Curator
curator
HappyBowl💝
41 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • ร้านขายขนมไดฟุกุ ดังโงะ และโมจิ มีขนมไส้ต่างๆในรูปปลาของญี่ปุ่นด้วยค่ะ
  • จุดไฮไลท์ของงานที่พลาดไม่ได้ คืออุโมงค์ยักษ์แนวยาวมาก ประดับไฟมากมาย
  • ชิงช้าสวรรค์ สัญลักษณ์ของเมืองนาโกยาแห่งนี้และร้านดองกี้ ยอดฮิต

Autumn in Kansai 2018 ไปแล้วอยากไปอีกครั้งจัง 🍂 EP.2 🎋

Hellooo... สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe คิดถึงกันมั้ยเอ๋ยย กลับมาแล้วค่า สำหรับ EP.2 นี้ ขอบคุณทุกๆคนน่ะค่ะ สำหรับการกด หัวใจ และ follow สำหรับการเป็นกำลังใจดีๆในงานเขียนของ HappyฺBowl
เอาล่ะค่ะ ตามมาดูกันเลยจาก EP.1 เลยดีกว่าน้าา :-)

04 October 2019
curator_HappyBowl💝 HappyBowl💝
04 October 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ

คิดถึงกันไหมเอ่ยย..

ต่อจาก EP. ที่แล้ว HappyBowl ก็ได้พาทุกคนออกจากอาราชิยามา ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นใช่ไหมคะ ^_^ เอาล่ะค่ะ จากนั้นเราก็ขับรถไปกันต่อที่ย่านกิออน ย่านนี้เป็นย่านที่นิยมสำหรับบรรดานักท่องเที่ยวต่างๆเช่นกันค่ะ เพราะเป็นย่านโบราณ เก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองเกียวโตค่ะ

ความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ศึกษาก่อนเดินทางมาเที่ยว เราจะพบว่าย่านนี้เป็นทำเลสำหรับการมาพักผ่อนยามเย็นหรือยามค่ำคืน ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วล่ะค่ะ บวกกับมีวัฒนธรรมด้านเกอิชาจึงทำให้ย่านนี้มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากค่ะ เราจะเห็นว่ามีผู้คน นักท่องเที่ยวจำนวนมากแต่งกายใส่ชุดกิโมโนมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึก (ระลึก) :-) เช่นกันค่ะ

ย่านนี้เราสามารถไปเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยน่ะค่ะ (เปิดเหมือน 7-11 บ้านเราเลยค่ะ) เราจะเห็นบรรยากาศรอบๆจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นและที่สำคัญจะมีโรงละครแสดงเกอิชาที่เลื่องลือด้วยนะเออ..


image_953765

เก็บภาพบรรยากาศแสนโรแมนติก ที่ย่านกิออน ณ เกียวโตค่ะ

image_953766

คุณเกอิชา ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ณ ย่านนี้ค่ะ :-)

- ที่มารูป: i.pinimg.com
ร้านขายขนมไดฟุกุ ดังโงะ และโมจิ มีขนมไส้ต่างๆในรูปปลาของญี่ปุ่นด้วยค่ะ
image_953767

วันนี้เรากินราเมงเป็นมื้อเย็นค่า ราเมงของที่ญี่ปุ่นเนี่ยอร่อยสุโก้ยเลยนะ

หลังจากกินอิ่มแล้วน่ะค่ะ ก็ตามระเบียบค่ะ เราก็กลับโรงแรมแล้วล่ะค่ะ เพื่อเตรียมพักผ่อนและลุยวันต่อไป Zzzz

Day 3  Grand Prince Hotel (Kyoto) - ศาลเจ้า ฟูชิมิ อินาริ (ศาลเพพเจ้าจิ้งจอก) - นาโกยา

วันที่ 3 แล้วค่า วันนี้เราตื่นประมาณ 7 โมงเช้าค่ะ เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปยังศาลเทพเจ้าจิ้งจอกที่โด่งดังอีกแล้วว ณ เมืองเกียวโต วันนี้เราทำการ check out ออกจากโรงแรมแกรนด์ ปริ้น (เกียวโต) ค่ะ เพราะหลังจากที่เราเดินทางไปสักการะหรือเยี่ยมชม ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ หรือ (ศาลเทพเจ้าจิ้งจอก) เราจะวาร์ปไปที่เมืองนาโกยาเลยค่า

พอมาถึงที่ศาลเจ้าแห่งนี้ต้องเดินเข้าไปข้างในอีกสักระยะนะค่ะจะเจอจุดไฮไลท์ นั่นคือ.... ต้นเสาที่เรียงรายเป็นเอกลักษณ์หลายร้อยต้นของศาลแห่งนี้ทางเข้าจะมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกที่เป็นสัญลักษณืของที่นี่ค่ะ

ข้อมูลเกร็ดความรู้อีกแล้วน่ะค่ะ เพื่อเป็นประโยชน์กับสาวๆ SistaCafe ทุกๆคน เท่าที่รู้มาคือศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ แห่งนี้เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกียวโต ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงจากเสาโทริอิ หรือเสาสีส้มๆหลายร้อยต้นแนวยาวๆที่เพื่อนๆเห็นกันนั่นแหละค่ะ

หูยยย ตำนานอันศักดิ์สิทธิ์ สมกับเป็นเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่นเลยค่ะ


image_953769

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ จุดไฮไลท์ที่ต้องมาถ่ายรูปให้ได้ จุดเด่นคือเสาสีส้มหลายต้นที่ยาวสุดอะไรสุด :-)

หลังจากที่เดินชมรอบๆเสร็จ เราก้อออกเดินทางจากศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ประมาณบ่าย กว่าๆแล้วค่ะ เพื่อไปยังเมืองนาโกยาค่ะ ระหว่างทางเราแวะกินข้าวที่จุดพักรถ ทางที่จะไปเมืองนาโกย่า

กินข้าวกลางวันกันเสร็จ ก็ทานไอศครีมกันค่ะ Original ไอศครีมชาเขียวต้องที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่หวานเกินไปด้วยน่ะจ๊ะ

image_953770

ไอศครีม มัชชะ ชาเขียว original สุดๆค่ะ

image_953771

สุนัขพันธุ์ชิบะ ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมเลี้ยง เราเจอจุดพักรถ ที่กินข้าวค่า น่ารักมากเลยยย

หลังจากกินอิ่มเสร็จสรรพ เราก็เดินทางมุ่งหน้าต่อไปยังเมืองนาโกยา ค่ะ เราจะไปงานประดับไฟที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ 

งานเทศกาลประดับไฟหรือที่เรียกชื่อว่า นาบานาโนะ ซาโตะ ค่า
จุดที่สำคัญของงานประดับไฟของเมืองนาโกยานี้ คือ เป็นอุโมงค์ที่ประดับไฟที่ยาวสุดลูกหูลูกตา สีของไฟจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆค่ะ ประมาณ 1 นาทีค่ะ จากสีม่วงเป็นเขียว สีเขียวเป็นชมพู สีชมพูเป็นสีเหลือง สลับๆกันไปเรื่อยๆค่ะ น่าสนใจ ตื่นตาตื่นใจมาก 

เราจะต้องซื้อบัตรที่หน้าประตูก่อนเข้างานนะค่ะ ราคา 2300 เยนค่ะ แต่จะนำไปเป็นส่วนลดสำหรับค่าข้าวได้ในศุนย์อาหารบริเวณในงานค่ะ  ตอนที่เราไปคนเยอะมากก ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมของเทศกาลประดับไฟ เมืองนาโกยา ค่ะ " Nabana no Sato"
- ที่มา: www.mushroomtravel.com
image_953896

