังระดับตำนานที่เป็นทั้งมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวและไพรเมอร์ในหนึ่งเดียว ช่วยฟื้นบำรุงและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการลงเมคอัพได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
เนื้อครีมนุ่มนวลเข้มข้นแต่เบาสบายผิว อุดมไปด้วยส่วนผสมของ Shea Butter ผสานพลังกับ วิตามินเอ, วิตามินซี และวิตามินอี ที่ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวเนียนนุ่ม ดูอิ่มฟู โดยไม่ทำให้หน้ามันเยิ้มหรือรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ พร้อมด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากคอร์ปัสและเจอราเนียมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายผิวทุกครั้งที่ทา
นอกจากจะช่วยให้เมคอัพติดทนนานและดูสดใสขึ้นแล้ว ยังเป็นสูตร Oil-Free ที่ช่วยคุมความมันและไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มระหว่างวันอีกด้วย ใครที่อยากได้ลุคงานผิวสุขภาพดีที่ดูเปล่งปลั่งแต่ไม่มันวาว ต้องมีตัวนี้ติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เลยค่ะซิส!
ราคา : 600 - 4,800 บาท
บิวตี้บล็อกเกอร์ khwanvasinee : อยากแนะนำสำหรับใครที่ชอบแต่งหน้าไม่ติด หน้าแห้งแคร้ก หรือลงรองพื้นแล้วหนืด เกลี่ยยาก ไม่เนียนสวย ใครหน้าแห้งก็ลงเยอะหน่อย ใครหน้ามันก็ลงบางๆ ตัวนี้ไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่มนะคะ แต่ก็จะไม่ได้คุมมันค่ะ ใช้ได้ทุกวันเลยยน้า
ไพรเมอร์ เนื้อเอสเซนส์ Dasique Water Veil Primer

เอสเซนส์และไพรเมอร์ ที่ให้ความชุ่มชื้นจบในหนึ่งเดียว! ตัวนี้เป็นไพรเมอร์สูตรเจลเอสเซนส์ ที่เน้นการเติมความชุ่มชื้นโดยเฉพาะ ช่วยเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟูและหนาแน่นขึ้น เพื่อเตรียมผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นพร้อมสำหรับการแต่งหน้า แม้คนที่มีผิวแห้งกร้านก็เอาอยู่ค่ะ เนื้อสัมผัสเป็นแบบน้ำดอกไม้วีแกน (Vegan Flower Water) ที่ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวให้สมดุลก่อนลงเมคอัพ
ที่สำคัญคือสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่ายก็หายห่วง เพราะเขาได้รับการรับรองเป็นผลิตภัณฑ์วีแกนจาก V-LABEL อย่างเป็นทางการ บอกเลยว่าโคตรจะเริ่ด! ใครสายคลีนบิวตี้ต้องจัดแล้วนะซิส!
ราคา : 890 บาท
บิวตี้บล็อกเกอร์ beautybyorangina : ใช้ตัวนี้แล้วเมคอัพติดทนทั้งวัน ได้งานผิวสวย ไม่แห้ง ไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบระหว่างวันเลย เลิฟมาก
ไพรเมอร์ บาล์ม Benefit The PORE fessional Balm Primer

ไพรเมอร์ในตำนาน เรื่องเบลอรูขุมขนที่คนรู้จักกันทั่วโลก! ใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้างบอกเลยว่าต้องเคยลอง เพราะตัวนี้คือตัวช่วยอันดับหนึ่งของ Benefit ที่ช่วยลดเลือนรูขุมขนให้ดูเล็กลงในพริบตา เนื้อสัมผัสเป็นแบบบาล์มนุ่มลื่น เกลี่ยง่ายสุด ๆ ทาแล้วเห็นผลทันทีว่าผิวดูเนียนกริบขึ้นมาเลยค่ะ
นอกจากจะช่วยอำพรางร่องรูขุมขนและริ้วรอยเล็ก ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์แล้ว เขายังช่วยควบคุมความมัน ปกปิดผิวให้ดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ จะใช้ทาก่อนแต่งหน้าให้เมคอัพติดทน หรือจะใช้แตะเบา ๆ ทับเมคอัพระหว่างวันเพื่อคุมมันก็ยังได้ บอกเลยว่าไอเทมนี้คือที่สุดของงานผิวเนียนจนแทบไม่เห็นรูขุมขน โคตรจะเริ่ดเลยค่ะซิส!
ราคา : 650 - 1,500 บาท
ผู้ใช้ TikTok ชื่อ abis_skincare : ถ้าพูดถึงไพรเมอร์ที่ช่วยเบลอรูขุมขน ชื่อของ Benefit POREfessional ต้องติดโผแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเลือกสูตรไหน ก็ช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้น เมคอัพติดดีขึ้น และแต่งหน้าออกมาเนียนสวยขึ้นแบบเห็นได้จริง
ไพรเมอร์ บาล์ม Tatcha The Silk Canvas Protective Primer

ไพรเมอร์สายลักชูรีที่มาแรงสุด ๆ ในเรื่องการเสกผิวให้เนียนกริบเหมือนใส่ฟิลเตอร์! Tatcha The Silk Canvas ตัวนี้เป็นไพรเมอร์เนื้อบาล์มเนียนละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเคล็ดลับผิวสวยของเกอิชา ความเริ่ดคือใช้ได้ครอบคลุมทั้งใบหน้า รอบดวงตา และเรียวปาก ช่วยให้เครื่องสำอางดูสวยเป๊ะและติดทนนานตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยค่ะ
นอกจากจะช่วยเบลอผิวให้ดูละมุนแล้ว เขายังช่วยบำรุงผิวไปในตัวและช่วยลดความมันวาวบนใบหน้าโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ที่สำคัญคืออ่อนโยนต่อผิวมาก ๆ เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายที่อยากได้งานผิวสวยแพงแบบลูกคุณหนู บอกเลยว่าใครที่ชอบงานผิวเนียนละเอียดแบบไร้ที่ติ ต้องลองตัวนี้สักครั้งแล้วจะหลงรักค่ะซิส!
ราคา : 2,900 - 3,250 บาท
ผู้ใช้ TikTok ชื่อ prettyprogress23 : ใครที่มีปัญหา รูขุมขนกว้าง รอยหลุมสิว แต่งหน้ายังไงก็ไม่ค่อยเนียน Tatcha คือหนึ่งในแบรนด์สกินแคร์ที่ทำไพรเมอร์ออกมาได้ตอบโจทย์งานผิวสุด ๆ ช่วยทั้งเบลอรูขุมขน กลบรอยผิวไม่เรียบ และทำให้ลุคแต่งหน้าออกมาดูเนียนกริบแบบผิวดีตั้งแต่เกิด
ใช้แทนไพรเมอร์ GLOW Breathable Blemish Balm

จริง ๆ แล้วน้องคนนี้เขาเป็นบีบีครีมค่ะ แต่ความเริ่ดคือสามารถใช้แทนไพรเมอร์ได้แบบสับ เพราะผิวที่ได้ออกมาคือสวยตะโกนมาก! ช่วงหนึ่ง GLOW Breathable Blemish Balm ดังมากในโซเชียล ใครที่อยากได้งานผิวเรียบเนียนแบบเบาสบาย ดูเป็นผิวจริงมากกว่าการประโคมเมคอัพหนา ๆ ต้องตัวนี้เลยค่ะ
น้องเป็นบีบีบาล์มเนื้อบางเบาที่ให้ฟินิชผิวฉ่ำใส (Dewy Finish) ดูสุขภาพดีแบบไม่หนักผิวเลย ซึ่งหลายคนนิยมใช้เป็นไพรเมอร์ลงก่อนรองพื้นเพื่อเพิ่มความนวลเนียน หรือจะใช้แต่งหน้าเบา ๆ ในวันสบาย ๆ ก็เอาอยู่ค่ะ ความเก๋คือเขามีมาให้เลือกถึง 3 เฉดสี 3 สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร จะใช้ทาเดี่ยว ๆ หรือจะนำมาผสมกันเพื่อให้ได้สีที่พอดีกับผิวที่สุดก็ทำได้ บอกเลยว่าตัวเดียวคุ้ม โคตรจะเริ่ดเลยค่ะซิส!
ราคา : 970 - 1,100 บาท
บิวตี้บล็อกเกอร์ myktbelle : Texture เบา ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น เอามาผสมกับงานรองพื้น ที่แมตเกิน แห้งเกินก็ได้ เนื้อเขาสมูธมาก ๆ ผสมกับอะไรก็เข้า การเซตตัวก็ไม่เร็วเกินไป
ถ้าไม่ใช้ไพรเมอร์ ใช้อะไรแทนดี Merrezca Double Lock Fixing Spray

สเปรย์ล็อกเมคอัพที่นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก! ขึ้นชื่อเรื่องการเสกผิวให้สวยเป๊ะ เมคอัพติดทนนานตลอดวันแบบไม่มีหลุด ตัวนี้กำลังฮอตสุด ๆ เลยค่ะซิส เพราะเขามีเทคโนโลยีที่ช่วยล็อกเครื่องสำอางให้ติดทนยาวนาน แม้จะต้องเผชิญกับเหงื่อหรือความร้อนสะสมระหว่างวัน เหมาะมากสำหรับคนที่แต่งหน้าจัดเต็มและอยากให้ลุคสวยสตาฟไว้อยู่กับผิวตั้งแต่เช้ายันเย็น
ตามหลักการแล้วเจ้าตัวนี้ใช้เป็นสเปรย์ล็อกเมคอัพ แต่สำหรับซิสคนไหน ที่อยากปรับสภาพผิวให้สดชื่นและทำให้เครื่องสำอางยึดเกาะผิวได้ดีขึ้นตั้งแต่สเต็ปแรก และฟินิชผิวแบบแมตต์สวย ก็สามารถใช้สเปรย์ตัวนี้แทนการไพรเมอร์แบบน้ำได้ นอกจากความติดทนแล้ว น้องคนนี้ยังให้ฟินิชผิวแบบแมตต์สวยที่ดูสดชื่น ไม่ทำให้หน้าดูแห้งกร้าน และที่สำคัญคือละอองสเปรย์ละเอียดมาก ฉีดแล้วไม่เป็นคราบ ไม่รบกวนเมคอัพบนใบหน้าแน่นอน ใครที่กังวลเรื่องเมคอัพหลุดระหว่างวัน บอกเลยว่าตัวนี้คือไอเทม "Double Lock" ที่ต้องมีติดกระเป๋าไว้ด่วน ๆ เลยค่ะ!
ราคา : 320 บาท
บิวตี้บล็อกเกอร์ licktga79 : ละอองละเอียดมาก แถมล็อกเมคอัพเป๊ะ ราคาก็ดีมาก
ไพรเมอร์ สเปรย์ SKINTIFIC Lock The Look Setting Spray

เป็นสเปรย์ล็อกเมคอัพที่รีวิวเยอะพอตัวเลยนะซิส! ตัวนี้ให้ฟินิชผิวแบบ Soft-Matte ที่ดูละมุน ไม่แห้งตึงจนเกินไป ช่วยเนียนเบลอรูขุมขนให้ผิวดูสมูทขึ้น และที่สำคัญคือเคลมความติดทนของเมคอัพได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมงเลยทีเดียว เหมาะมากสำหรับทั้งวันเรียน วันทำงาน หรือแม้แต่ออกงานกลางคืนยาว ๆ โดยไม่ต้องคอยเติมบ่อยให้เสียเวลา
ซึ่งหลายคนยกให้เป็นไอเทมตัวช่วยเพิ่มความติดทนแบบ Long-lasting ขั้นสุด แม้จะต้องเจอกับหน้าร้อนเมืองไทยหรืออากาศชื้นเครื่องสำอางก็ยังเป๊ะ ไม่ไหลเยิ้ม บอกเลยว่าตัวนี้คือคำตอบที่โคตรจะเริ่ดเลยค่ะ!
ราคา : 299 บาท
Trick: ใช้สเปรย์แทนไพรเมอร์ได้ไหม?
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเราสามารถใช้สเปรย์ตัวนี้แทนไพรเมอร์เพื่อเตรียมผิวได้ด้วยนะ! เพียงแค่ฉีดลงบนผิวที่สะอาดก่อนเริ่มลงรองพื้น ตัวสเปรย์จะช่วยสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ ที่มีความ "หนึบ" เล็กน้อย ช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้ดียิ่งขึ้น เหมือนเป็นการสร้างฐานให้เมคอัพติดหนึบไปกับผิวตั้งแต่วันแรก วิธีนี้จะช่วยลดปัญหาเมคอัพตกร่องหรือหลุดระหว่างวันได้ดีมาก ยิ่งถ้าฉีดปิดท้ายหลังแต่งหน้าเสร็จอีกรอบ บอกเลยว่าผิวเป๊ะระดับสิบแน่นอนค่ะ!
บิวตี้บล็อกเกอร์ wonderpeach_ : ล็อกเมคอัพดีมาก กลิ่นอ่อน ๆ ไม่ฉุน ละอองฟุ้ง หน้าไม่แมต ไม่ฉ่ำเกินไป พอดีมาก ๆ
ไพรเมอร์ ตัวดังใน Pantip IN2IT Primer++

หนึ่งในไพรเมอร์ตัวดังที่ชาวพันทิปรีวิวกันแน่นมาก! หลายเสียงยืนยันว่า "ใช้แล้วหน้าเนียนกริบ แถมราคาไม่แรงเกินไปด้วย" ตัวนี้ถือเป็นไพรเมอร์คุณภาพดีราคาจับต้องได้ที่ช่วยเสกผิวให้เรียบเนียนและล็อกเมคอัพให้ติดทนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื้อสัมผัสเขานุ่มนวล บางเบา เกลี่ยง่ายสุด ๆ ไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้าระหว่างวันแน่นอน
ความเริ่ดคือเขามีให้เลือกถึง 2 สูตร เพื่อตอบโจทย์สภาพผิวที่แตกต่างกันค่ะ สูตร All Matte เน้นควบคุมความมันส่วนเกินและเบลอรูขุมขนให้ผิวดูแมตต์สวยละมุน และ สูตร Glow ช่วยให้ผิวดูโกลว์สุขภาพดีเหมือนดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แถมยังมาพร้อม SPF25 PA+++ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดไปในตัวด้วย
เรียกว่าครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่ผิวมัน ผิวธรรมดา ไปจนถึงผิวแห้ง ใครที่กำลังมองหาไพรเมอร์ถูกและดีมาช่วยให้การแต่งหน้าเป๊ะขึ้น ต้องลองไอเทมนี้เลยค่ะ โคตรจะคุ้ม!
ราคา : 148 - 239 บาท
บิวตี้บล็อกเกอร์ busgobogus9 : ลองใช้แล้ว มันดีจริง ๆ มันช่วยเบลอรูขุมขนแบบหายไปแล้ว เหมือนผิวใส่ฟิลเตอร์
ไพรเมอร์ ตัวดังใน Pantip Cezanne UV Make Keep Base

ไพรเมอร์สายญี่ปุ่นระดับตำนานที่ดังระเบิดจากรีวิวปากต่อปากทั้งในไทยและ Pantip! ตัวนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ นะคะ เพราะเขากาเครื่องหมายการันตีด้วยยอดขายอันดับต้น ๆ ในญี่ปุ่น และยังกวาด รางวัล Best Face Primer จากเว็บไซต์รีวิวเครื่องสำอางชื่อดังมาแล้วนับไม่ถ้วน เป็นไอเทมยอดนิยมที่ครองใจทั้งมือใหม่หัดแต่งหน้าไปจนถึงเมคอัพอาร์ทิสต์มือโปรเลยค่ะ
ความเริ่ดของน้องคนนี้คือช่วยคุมมันได้แบบอยู่หมัด พร้อมเบลอผิวให้ดูละมุนและช่วยให้เมคอัพติดทนนานตลอดวันโดยไม่เป็นคราบ เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย แถมยังมี SPF ในตัว ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในขั้นตอนเดียว เหมาะมากสำหรับวันสบาย ๆ ที่อยากแต่งหน้าลุคธรรมชาติแต่ยังต้องการความเป๊ะ ผิวเนียนเรียบดูสุขภาพดี ใครที่กำลังมองหาไพรเมอร์งานผิวสไตล์ญี่ปุ่นที่คุณภาพเกินราคา บอกเลยว่าตัวนี้คือของมันต้องมีค่ะซิส!
ราคา : 360 บาท
บิวตี้บล็อกเกอร์ khwanvasinee รีวิว : ชอบสูตรีชมพูมาก ๆ และใช้ติดต่อกันนานมาก เพราะเนื้อคุมมันดีจริง ๆ ลองทาบนผิวเปล่า ๆ หน้าไม่มันไปครึ่งวัน หน้าผ่องดูไม่หมอง
ไพรเมอร์ ตัวดังใน Pantip Cute Press Evory Retouch Pore Minimizing & Oil Control Primer

ไพรเมอร์จาก Cute Press ตัวนี้บอกเลยว่าเป็นไอเทมที่มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ใน Pantip เลยค่ะซิส! เพราะนอกจากจะเป็นไพรเมอร์ที่ราคาจับต้องง่ายสุด ๆ แล้ว คุณสมบัติยังจัดมาให้ครบเครื่อง เหมาะมากสำหรับคนผิวมันและผิวผสมที่กำลังมองหาตัวช่วยให้เมคอัพติดทนนาน แถมยังช่วยให้ผิวดูเนียนกริบ ไม่มันเยิ้มระหว่างวันให้เสียเซลฟ์
ความเด่นของน้องคนนี้คือเป็นสูตรปราศจากน้ำมัน (Oil-Free) ที่ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินได้อย่างอยู่หมัด พร้อมคุณสมบัติช่วยเบลอรูขุมขนให้ดูเล็กลงทันทีหลังทา เหมือนได้รีทัชผิวใหม่ให้สมูทขึ้นมาเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงยกใจให้เป็นไพรเมอร์ถูกและดีที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ตลอด ใครอยากหน้าเป๊ะตลอดวันแบบราคาสบายกระเป๋า ต้องจัดตัวนี้เลยค่ะ โคตรจะเริ่ด!
ราคา : 99 - 320 บาท
ซุปตาร์สาวปุ๊กลุ๊ก : เบลอรูขุมขนดีมาก ช่วยให้การแต่งหน้าดูสวย และมั่นใจขึ้นมาก ผิวดูใสขึ้น เนียนกริบ
ไพรเมอร์ เซรั่ม BOBBI BROWN Intensive Serum Radiance SPF25 PA++

นี่คือไพรเมอร์เซรั่มระดับลักชูรีจาก Bobbi Brown ที่เป็นกระแสแรงมากในแวดวงบิวตี้! เพราะน้องคนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นเบสก่อนลงรองพื้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเตรียมผิว บำรุง และปกป้องผิวจบในหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกใช้ต่อเนื่องเหมือนเป็นสกินแคร์ตัวสำคัญก่อนแต่งหน้าเลยค่ะ
ความพิเศษที่ทำให้ตัวนี้โดดเด่นกว่าใครคือส่วนผสมระดับพรีเมียมอย่าง "โสม" ที่ช่วยปลุกผิวให้ดูสดใส ไบรท์ และมีออร่ากว่าเดิม พร้อมสารสกัดจากพืชธรรมชาตินานาชนิดและ กรดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นแบบจัดเต็ม ทำให้ผิวดูฉ่ำวาวสุขภาพดีก่อนลงรองพื้นไปอีกขั้น
นอกจากงานบำรุงจะแน่นแล้ว เขายังมาพร้อมค่า SPF 25 PA++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ในระดับที่พอเหมาะสำหรับวันสบาย ๆ บอกเลยว่าเป็นไอเทมที่คุ้มค่าแก่การลงทุนมาก ใครอยากได้งานผิวลูกคุณหนูที่ดูสวยแพงจากภายใน ต้องมีตัวนี้ติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เลยค่ะ โคตรจะเริ่ด!
ราคา : 1,250 - 2,500 บาท
บิวตี้บล็อกเกอร์รีวิว khwanvasinee : ช่วยให้รองพื้นใหม่ตลอด สีไม่ดรอป ผิวกระจ่างใส ใครขี้เกียจ ๆ ก็ลงตัวนี้ เหมือนเป็นบำรุงไปได้ด้วย มันทำให้ผิวเงา ๆ เล่นแสงมากขึ้น ดูไม่อิดโรย
ไพรเมอร์ เซรั่ม Jill Stuart Flawless Gem Serum Primer

นี่คือไพรเมอร์เนื้อเซรั่มจากแบรนด์ Jill Stuart ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานผิวเจ้าหญิงสุดๆ! น้องคนนี้จะช่วยเสกให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นทันทีที่ทา ความโดดเด่นอยู่ที่ประกายมุกจาก Glow Diamond Powder และ Pearl Gem Powder ที่ช่วยให้ผิวดูเปล่งประกายมีมิติแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหลอกตา และยังช่วยเบลอรูขุมขนเพื่อให้รองพื้นเกลี่ยง่ายและติดทนนานขึ้นอีกด้วยค่ะ
นอกจากงานผิวฉ่ำแล้ว เขายังใช้เทคโนโลยี Soft-focus ทำให้ผิวดูละมุนและมีวอลลุ่ม ไม่ดูแบนราบจนเกินไป ด้วยเนื้อเซรั่มที่บางเบา เกลี่ยง่ายเหมือนลงสกินแคร์ก่อนแต่งหน้า ถึงแม้ราคาอาจจะสูงหน่อยแต่ถ้าเทียบกับงานผิวเนียนกริบดุจเพชรที่ได้ บอกเลยว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนมากค่ะซิส!
ราคา : 1,150 บาท
ผู้ใช้ TikTok ชื่อ nobechannel_0209 : เป็นซีรีส์ไพรเมอร์ที่ชอบมาก มี 3 สูตร แต่ละสูตรช่วยในเรื่องแตกต่างกัน เนื้อดี แถมให้ผิวสวย เป็นไพรเมอร์ที่อยากป้ายยามาก
ไพรเมอร์ ออยล์ Charmiss Hyacherry Oil Control Primer

ไพรเมอร์เนื้อบางเบานวัตกรรมใหม่แบบ Oil-in-Water จาก Charmiss ที่ทำมาเพื่อคนผิวมันโดยเฉพาะ! ตัวนี้ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินได้อย่างยาวนาน มอบสัมผัสสดชื่นสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มาพร้อมเทคโนโลยี Smart Blurring Powders และ Dual-Processed Pigments ที่ช่วยเบลอผิวให้เนียนสวยแบบ Soft Focus มอบฟินิชผิวแมตต์แต่ยังดูโกลว์สุขภาพดีเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแห้งกร้านจนเกินไปค่ะ
ความเริ่ดที่เกินราคาก็คือส่วนผสมบำรุงที่อัดแน่นมาก ทั้ง Bifida Ferment Filtrate, Hyaluron ถึง 4 ชนิด และ Sweet Cherry Extract ที่จะมาช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก พร้อมเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงและลดการระคายเคืองไปในตัว ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใส และดูสุขภาพดีจากภายใน บอกเลยว่าเป็นไพรเมอร์ถูกและดีที่คุณภาพสู้เคาน์เตอร์แบรนด์ได้สบายๆ เลยค่ะซิส!
ราคา : 59 บาท
เพจ บอกต่อของดี : ทาแล้วผิวเนียนขึ้นทันที เบลอรูขุมขนพรางดีมาก หน้าแมตต์สวยแต่ไม่แห้ง เมคอัพติดทนขึ้นแบบเห็นชัด คุมมันทั้งวัน หน้าไม่ไหลไม่เยิ้มเลย
ไพรเมอร์ ออยล์ ONE/SIZE Oil Sucker Extreme Mattifying Primer

ตัวนี้เป็นหนึ่งในไพรเมอร์ที่ถูกพูดถึงมากในหมู่คนผิวมัน และคนที่ชอบเมคอัพแบบตึบ ๆ ติดทนทั้งวัน เขาออกแบบมาเพื่อคุมมันขั้นสุด ด้วยสูตรที่ช่วย ดูดซับความมันส่วนเกินทันที พร้อมทั้งทำให้ผิวดูเนียน และไม่กลายเป็นคราบระหว่างวัน โดยมีสูตร Alkaline pH ที่ช่วยดูดซับน้ำมันจากผิว และส่วนผสมที่ช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันให้อยู่ทนตลอดวัน เหมาะมากสำหรับอากาศร้อนหรือผิวมันจัดที่ชอบลุคแมตต์ยาว ๆ
ราคา : 1,530 บาท
พิกัด : Sephora
ผู้ใช้ TikTok ชื่อ raazsbeauty : เนื้อไพรเมอร์เกลี่ยง่าย เบลอรูขุมขน และทำให้ผิวแมตต์ขึ้นทันที แต่ไม่แห้งตึง
คำถามที่พบบ่อย
กันแดดทั่วไปถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงและปกป้อง (Skincare Step) ค่ะ เราต้องให้เนื้อกันแดดแนบสนิทไปกับผิวเพื่อสร้างเกราะป้องกันรังสียูวี ส่วนไพรเมอร์คือขั้นตอนแรกของเมคอัพ (Makeup Step) ที่จะมาฉาบผิวให้เรียบเนียนเพื่อรองรับรองพื้นในสเต็ปถัดไปนั่นเอง
แต่ถ้าเป็นกันแดดผสมรองพื้น / BB / CC Cream (Tinted Sunscreen) หน้าที่ของมันจะขยับไปอยู่ในหมวดงานผิว (Base Makeup) ดังนั้นเราจึงต้องลงไพรเมอร์เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมก่อนที่จะลงงานผิวที่มีสีพวกนี้ลงไป
สรุปง่าย ๆ ถ้าเป็นกันแดดใสๆ หรือสีขาว ให้ลงไพรเมอร์ทีหลัง แต่ถ้าเป็นกันแดดมีสี หรือผสมรองพื้น ให้ลงไพรเมอร์ก่อน
เพื่อให้จำง่ายที่สุด ให้คิดว่า ไพรเมอร์ (Primer) คือ "ด่านหน้า" ของการแต่งหน้า และรองพื้น (Foundation) คือ "การลงสี" ค่ะ ถ้าลงไพรเมอร์หลังรองพื้น ทุกอย่างที่อุตส่าห์แต่งมาจะเละและกลายเป็นคราบทันทีเลย
แต่มีข้อยกเว้นนะ ไพรเมอร์ที่ลงทับรองพื้นคือ ไพรเมอร์ประเภทเติมความชุ่มชื้น แต่ใช้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ มาแตะๆ ทับเมคอัพเบา ๆ ในช่วงบ่าย เพื่อแก้ปัญหาหน้าแห้งจนเป็นขุย แต่สำหรับมือใหม่หรือการแต่งหน้าปกติ ห้ามทำเด็ดขาด เพราะเสี่ยงหน้าพังสูงมาก
ถ้าจะให้เรียงลำดับความสำคัญตามหน้าที่ของมัน จะเป็นแบบนี้เลย Primer > Foundation > Concealer ถ้าเกิดลงคอนซีลเลอร์ก่อนไพรเมอร์เวลาเกลี่ยมันจะลากเอาคอนซีลเลอร์ที่แต้มไว้หลุดออกมาหมดเลยค่ะ สรุปคือที่กลบไว้หายหมด แถมหน้าจะเป็นคราบด้วย สรุปคือลงไพรเมอร์ก่อนแล้วค่อยตามด้วยรองพื้นกับคอนซีลเลอร์ค่ะ
การลงไพรเมอร์ไม่จำเป็นต้องทาโบกไปทั้งหน้าเหมือนทาครีมบำรุง เราสามารถลงเฉพาะจุดได้ค่ะ เช่น
- T-Zone ( หน้าผาก และจมูก ) ตรงนี้จะเน้นในเรื่องของคุมมัน และเบลอรูขุมขน
- หน้าแก้ม ( ข้างจมูก ) อันนี้จะเน้นในเรื่องการเบลอผิวให้ดูเนียน
- คาง เน้นเรื่องความเรียบเนียน และการยึดเกาะของเมคอัพ
- บริเวณที่มีริ้วรอย ( หางตา หรือ ร่องแก้ม ) จะเน้นเรื่องการเติมเต็ม และความชุ่มชื้น
เพราะงั้นลงเฉพาะจุดที่ " มันง่าย " และ " รูขุมขนกว้าง " ก็พอจ้า! ไม่ต้องเปลืองผลิตภัณฑ์ แถมผิวหายใจสะดวกขึ้นด้วยนะ
ลงหลังกันแดด แต่ลงก่อนรองพื้น
ได้แน่นอน และเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงมากด้วยค่ะ! การทาไพรเมอร์โดยไม่ลงรองพื้นเรียกกันเก๋ ๆ ว่าการทำ Makeup No Makeup Look หรือลุคเผยผิวแบบตื่นมาก็สวยเลยนั่นเอง
จะว่าจำเป็นที่สุดก็ไม่ใช่ แต่ถ้ามีไว้ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ! เมคอัพอาร์ติสต์ระดับโลกหลาย ๆ คนบอกว่า ไพรเมอร์คือประกันภัยของการแต่งหน้า ถ้าไม่ทาก็แต่งหน้าสวยได้นะ แต่ถ้าทาไว้มันคือความอุ่นใจว่าหน้าเราจะไม่หลุด ไม่หยา และผิวจะดูเนียนกริบกว่าปกติอีกระดับหนึ่ง
ไพรเมอร์เน้นเรื่องการเตรียมผิวให้เรียบเนียน เบลอรูขุมขน คุมมัน และช่วยเมคอัพติดทนนานขึ้น ส่วนเมคอัพเบสเน้นช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และเพิ่มให้ผิวดูกระจ่างใส
ส่วนลำดับการลง มักจะลงเบสเมคอัพก่อนไพรเมอร์ค่ะ
ถ้าเลือกสูตรที่เหมาะกับผิวก็สามารถใช้ทุกวันได้ เช่น สูตรผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวแห้ง, สูตรเจลหรือเนื้อน้ำสำหรับผิวมัน สิ่งสำคัญสำหรับทุกสภาพผิวคือการทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์หรือคลีนซิ่งเพื่อป้องกันการอุดตันและการเกิดสิว
หลักการคือการเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นไว้ก่อนด้วยสกินแคร์กลุ่มมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือสเปรย์น้ำแร่ และทิ้งระยะเวลาให้ผลิตภัณฑ์ซึมลงผิวซัก 3-5 นาทีในแต่ละขั้นตอน จากนั้นตอนลงไพรเมอร์ให้กดผิวหน้าเบาๆ ไม่ถูแรง และไม่ลืมที่จะทำความสะอาดผิวให้หมดจดทุกครั้งในขั้นตอนล้างหน้าด้วยเพื่อช่วยขจัดคราบและผลัดเซลล์ผิวเก่าออก

สรุป ไพรเมอร์ควรลงหลังสกินแคร์และกันแดด แต่ก่อนรองพื้น
สรุปแบบไม่ซับซ้อนเลยนะคะ ไพรเมอร์ควรลงหลังสกินแคร์และกันแดด แต่ก่อนรองพื้น และควรรอให้สกินแคร์เซตตัวบนผิวก่อนเสมอ ไม่ควรรีบลงทันทีเพราะจะทำให้ไพรเมอร์จับตัวไม่ดีและเกิดคราบได้ อีกทริคที่หลายคนมองข้ามคือไม่จำเป็นต้องลงไพรเมอร์ทั่วหน้าเสมอไป สามารถลงเฉพาะจุดที่มีปัญหา เช่น รูขุมขนกว้างบริเวณทีโซนหรือจุดที่รองพื้นชอบตกร่อง วิธีนี้ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติและไม่หนักหน้าเกินไป
สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นไพรเมอร์ตัวดังหรือราคาเบา ๆ ก็ใช้ดีเหมือนกันได้หมดถ้าใช้ถูกขั้นตอน ผิวก็จะเนียน สวย และเมคอัพติดทนขึ้นได้จริง แต่ถ้าใช้ผิดวิธีผลลัพธ์ก็อาจไม่ต่างจากการไม่ใช้เลย เพราะฉะนั้นแค่รู้ว่า ไพรเมอร์ลงตอนไหน ก็ถือเป็นกุญแจสำคัญของงานผิวสวยในทุกวันแล้ว เหมือนกับที่ช่างแต่วหน้าชื่อดังของฮอลลีวูดกล่าวว่า
"I never skip primer because it’s the only way to ensure the foundation stays where I put it all day.- ผมไม่เคยข้ามขั้นตอนไพรเมอร์เลย เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้มั่นใจได้ว่า รองพื้นจะยังอยู่ตรงที่มันควรอยู่ไปตลอดทั้งวัน"
- Patrick Ta ( Makeup Artist ของเหล่าซุปตาร์ Hollywood ) -
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : Konvy / Shopee / Sephora / IG : bbia.official
ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : มือใหม่ต้องรู้! ไพรเมอร์ (Primer) คืออะไร / ไพรเมอร์คืออะไร จำเป็นต้องใช้หรือไม่? พร้อมแนะนำไพรเมอร์ถูกและดีสำหรับมือใหม่ / ไพรเมอร์ (Primer) คืออะไร ? จำเป็นแค่ไหนสำหรับการแต่งหน้า / ประเภทของไพรเมอร์แต่งหน้าและประโยชน์ของมัน / เลิกโบกรองพื้นหนัก เมื่อได้รู้จักกับ ‘ไพรเมอร์’ ตัวช่วยผิวสวยก่อนแต่งหน้า / คู่มือเลือกใช้ Primer แต่งหน้าให้ผิวสวยเป๊ะทั้งวัน
บทความแนะนำเพิ่มเติม

ใช้ไม่เป็น หน้าไม่ปัง! รวม 7 เคล็ดลับทา " ไพรเมอร์ " ให้ถูกวิธี ช่วยล็อกเมคอัพติดทน ผิวไม่มันเยิ้มระหว่างวัน | บทความของ Pearrisa | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2589%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1-7-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B2-%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C-%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599-id=85224

เมคอัพเบส ทฤษฎีสีเบส 101 เทรนด์ปรับผิวใส หน้าไบรท์ออร่าแบบพส.เกาหลี! | บทความของ pumxpurin | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/what-is-makeup-base-210436

ไม่ต้องยืนงงในดงเมคอัพ! รองพื้น & คุชชั่น ต่างกันยังไง ? แต่ละชนิดเหมาะกับผิวแบบไหนบ้าง ? | บทความของ SIS GURU | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/90783

ไพรเมอร์กันน้ำ ปี 2025 โดนน้ำแค่ไหนหน้าก็ยังปัง ซื้อยี่ห้อไหนดี ? | บทความของ CutenessCorner | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/waterproof-primer-96652
















