อย่ากระชาก เดี๋ยวผมขาด! 7 ทริค 'สางผมไม่พันกัน' ถนอมสุขภาพเส้นผม นุ่มสลวย ไม่แตกปลายชัวร์ ♥

อย่ากระชาก เดี๋ยวผมขาด! 7 ทริค 'สางผมไม่พันกัน' ถนอมสุขภาพเส้นผม นุ่มสลวย ไม่แตกปลายชัวร์ ♥

ใครติดนิสัยชอบหวีผมด้วยการ 'ดึง' บ้างคะซิส? ยิ่งติดสังกะตังยุ่งๆ ยิ่งกระชากสุดแรงเกิด จนผมร่วงติดมือเป็นกำ ทแบบนี้นานเข้า เส้นผมบนหัวได้ 9,999,999 (เกือบล้าน) แน่นอน หยุด-หา-ทำ!!!

18 November 2020
Mollacake
18 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1014305
- ที่มารูป: i.imgur.com


สวัสดีค่าาา สาวๆ SistaCafe คนผมยุ่ง ผมพันกันทั้งหลาย (•‾⌣‾•)و ̑̑♡

เวลาจะเริ่มต้นหวีผม แปรงผมทีไร เหมือนก้าวเข้าสู่สนามรบ! ก็เจ้าเส้นผมตัวดีไม่ค่อยให้ความร่วมมือเลยน่ะสิ T^T ทั้งพันกันอีรุงตุงนัง บางช่อผมก็ม้วนเป็นสังกะตัง กว่าจะคลายออกทั้งหมด บางทีหวีเป็นชั่วโมง วันไหนรีบๆ ความอดทนต่ำก็กระชากมันซะเลย สรุปผมขาดครึ่ง แถมได้ซากอารยธรรม กระจุกผมร่วงเป็นปอยเลยจ้า น้ำตาไหลถึงฝ่าเท้าแล้วแง ผมชั้น จะหวีง่ายๆ พลิ้วๆ เหมือนชาวบ้านเขาไม่ได้เลยหรือไงหืม??

สาวๆ แทบทุกคนจะหนีไม่พ้น ' ปัญหาผมพันกัน ' โดยปัญหานี้ อธิบายสั้นๆ ก็คือเกล็ดผมด้านนอกถูกทำลายและเผยอออก ทำให้เส้นผมเส้นอื่นเข้ามาพันกันได้ และมักจะแกะออกได้ยาก คนที่ผมเสียง่าย หรือผมเป็นคลื่น ผมหยักศกจะเอื้อต่อผมพันกันมากที่สุด ส่วนใหญ่สิ่งที่ทำให้ผมพันกัน ก็คือสาเหตุที่ทำให้ผมเสีย เช่น เกาหัวแรงๆ เวลาสระผม, ใช้ความร้อนกับเส้นผม, เช็ดผมแรงๆ, แปรงผมแรงหรือไม่แปรงเลย, นอนทับเส้นผม เป็นต้น ดังนั้นบทความนี้จึงจะมาช่วยสาวซิสพ้นจากวังวนคนผมพัน ด้วย ' 7 ทริค สางผมให้ไม่พันกัน โดยไม่ต้องกระชากผมให้ผมเสียกว่าเดิม ' ทำง่ายๆ อ่านจบนำไปทำตามได้เลย ผมของเธอจะหวีง่ายขึ้นชัวร์! พร้อมแล้วก็ไปอ่านกันเลยค่า


1. ใช้ 'ครีมนวดผม' ลูบปลายเส้นผมอยู่เสมอ
image_1013351
- ที่มารูป: www.img.in.th

ผลิตภัณฑ์ขั้นพื้นฐานสุดๆ ในการทำให้ผมนุ่มลื่น แค่หยิบ ' ครีมนวดผม ' มาใช้ทุกครั้งหลังสระผมด้วยแชมพู แต่สาวๆ ส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใช้เพราะกลัวผมเหนียวลื่น ล้างไม่ออก ผมก็เลยแห้งเสียอยู่อย่างนี้ไงล่ะ! หากใช้ถูกวิธี ผมไม่เหนียวหรอกค่ะ มีแต่จะนุ่มจนอยากจับไปนานๆ ด้วยซ้ำ อย่าไปกลัว

กฎเหล็กของการใช้ครีมนวดคือ ' ลงแค่ช่วงปลายผมเท่านั้น!! ' เพราะเส้นผมส่วนใหญ่ก็มักไปพันกันอยู่ตรงปลายผมนั่นแหละ โปะให้ทั่ว แล้วค่อยๆ ไล่ตามเกล็ดผมไปถึงส่วนโคน แต่เว้นช่วงหนังศีรษะไว้ ผมจะได้ไม่มันเร็วเกินไป พอกทิ้งไว้ 5 นาที ใช้หวีซี่ห่างๆ สางผม แล้วค่อยล้างออกให้สะอาด ( แนะนำให้ใช้น้ำอุ่นรอบแรก แล้วค่อยปิดจบด้วยน้ำเย็น ) รับรองว่าผมหลังสระจะนุ่มลื่น หวีง่ายกว่าเดิมอย่างแน่นอนค่ะ

2. ใช้ 'ออยล์ธรรมชาติบำรุงผม' หลังสระผมเสร็จทุกครั้ง
image_1013352
- ที่มารูป: www.img.in.th

ไม่จำเป็นต้องซื้อออยล์บำรุงผมโดยเฉพาะก็ได้ ถ้าในบ้านมี ' มิเนอรัลออยล์ ' เช่น เบบี้ออยล์ทาตัว เพราะน้ำมันเหล่านี้มีคุณสมบัติทำให้ผมสางง่ายได้อย่างดีเยี่ยม น้ำมันนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น กลั่นจากปิโตรเลียม จึงป้องกันไฟฟ้าสถิต ไม่ทำให้ผมพันกัน แต่ก่อนใช้ควรสระผมมาให้เรียบร้อย เพราะถ้าเส้นผมมีสิ่งสกปรกเกาะเยอะเกินไป จะลดประสิทธิภาพของมิเนอรัลออยล์ลงค่ะ

หลังจากใช้มิเนอรัลออยล์ให้ผมไม่พันกันแล้ว เกล็ดผมอาจจะเปราะบางขึ้นเล็กน้อย สามารถใช้น้ำมันมะกอกในบ้าน 2-3 หยด หมักผมไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผม ( จะใช้ผ้าเช็ดตัวห่อเพื่อหมักผมได้ก็ยิ่งดี ) หากเป็นคนผมแห้งมาก ก็ควรใช้มิเนอรัลออยล์ ตามด้วยน้ำมันเป็นประจำ หากไม่ชอบกลิ่นของมะกอก จะใช้น้ำมันจากธรรมชาติอะไรก็ได้ เช่น castar oil, sweet almond oil แล้วเติมกลิ่นลาเวนเดอร์ ชาเขียว หรือโรสแมรี่ เพื่อทำให้ผมกลิ่นหอมขึ้นค่ะ


3. 'สเปรย์ฉีดน้ำเปล่า' ก็ช่วยสางผมให้นุ่มสลวยได้
image_1013353
- ที่มารูป: www.img.in.th

หากงบน้อย และอยู่ในช่วงเร่งด่วนฉุกเฉินจริงๆ แค่มีขวดสเปรย์เล็กใส่ ' น้ำเปล่า ' ฉีดปลายผม ก็ช่วยสางผมให้ไม่พันกันได้ ( แต่อาจจะไม่ได้ช่วยบำรุงผม และไม่ได้ทำให้ผมนุ่มลื่นระยะยาวเหมือนออยล์ / ครีมนวดผม ) เพราะน้ำเปล่าช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เกล็ดผม อย่างที่บอกว่าผมพันกัน เพราะมีเกล็ดผมแห้งเสียที่เผยอออก เมื่อเอาน้ำพรมลงไป จึงทำให้เส้นผมอ่อนตัวลง สางได้ง่ายกว่าตอนผมแห้งนั่นเองค่ะ

จะใช้น้ำเปล่าหรือน้ำแร่ก็ได้ตามชอบ แบ่งผมเป็นช่อๆ ใช้สเปรย์ฉีดผมตามช่อที่แบ่งไว้ แล้วใช้หวีซี่ห่างๆ หวีให้ทั่ว ช่อไหนไม่พันกันแล้ว ก็ติดกิ๊บหรือคลิปหนีบผมไว้ ทำแบบนี้ไล่ไปเรื่อยๆ จนทั่วทั้งศีรษะ แล้วค่อยปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ เท่านี้ผมก็ไม่ยุ่งเหยิงจนต้องหวีกระชากหัวแล้วค่า


4. สางผมโดยใช้ 'หวีซี่ห่าง' ให้เส้นผมไม่เป็นสังกะตัง
image_1013354
- ที่มารูป: www.img.in.th

อาวุธลับที่ใช้จัดการผมพันกันให้อยู่หมัด สาวผมยาวทุกคนควรต้องมีติดบ้าน เป็นไอเทม Must have ก็คือ ' หวีซี่ห่าง ' นั่นเอง เพราะซี่ที่ห่างกันทำให้ลดโอกาสที่เส้นผมจะไปติดเป็นสังกะตัง รวมถึงแปรงหวีผมหัวกลมที่ซี่เป็นพลาสติกนุ่มๆ ก็สางผมให้ไม่เจ็บหัวได้ดี อ่อนโยนต่อเส้นผมเช่นกัน 

เลือกแบบพลาสติกจะดีกว่าแบบไม้ แม้หวีไม้จะมาจากวัสดุธรรมชาติมากกว่า แต่ค่อนข้างเสี่ยงที่จะขึ้นราง่าย เพราะเราใช้หวีกับทั้งผมแห้งและผมเปียก หากไม่ได้นำไปผึ่งบ่อยๆ อาจทำให้ผมสกปรกหรือมีเชื้อโรคเกาะติดได้ และเลือกแบบที่มีราคาสูงสักนิด เพราะราคาถูกเกินไป พลาสติกจะเปราะง่าย ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ ค่ะ

5. สางผมในทิศทาง 'จากล่างขึ้นบน'
image_1013355
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ ส่วนใหญ่เวลาหวีผม ก็มักจะสางจากบนลงล่างตามปกติ แต่ถ้าผมพันกันเป็นทุนเดิม ก็เหมือนเรารูดความยุ่งเหยิง ความสังกะตังจากข้างบนไปกองรวมกันเป็นก้อนใหญ่ๆ ที่ปลายผม และนั่นแหละจุดเริ่มต้นของนรก! สางไปเถอะ กระชากไปเถอะ ไม่หลุดซะที สุดท้ายก็ได้ผมกระจุกมาเป็นที่ระลึก หรือบางคนจบลงด้วยต้องใช้กรรไกรตัดก้อนนั้นออก เสียผมไปฟรีๆ เลยจ้า

ใครผมพันกันบ่อยๆ ต้องเปลี่ยนทิศการหวี ต้านแรงโน้มถ่วงด้วยการหวีจากล่างขึ้นบน อาจจะดูแปลกๆ แต่วิธีนี้ช่วยทำให้ผมพันกันน้อยลง และเจ็บหนังศีรษะน้อยลงจากการกระชาก ดึงเส้นผมอย่างรุนแรงอีกด้วยค่ะ

6. ใช้ 'นิ้วมือ' สางผมที่พันกันอย่างเบามือ
image_1013356
- ที่มารูป: www.img.in.th

