Curator
curator
Pearrisa
676 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • ① นอน… หนีปัญหา
  • ② หาต้นตอของปัญหาให้เจอ
  • ③ ถามใจให้ดีว่าอยากทำอะไร
  • ④ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
  • ⑤ เติมความรู้ใหม่ๆ ให้ตัวเอง
  • ⑥ ใช้ความสำเร็จของคนอื่นเป็นแรงบันดาลใจ

ตอนที่รู้สึกหมดไฟ / ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร ทำยังไงความรู้สึกนี้มันถึงจะหายไปได้นะ?!

เราเชื่อว่าต้องมีสาวๆ หลายคนที่กำลังรู้สึกเบื่อหน่าย หมดไฟ ไม่อยากขยับตัวไปทำอะไรแน่ๆ แล้วถ้าต้องเจอกับสถานกาณ์แบบนี้ สาวซิสมีวิธีแก้ไขยังไงให้ความรู้สึกนี้มันหายไปกันบ้างคะ???

21 July 2020
curator_Pearrisa Pearrisa
21 July 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   

♪♪♪ ฉันเหมือนคนไม่มีกําลัง และหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป
ฉันเหมือนคนกำลังจะตาย ที่ขาดอากาศจะหายใจ ♪♪♪

image_995997
- ที่มารูป: media1.giphy.com

No No No!!! อย่าเพิ่งดึงดราม่า บีบน้ำตาจนท่วมห้องไปซะก่อนล่ะ เพราะไอ้อาการไม่มีกำลัง หมดแรง ซังกะตาย ใช้ชีวิตในทุกๆ วันเหมือนกับซากศพเดินได้ก็ไม่ปาน มันไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาการอกหักหรือโดนทิ้งเท่านั้นหรอกนะ จริงๆ แล้วใครก็ตามที่กำลังรู้สึกหมดไฟ ไร้จุดมุ่งหมายในชีวิต หรือถ้าจะใช้คำให้มันดูเก๋ขึ้นมาหน่อยอย่าง #หมดแพชชั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน เรื่องเรียน เรื่องการทำงาน หรือแม้แต่เรื่องความรัก ก็สามารถรู้สึกเซ็งๆ นอยด์ๆ แบบนี้กันได้ทั้งนั้นนั่นแหละ

โดยตัวเราเองก็เคยมีโมเมนต์ที่รู้สึกหมดไฟด้วยเหมือนกันนะ อาจจะเรียกได้ว่าเกิดขึ้นบ่อยๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเลยก็ว่าได้ >< ยิ่งช่วงไหนที่มีเรื่องให้คิด ให้เครียด หรือมีอะไรเข้ามากวนใจนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้รู้สึกหมดไฟ หมดกำลังใจ จนอยากจะเททุกอย่างให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเหมือนกัน อย่างในช่วงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย จู่ๆ ก็เคยหมดไฟในการเรียน คิดโปรเจกต์ไม่ออก สมัยที่ทำงานก็เคยไอเดียตัน ทำงานไปวันๆ แบบไม่มีแรงจูงใจ เหมือนมีเพลง ‘ ชั้นมาทำอะไรที่นี่ ~~~ ’ ลอยวนในหัวตลอดเวลา

   

image_995998
- ที่มารูป: i.pinimg.com

แต่ถ้าปล่อยให้ตัวเองจมกับความรู้สึกนี้นานๆ เข้า ก็กลัวว่าเราจะกลายเป็นคนหมดไฟ ใช้ชีวิตแบบล่องลอย ไม่มีความสุขขึ้นมาจริงๆ เราเลยอยากจะมาแชร์วิธีเติมกำลังใจ / เติมไฟในแบบฉบับของตัวเองกับสาวซิส เผื่อว่าวิธีเหล่านี้อาจช่วยจุดประกายไฟในวันที่หมดพลังให้กับเพื่อนๆ ทุกคนได้นะ ^^

。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆

   

① นอน… หนีปัญหา

ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าสิ่งต่างๆ มันดูยากเย็นเกินไป หรือพยายามมากเท่าไหร่ก็ดูจะไม่เป็นไปตามที่ใจหวัง จนพาลทำให้ตัวเองรู้สึกหมดไฟ / หมดกำลังใจลงไปเรื่อยๆ ต่อให้พยายามคิดหาทางออกขนาดไหน แต่คิดไป คิดมา ยิ่งคิดก็ดูจะยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก วิธีเรียนคืนสติและช่วยทำให้เราใจเย็นลงได้ก็คือการ ‘ นอนหลับ ’ นี่แหละ หรือจะเรียกว่าใช้วิธีนอนเพื่อหนีปัญหาก็ได้นะ

เพราะทุกครั้งที่เรานอนหลับก็เหมือนได้ ปล่อยให้สมองเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ ที่พบเจอ ได้ใช้เวลาพักผ่อนเอาแรงไปสักระยะหนึ่ง พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็จะรู้สึกว่าจิตใจสงบขึ้น พร้อมที่จะคิดวางแผนแล้วว่าควรจะทำอะไร? จะเอายังไงต่อไปดี? แล้วบางครั้งก็มักจะได้ไอเดียใหม่ๆ มาเป็นของแถมอีกด้วย

② หาต้นตอของปัญหาให้เจอ

เราเชื่อว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้น มันมักจะมีสาเหตุหรือต้นตอของปัญหานั้นๆ เสมอ อย่างปัญหาเรื่องการหมดไฟ / หมดแพชชั่นก็เช่นกัน ดังนั้น ถ้าอยากจะกำจัดความรู้สึกนี้ให้มันหายไป ก็ต้องลองพยายามหาต้นตอของปัญหาให้เจอ อย่างเช่น ถ้ารู้สึกหมดไฟในการทำงาน ก็ต้องลองถามตัวเองแล้วว่ามันเป็นเพราะอะไร… เป็นเพราะเบื่องานที่ทำ / เป็นเพราะเริ่มอิ่มตัว / เป็นเพราะงานที่ทำอยู่มันไม่ใช่

พอเราหาคำตอบได้แล้วว่าสาเหตุที่ทำให้รู้สึกหมดไฟมันเกิดจากอะไร ก็จะช่วยให้เราสามารถหาทางออก วิธีแก้ไข หรือวางแผนในอนาคตข้างหน้าต่อไปได้ ว่าควรทำอะไร หรือเปลี่ยนแปลงชีวิตยังไงให้มันดีขึ้น

image_995999
- ที่มารูป: i.pinimg.com
③ ถามใจให้ดีว่าอยากทำอะไร

บางทีความเบื่อหน่ายกับอะไรเดิมๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกหมดไฟได้แบบไม่รู้ตัวเลยนะ ก็ถ้าใจของเราเองบอกว่าเบื่อ บ่นว่าเหนื่อย คิดว่าไม่อยากทำมันอีกต่อไป ต่อให้พยายามโฟกัสแค่ไหนก็ทำไม่ได้อยู่ดี มันคงถึงเวลาแล้วล่ะที่ต้องลองถามใจให้ดีๆ ว่าตัวเราเองอยากจะทำอะไรกันแน่???

ถ้าหากรู้สึกหมดแพชชั่นในเรื่องการทำงาน ก็ต้องลองถามตัวเองว่าจริงๆ แล้วอยากทำอะไร หรือถ้างานที่ทำอยู่ตอนนี้มันเหนื่อยหรือหนักหนามากจนเกินไป อย่างน้อยๆ ก็ลองหาเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อเป็นการปลดปล่อยความเครียดและภาระต่างๆ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ชาร์จแบตให้ร่างกาย และเติมไฟให้ใจกลับมาพร้อมลุยสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็ได้ ของแบบนี้มันต้องลองดูก่อนถึงจะรู้ได้นะว่าเวิร์ครึเปล่า

④ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

เคยเป็นมั้ยคะ… ยิ่งเดินไปข้างหน้า ยิ่งมองไม่เห็นทาง เลยทำให้สิ่งต่างๆ มันดูยากเย็นและเป็นไปไม่ได้เข้าไปเรื่อยๆ หากใครที่กำลังรู้สึกหมดไฟเหมือนกันในตอนนี้ อาจเป็นเพราะว่าเรามีเป้าหมายที่ยังไม่ชัดเจนพอก็ได้นะ อย่างเช่น อยากทำนั่น ทำนี่ อยากเป็นอย่างโน้น อย่างนี้พร้อมกันไปซะหมด จนหลงทางและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหนดี พอเรื่องต่างๆ มันตีกันเลยทำให้หลุดโฟกัสและอยากถอดใจในที่สุด

เพราะฉะนั้นควรเริ่มต้นใหม่ด้วยการค้นหาสิ่งที่ต้องเองอยากทำ โดยอาจจะเป็นเป้าหมายเล็กๆ ที่ไม่ได้ไกลตัวมากนักก็ได้ พอเราปักหมุดจุดหมายที่จะเดินทางไปได้แล้ว ก็จะช่วยให้วางแผนเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ว่าควรต้องทำยังไงบ้าง? ควรลำดับความสำคัญอะไรก่อน - หลัง? พอลงมือทำไป พร้อมๆ กับมองเห็นจุดหมายที่เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก็จะยิ่งมีกำลังใจอยากทำมันให้สำเร็จ

image_996000
- ที่มารูป: i.pinimg.com
⑤ เติมความรู้ใหม่ๆ ให้ตัวเอง

ขอสารภาพตรงนี้เลยนะว่ามีหลายครั้งเชียวล่ะที่เรามักจะรู้สึกว่า ‘ ตัวเองสู้คนอื่นไม่ได้ ’ / ‘ มีคนที่เก่งกว่าเราอีกตั้งเยอะ ’ / ‘ ยังไม่ทันลงสนามสู้ ก็รู้สึกเหมือนจะแพ้ซะแล้ว ’ ซึ่งความคิดหรือทัศนคติแบบนี้แหละที่เป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกนอยด์แตก ไม่มีกำลังใจ ไม่มีไฟที่จะลุกขึ้นสู้หรือลงมือทำอะไรสักอย่าง

แต่จะไปขอให้คนอื่นอ่อนข้อให้ก็คงไม่ใช่เรื่องหรอกนะ เราเลยบอกตัวเองเสมอว่าถ้ารู้ว่าไม่เก่งเรื่องไหน ก็ต้องขวนขวาย เรียนรู้ และพยายามฝึกฝนบ่อยๆ เพราะถ้ามัวแต่อยู่เฉยๆ แล้วดูถูกตัวเองเรื่อยๆ ต่อไปก็ไม่ช่วยแก้ไขปัญหา และไม่มีทางเก่งขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน พอมีความรู้ ความสามารถ และมีสกิลด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นแล้ว ก็จะช่วยเรียนคืนความมั่นใจ ได้ลองลงมือทำเพื่อให้รู้ตัวว่าชอบ / ไม่ชอบสิ่งไหน แลัวยังเป็นการเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้อยากทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

⑥ ใช้ความสำเร็จของคนอื่นเป็นแรงบันดาลใจ

ถ้าหากใช้ ‘ ความอิจฉา ’ ให้เป็นประโยชน์ ก็สามารถเปลี่ยนมันมาเป็นแรงผลักดันให้อยากประสบความสำเร็จในชีวิตได้เหมือนกันนะ บางช่วงเวลาที่เรารู้สึกหมดไฟในตัวเอง อยากปล่อยให้ชีวิตไหลตามน้ำไปวันๆ ไม่จริงจังกับสิ่งไหนเลยสักนิด เราก็จะชอบเปิดดูคลิปของคนที่ประสบความสำเร็จ / คนเก่งๆ ทั้งหลาย ว่ากว่าที่เค้าเหล่านั้นจะมีชีวิตที่ดีอย่างวันนี้ได้ ก็ต้องลงมือทำและทุ่มเทหลายๆ อย่างในชีวิต

พอยิ่งเปิดดูความสำเร็จของคนอื่น ได้รับรู้ว่าชีวิตของเค้ามันดีแค่ไหน แล้วได้หันกลับมามองตัวเองที่ชีวิตยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ความอิจฉาที่มีอยู่ในใจนี่แหละที่จะเป็นน้ำมันชั้นดี ที่จะช่วยจุดประกายให้เราอยากได้ อยากมี อยากลงมือทำสิ่งๆ หนึ่งให้กลายมาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จบ้าง

   

。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆。⋆

image_996001
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ภาวะหมดไฟ… เป็นเรื่องที่สามารถเกิดได้กับคนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหน มีหน้าที่การงานอะไร หรือแม้แต่สถานะไหนก็ตาม เพราะสภาวะแวดล้อมที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน ความเบื่อหน่ายจากการทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ หรือการใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายปลายทาง ก็ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกหมดกำลังใจ ไม่มีแรงทำสิ่งต่างๆ ได้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกหมดไฟ ก็ต้องรีบหาต้นตอและลงมือเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อจุดประกายให้ชีวิตกลับมามีไฟและพร้อมทุ่มเททำอะไรสักอย่างมากขึ้น

ถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ เราก็หวังว่าวิธีเติมไฟในแบบฉบับของตัวเองเราเอง อาจช่วยเรียกคืนแรงใจให้กลับมาได้อีกครั้ง หรือถ้าใครมีวิธีดีๆ วิธีไหนอีกบ้าง ก็ลองแชร์ ลองเล่าสู่กันฟังได้นะคะ เผื่อว่าเราจะได้เอาไปลองใช้ในวันที่หมดกำลังใจดูบ้าง รอฟังทุกคนอยู่น้าาา~~~

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker Comment
24 July 2020 09:05
โฆษณา