ตั๋วที่เราต้องซื้อที่หน้างานค่ะ ราคา 2300 เยน ต่อคน หรือราวๆ 600 บาทค่ะ ไปทั้งหมด 5 คนก็คูณ 5 ไป :-) ภาพบนเป็นภาพบรรยากาศภายในงานค่ะ จะมีหลายจุดมากๆเลย จะมีแผ่น โบรชัวร์แจกให้ด้วยน่ะ

จุดไฮไลท์ของงานที่พลาดไม่ได้ คืออุโมงค์ยักษ์แนวยาวมาก ประดับไฟมากมาย
image_953898

Wowww... จุดไฮไลท์ของงานที่พลาดไม่ได้ ต้องเดินให้สุดปลายอุโมงค์เลยน่ะค่ะ สวยงามมากๆ

ภายในงานนอกจากไฟประดับที่สวยงามแล้วจะมีการแสดงแสง สี เสียง หลังจากที่เราผ่านอุโมงค์ยักษ์ด้วยน่ะค่ะ เป็นการแสดงวัฒนธรรมของญี่ปุ่น มีภูเขาไฟฟูจิซัง และหมียอดฮิตอย่างคุมะมงด้วยจ้า

หลังจากที่ชมบรรยากาศภายในงาน นาบานาโนะ ซาโตะ ที่ข้างในประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับมากมายแล้วเราก้อออกมาจากงานค่ะ เพื่อไป check-in ที่พักในโรงแรม เมืองนาโกยานี้ โรงแรมของเราจะใกล้กับ ร้านดองกี้ ยอดฮิตด้วยแหละค่า ร้านดองกี้สาขานี้คนก็ยังแน่นน่ะจ๊ะ แต่ไม่มีปัญหาเปิด 24 ชม. อยู่แล้วเนาะ

Check-in เรียบร้อยเราก็ไปกินข้าวกันค่า ร้านที่เลือกคือราเมงข้อสอบ มาถึงเจแปนทั้งทีต้องมาร้านนี้กันหน่อย แวะมาทำข้อสอบ อิอิ ร้านราเมงชื่อดังที่ตอนนี้เค้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยแล้วนาจา :-)


ชิงช้าสวรรค์ สัญลักษณ์ของเมืองนาโกยาแห่งนี้และร้านดองกี้ ยอดฮิต
image_953910
image_953913

ไก่ทอดยามะจัง เป็นอาหารเด่น อาหารดังของเมืองนาโกยาค่ะ :-)

HappyBowl อยากจะแนะนำอีกอย่างนึงก็คือ ไก่ทอดยามะจัง ค่ะ เป็นไก่ทอดยอดฮิต หรือ อาหารที่เป็นจุดขายของเมืองนี้ สัญลักษณ์ทำให้เรานึกถึงการ์ตูนเรื่อง มารูโกะ เลยทีเดียว ;-)

ไก่ทอดร้านนี้มีมาเปิดสาขาที่ไทยแล้วเหมือนกันน่ะค่ะ แต่ว่า... มาถึงถิ่นทั้งทีจะอดได้ไง จริงไหมจ๊ะ รสชาติอร่อย ราคาไม่แพงค่ะ นิยมกินคู่กับรูทเบียร์ อร่อย ฟินสุดๆไปเลยจ้า

หลังจากกินอิ่มแปร้ พุงกางแล้วเราก็ต้องขอตัวกลับโรงแรมก่อนน่ะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงลุยต่อ
วันนี้สุดๆไปเลย หลายที่มากจ้า Zzzz

image_954091

ขนม ไอศครีมต่างๆที่ขายใน Family Mart ค่ะ แนะนำของ Sweets เลยค่ะ อร่อยมากๆๆ สตอเบอรี่ไอศครีมชีสเค้ก

Day 4  Hotel in Nagoya (จำชื่อไม่ได้ค่ะ TT) - หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

Good Morning kaa :-)
วันที่ 4 แล้วน่ะค่ะ วันนี้เราตื่นขึ้นมาราวๆ 7 โมงกว่งเช้าค่า ตื่นปุ๊บก้ออกมาหาอะไรกินหน้า โรงแรม โรงแรมที่เราอยู่จะมี Family Mart ด้านล่างด้วย กินเสร็จเราก็แว็บไปช๊อปปิ้งเล็กๆน้อยๆ ซึ่งไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพักมากนักค่ะ ได้ของกรุ๊บกริบอีกเช่นเคย555

หลังจากทุกคนพร้อมแล้ว เราก็ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะกันค่ะ ขับรถไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงที่นี่ค่ะ จะมีสะพานยาวๆข้ามไปยังหมู่บ้าน

หมู่บ้านชิราคาวาโกะนี้ถือว่าเป็นหมู่บ้านมรดกโลกอีกแห่งนึงที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกค่ะ มีอายุมากกว่า 250 ปีเลยน่ะค่ะ โห...ยาวนานมากจริงๆ หมู่บ้านแห่งนี้โครงสร้างของบ้านวัสดุทำมาจากธรรมชาติล้วนๆค่ะ พวกฟางหนาๆที่มุงหลังคาและดินเหนียว เป็นไอเดียของชาวนาสมัยโบราณเลยน่ะค่ะ จึงมีความแข็งแรงและทนทานอย่างมาก ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีหรือกี่ฤดูแล้วก็ตาม สุดยอดเลยค่ะ :-)

สาวๆ SistaCafe อย่างเราก็ต้องแข็งแรงและเข้มแข็งให้ได้อย่างหมู่บ้านนี้นะคะ ^_^

image_954070

เก็บภาพบรรยากาศอันแสนประทับใจของหมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้กับครอบครัวค่ะ ;-)

image_954069

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หมู่บ้านเก่าแก่และเป็นมรดกโลกที่มีเอกลักษณ์ ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ

image_954071

ถ้าอยากชมวิว บรรายากาศรอบๆแบบพาโนรามา เราต้องนั่งรถขึ้นไปค่ะ จะมีจุดบริการรถรับส่ง ราคาราวๆ 200 เยนค่ะ จะได้อารมณ์กว้างขึ้นไปอีกจ้า

เอาล่ะค่ะ...มาถึงครึ่งทางกันแล้วน่ะ สำหรับ Autumn in Kansai 2018 วันนี้เรามาแวะพักเหนื่อยกันที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ที่เลื่องชื่อในแถบคันไซ ประเทศญี่ปุ่นนี้ก่อนน่ะค่ะ

คราวหน้าเราจะไปที่ไหนกัน ขอเกริ่นไว้นิดนึงก่อนก็ได้ค่ะว่า ดูดี เรียบง่าย เป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีคนอยู่หนาแน่นสักเท่าไร  แต่ก็น่าประทับใจและหลงไหล นั่นคือ เมืองทาคายาม่า นั่นเอง HappyBowl จะพาสาวๆ SistaCafe ไปออนทัวร์กัน และเราจะเข้าเมืองไปโอซาก้ากันแล้วจ้า

ะเป็นอย่างไรนั่น มีอะไรใหม่ๆที่น่าสนใจต่างจากบ้านเราไหม ฝากติดตามกันด้วยน่ะค่ะ

วันนี้ขอตัวไปก่อนน่ะจ๊ะ...Bye Bye (Sayonara)

ฝากเป็นกำลังใจ ให้ HappyBowl ทำผลงาน บทความดีๆมาให้เพื่อนๆชาว SistaCafe ได้อ่านด้วยนะคะ #เลิฟๆเลย


image_954092

แล้วเจอกันน่ะค่ะ ขอบคุณทุกๆคนมากค่ะ ซาโยนาระ See you Next EP. 3 (Ending) ^_^

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Ranking โซนญี่ปุ่น