วิธีนี้ง่ายที่สุด ไม่มีอะไรจะง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว! หากผมยุ่งนัก ก็แค่ใช้ ' นิ้วมือ ' ของเธอนี่แหละ แยกช่อผมเป็นส่วนๆ สางผมยุ่งออกอย่างอ่อนโยนเสียก่อน แล้วค่อยใช้หวีอีกที ตอนหวีผมจริงๆ จะสางได้ง่ายขึ้นมาก เพราะสังกะตังส่วนใหญ่เราใช้นิ้วสางออกไปหมดแล้วค่ะ

ในกรณีที่ผมยุ่งมาก พันกันมากจริงๆ แม้ใช้นิ้วสางก็ยังมีบางส่วนที่จับตัวเป็นก้อนอยู่ อาจต้องใช้ตัวช่วยเป็นน้ำเปล่าหรือออยล์สัก 2-3 หยด บีบใส่นิ้วมือแล้วแตะๆ คลึงๆ ส่วนที่พันกัน ไม่นานผมช่อนั้นก็จะคลายตัวลงอย่างง่ายดาย ใช้หวีสางต่ออีกนิด ผมก็พร้อมนุ่มสลวยสวยเก๋แล้ว!

7. ใช้ 'มาส์กหมักผม' เป็นประจำ
image_1013357
- ที่มารูป: www.img.in.th

หลังจากใช้ทั้งครีมนวดผม และมิเนอรัลออยล์เพื่อสางผมแล้ว อย่าลืมเติมความชุ่มชื้นสูงสุดให้เส้นผมด้วยการใช้ ' มาส์กหมักผม ' เพื่อเติมสารอาหารให้ผมมีวอลลุ่ม เงางาม เมื่อผมมีความชุ่มชื้นในตัวเอง แนวโน้มที่ผมจะพันกันก็น้อยลง เพราะผมที่เป็นสังกะตังบ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็เพราะผมแห้งนั่นแหละค่ะซิส

หากเป็นสายเร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลา แฮร์มาส์กในห้างแบบกระปุกหรือแบบซองก็มีขายทั่วไป มาส์กเหล่านี้จะคืนความนุ่มลื่นให้เส้นผมได้อย่างรวดเร็ว เร็วกว่าครีมนวดผม แต่ราคาก็จะสูงกว่า ถ้างบน้อย จะทำแบบโฮมเมดเองก็ได้ ใช้ของในครัวอย่างไข่แดง โยเกิร์ต น้ำผึ้งและกล้วยผสมกัน นำมาพอกบนเส้นผม 10-15 นาทีแล้วล้างออก ก็ได้ผมสวยแบบที่ใครก็ต้องมอง อะโฆษณาขนาดนี้ ต้องลองแล้วล่ะ  (´∀`)♡



-----------------------
ปัญหาผมพันกันจนยุ่งเหยิง เวลาสางก็ทำให้อารมณ์เสีย ขุ่นมัว ทำให้บรรยากาศดีๆ ในวันนั้นเสียไปด้วย จึงอยากให้สาวๆ ทุกคนดูแลให้ผมพลิ้วสวย สางง่าย แม้เป็นเรื่องเล็กๆ ในชีวิตอย่างการหวีผม แต่ก็ทำให้โลกสว่างสดใสขึ้นได้จริงๆ นะคะ หากไม่อยากผมยุ่งจนต้องเกิดปัญหา ก็อย่าลืมทำตามวิธีที่เรามาบอกต่อ เพื่อผมสวยที่ใครๆ ก็มีได้ สุดท้ายนี้ อย่าลืม ' อ่อนโยนกับเส้นผม ' ให้มากๆ เพราะเส้นผมร่วงตามธรรมชาติทุกวัน ไม่ต้องไปเร่งจำนวนการร่วงให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ถนอมเส้นผมให้ดีๆ เราจะได้มีผมหนานุ่มไว้อวดเพื่อนๆ และคุณแฟนคนรู้ใจได้นานๆ เนอะ >< วันนี้ไปแล้วน้า พบกันใหม่บทความหน้า บ๊ายบายค่า

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @