#คิดแบบนี้ไงถึงจน! 7 'ทัศนคติผิดๆ ด้านการเงิน' ทำให้ไม่มีเงินเก็บ ใช้เดือนชนเดือน ไม่รวยสักที (--_--)

#คิดแบบนี้ไงถึงจน! 7 'ทัศนคติผิดๆ ด้านการเงิน' ทำให้ไม่มีเงินเก็บ ใช้เดือนชนเดือน ไม่รวยสักที (--_--)

เงินต้องรับใช้เรา ไม่ใช่เรารับใช้เงิน จนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวนะคะซิสขา!!

21 November 2020
Mollacake
21 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1015894
- ที่มารูป: media2.giphy.com


" ใช้เงินเดือนชนเดือน เงินเก็บไม่มีติดบัญชีเลย "
" ทางเดียวที่จะรวยเหรอ....คงต้องถูกหวยอย่างเดียวแล้วล่ะมั้ง ไม่ก็มีแฟนระดับเศรษฐี "
" รับงานหลายจ๊อบจนหัวหมุนยังไง เงินก็ไม่พอใช้อยู่ดีอะ "

สาวๆ SistaCafe คนไหนพูดประโยคด้านบนนี้บ่อยๆ บ้างคะ? สถานะทางการเงินเข้าขั้นแย่ถึงแย่มาก ติดลบสุดๆ ฝันอยากมีบ้านหรู รถส่วนตัวราคาแพง มีเงินเก็บก้อนโตไปถึงวัยเกษียณ แต่ตอนนี้ก็คื้อออ เอาให้มีเงินเหลือถึงสิ้นเดือนยังยาก ไม่รู้เงินที่หาๆ มาเนี่ย ปลิวหายไปไหนหมด เงินวาร์ปได้เหรอ เป็นงงเด้อ -_-????

การที่เราไม่มีเงินเก็บ ทั้งที่เงินเดือนมาตรฐานทั่วไป ส่วนหนึ่งก็มาจากค่าครองชีพที่สูงและโครงสร้างทางสังคม สวัสดิการที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนก็ทำตัวเอง มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้เงิน ที่ยิ่งเชื่อยิ่งจนลงกว่าเดิม แทนที่จะให้เงินทำงาน เราควรเป็นนายของเงิน แต่กลับปล่อยให้เงินบงการชีวิต เป็นทาสเงินซะอย่างนั้น บทความนี้เราขอนำเสนอ ' 7 ทัศนคติผิดๆ ด้านการเงิน ทำให้ไม่มีเงินเก็บ ไม่ร่ำรวยเสียที ' เธอจะเป็นหนึ่งในนั้นไหม มาเช็คกันได้ที่นี่เลย!

1. เงินซื้อความสุขไม่ได้หรอก เอาอุดมการณ์ไว้ก่อน
image_1013477
- ที่มารูป: img.168upload.com

คนบางคนก็มีอุดมการณ์แรงกล้า คิดว่า ' เงินไม่สามารถซื้อความสุขได้ ' ไม่จำเป็นต้องขยันขวนขวายอะไรมาก ยิ่งเงินเยอะก็จะมีเรื่องยุ่งยากตามมา พอใจที่จะอยู่แบบฐานะยากจน บ้านเก่าหลังคารั่ว น้ำไฟติดๆ ดับๆ ก๊อกน้ำพัง มุ้งลวดขาด ( ที่คิดไปเอง ) ว่าอยู่อย่างนี้ก็มีความสุขแล้ว ไม่รู้ว่าถูกปลูกฝังหรือเสพสื่อแบบไหนมา แต่ความจริงคือ ความยากจนไม่เคยเป็นความสุขค่ะ เป็นแค่วาทกรรมหลอกตัวเองที่ไม่มีเงินเท่านั้น หากมีทุนทรัพย์ มีโอกาสเจอสิ่งที่ดีขึ้น ย่อมจะทำให้ชีวิตสบายกว่าอย่างแน่นอน แม้เงินซื้อความสุขทุกอย่างไม่ได้ แต่ซื้อสิ่งที่จะทำให้มีความสุขได้เกือบทุกอย่าง ขนาดตายแล้วยังต้องจ่ายเงินค่าทำศพเลย แล้วทำไมจะไม่ขยันหาเงินล่ะ?

คนที่หาเงินได้เยอะๆ หรือนักธุรกิจจะมองว่า ' เงิน ' เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ ยิ่งทำเงินได้มากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ในขณะที่คนจนและล้มเหลว จะไม่กล้าขยับตัวทำนั่นนี่เลย บางคนไม่พัฒนาทักษะตัวเอง จนสุดท้ายเด็กรุ่นใหม่ตามทัน สกิลครบกว่า โดนเจ้านายไล่ออก กลายเป็นคนตกงาน ยากจนกว่าเดิม โดยสรุปคือ แม้เงินจะไม่ได้เสกความสุขให้ทุกคน แต่มันก็เป็นใบเบิกทางให้ทำตามความฝันต่างๆ หรืออย่างน้อยก็หล่อเลี้ยงชีวิตให้ยังมีข้าวกิน มีบ้านอยู่ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะพัฒนาตัวเอง ดิ้นรนหาสิ่งที่ดีกว่า เพราะถ้ายังอยู่ในโลกทุนนิยม คุณหนีอำนาจของเงินไม่พ้นหรอกค่ะ


2. ไม่รู้ว่าตัวเองมี 'มูลค่า' เท่าไหร่ เล่นตัวไม่เป็น ใครให้เงินเท่าไหร่เอาหมด
image_1013478
- ที่มารูป: img.168upload.com

มีเด็กรุ่นใหม่มากมาย ที่ความสามารถเยอะเกินอายุ ครบเครื่องทั้ง Hard Skill และ Soft Skill แถมรอบรู้เรื่องโปรแกรมต่างๆ เต็มไปหมด จะโฟโต้ช้อป อิลลัส จัดหน้ากระดาษ ตัดต่อวิดีโอ เขียนบท หรือแม้แต่เป็นฝ่ายบัญชีก็ทำให้ได้ ซึ่งจะมีตลาดงานบางกลุ่ม ที่รับสมัครตำแหน่งเดียว แต่ต้องทำทุกหน้าที่ที่กล่าวมาโดยให้เงินเดือนแค่ขั้นต่ำ ( เผลอๆ ถูกกว่าขั้นต่ำด้วย ) เด็กจบใหม่ก็รับทำ คิดว่าทำพอร์ตเก็บประสบการณ์ ทั้งที่จริงถ้าเรารู้จักเรียกค่าตัว เลือกลูกค้า เลือกตลาด เราจะไม่ถูกเอาเปรียบค่าจ้างตั้งแต่แรก น่าเสียดายที่มีคนไม่รู้ ยอมถูกกดเป็นทาสทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทน แย่มากก โกรธแทนเลย (#`Д´)

สกิลการพรีเซนต์คุณสมบัติของตัวเอง หรือการต่อรองเงินเดือนยังไม่ถูกบรรจุในหลักสูตรบังคับของมหาลัย สาวๆ ทุกคนที่ใกล้จะเรียนจบ จึงควรเรียนรู้สกิลนี้นอกห้องเรียนแต่เนิ่นๆ หรือจะเริ่มรับงานนอกตั้งแต่ช่วงเรียนก็ได้ จะได้รู้ว่าเรทงานขั้นต่ำในสายอาชีพที่ทำ ควรได้ตัวเลขประมาณเท่าไหร่ โลกชีวิตจริงของการทำงานมันโหดร้าย ถ้าเรารู้ทัน เราก็ไม่โดนเอาเปรียบ ขอแค่ผลงานเราดีจริง มั่นใจในคุณค่าของงานเราเข้าไว้ ลูกค้าที่ให้ราคายุติธรรมจะมาจ้างงานเอง อย่าลดค่างานตัวเองจนไม่ต่างกับทำฟรี แม้จะบอกว่าทำพอร์ต ราคาก็ไม่ควรจ้างต่ำกว่าเรทมาตรฐานค่ะ


3. ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ไม่เก็บออมเงิน ไม่ทำรายรับรายจ่ายใดๆ
image_1013479
- ที่มารูป: img.168upload.com

จะมีสาวๆ บางคนที่ชีวิตไม่เคยสัมผัสคำว่า ' ยากจน ' แบบไม่มีกินมีใช้จริงๆ มาก่อน ฐานะปานกลาง ไม่ได้เรียกว่าร่ำรวยแต่ก็มีเงินใช้ตลอด พวกนี้จะเสี่ยงไม่มีเงินเก็บมากที่สุด เพราะคิดว่ายังไงก็ทำงานหาเงินได้เรื่อยๆ ใช้ไปเถอะ ไม่รู้จักคุณค่าของการออมเท่าไหร่ ไม่ต้องพูดถึงบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่เคยทำจ้า! สิ้นเดือนเงินใกล้หมดที ก็กินมาม่าที ต้นเดือนก็กลับไปกินชาบู บุฟเฟ่ต์ ช้อปเครื่องสำอางใหม่อีกรอบ วนลูป ไม่ได้เรียนรู้อะไรทั้งสิ้น แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะรวย -_-'''''

ซิสคนไหนที่มีไลฟ์สไตล์การใช้เงินแบบนี้ ต้องเริ่มเก็บออมเงินได้แล้วนะคะ! ยิ่งในสถานการณ์โควิด ที่ไม่รู้จะยืดยาวออกไปถึงปีไหน ถ้าคิดในแง่ร้าย วันนึงบริษัทไล่เธอออก ถ้าไม่มีเงินเก็บเลย จะเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย? ลองปรับการใช้เงินให้รอบคอบกว่านี้ จดบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างเคร่งครัด ว่ารายรับกับรายจ่ายหลักๆ ใช้ไปกับอะไร แล้วตัดอันที่ฟุ่มเฟือยทิ้ง ลดค่ากินหรู ของจุกจิก เสื้อผ้า นำเงินนั้นไปออมแทน แล้วเธอจะพบว่า เอ้า เธอก็เก็บเงินได้หนิ! ถ้าเก็บได้ก้อนนึงแล้ว ก็สามารถเอาไปต่อยอดได้ เช่น ซื้อกองทุน ซื้อหุ้น ซื้อห้องปล่อยเช่า เป็นต้น


4. ไม่ภูมิใจ ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่คิดว่าตัวเองจะหาเงินเยอะๆ ได้
image_1013480
- ที่มารูป: img.168upload.com

ปัจจัยข้อนึงที่ทำให้สาวๆ หลายคนไม่มีเงินเก็บเท่าที่ควร เพราะ mindset ค่อนข้างคิดลบ ที่เห็นชัดสุดคือ ' ขาดความมั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่งไม่พอ ' ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคของการออกจาก comfort zone ในวัยทำงาน หรือไม่กล้าเรียกร้องเงินเดือนเพิ่มกับหัวหน้า กลัวเขาปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลย ทำให้ต้องจมจ่อมอยู่กับที่เดิมๆ เงินเดือนน้อยๆ ทั้งที่เธอมีศักยภาพมากกว่านี้ น่าเสียดาย!

เรื่องนี้แก้ไขได้ง่ายที่สุด แต่ก็ใช้เวลานานที่สุด คือปรับ mindset ของตัวเองให้เป็นไปในทางบวกมากขึ้น รักและเคารพตัวเอง เห็นค่าตัวเองมากขึ้น ฝึกความกล้าคุยกับคนอื่น กล้าเรียกเงินเดือนที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะเธอมีดีมากพอ อย่าปล่อยให้คำพูดแย่ๆ ของคนอื่นทำเธอดิ่ง ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่าเธอเก่งที่สุด!! นอกจากรายรับจะเพิ่มขึ้นแล้ว เธอยังได้เติบโตไปสู่วัยผู้ใหญ่อีกก้าวด้วยค่ะ ヽ(o^ ^o)ノ

5. เชื่อว่าเงินคือผู้ร้าย ที่ทำให้ครอบครัวบ้านแตก สาแหรกขาด
image_1013481
- ที่มารูป: img.168upload.com

เรามักเห็นข่าวหนังสือพิมพ์ หรือชีวิตวัยเด็กของเธอเอง ที่ครอบครัวยากจนที่พ่อแม่ต้องทำงานนอกบ้านทั้งวัน จนไม่มีเวลาเจอลูก เล่นกับลูกอย่างเต็มที่เลย สาวๆ บางคนจะคิดว่า เงินคือตัวการทำให้พ่อแม่ไม่อยู่ด้วย ทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด ทำไมพ่อแม่ไม่เลี้ยงเราด้วยตัวเอง กลายเป็นปมในใจ ทำให้ไม่อยากหาเงินไปซะงั้น 

เมื่อโตขึ้นถึงระดับหนึ่งแล้ว เธอคงรู้ดีว่า พ่อแม่ไม่ได้อยากจากลูกไปไกลเลย แต่ที่ต้องทำงานเพราะค่าใช้จ่ายมันไม่พอ พวกท่านหวังดีต่อเธอ อยากให้เข้าโรงเรียนดีๆ อยากให้มีของใช้ที่ทัดเทียมเพื่อน จึงต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้มันมา ดังนั้นเงินไม่ใช่ผู้ร้ายของเรื่องนี้ แต่เงินช่วยทำให้ชีวิตเธอสบายขึ้น แต่แทนที่จะออกไปใช้แรงกายหา ถ้าทำได้ก็อาจทำงานจากที่บ้านแทน เท่านี้เธอก็ยังได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ยังสร้างความสัมพันธ์อบอุ่นไว้ได้ โดยไม่รู้สึกห่างเหินกันค่ะ

6. เธอไม่มี 'ความรู้ด้านการเงิน' เลย
image_1013482
- ที่มารูป: img.168upload.com

หากไม่ใช่คนที่เรียนทางการเงินมาโดยตรง การศึกษาไทยมักไม่มีวิชาที่เกี่ยวกับการออมเงิน การลงทุนให้นักศึกษาได้เรียน มีแต่คอร์สเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยทำงาน ต้องปรับตัวยังไง บุคลิกภาพของการทำงานบริษัทเป็นยังไง แต่ไม่สอนวิธีเก็บออมเงิน ต่อยอดเงิน การทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งควรจะสอนเพราะในที่สุดงานบริษัทก็ไม่ได้จ้างเราตลอดไป สุดท้ายก็ต้องเกษียณ การเก็บและต่อยอดเงินต่างหากที่สำคัญกว่า หากรู้ช่องทางดีๆ เงินงอกเงยเยอะ จะเลือกเกษียณตัวเองตอน 40-50 แล้วไปใช้เวลาท่องเที่ยวรอบโลก หรือทำอะไรที่อยากทำแทนก็ได้

นับจากนี้ จงตั้งกฎให้ตัวเองว่า ' ต้องมีความรู้ทางการเงินให้มากขึ้น ' โดยเริ่มจากอ่านความรู้พื้นฐานทางการเงิน Finance 101 เลยว่า การเก็บเงินคืออะไร เราจะหาเงินจากเงินเก็บได้ยังไง เราจะปล่อยให้เงินทำงานผ่านหุ้นได้ยังไง ในยุคนี้ก็มีทั้งหนังสือและคอร์สอบรมฟรีใน Youtube อย่างแพร่หลาย ค่อยๆ ทำความเข้าใจไป ดูและฟังจากหลายๆ คนเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ แล้วทำในแบบที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองที่สุดค่ะ

7. เมื่อเกิดวิกฤติด้านการเงิน ก็รู้สึกท้อ โทษตัวเอง ไม่หาวิธีแก้ปัญหานั้น
image_1013483
- ที่มารูป: img.168upload.com

ข้อนี้เป็นอุปสรรคต่อความร่ำรวยมากที่สุดแล้ว กับ Mindset ลบๆ ที่คิดโทษทุกอย่าง โทษตัวเอง โดยไม่พัฒนาอะไรให้ก้าวหน้าขึ้น ท้อง่าย เจอวิกฤติทางการเงินแค่นิดหน่อย เช่น ตกงาน ถูกโกงเงิน ธุรกิจมีปัญหาขาดทุน ก็ซึม หดหู่ นอนเศร้าอยู่ในห้องเป็นเดือนๆ คิดแต่ว่าโชคร้ายจังเลย ทำไมเราโชคร้ายอย่างนี้ แทนที่จะหาวิธีแก้ปัญหาให้ดีขึ้น คือมีช่วงช็อก เสียใจบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ ปกติ แต่อย่านาน ถึงจุดนึงก็ต้องปาดน้ำตา แล้วลุกขึ้นมาแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้น

ถ้าตกงาน อาจจะเสียใจได้สัก 3 วันหรือ 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นต้องเริ่มวิ่งเต้น อัปเดตเรซูเม่ สมัครงานไปพร้อมๆ กับพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นไปด้วย คิดซะว่าถือโอกาสเรียนรู้ทักษะเพิ่ม หากถูกโกงเงิน นอกจากแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ก็ควรกลับไปดูว่าตัวเองมีช่องโหว่ตรงจุดไหน ทำไมปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามโกงได้ และอย่าทำแบบเดิมซ้ำอีก เป็นต้น หากเธอดิ้นรนให้ชีวิตยังไปต่อเสมอ มองทุกอย่างเป็นโอกาส เธอก็ไม่มีวันอดตายค่ะ 


image_1015907
- ที่มารูป: 66.media.tumblr.com


------------------------------------
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สาวๆ คงพอนึกภาพออกว่า การที่เก็บเงินไม่ค่อยได้เท่าที่ควร หรือยังดิ้นรนอยู่กับความยากจน ใช้เงินตึงมืออยู่นั้น มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง หากซิสมีพฤติกรรมหรือความเชื่อตรงกับข้อไหน ก็ค่อยๆ ปรับ เนื่องจากเป็นความคิดสั่งสมมานาน อาจเปลี่ยนไม่ได้ทันที ก็ค่อยๆ แก้ไปทีละสเต็ปก่อน อย่างการออมเงิน ทำบัญชีรายรับรายจ่าย หรือปรับ mindset ว่าเธอมีความสามารถมากพอ เป็นต้น

ในที่สุดแล้วอาจต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะเห็นเงินเก็บเป็นก้อนในบัญชี แต่ถ้าไม่เริ่มการเปลี่ยนแปลง การเงินของเธอก็จะยังถูกแช่แข็งที่เดิม เราเชื่อว่าหากสาวๆ ทุกคนไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ทัศนคติดี หาโอกาสให้ชีวิต รู้ลู่ทางเก็บเงินและต่อยอดเงิน แม้จะไม่รวยล้นฟ้า แต่ก็จะไม่ลำบากในบั้นปลายอย่างแน่นอน สู้ๆ นะคะทุกคนน (*˘︶˘*).。.:*♡

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @