#ฟรีซความหน้าเด็กไว้! 7 ทริค 'ยืดอายุผิว ต้านริ้วรอย' เพื่อสาวซิสวัย 25++ ให้ดูอ่อนกว่าอายุจริง (ღ˘⌣˘ღ)

#ฟรีซความหน้าเด็กไว้! 7 ทริค 'ยืดอายุผิว ต้านริ้วรอย' เพื่อสาวซิสวัย 25++ ให้ดูอ่อนกว่าอายุจริง (ღ˘⌣˘ღ)

อายุอานามก็มากขึ้นทุกวัน อย่าปล่อยให้ผิวหย่อนคล้อย ตีนหาถามหาตามวัย ( หรือก่อนวัย! ) ทำทริคเหล่านี้ เพื่อยืดอายุผิวให้หน้าอ่อนวัย ด้วยวิธีที่หมอผิวหนังรับรองกันดีกว่า~ #อายุเท่านี้แล้วเหรอหน้าเด็กจัง

19 November 2020
Mollacake
19 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1015890
- ที่มารูป: media2.giphy.com


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กลัว ' ความแก่ ' ทุกคน ( เราด้วย แฮะๆ )

แหมมม ถึงอายุอานามจะไม่ใช่เด็กน้อย หรือวัยรุ่น 10 กว่าๆ แล้วก็เถอะ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากดูหน้าแก่กว่าวัย ผิวเหี่ยวจนคุณลุงคุณป้านึกว่าวัยเดียวกัน หรือคนอายุมากกว่ายกมือไหว้หรอกใช่ไหมล่ะ #ร้าวไปทั้งหัวใจ ทุกคนก็อยากหน้าเด็ก ผิวสวยเด้งเหมือนฟรีซอายุผิวไว้ตั้งแต่มัธยมกันทั้งนั้น แต่ถ้าเธอไม่ได้มียีนผิวเด็กโดยธรรมชาติ ก็ต้องบำรุงกันหนักนิดนึง

ไม่ใช่แค่ประโคมครีมแพงๆ หรือเทียวเข้าเทียวออกคลินิกหรอกนะ แต่ไลฟ์สไตล์ก็ต้อง ' ปรับ ' ให้ใส่ใจผิวมากขึ้นเช่นกัน ทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ไอเทมบำรุงผิว มาส์กผิว สครับผิว รวมไปถึงอาหารการกิน และอาจต้องใช้วิตามินเสริมร่วมด้วย ถ้าพร้อมจะทำสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็มาอ่าน ' 7 ทริคยืดอายุผิว ต้านริ้วรอย เพื่อสาวซิสวัย 25++ ' กันเลยดีกว่า รับรองว่าซิสจะไม่ผิดหวัง!

1. ใช้โฟมล้างหน้าสูตร 'อ่อนโยน' ถนอมผิวให้มากที่สุด
image_1013463
- ที่มารูป: img.168upload.com

สมัยสาวๆ หลายคนใช้สบู่ก้อนที่ค่าความเป็นด่างสูงๆ มาล้างหน้า คิดดูว่าสบู่พวกนี้ เอามาล้างมือมือยังหยาบกร้าน นับประสาอะไรกับผิวหน้าล่ะคะซิสขา!! ( บางคนฮาร์ดคอร์กว่านั้น เอาน้ำยาล้างจานมาล้างหน้า หน้าจะได้หายมัน โอเอ็มจี อย่าหาทำ!! ) ตอนผิวหน้าอายุน้อย มันยังไม่เห็นผลชัดหรอก แต่อายุยี่สิบขึ้นไปเท่านั้นแหละ หน้านี่แห้งสาก ลูบแล้วหยาบกร้านสุดๆ T^T

แพทย์ผิวหนังบอกว่า ผิวหน้าของคนเราจะผลิตน้ำมันออกมาน้อยลง และเซนซิทีฟตามอายุที่มากขึ้น แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์เดิม ผลลัพธ์ของผิวหน้าก็จะเปลี่ยนไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสกินแคร์จึงต้องแบ่งตามช่วงวัย เพราะสภาพผิวเราไม่เหมือนเดิม เมื่ออายุเยอะขึ้น เรายิ่งต้องใช้คลีนซิ่ง/โฟมล้างหน้า ที่สูตรอ่อนโยน ไม่ใส่สี ไม่ใส่น้ำหอม เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบกับผิวให้มากที่สุด เวลาล้างก็อย่าเอามือถูปื้ดๆ จนหน้ายับ ให้นวดวนบนหน้าอย่างเบามือ ผิวจะได้ไม่ระคายเคือง ไม่เกิดริ้วรอยนะคะ

2. เริ่มใช้ 'เรตินอยด์' ในขั้นตอนสกินแคร์ดูแลผิวหน้า
image_1013464
- ที่มารูป: img.168upload.com

ตอนเรายังเด็ก จะใช้อะไรทาหน้าก็ได้ ไม่ค่อยเห็นความแตกต่างมาก เพราะผิวยังมีคอลลาเจนเยอะ ซึ่งคอลลาเจนทำให้ผิวเนียน ตึงกระชับ แม้ถูกทำลายจากแสงแดดบ้างก็ฟื้นฟูกลับมาง่ายๆ แต่เมื่ออายุเลย 25 ขึ้นไป คอลลาเจนก็จะน้อยลงๆ ทำให้ผิวที่เคยเรียบเนียนเริ่มมีริ้วรอย หย่อนคล้อย หากจะยืดอายุผิว ก็ต้องเติมส่วนผสมที่ทำหน้าที่คล้ายคอลลาเจนลงไป หรือ ' เรตินอยด์ ' นั่นเอง

เรตินอยด์ ก็มีคุณสมบัติคล้ายๆ วิตามินเอ ช่วยต่อต้านริ้วรอย ทำให้ผิวแข็งแรง อ่อนเยาว์กว่าวัย จะเห็นผลชัดที่สุดเมื่อเข้าสู่ช่วงวัย 30 โดยใช้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้ผิวค่อยๆ ปรับตัว จนผิวหน้าเคยชินก็ให้ใช้ทุกวัน ซึ่งสกินแคร์ปัจจุบันนี้ ในไลน์ anti-aging หลายตัว ก็มักจะมีเรตินอยด์ผสมมาอยู่แล้ว เช่น ไนท์ครีม ยาแต้มสิว เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็มีข้อควรระวัง คือไม่ควรใช้พร้อมกับ benzoyl peroxide ที่ใช้รักษาสิว จะทำให้ประสิทธิภาพน้อยลง และห้ามใช้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะจะทำให้ส่งผลร้ายกับเบบี๋ในท้องได้ค่ะ

3. มีวินัยในการใช้ 'ครีมกันแดด' อย่างเข้มงวดมากขึ้น
image_1013465
- ที่มารูป: img.168upload.com

ตอนที่เรายังอายุน้อย สาวๆ หลายคนไม่ค่อยสนใจทา ' ครีมกันแดด ' มากนัก เพราะขี้เกียจ เปลืองเงิน ไม่ค่อยมีเวลา etc. ผิวหน้าผิวตัวโดนแดดเผาแทบทุกวัน ตอนอายุสิบกว่าๆ มันก็ยังไม่เห็นอะไรหรอก แต่ถ้าทำพฤติกรรมเดิมจนอายุยี่สิบกว่าเท่านั้นแหละ สภาพผิวไปไวมาก ทั้งเหี่ยวย่น หมองคล้ำ จุดด่างดำต่างๆ แถมรักษาให้หายได้ยากมากๆ เพราะสะสมมาหลายปี ฝังรากลึกเสียแล้ว รักษายังไงก็ไม่กลับมาดี 100% เหมือนเดิม //ทำใจเลย

ดังนั้นควรเริ่มขยันทาครีมกันแดดให้เป็นนิสัย ทาทั้งผิวหน้าและลำตัวทุกวัน เลือกที่ค่า SPF50+ ขึ้นไป และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ( เท่าเหรียญสิบบาท ) เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันอย่างเต็มที่ หากทาแต่เนิ่นๆ ผิวก็จะมีเกราะป้องกันไม่ให้รังสียูวีทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ริ้วรอยลดลง และควรเลี่ยงพวกสเปรย์หรือเจลกันแดดที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง เสี่ยงริ้วรอยเยอะขึ้นกว่าเดิมไปอีก! ควรหากันแดดแบบ Physical Sunscreen ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะปกป้องผิวได้ดีกว่าค่ะ

4. ใช้ 'มอยส์เจอไรเซอร์' สูตรเข้มข้นขึ้น คุณสมบัติเยอะขึ้น
image_1013466
- ที่มารูป: img.168upload.com

เชื่อว่าวัยรุ่นสาวๆ โดยเฉพาะในเมืองไทยที่ร้อนตับแตก แม้หลายคนจะนอนห้องแอร์ แต่ก็ไม่ค่อยใช้ ' ครีมทาหน้า ' สักเท่าไหร่เพราะกลัวเหนียวเหนอะหนะ อย่างมากก็โปะโลชั่นหรือโทนเนอร์เนื้อใสๆ บางๆ เท่านั้น ซึ่งตอนอายุสิบกว่ามันก็ยังโอเค แต่เมื่ออายุ 25++ ไปแล้ว ต่อมน้ำมันจะทำงานช้าลง ผิวหน้าแห้งลง ต้องการการบำรุงมากขึ้น เนื้อใสๆ เหมือนน้ำอาจไม่พอ ต้องเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ที่เข้มข้นขึ้น ใส่สารบำรุงล้ำลึก โดยเฉพาะสารที่ช่วยลดริ้วรอยและเส้นตีนกาค่ะ

เมื่อเราทาครีมเข้มข้นบนผิวหน้า เนื้อครีมจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้ทั้งคืน ต่างกับเนื้อน้ำใสๆ ที่ทาไม่กี่ชั่วโมงก็ระเหยออกเกือบหมด เมื่อระเหยหมดผิวก็แห้ง เกิดริ้วรอยลึกได้ง่าย ทั้งนี้ควรทาเผื่อไปถึงส่วนลำคอและหน้าอกด้วยจะดีมาก เพราะถ้าหน้านุ่ม หน้าเด้ง แต่คอกับหน้าอกเหี่ยว ก็เหมือนดูแลตัวเองได้ไม่เต็มที่ค่ะ

5. ใส่ใจกับ 'อาหารที่กิน' เป็นพิเศษ กินมั่วไม่ได้แล้วนะ!
image_1013467
- ที่มารูป: img.168upload.com

ช่วงวัยรุ่น สาวๆ ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ค่อยใส่ใจเรื่องสุขภาพนัก กินทุกอย่างที่ขวางหน้า เน้นอร่อยไว้ก่อน ทั้งขนมหวาน ของมัน ของทอด แอลกอฮอล์ต่างๆ บางคนอ้วนยาก กินยังไงน้ำหนักก็เท่าเดิมเลยไม่ระวังตัว รู้ตัวอีกทีอายุเริ่มเยอะแล้ว ผิวหยาบกร้าน ไม่นุ่มเด้งกระจ่างใสเท่าคนที่ดูแลตัวเองในวัยเดียวกัน ส่วนนึงก็เพราะอาหารที่เธอกินเข้าไปนี่แหละค่ะ มันทำร้ายผิวแบบผ่อนส่งระยะยาว!

อยากผิวสวยอิ่มน้ำ ไม่แห้ง ควรหลีกเลี่ยงทุกอย่างที่ผสมแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ระเหยน้ำออก ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น รวมถึงไม่กินอาหารที่มีน้ำตาลสูงและแป้งขัดสี เพราะสองอย่างนี้จะเข้าไปสลายกลูโคส ทำให้ผิวดูแก่กว่าอายุจริง ควรปรับมาเน้น ' โปรตีน ' แทน เช่น ปลา เนื้อไม่ติดมัน ถั่ว เพื่อเพิ่มคอลลาเจนใต้ผิว, อาหารที่มีวิตามินซีสูง จะทำให้ผิวดูกระจ่างใส อ่อนกว่าวัย และอาหารที่มีไลโคปีนสูง เช่น มะเขือเทศ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวคล้ำเสีย จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอจากแดดค่ะ


6. อาจถึงเวลาที่ต้องกิน 'วิตามินเสริม' แล้ว
image_1013468
- ที่มารูป: img.168upload.com

เมื่ออายุถึงจุดหนึ่ง การรับสารอาหารจากมื้ออาหารในชีวิตประจำวันอาจไม่เพียงพอ เพราะระบบในร่างกายต้องการการดูแลมากขึ้น แต่สารอาหารในอาหารมีนิดเดียว ถ้าต้องกินให้ครบคงท้องแตกก่อน งานก็ยุ่งขึ้น ไม่ค่อยมีเวลา ตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยทุ่นแรงได้คือ ' วิตามินเสริม ' นี่ล่ะ อัดแน่นด้วยสารอาหาร เรามีหน้าที่แค่กลืนเท่านั้น!

ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มกินตัวไหน เราแนะนำเป็น ' Omega 3 ' หรือน้ำมันปลา ( fish oil ) ที่สกัดจากปลาทะเลต่างๆ เช่น แซลมอน เมื่อกินอย่างต่อเนื่อง ผิวจะชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ดูโกลว์ ชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี การกิน fish oil จะเหมือนเติมน้ำมันลงบนชั้นผิวที่ลดน้อยลงตามกาลเวลา ทำให้ผิวคงความอ่อนนุ่ม ไม่แห้งไปตามวัย และช่วยต่อต้านสิวอักเสบในวัยผู้ใหญ่ได้ดีค่ะ

7. สครับผิว ผลัดเซลล์ผิวหน้าเป็นประจำ 'ทุกสัปดาห์'
image_1013469
- ที่มารูป: img.168upload.com

โดยปกติ ผิวหนังของสาวๆ ทุกคนจะมีรอบผลัดเซลล์ผิวอยู่ที่ 28 วัน แต่เมื่ออายุมากขึ้น รอบเวลานี้จะช้าลงเรื่อยๆ เนื่องจากชั้นใต้ผิวชะลอประสิทธิภาพลง จึงทำให้คนอายุเยอะจะหน้าหมอง ผิวหน้าหยาบกร้านได้ง่าย เมื่อซิสอายุเกิน 25++ จึงจำเป็นต้องผลัดเซลล์ผิวด้วยตัวเอง หรือ ' สครับผิว ' ทุกสัปดาห์ เพื่อเร่งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ให้ผิวกระจ่างใสเร็วขึ้นนั่นเอง

ใช้สครับเกล็ดเล็กๆ เนื้อละเอียด เพื่อไม่ให้บาดผิว จะใช้สครับที่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป หรือทำเองแบบโฮมเมดก็ได้ โดยใช้น้ำตาลทรายแดง / ผงกาแฟ / ข้าวโอ๊ตบด นำไปผสมกับโยเกิร์ต นม หรือน้ำผึ้ง กวนจนเข้ากันเป็นเนื้อครีม ถูวนให้ทั่วผิวหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ก็หน้าเนียนใส ไบรท์ทุกเวลา ไม่แพ้วัยรุ่นเลยล่ะค่ะ!

image_1015891
- ที่มารูป: media1.tenor.com


--------------------------
ทริคทั้งหมดที่นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อบำรุงผิวให้ดูไม่แก่ก่อนวัย ก็จะมีประมาณนี้ค่ะ! ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนทำอยู่แล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้น การใส่ใจในผลิตภัณฑ์ที่มาสัมผัสผิวหน้า ก็ต้องละเอียดขึ้นตามไปด้วย จะมาใช้สบู่ก้อนฟอกตัวมาล้างหน้า หรือกินแต่อาหารขยะก็คงไม่ไหว ผิวพังก่อน!

เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจนใต้ชั้นผิวมีแต่จะเสื่อมลงเรื่อยๆ เรามีหน้าที่แค่เยียวยาไม่ให้มันเสื่อมเร็วเกินไปเท่านั้น  ซึ่ง 7 ทริคในนี้ หากทำตามอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยยืดระยะเวลาออกไปได้อีกพอสมควร เมื่อเราขยัน มีวินัยกับการดูแลผิว ก็จะได้ผลตอบแทนดีๆ อย่างผิวสวยนุ่มเนียน ที่คนรอบข้างต้องมาขอเคล็ดลับ เพราะเดาอายุจริงไม่ออกยังไงล่ะ อิอิ >///<
วันนี้เราขอตัวลาไปก่อนแล้วน้า พบกันใหม่คราวหน้า บ๊ายบายย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @