รู้ไม่จริง ถึงยังไม่ผอม! 9 'ความเชื่อผิดๆ ระหว่างไดเอท' อยากหุ่นดี ต้องเลิกทำตามด่วน! (;⌣̀_⌣́)

รู้ไม่จริง ถึงยังไม่ผอม! 9 'ความเชื่อผิดๆ ระหว่างไดเอท' อยากหุ่นดี ต้องเลิกทำตามด่วน! (;⌣̀_⌣́)

ที่น้ำหนักไม่ลงสักที ตัวยังบวมอ้วนอืดเหมือนเดิม เพราะกำลังเชื่ออะไรผิดๆ อยู่หรือเปล่า? มาเช็ค fact ในบทความนี้กันค่ะ

29 September 2020
Mollacake
29 September 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe คนน่ารักทั้งหลาย~

ฮั่นแน่! คลิกอ่านบทความนี้ แสดงว่ากำลังเจอปัญหา ' ลดน้ำหนักไม่ลง ' กันอยู่ใช่ไหมคะสาวๆ? ก็คุมอาหาร ออกกำลังกายแล้วนะ แต่ตัวเลขบนตาชั่งก็ไม่ค่อยจะกระดิกเลย ตัวก็ยังบวมๆ อืดๆ เปอร์เซนต์ไขมันก็ไม่ค่อยลงเท่าที่ควร ทั้งที่มันน่าจะลงได้มากกว่านี้ แถมอารมณ์ก็ไม่เสถียร หงุดหงิดง่ายมากๆ ถ้าเธอกำลังพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอยู่ล่ะก็ เธออาจจะกำลังลดความอ้วนผิดวิธี เนื่องจากทำตามความเชื่อผิดๆ ในอินเตอร์เน็ตอยู่ค่ะซิส

อยากผอมลงแค่ 2-3 กิโล อาจไม่ต้องอาศัยหลักการอะไรมากมาย แต่ถ้าต้องการลดเป็นจริงเป็นจัง ให้ทั้งน้ำหนักลด หุ่นกระชับทั้งตัว การเข้าใจหลักไดเอทที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญ! มาเช็ค ' 8 ความเชื่อผิดๆ ในการไดเอท ' ในบทความนี้กันดีกว่าว่า เผลอทำข้อไหนไปโดยไม่รู้ตัวกันบ้างรึเปล่า จะได้รีบแก้ไขให้หุ่นปังอย่างที่ตั้งใจไว้ซะที =w=bb พร้อมแล้วเลื่อนลงไปอ่านกันเลยค่ะ

1. ขึ้นชื่อว่า 'คาร์โบไฮเดรต' กินแบบไหน ก็อ้วนเหมือนกันหมด!
image_1006358
- ที่มารูป: www.img.in.th

กฎข้อแรกที่สาวๆ ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคือ ' คาร์โบไฮเดรต = อ้วน ' เสมอ เห็นเป็นแป้งเซย์โนไว้ก่อน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ! เพราะแป้งเป็นแหล่งของพลังงานชั้นดี ที่จะเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงถ้ากินให้ถูกประเภท คาร์โบไฮเดรตที่มีปัญหาคือประเภทเชิงเดี่ยว ( ข้าวขาว ขนมปังขาว พาสต้า ครัวซองต์ ) ที่ย่อยไว ดูดซึมไว แต่ไม่ค่อยมีสารอาหาร หากกินเยอะจะเสี่ยงเป็นโรคอ้วน ไขมันอุดตันหลอดเลือด เบาหวานและโรคหัวใจได้

แต่ถ้าสาวๆ หันมากินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ( ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวโอ๊ต โฮลวีต ถั่วต่างๆ ) ที่คุณค่าทางอาหาร ไฟเบอร์เยอะกว่า ดูดซึมช้ากว่า อิ่มท้องได้นานกว่า ร่างกายก็จะได้รับการซ่อมแซมอย่างเต็มที่ และคาร์โบไฮเดรตยังเป็นเชื้อเพลิงเผาผลาญไขมันระหว่างออกกำลังกายอีกด้วย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องงดแป้ง แค่กินให้เป็น และกินในปริมาณที่พอดี ก็ไม่มีปัญหากับการลดน้ำหนัก แถมไม่ทรมานตัวเองจนเกินไปด้วยค่ะ

2. 'ผักผลไม้แช่แข็ง' สารอาหารน้อยกว่า 'ผักผลไม้สดๆ' เป็นไหนๆ!
image_1006359
- ที่มารูป: www.img.in.th

กฎข้อสอง เราว่าสาวๆ หลายคนน่าจะเชื่อฝังหัวไปแล้วว่า ' ของแช่แข็ง ' มันจะดีไปกว่าของสดๆ ที่เพิ่งซื้อจากตลาดได้ยังไง! เราจะไม่เถียงเลย ถ้าเธออยู่ฟาร์มบ้านไร่ ได้กินผัก ผลไม้ที่เพิ่งเก็บจากต้นมาไม่กี่นาที แล้วกินเดี๋ยวนั้นเลย แต่ถ้าเธอมาซื้อของที่ซูเปอร์ ที่ตลาด สารอาหารมันก็ลดลงระหว่างขั้นตอนขนส่ง จัดเก็บผักผลไม้นั้นๆ อยู่ดี บางคนซื้อแล้วก็ไม่ได้ทำอาหารทันที เก็บใส่ตู้เย็นไว้หลายวัน เอาออกมาอีกทีคุณค่าทางอาหารก็แทบไม่เหลือแล้วจ้า

ในทางกลับกัน ผักผลไม้แช่แข็งเนี่ย เขาจะเก็บมาใหม่ๆ แล้วทำกระบวนการแช่แข็งทันที ดังนั้นสารอาหารจะยังอยู่ครบมากกว่า ไม่ได้เหลือแค่กากใยเปล่าๆ อย่างที่บางคนเชื่อ เพราะฉะนั้นถ้าเธอไม่ใช่คนทำอาหารใหม่สดทุกวัน ซื้อธัญพืช ผลไม้แช่แข็งมาเก็บไว้บ้างก็ไม่เสียหาย วิตามินเกลือแร่ก็ยังมีอยู่ค่ะ แต่ต้องระวังเพราะบางยี่ห้อถือโอกาสเคลือบน้ำตาล น้ำเชื่อม ซอสต่างๆ มาเพื่อถนอมอาหารให้อยู่นานขึ้น ทำให้แคลอรี่สูงปรื๊ด ตอนซื้ออย่าลืมดูฉลากให้ดีๆ ว่าไม่มีของแถมมาด้วย เดี๋ยวจะอ้วนไม่รู้ตัวเด้อ

3. ไข่มี 'คอเลสเตอรอลชนิดเลว' ไม่ดีต่อร่างกาย ควรเลี่ยง!
image_1006360
- ที่มารูป: www.img.in.th

กฎข้อที่สาม เราว่าสาวไทยหลายคนก็ยังเชื่ออยู่นะว่า ไข่มีคอเลสเตอรอลเยอะ กินมากจะไขมันอุดตันเส้นเลือด ห้ามกินเยอะ ( บางคนเชื่อขนาดว่า ผู้ใหญ่ห้ามกินไข่ไก่เลยทีเดียว ) แต่ความจริงคือไข่ฟองใหญ่ มีคอเลสเตอรอลเพียง 213 มิลลิกรัมเท่านั้น และผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพแนะนำว่า ปริมาณคอเลสเตอรอลที่คนทั่วไปควรได้รับต่อวัน คือ 300 มิลลิกรัม ( หากเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรือไขมัน LDL ในเส้นเลือดเยอะ ก็ไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมค่ะ )

แต่ในทางการแพทย์ ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า การที่คอเลสเตอรอลมีเยอะในเส้นเลือด มันมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ บางงานวิจัยบอกว่า ' ไขมันอิ่มตัว ( trans fat ) ' น่าจะมีส่วนให้ป่วยได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอเป็นโรคต่างๆ เกี่ยวกับไขมันในเลือด เธอไม่ควรกิน " ไข่แดง " เกิน 2 ฟองต่อสัปดาห์ แต่จะกินไข่ขาวเยอะแค่ไหนก็ได้ เพราะคอเลสเตอรอลมีแค่ในไข่แดงเท่านั้น! ในยุคนี้มีไข่ขาวเหลวใส่ขวดแยกขายแล้วด้วย ยิ่งกินง่าย ไม่ต้องกลัวอ้วนเพราะไข่อีกต่อไป แค่กินส่วนที่ไม่อ้วนก็พอค่ะ ^^

4. 'อดมื้อเช้า' กินแค่สองมื้อก็พอ จะได้ผอมไว!
image_1006361
- ที่มารูป: www.img.in.th

แหนะ สารภาพมาซะดีๆ สาวซิสคนตื่นสาย แอบใช้กฎข้อนี้กันบ่อยๆ ใช่ไหมคะ =w= หลายคนมักเชื่อว่า การ ' อดมื้อเช้า ' กินแค่มื้อเที่ยงกับมื้อเย็น จะช่วยให้เธอลดน้ำหนักได้ ( บางคนอาจจะอดมื้อเย็นแทน ) แต่ความจริงก็คือ การอดมื้ออาหารในช่วงที่เธอต้องการใช้พลังงาน มีแนวโน้มทำให้อ้วนขึ้นกว่าเดิมได้ เพราะยิ่งอดก็ยิ่งโหย เมื่อถึงมื้อที่ได้กินข้าวก็ซัดซะเต็มแหลก เบิ้ลสองจาน เพิ่มของหวานเข้าไปอีก สรุปที่อดข้าวเช้าไปไม่มีประโยชน์เลยจ้า...

หากเธอเคยชินกับการกินข้าว 3 มื้อ เราแนะนำให้เธอกินแบบเดิมนั่นแหละ ไม่ต้องอด หลักๆ คือแคลอรี่เอาเข้าต้องน้อยกว่าเบิร์นออก ( Cal in < Cal out ) ถ้าทำได้ยังไงก็ผอมลง คำนวณค่า BMR ( พลังงานพื้นฐานที่ร่างกายต้องใช้ ) กับ TDEE ( พลังงานพื้นฐาน + กิจกรรมระหว่างวัน ) แล้วคำนวณว่าควรกินเท่าไหร่ แบบนี้น้ำหนักจะลงในระยะยาวมากกว่าอดมื้อเช้าไปเรื่อยๆ ค่ะ

**อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้มีทฤษฎีใหม่ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องกินมื้อเช้าเสมอไป เช่น Intermittent Fasting ที่นับเป็นช่วงเวลากิน ( feed ) กับอด ( fast ) แทน แต่อย่างไรก็ต้องคำนวณแคลอรี่ให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการ กินเยอะไปก็อ้วนอยู่ดี ดังนั้นถ้าเธอเป็นพวกอดมื้อเช้าไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำ IF แค่กินให้แคลอรี่ไม่เกินก็พอ

5. จะอ้วนจะผอม อยู่ที่ 'กรรมพันธุ์' ล้วนๆ พยายามไปก็เท่านั้น!
image_1006362
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวอวบบางคนเชื่อและปลอบใจตัวเองว่า ทุกคนมียีนอ้วน ยีนผอม ออกกำลังกายไปก็ไม่ผอมหรอก เพราะฉันเกิดมาอ้วน หรือเพราะมียีนอ้วนเลยลดน้ำหนักไม่ลงสักที... หยุดค่ะ พักความคิดนั้นด่วน! คือเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มนุษย์มีรูปร่างที่ต่างกันโดยธรรมชาติ บางคนเกิดมาผอมสูง บางคนเกิดมาตัวเล็กอวบ แต่ในความเป็นจริง พันธุกรรมของเรามีส่วนกำหนดน้ำหนักแค่ 25% หรือ 1 ใน 4 เท่านั้น ที่เหลือคือพฤติกรรมของตัวเองล้วนๆ ค่ะซิส!!

หากสาวๆ ไม่ได้ป่วยเป็นไทรอยด์ หรือโรคใดๆ ที่ทำให้ระบบเผาผลาญผิดปกติ ไม่มีทางที่เธอจะลดน้ำหนักไม่ลง แม้ว่าระบบเผาผลาญจะค่อยๆ เสื่อมลงตามกาลเวลา ไม่ว่าเธอจะอายุเท่าไหร่ หากคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำอย่างเข้มงวด ยังไงน้ำหนักก็ลด แค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น และเธอยังสามารถเพิ่มอัตราเผาผลาญได้ด้วยการเล่นเวทเทรนนิ่ง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย ข่าวคุณยายอายุ 60 70 ยังหุ่นเป๊ะ ออกกำลังกายโหดก็มีให้เห็นมากมาย ดังนั้นเธอลดได้แน่นอน อย่าไปยอมแพ้ ทุกคนทำได้ ไฟท์ติ้ง!

6. เราสามารถลดน้ำหนัก 'เฉพาะส่วน' ได้จริง!
image_1006363
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถูกหลอกให้เชื่อกันมานานเท่าไหร่ กับความคิดที่ว่าเราสามารถ ' ลดไขมันเฉพาะส่วน ' ได้ ด้วยการออกกำลังกายส่วนนั้นซ้ำๆ ซึ่งผิดมากเวอร์! ไม่มีหมอคนไหนบอกว่าเราลดไขมันเฉพาะช่วงหน้าท้อง หน้าอก ต้นขาได้ เวลาเราลดน้ำหนัก ไขมันจะค่อยๆ ลงทั้งตัว จะลดตรงไหนก่อนอยู่ที่ร่างกายของแต่ละคน แต่เราไปชี้นิ้วสั่งไม่ได้แน่นอน ยกเว้นไปคลินิกเสริมความงามดูดไขมัน ( ซึ่งก็ไม่ยั่งยืนอยู่ดี โชคร้ายอาจได้หนังย้วยๆ แถมเซลลูไลท์กลับบ้านไปด้วย...  )

ดังนั้นถ้าอยากมีหน้าท้องแบน ต้นขาเล็ก สิ่งที่ควรทำคือ คุมอาหารและออกกำลังกายจนกว่าไขมันจะลดไปทั้งตัวจนกว่าจะพอใจก่อน แล้วค่อยไปออกกำลังเฉพาะส่วนนั้นๆ ให้ดูกระชับมากขึ้นดีกว่า ทั้งให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน แถมช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้มีการเผาผลาญมากขึ้น หุ่นก็ดูเป๊ะกว่าคนที่คุมอาหารอย่างเดียวด้วยค่ะ

7. ถ้าจะวิ่งให้ผอมไวที่สุด ต้องวิ่ง 'ตอนเช้า' เท่านั้น!
image_1006364
- ที่มารูป: www.img.in.th

เรามักจะเห็นภาพติดตาจากสื่อต่างๆ หรือเวลามีธุระต้องออกไปข้างนอกเช้ามืด แล้วเห็นคนนั้นคนนี้มาวิ่งในสวน วิ่งรอบหมู่บ้าน หรือเคยอ่านเจอมาว่า ถ้าอยากออกกำลังกายด้วยการ ' วิ่ง ' ให้เห็นผลที่สุด ต้องวิ่งตอนเช้ามืดเท่านั้น บางคนทำงานจนดึกดื่น ยังต้องบังคับตัวเองให้ตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพื่อไปวิ่ง เพราะเชื่อในกฎนี้ อันที่จริงแล้วไม่จำเป็นเลย จะเวลาไหน เช้า สาย บ่าย เย็น ก็วิ่งเผาผลาญไขมันได้จำนวนเท่ากันหมดค่ะ!

การวิ่งตอนเช้า ส่วนใหญ่คือจิตวิทยาเพื่อป้องกันคนขี้เกียจออกกำลังกาย ไม่ให้ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ มากกว่า ( เพราะคนทำงานมาทั้งวัน จนกลับบ้านมาไม่อยากทำอะไรแล้วก็มีอยู่จริง เยอะด้วย ) แต่ไม่ได้หมายความว่า การวิ่งเวลาอื่นจะเบิร์นไขมันน้อยลงแต่อย่างใด หลายคนก็ไปเข้าฟิตเนสตอนเย็น ตอนดึกๆ ก็มี ก็ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ดังนั้นว่างตอนไหนก็วิ่งตอนนั้นแหละค่ะ แค่ได้วิ่งอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องพอสมควร ( ครั้งละ 45 นาที -1 ชั่วโมง ) ก็พอ

8. ร่างกายจะไม่เผาผลาญไขมัน ถ้า 'ออกกำลังกายต่ำกว่า 20 นาที'
image_1006715
- ที่มารูป: www.img.in.th

จะมีหลักข้อนึง ( ที่เราเองก็เคยได้ยิน แต่หาต้นตอไม่ได้ว่ามาจากไหน ) ว่าร่างกายจะไม่เผาผลาญไขมัน หากเราออกกำลังกายไม่เกิน 20 นาที บางแหล่งข้อมูลบอกว่าต้องออกกำลังเกิน 45 นาที ไขมันถึงจะเริ่มถูกเผาผลาญ สาวๆ หลายคนจึงท้อแท้ ถอดใจไปซะก่อน ทั้งที่จริงร่างกายของเราเบิร์นไขมันอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เบิร์นแม้กระทั่งระหว่างเรานอนหลับ แค่การออกกำลังกายจะกระตุ้นให้เผาผลาญมากขึ้นเท่านั้นเองค่ะ!

ตัวอย่างที่ฉีกกฎนี้ชัดเจนคือการออกกำลังกายแบบ T25 ที่โด่งดังสุดๆ อยู่ช่วงนึง เพราะคนงานยุ่งแค่ไหน ก็ต้องมีเวลาสัก 25 นาทีมาออกกำลังได้ ซึ่งคนคิดท่าได้ออกแบบท่าเพื่อการเผาผลาญไขมันได้ในระยะเวลาอันสั้น ( คนเคยทำจะรู้ว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยเท่ากับออกมาทั้งชั่วโมงด้วยซ้ำ ) ดังนั้นถ้าอยากเอาไขมันออก กฎไม่ใช่ออกนานแค่ไหน แต่ออก ' หนัก ' แค่ไหนต่างหาก

9. 'อดข้าวทั้งวัน' ก่อนไปปาร์ตี้ จะได้กินน้อยลง ไม่อ้วน!
image_1006717
- ที่มารูป: www.img.in.th

กฎข้อสุดท้าย เราเชื่อว่าสาวซิสทำกันบ่อย! ช่วงไดเอทอยู่ จะไปงานปาร์ตี้ หรือนัดกินบุฟเฟ่ต์ที่ไหนที่รู้ว่าต้องกินเยอะแน่ๆ กลัวอ้วน ก็อดข้าวไว้ก่อนเลย หิวจนท้องกิ่วก็กลั้นใจดื่มแต่น้ำเปล่า พอถึงเวลาจะได้กินน้อยลง แต่รู้ไว้เถอะว่าเป็นความคิดที่ผิดสุดๆ เพราะการที่เธอ ' ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน ' นี่แหละ จะทำให้ระเบิดลง เมื่ออาหารมาเสิร์ฟตรงหน้า ไม่พ้นตบะแตกกินอย่างเอาเป็นเอาตาย อะไรก็ห้ามไม่อยู่ สรุปกินเยอะกว่า 3 มื้อวันนั้นรวมกันอีก ร่างกายย่อยไม่ทัน #พัง!

หากมีนัดไปกินที่ไหน ถ้าไม่อยากกินเยอะ คือควรกินทุกมื้อนั่นแหละ แต่ลดแคลอรี่แต่ละมื้อลง ทำล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 วันจนร่างกายชิน และออกกำลังกายหนักๆ สัก 1-2 วันก่อนไปงาน การทำแบบนี้ก็เหมือนจุดเตาเผาให้ร่างกายอย่างเต็มที่ ทำให้เรากินอย่างไม่รู้สึกผิด ( และไม่กินเยอะเกินไป เพราะร่างกายไม่ได้รู้สึกอดมาตั้งแต่แรก ) ไขมันส่วนเกินจึงไม่หลงเหลืออยู่ในร่างกายอย่างแน่นอนค่ะ ^^


--------------------------------------------------
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว มีใครเผลอทำตาม 9 ความเชื่อผิดๆ นี้บ้าง เราว่าต้องมีคนทำเกินครึ่งแหละ! ( เพราะนี่ก็เคยเชื่อมาก่อน... ) บางข้ออาจเคยเป็นความรู้เก่าๆ แต่เมื่อการแพทย์พัฒนา เราก็ต้องอัปเดตความถูกต้องด้วย หลายข้อเป็นสิ่งเล็กๆ ที่เรามองข้าม แต่อาจเป็นจุดสำคัญที่สกัดกั้นน้ำหนักเราไม่ให้ผอมลงอยู่ก็ได้ใครจะรู้ ค่อยๆ ปรับแก้ดู รับรองร่างกายและตัวเลขบนตาชั่งจะค่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลงจนสังเกตได้แน่นอน

ท้ายที่สุดแล้ว การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนก็ไม่พ้น 2 ข้อหลักๆ คือคุมอาหารกับออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ หากทำได้ตามนี้ยังไงหุ่นเป๊ะก็มาแน่นอนค่ะ ^^ สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาละน้า หุ่นเป๊ะๆ เฟิร์มๆ ทุกคนค่า See you!

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @