ทฤษฎี 21 วัน คืออะไร? แล้วใช้กับความรักได้หรือไม่ ไปดูกันเลย

ทฤษฎี 21 วัน คืออะไร? แล้วใช้กับความรักได้หรือไม่ ไปดูกันเลย

มาทำความรู้จักกับทฤษฎี 21 วันกันเถอะ ว่าคืออะไร และสามารถนำไปใช้กับอะไรได้บ้าง

07 October 2020
Phatcharee
07 October 2020

............................................................................... 

ทุกคนเคยได้ยินเรื่อง “ทฤษฎี 21 วัน” กันไหมเอ่ย? 

มีคนเขาบอกมาว่า ถ้าหากเราทำอะไรที่ตั้งใจสักอย่าง ติดต่อกันซ้ำๆ

อย่างน้อย 21 วัน มันจะกลายเป็นนิสัย ช่วงแรกๆ อาจจะฝืนสักหน่อย 

แต่พอผ่าน 21 วัน มันกลับกลายเป็นความเคยชินเอาซะงั้น 

แล้วเราก็ไม่เป็นการฝืนทำสิ่งนั้นอีกต่อไป ผู้เขียนคิดว่ามันน่าสนใจดีนะเออ 

แถมมีบางคนใช้แล้วได้ผลด้วยนะคะ ได้ยินแบบนี้แล้ว มาลองกันดีไหมเอ่ย

.................................................................................

image_1008216
- ที่มารูป: storylog.co


ทฤษฎี 21 วัน คืออะไร?

ทฤษฎี 21 วัน มากจาก หนังสือ Psycho-Cybernetics เขียนขึ้นโดย ดร. แมคเวล มอลท์ (Dr.Maxwell Maltz) ซึ่งเขาได้พูดถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกกรรมของมนุษย์ ด้วยการกระทำต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน บนพื้นฐานความเชื่อและมีสติในการลงมือทำ จนกลายเป็นนิสัย และสามารถนำเรื่องนี้มาใช้ได้กับทุกๆ เรื่องในชีวิตเราได้เลย เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การออกกำลังกาย การออมเงิน หรือแม้แต่การใช้จีบใครสักคนที่เราแอบชอบก็ได้นะเออ


image_1008217
ที่มารูปภาพ
- ที่มา: www.sanook.com


แน่นอนว่าทฤษฎี 21 วัน สามารถใช้ได้กับความรักด้วยนะเธอ
ที่เขาว่ากันว่า ถ้าหากเราทักไปคุยกับใครสักคน (จีบแบบเนียนๆ) เป็นเวลา 21 วัน
โดยที่เราทักไปคุยแบบสม่ำเสมอ วันที่ 22 ให้เราหายไป เขาจะเป็นฝ่ายทักมาหาเรา
เพราะเขาคนนั้นได้ติดนิสัยการคุยกับเราไปแล้ว ฟังดูแล้วมันก็ดีอยู่นะ ว่ามั้ย?
ผู้เขียนมีเทคนิคมาแนะนำว่าใน 21 วัน ควรทำอย่างไรบ้าง ไปดูกัน

image_1008218
ที่มารูปภาพ
- ที่มา: www.pinterest.com


การเป็นตัวเองสำคัญมาก

การที่เราเป็นตัวเองมันเป็นธรรมชาติที่ดีมาก ซึ่งเราก็เป็นตัวของเราแบบที่เราเป็น
ไม่ต้องไปเลียนแบบใคร
และไม่ควรไปเลียนแบบคนที่เขาชอบ
พยายามชัดเจนกับตัวเอง เขาจะมีความสุขกับการที่เราเป็นตัวเองฉบับของเรา

ที่ไม่ซ้ำใคร ไม่เลียนแบบใคร เราก็คือเรา เราคนที่เขาหาจากคนอื่นไม่ได้

image_1008219
ที่มารูปภาพ
- ที่มา: www.pinterest.com


ควรทำตัวอย่างไรใน 21 วัน

ใน 21 วันที่เราคุยกับเขา เราต้องเข้มแข็งและมั่นใจมากๆ เราควรชวนคุยเรื่องบวกมากกว่าเรื่องลบนะ
เพราะไม่มีใครอยากคุยในแง่ลบหรอกจริงไหม เราควรคุยแบบที่เขาและเราสบายใจ สิ่งที่ไม่ควรทำคือเอะอะก็ดราม่า
ประชดประชัน ตัดพ้อหรือแม้แต่เพ้อ ไม่ควรมากๆ นะคะบอกใจไว้ห้ามทำ ย้ำว่าห้ามทำค่ะ

เพราะว่าถ้าหาก 21 วัน เราชวนคุยแต่เรื่องลบๆ จากที่เขาจะชอบเราเขาจะไม่ชอบเอานะคะ
(เผลอๆ วันที่ 22 เขาจะดีใจมากที่เราไม่ทักไป) 

image_1008220
ที่มารูปภาพ
- ที่มา: www.pinterest.com


ถ้าคนนั้นเขาไม่อยากคุยกับเราล่ะ จะทำอย่างไร?

ถ้าคนที่เราแอบชอบนั้นเขาไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เราก็ต้องงัดไม้ตายออกมาเรียกคะแนนแล้วล่ะเพื่อนๆ
เราควรแสดงออกไปชัดเจนว่าเรารู้สึกดีกับเขา ทำการบ้านว่าเขาชอบอะไร แล้วชวนคุยในเรื่องนั้นๆ ที่เขาชอบ  อาจจะหยอดมุขหวานๆเสี่ยวๆ ใส่ แต่อย่าสาดแรงเกินไปล่ะ เขาอาจจะกลัวเราก็ได้นะ
ไม่ควรตื้อเขาด้วยการทักไปย้ำบ่อยๆ เขาจะรำคาญเอานะสาวๆ เปลี่ยนมาเป็นการทักไปวันละครั้ง
แสดงความห่วงใยด้วยการถามทุกข์สุข ให้เขารู้ว่าเราหวังดีกับเขานั่นเอง

image_1008221
ที่มารูปภาพ
- ที่มา: www.pinterest.com


การทำตามทฤษฎี 21 วัน

เราต้องแสดงความเป็นตัวเราให้ชัดเจนและน่าสนใจให้ได้ใน 21 วัน

หากเราทำแบบไหน เขาจะมองเราแบบนั้นนะ อย่างที่ว่าทำอะไรจะได้แบบนั้นก็ได้
เพราะฉะนั้นแล้วภายใน 21 วัน  
เราควรอดทนทุ่มเทสักหน่อย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในวันที่ 22
เชื่อว่าหากเราจริงใจกับเขา เขาจะรู้สึกดี
และอยากสานสัมพันธ์กับเราไปในทางบวกแน่นอน
แต่ถ้าวันที่ 22 มันไม่เป็นตามที่เราหวังก็จงอย่าท้อ สู้ต่อไป
ใน 21 วัน อาจจะใช้ไม่ได้สำหรับทุกคน หรือถ้าหากเขาไม่ชอบเราจริงๆ ก็จงอย่ารั้งเขาไว้นะคะ

image_1008222
ที่มารูปภาพ
- ที่มา: www.pinterest.com

........................................................................................................
ทฤษฎี 21 วัน เราลองทำกันดูได้ ไม่เสียหายอะไร
ทำได้กับหลายๆ อย่าง ไม่จำเป็นว่าต้องทำด้านความรักอย่างเดียว
มันเป็นการฝึกเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เป็นนิสัย ไปทางบวก+++

อยากรู้ว่าได้ผลจริงไหมต้องพิสูจน์
ถ้าใครลองแล้วได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ลองมาแชร์กันด้วยเด้อออ 
.........................................................................................................

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @