Curator
curator
TheNitiMe
93 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • เมือง Hamamatsu จังหวัด Shizuoka
  • ทะเลสาบ Hamanako
  • Nukumori no Mori สถาปัตยกรรมดั่งเทพนิยาย และนกฮูก
  • เก็บสตรอเบอร์รี่
  • Bentenjima (弁天島) เกาะเบ็นเท็น และประตูโทริอิ
  • Hoshino Resorts KAI Enshu ชาเขียว และออนเซ็น
  • เทศกาลดอกไม้ที่ทะเลสาบ Hamana
  • ปลาไหล และเกี๊ยวซ่า
  • เกี๊ยวซ่า Hamamatsu ที่ Ishimatsu
  • Unagi Pie พายปลาไหล
summary intro: 78953

พาเที่ยว Hamamatsu จังหวัดชิซุโอกะ ดูดอกทิวลิป แช่ออนเซ็น จิบชาเขียว กินปลาไหล

แม้ว่าจังหวัดชิซุโอกะจะเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม แต่นักท่องเที่ยวก็แวะเวียนมาดูทัศนียภาพที่สวยงาม รวมถึงชิมอาหารอร่อยๆ กันอย่างไม่ขาดสาย

10 September 2020
curator_TheNitiMe TheNitiMe
10 September 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


แม้ว่าจังหวัดชิซุโอกะจะเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม แต่นักท่องเที่ยวก็แวะเวียนมาดูทัศนียภาพที่สวยงาม รวมถึงชิมอาหารอร่อยๆ กันอย่างไม่ขาดสาย

เมือง Hamamatsu จังหวัด Shizuoka
image_1004405


ถ้าตอนนี้คุณกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นอยู่แล้วละก็ ไม่อยากให้พลาดจังหวัด Shizuoka เพราะแม้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม แต่อีกส่วนเป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ล้อมรอบทะเลสาบ Hamanako (Lake Hamana) เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ เป็นจุดจอดรถไฟชินคันเซ็นที่เชื่อมต่อไปยัง โตเกียว นาโกย่า โอซาก้า และเกียวโต รวมถึงเป็นบ้านเกิดของรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า (Honda) และเปียโนยี่ห้อยามาฮ่า (Yamaha) มีปลาไหลที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ออนเซ็น ชาเขียวคุณภาพดี อาหารทะเล(ปลาไหล และปลาปักเป้า) เกี๊ยวซ่า และสวนดอกไม้ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนอยากจะวางแผนไป Hamamatsu กับเรากันแล้ว

image_1004406


รถไฟชินคันเซ็นสายTokaido จอดที่สถานี Hamamatsu ด้วย ซึ่งสะดวกต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะสามารถนั่งต่อไปยัง โตเกียว นาโกย่า โอซาก้า หรือเกียวโตได้สบายๆ หรือถ้าหากเป็นการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ก็สามารถนั่งรถบัสจากสนามบินนาโกย่า (Nagoya Chubu International Airport) ได้เลย ภายในตัวเมืองมีรถบัสหลายสายสะดวกต่อการเดินทาง ยิ่งถ้าใช้บัตร Hamanako Rail Pass ก็ยิ่งคุ้ม เพราะสามารถเดินทางโดย Entetsu Railway, Entetsu Bus, Tenryu Hamanako Railroad และ Hamanako Cruise ได้อย่างไม่จำกัด (2-day หรือ 3-day pass) รวมถึงรถบัสไปสนามบินได้ 1 เที่ยว

ทะเลสาบ Hamanako

ทะเลสาบ Hamanako (浜名湖) ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ ดูน้ำทะเล

image_1004407


บริเวณนี้เคยเป็นทะเลสาบน้ำจืดมาก่อน ย้อนกลับไปเมื่อปี 1498 มีการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ เกิดการแยกตัวของแผ่นดิน ทำให้ทะเลสาบ Hamanako และมหาสมุทรแปซิฟิก เชื่อมต่อกัน เกิดเป็นทะเลสาบน้ำกร่อยในปัจจุบัน ซึ่งสิ่งแวดล้อมของทะเลสาบแบบนี้แหละเป็นทำให้ Hamamatsu ขึ้นชื่อในเรื่องของปลาไหล และปลาปักเป้า เกิดแหล่งท่องเที่ยวมากมายรอบทะเลสาบ ทั้ง Hamanako Pal Pal amusement park, Kanzanji Onsen, และ the Hamanako Orgel Museum (พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี)

การขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไม่เพียงแต่จะให้เห็นวิวสวยๆอันแสนสงบของทะเลสาบ Hamanako จากความสูง 723 เมตร และภูเขาโดยรอบแล้ว ยังเป็นเส้นทางที่จะสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีได้อีกด้วย เมื่อเคเบิ้ลคาร์มาถึงด้านบนหรือจุดชมวิว Okusayama ก็สามารถใช้เวลาชมวิวได้ไม่จำกัด ก่อนจะลงไปด้านล่างด้วยเคเบิ้ลคาร์แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ข้ามทะเลสาบ

Kanzanji Ropeway (Okusayama Observation Deck)
เวลาทำการ 9:00 - 17:30
ตั๋วไปกลับ เด็ก 420 เยน / ผู้ใหญ่ 840 เยน

ทางรถไฟ Tenryu Hamanako Railroad สถานีรถไฟในประวัติศาสตร์ และทุ่งดอกไม้

ทางรถไฟสายนี้มีชื่อเล่นว่า Tenhama Line อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชินคันเซ็น Hamamatsu Station เส้นทางอันคดเคี้ยวทางตะวันตกของจังหวัดชิซุโอกะ มีทางรถไฟยาวประมาณ 70 กิโลเมตร ที่มีทั้งกลิ่นอายความเก่าแก่ และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ กว่า10สถานีของสาย Tenhama Line ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงมีการบูรณะซ่อมแซมตัวอาคาร และรางรถไฟเป็นอย่างดี ทำให้เมื่อได้นั่งแล้วเหมือนได้ย้อนเวลาไปในอดีต เป็นอีกหนึ่งแห่งที่แฟนพันธุ์แท้รถไฟไม่ควรพลาด

image_1004408

สถานี Kiga หนึ่งในสถานีที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของยุคสมัยโชวะ ใช่ว่าแฟนพันธุ์แท้รถไฟอย่างเดียวที่จะชื่นชอบการมาเที่ยวสถานีรถไฟ เพราะเราได้ยินมาว่าบรรดานักบิดทั้งหลายก็ชอบที่จะแวะมากินราเมงกันที่สถานีนี้กันด้วย

image_1004409

Hamamatsu ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดอกไม้ แม้กระทั่งสถานีรถไฟก็มีการปลูกดอกไม้เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับสถานี ดอกแดฟโฟดิลที่เรียงรายอยู่หน้าสถานี ตัดกับฉากหลังที่เป็นชานชาลาสไตล์ย้อนยุค หลังคาไม้เก่าๆให้อารมณ์เหมือนอยู่ในฉากภาพยนตร์

image_1004410

การได้พักผ่อนในต่างจังหวัด และทะเลสาบ Hamanako ทำให้พวกเรารู้สึกผ่อนคลายสุดๆ และหลังจากได้ฟังเรื่องราวของสถานีต่างๆ (รวมถึงสถานีที่ตกแต่งด้วยผ้า Marimekko) ครั้งหน้ามาใหม่จะแวะลงเที่ยวอีกหลายสถานีเลย!

image_1004411
Nukumori no Mori สถาปัตยกรรมดั่งเทพนิยาย และนกฮูก

คุณคิดว่าภาพนี้คือที่ไหน ภาพจากอนิเมชั่นของ Studio Ghibli? หมู่บ้านในยุโรป? หรือดิสนีย์โซนใหม่? ไม่ใช่ทุกอย่างที่กล่าวมาเลย เพราะที่นี่คือ Nukumori no Mori หรือแปลได้ว่า ป่าแห่งความอบอุ่น

image_1004412


ตัวอาคารเหล่านี้ถูกสร้างโดย Shigeyoshi Sasaki สถาปนิกชาวญี่ปุ่น จากบ้านเพียงแค่หลังเดียว ที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 1983 กลายมาเป็นหมู่บ้านที่เปิดให้ผู้คนมาท่องเที่ยว แม้ในปัจจุบันไม่มีคนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้แล้ว มีแต่เพียงกระท่อมเล็กๆ ที่เปลี่ยนเป็นร้านขายของ อยู่ข้างๆกับสวนสีเขียวขจี ขายของจำพวกเครื่องประดับ และของจุกจิก ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในอนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิ

image_1004413


Sasaki สถาปนิกผู้ออกแบบ และสร้าง Nukumori no Mori ขึ้นมา ได้แรงบันดาลใจมาจากทั่วโลก และคุณจะไม่รู้เลยว่าถ้าเปิดประตูไปแล้วจะเจอกับอะไร อย่างเช่นนกฮูก ที่ไม่คิดจะเจอที่นี่ก็มี ด้วยราคาเพียง 1,000 เยน คุณจะได้เห็นนกฮูกตัวเป็นๆ ในระยะแค่เพียงเอื้อมมือ

image_1004414


ในส่วนอื่นๆ ของบ้าน ทั้งในตัวบ้าน (main house) หรือบ้านเล็กๆ โดยรอบจะมีคาเฟ่ ร้านขนมปัง ร้านขายของจุกจิก อโรม่า และเครื่องปั้นดินเผา เราเชื่อว่าคนที่มาเที่ยวที่นี่จุดประสงค์หลักคือการมาถ่ายรูป และการช้อปปิ้งคือเรื่องรองลงมา โดยเฉพาะบันได ที่หลายคนบอกว่าเหมือนในหนังเรื่อง Howl's Moving Castle!


image_1004415

อีกหนึ่งจุดถ่ายรูป ที่ทุกคนต้องไม่พลาด

image_1004416

พวกเราก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับกรอบรูปหัวใจ

image_1004417

การตกแต่งของ main house มีลูกเล่นที่น่าสนใจ คือ คุณสามารถเดินผ่านถ้ำ และใต้ต้นไม้ได้โดยที่ไม่ต้องออกไปข้างนอก เชื่อว่าเดินวนไปวนมาในนี้แป๊ปเดียวก็จะได้ภาพสวยๆ กลับไปเพียบ!

image_1004418

รูปสุดท้ายก่อนกลับ เหมือนในหนัง Totoro เลย!

เก็บสตรอเบอร์รี่
image_1004433


Hamamatsu ขึ้นชื่อว่าสตรอเบอร์รี่อร่อย ในทุกๆปีของฤดูใบไม้ผลิ สวนสตรอเบอร์รี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บสตรอเบอร์รี่สดๆ จากต้น และกินได้ไม่อั้น (ภายในเวลาที่กำหนด) จะจิ้มนมข้นหวานเพิ่มความหอมละมุนตามสไตล์ชาวญี่ปุ่น หรือจะกินเปล่าๆ เพื่อสัมผัสความหอมหวานของสตรอเบอร์รี่สดก็อร่อยไม่แพ้กัน


Agurisu Hamanako Strawberry Picking
ค่าเข้า
- กลางเดือนธันวาคม - 6 มกราคม 1,800 เยน
- 7 มกราคม - 31 มีนาคม 1,600 เยน
- 1 เมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม 1,200 เยน

Bentenjima (弁天島) เกาะเบ็นเท็น และประตูโทริอิ
image_1004435


ความน่าสนใจของทะเลสาบ Hamanako คือประวัติศาสตร์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทะเลสาบน้ำจืดมาเป็นทะเลสาบน้ำกร่อย ที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอดีต เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมมาท่องเที่ยวและพักผ่อนกัน

image_1004437

ถ้าเคยมาเที่ยวญี่ปุ่นอาจจะสงสัยว่าทำไมประตูโทริอิถึงมาตั้งอยู่บนทรายและน้ำแบบนี้ แทนที่จะอยู่บนบก เพราะประตูโทริอินี้ไม่เหมือนกับ ศาลเจ้า Itsukushima ในจังหวัดฮิโรชิม่า ที่ Bentenjima Torii นี้ไม่มีศาลเจ้า ประตูนี้มีความสูง 18 ฟุต ตั้งอยู่บริเวณเนินทราย ของ Bentenjima หรือเกาะเบ็นเท็น ในทะเลสาบ Hamanako มาตั้งแต่ปี 1968

image_1004438

สามารถนั่งเรือเพื่อไปดูประตูโทริอิแบบใกล้ๆ ได้ในช่วงเดือนเมษายน - เดือนสิงหาคม หรือจะดูจากฝั่ง นั่งชิล นั่งดูพระอาทิตย์ตก ก็สวยไม่แพ้กัน


Benten Island (弁天島)
ค่าเรือ: 1,000 เยน

Hoshino Resorts KAI Enshu ชาเขียว และออนเซ็น
image_1004439

หลังจากออกไปเที่ยวที่ทะเลสาบมาทั้งวัน ก็ได้เวลาพักผ่อนกันแล้ว Hoshino Resort เป็นโรงแรมในเครือ Hoshino โรงแรม 5 ดาว ที่มีอยู่ทั่วญี่ปุ่น โดยซีรีส์ KAI นี้เป็นการออกแบบที่พักที่มีคอนเซปต์แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โดยที่ KAI Enshu เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Hamanako สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติ แช่ออนเซ็นธรรมชาติ และชิมชาเขียวของจังหวัดชิซุโอกะที่มีชื่อเสียงระดับโลก

image_1004441

ไม่ว่าจะพักห้องห้องสวีท ห้องพักแบบตะวันตก หรือห้องพักแบบญี่ปุ่น ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลสาบ และสามารถลิ้มลองชาเขียวหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิบชาเขียวรสชาตินุ่มๆในตอนเช้า หรือโฮจิฉะที่มีรสชาติเข้มขึ้นอีกในตอนเย็น

image_1004442

หลายคนเลือกจะพักที่ Hoshino Resort KAI Enshu เพราะว่าที่นี่ใช้น้ำจาก Kanzanji Onsen สำหรับคนที่อยากจะสัมผัสประสบการณ์ที่พิเศษและหรูหรามากขึ้น สามารถจองห้องพักที่มาพร้อมกับออนเซ็นส่วนตัวได้ หรือจะลองสัมผัสกับออนเซ็นรวม ออนเซ็นชาเขียวที่มีใบชาเขียวจริงๆ และสารสกัดจากชาเขียวอยู่ในน้ำ ทั้งกลิ่น และสารต้านอนุมูลอิสระนี้จะช่วยฟื้นฟูผิว และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

image_1004443

ปลาไหล และปลาปักเป้าเป็นของขึ้นชื่อของ Hamamatsu เราจึงไม่พลาดที่จะลองชิมที่ KAI Enshu ที่รีสอร์ทมีหลายคอร์สให้เลือก ทั้งมื้อเช้าที่เสริฟในกล่องชา มาพร้อมกลิ่นอ่อนๆ ของใบชาช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร หรือจะเป็นมื้อเย็นในรูปแบบ Kaiseki (คอร์สอาหารญี่ปุ่น)

image_1004445

อาหารประจำฤดูกาลถือเป็นไฮไลท์ของอาหารญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะเราจะได้ลองชิมปลาปักเป้า หากพูดถึงปลาปักเป้าหลายคนอาจนึกถึงเมือง Shimonoseki ในจังหวัดยามากุจิ แต่เราก็ได้รู้มาว่าที่ Hamamatsu เองก็อยู่ในระดับที่สุดยอดไม่แพ้กัน และหลังจากที่เราได้ลองชิมเมนูปลาปักเป้าสไลด์บางแล้ว ก็ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงได้เป็นของขึ้นชื่อของ Hamamatsu

image_1004446

นอกจากนี้เราก็ไม่พลาดที่จะลองชิมปลาไหลญี่ปุ่น ซึ่งในเซ็ต Kaiseki มีปลาไหลให้ลองชิมถึง 3 แบบ 3 รสชาติ และแน่นอนว่าอร่อยสมคำล่ำลือ

image_1004447

ชาที่เราได้ดื่มกันไปตอนมื้อย็นเป็นแค่เพียงการเริ่มต้นของ KAI Enshu รีสอร์ทที่มาในธีมชา Tea Room ของที่นี่มีชาหลากหลายประเภท กลิ่นหอมจากพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น พนักงานที่เป็น Tea Expert และชาประจำฤดูกาล ซึ่งเป็นสวรรค์ของคนรักชาอย่างพวกเรา ในแต่ละช่วงของปีจะมี workshop ให้ทำแตกต่างกันออกไป (เช่น การทำโฮจิฮะ) พวกเราได้ลองชิม และลองผสมชาเอง โดยมีพี่พนักงานคอยให้คำแนะนำ และให้ความรู้เกี่ยวกับชาอย่างละเอียด

image_1004448

ชาถ้วยสุดท้ายที่ได้ลองชิมคือ ชาซากุระ

image_1004449

แวะยืดเส้นยืดสายในตอนเช้าที่ทุ่งชาเล็กๆ ในโรงแรม

เทศกาลดอกไม้ที่ทะเลสาบ Hamana

ญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงแค่อาหารประจำฤดูกาลอย่างปลาไหล และปลาปักเป้าเท่านั้น เพราะในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เบ่งบานทั่วทั้งญี่ปุ่น สวนสาธารณะและสวนดอกไม้ต่าง รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และถ้าพูดถึงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น ก็ต้องนึกถึงดอกซากุระ แต่ที่ Hamamatsu มีเทศกาลดอกไม้ประจำปี (Lake Hamana Flower Festival: 浜名湖花フェスタ) ที่มีมากกว่าซากุระ เราจึงมุ่งหน้าไปที่ Hamamatsu Flower Park เพื่อชมความงามของดอกไม้กัน

image_1004450


ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีสัน ปกคลุมพื้นหญ้าจนแทบมองไม่เห็นสีเขียว ฉากหลังของต้นซากุระสีชมพูที่เรียงราย และกลีบซากุระที่ร่วงหล่นบนพื้น เสมือนพรมสีชมพูบนพื้นหญ้า เป็นภาพที่ทำให้สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะคนส่วนใหญ่จะนึกถึงแต่ภาพของซากุระเพียงอย่างเดียว แต่ที Hamamatsu Park ให้คุณได้ชมซากุระสีชมพู และทิวลิปสีสดใสไปพร้อมๆ กัน

image_1004451

ในแต่ละฤดูก็มีดอกไม้ที่แตกต่างกันออกไป ถ้าอยากชมทุ่งดอกทิวลิป และอุโมงค์ซากุระก็ต้องมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเป็นดอกเบญจมาศ

image_1004453

ที่สวนแห่งนี้สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน แต่ถ้ามีเวลาไม่มากก็สามารถนั่งรถไฟที่วิ่งอยู่ในสวนแทนการเดินก็ได้เช่นกัน

image_1004454

ดอก Nemophila หรือ baby blue eyes เป็นดอกไม้อีกหนึ่งชนิดที่คนญี่ปุ่นนิยมชมกันในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ

image_1004455

จะหลบฝน หรือหลบแดดยามบ่ายได้ที่ Crystal Palace เรือนกระจกที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้

image_1004456

ภายในเรือนกระจกมีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์จากทั่วโลก รวมทั้งดอกไอริสสีดำที่ได้รับมาจากรัฐบาลจอร์แดน พวกเราใช้เวลาสักพักในการชื่นชม และถ่ายรูปดอกไม้ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้มาเห็นที่ Crystal Palace

Lake Hamana Flower Festival
กลางเดือนมีนาคม - กลางเดือนมิถุนายน

Hamamatsu Flower Park
เวลาเปิดปิด
มีนาคม - กันยายน เวลา 09:00 - 17:00น.
ตุลาคม - พฤศจิกายน เวลา 09:00 - 16:30น.
ธันวาคม - กุมภาพันธ์ เวลา 10:00 -16:00น.
ค่าเข้า
มีนาคม - มิถุนายน ผู้ใหญ่ 600-1,000 เยน / เด็กและผู้สูงอายุ 300-500 เยน
กรกฎาคม - สิงหาคม ฟรี!
กันยายน - กุมภาพันธ์ 500 เยน / เด็กและผู้สูงอายุ ฟรี!

ปลาไหล และเกี๊ยวซ่า

ปลาไหลที่ Kanzanjien

image_1004457

ปลาไหลที่ชุ่มฉ่ำด้วยซอสรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเตาถ่าน ย่างมาในระดับที่กำลังดี บวกกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ เป็นมื้อที่ลืมไม่ลงจริงๆ

image_1004458

สำหรับผู้ที่อยากลองร้านอาหารแบบท้องถิ่นแบบพวกเรา ก็ลองมาชิมข้าวหน้าปลาไหลกันได้ที่ Kanzanjien


Kanzanjien (うなぎ湖畔食房 舘山寺園)
เวลาเปิดปิด: 11:00 - 20:00 (last order)

เกี๊ยวซ่า Hamamatsu ที่ Ishimatsu

เกี๊ยวซ่าเป็นที่นิยมรับประทานกันมากในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นของว่าง หรือเป็นมื้อหลัก ซึ่งเกี๊ยวซ่าที่ดังๆ ในญี่ปุ่นมีอยู่ 2 แห่งคือ ที่ Utsunomiya Tochigi และที่ Hamamatsu ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อมามากว่า 100 ปีแล้ว

image_1004460

เรามุ่งหน้าไปที่ Ishimatsu Gyoza ร้านเกี๊ยวซ่าที่เชี่ยวชาญในเรื่องของเกี๊ยวซ่า Hamamatsu โดยเฉพาะ

image_1004461


เอกลักษณ์สำคัญของเกี๊ยวซ่า Hamamatsu คือ
1. ตัวไส้จะมีแค่เพียงส่วนผสมหลัก 3 อย่างคือ เนื้อหมู กะหล่ำปลี และหัวหอม
2. จะทอดในกระทะวงกลม ทำให้เกี๊ยวซ่าออกมาสวยงามน่ารับประทาน
3. เสริฟมาพร้อมกับถั่วงอก วางไว้ตรงกลางวงเกี๊ยวซ่า ช่วยล้างปากหลังจากกินเกี๊ยวซ่าได้เป็นอย่างดี

Ishimatsu Gyoza (石松餃子) Main Restaurant
เวลาเปิดปิด
・วันธรรมดา: 11:00 - 14:00, 17:00 - 20:00
・วันเสาร์อาทิตย์ และ วันหยุด: 11:00 - 20:00

Unagi Pie พายปลาไหล

มาเที่ยวก็ต้องมีของฝาก ของฝากของที่ดังที่สุดของที่นี่ก็คือ Unagi Pie หรือพายปลาไหล ที่มีรสชาติหอมหวาน เหมือนพายอบกรอบ จะแวะไปที่โรงงานเพื่อดูการผลิต หรือจะนั่งกินพายที่คาเฟ่ในโรงงานก็ได้
 
แม้ว่าจะได้ชื่อว่าพายปลาไหล แต่ก็ไม่ได้มีรสชาติคาวปลาแต่อย่างใด กลับหอมหวานเหมือนขนมหวานทั่วไป เมื่อได้ชิมแล้วก็ไม่รู้เลยว่ามีส่วนผสมของปลาไหลอยู่ด้วย นอกจากปลาไหลแล้วก็ยังมีกระเทียมเป็นอีกส่วนผสมในพายชนิดนี้อีกด้วย

image_1004580

บนแพ็กเกจมีสโลแกนเขียนไว้ว่า “Yoru no Okashi" (夜のお菓子)” ที่แปลได้ว่า ขนมยามดึก แต่สำหรับพวกเราแล้วอาจไม่เหลือถึงกลางคืน!

image_1004581

นอกจากจะสามารถเยี่ยมชมโรงงานได้ฟรีแล้ว เรายังได้ขนมติดมือกลับมาด้วย แต่เมื่อได้กลิ่นของขนมในโรงงานแล้วเราคิดว่าขนมที่เค้าให้มามันไม่พอจริงๆ พวกเราจึงแวะกินพาร์เฟ่ต์ที่คาเฟ่ในโรงงาน (ไซส์ใหญ่จุใจจริงๆ)


Unagi Pie Factory (うなぎパイファクトリー)
เวลา 9:30 - 17:30 (กรกฎาคม/สิงหาคม เปิดถึง 18:00)
เว็บไซต์โรงงาน (ภาษาญี่ปุ่น)/ เว็บไซต์ Unagi Pie  (ภาษาญี่ปุ่น)

แล้วเจอกันใหม่นะ Hamamatsu

นอกจากภูเขาไฟฟูจิ ที่จังหวัดชิซุโอกะก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราได้เที่ยวกัน ทั้งทะเลสาบ Hamanako ทุ่งดอกทิวลิป ข้าวหน้าปลาไหล หรือจะแช่ออนเซ็นในน้ำชาเขียว เป็นอีกหนึ่งทริปที่สนุก ผ่อนคลาย และอิ่มท้อง แถมยังเดินทางสะดวก มาเที่ยวครั้งหน้าลองใส่ Hamamatsu เข้าไปในทริปด้วย รับรองไม่ผิดหวัง
 
ดูทริป Hamamatsu ในรูปแบบวิดีโอได้ด้านล่าง ⇩
หากมีข้อสงสัย มาร่วมพูดคุยกันได้ที่ Facebook Japankuru ทุกเรื่องราวส่งตรงจากญี่ปุ่น

แล้วเจอกันทริปหน้า!

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @