#ในวันที่ฉันเหนื่อย! 7 สิ่ง 'ชาร์จแบตเพิ่มความสุข' ให้เธอมีรอยยิ้มได้ใน 5 นาที ฟรีๆ ไม่ต้องเสียตังค์ (❤ω❤)

#ในวันที่ฉันเหนื่อย! 7 สิ่ง 'ชาร์จแบตเพิ่มความสุข' ให้เธอมีรอยยิ้มได้ใน 5 นาที ฟรีๆ ไม่ต้องเสียตังค์ (❤ω❤)

ในวันที่เราเหนื่อย อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง หรือ 'แบตต่ำ' ไม่อยากคุยหรือยุ่งกับใคร ลองทำ 7 สิ่งนี้เพื่อชาร์จแบต เพิ่มเอเนอร์จี้ให้ร่าเริงสดใสกันนะคะ (♡˙︶˙♡)

30 November 2020
Mollacake
30 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1018540
- ที่มารูป: 64.media.tumblr.com


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กำลัง ' แบตหมด ' ทั้งหลาย ( ´ ∀ `)ノ~ ♡

ชีวิตช่วงนี้มันเหนื่อยเนอะ มีอะไรให้ทำตั้งมากมาย! ต้องแบ่งเวลา 24 ชั่วโมงใช้ให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งเรียน ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิตส่วนตัว ติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็ต้องทำ ตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่ได้พักเลยจ้า กลับบ้านมาก็อยากพุ่งตัวหาเตียงนุ่มๆ แล้วหลับไปเลย ขี้เกียจอาบน้ำแล้วแง เหนื่อยอะ T^T ละพอมีไลฟ์สไตล์แบบนี้ซ้ำๆ ซากๆ วนลูป ก็รู้สึกอารมณ์มันดาวน์ลง หน้ามุ่ย ไม่ค่อยอยากคุยกับใคร ยิ้มไม่สดใสเหมือนแต่ก่อน เบื่อ ขี้เกียจ เนือยไปหมด เหมือนแบตเตอรี่ที่เหลือไม่ถึง 5% ไม่ชอบตัวเองตอนนี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีอะ เฮ้ออ (--_--)

แม้ชีวิตเราจะมีความสุขปนกับความทุกข์เป็นปกติ แต่ถ้าทุกวันเจอแต่ความทุกข์มันก็ไม่ไหวกับหัวใจเหมือนกันเนอะ กลัวภาวะซึมเศร้าจะมาเยือนเสียก่อน ในบทความนี้เราเลยอยากมาบอกต่อ 7 สิ่งที่ช่วยเพิ่มความสุข หรือช่วย ' ชาร์จแบตชีวิต ' เติมกำลังใจให้สาวซิสอารมณ์ดี มีรอยยิ้ม พร้อมสู้กับเรื่องต่างๆ ในวันต่อไปได้แบบไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว แค่ทำตามนี้ ก็ยิ้มได้ภายใน 5 นาที จะมีอะไรช่วยได้บ้าง อย่ารอช้า เราไปอ่านข้างล่างกันเลยดีกว่าา! ( ´ ▽ ` ).。o♡

1. ใช้เวลา 'อาบน้ำสระผม' ให้ผ่อนคลาย ฟินๆ
image_1013610
- ที่มารูป: www.img.in.th

กิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่ต้องทำทุกวันเช้า-เย็นอย่าง ' การอาบน้ำ ' นี่แหละ เป็นที่ผ่อนคลายของคนเหนื่อยล้า สมองตัน คิดงานไม่ออกได้เป็นอย่างดี อย่าคิดว่าเข้าห้องน้ำเพื่อถูๆ ล้างๆ ตัวสองสามนาทีแล้วจบ ใช้เวลากับมันสักหน่อย คิดซะว่าเดินเข้าห้องสปา ( ที่ไม่เสียตังค์ ) เพราะเวลาอาบน้ำ เราอยู่กับตัวเองคนเดียว ไม่มีคนมาวุ่นวายกวนใจ ช่วยผ่อนคลายทั้งความเมื่อยล้า ปรับสภาพจิตใจที่หม่นหมองให้แจ่มใสขึ้นได้สุดๆ เลยล่ะค่ะ

ใช้ฝักบัวปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่น ทำหัวให้โล่ง แล้วปล่อยให้น้ำไหลผ่านร่างกายอย่างน้อย 5 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วงแผ่นหลัง คอ และไหล่ได้ผ่อนคลายมากขึ้น ไอน้ำอุ่นๆ ยังช่วยทำให้จมูกและปอดโล่งสบายมากขึ้นอีกด้วย หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ใช้ครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวด มาส์กผมกลิ่นโปรด ระหว่างนั้นก็ใช้ใยฟองน้ำขัดตัวขัดขี้ไคลตามจุดต่างๆ ในร่างกายไปด้วย บอกเลยว่าหลังอาบน้ำเสร็จ จะรู้สึกเหมือนเกิดใหม่เลยล่ะค่ะ #ฟินเวอร์  (*¯ ³¯*)♡

2. ยกหูโทรศัพท์ / ทักแชทไปหา 'คนที่เธอห่วงใย'
image_1013611
- ที่มารูป: www.img.in.th

จะมีใครทำให้รู้สึกอุ่นใจ ไปได้มากกว่าคนที่เรารักและห่วงใยได้อีกล่ะ! จะเป็นเพื่อนสนิท แฟน หรือครอบครัวก็ตาม ในช่วงเวลาที่วุ่นวาย แทบไม่มีเวลากระดิกตัวยังไง เราเชื่อว่าซิสต้องมีเวลาสัก 5 นาทีโทร ทักแชทไลน์ หรือแม้แต่ส่งอีเมล์ขอกำลังใจจากคนเหล่านั้นได้เสมอ อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เวลาคนที่เราแคร์ตอบกลับมาแค่ " สู้ๆ นะ ", " เหนื่อยไหม " หรือ " เธอทำได้อยู่แล้วล่ะ " มันทำให้หัวใจพองฟู เหมือนถูกชาร์จแบตแบบ fast charge เลยแหละ #อำนาจของคำพูดยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ♡

แม้ตอนนี้สาวๆ กำลังทำภารกิจอะไรอยู่สักอย่าง หรือไปเรียนต่อ ทำงานต่างประเทศที่ต้องอยู่คนเดียว ไม่มีคนที่รักอยู่ข้างกายสักคน การได้ยินเสียง คำพูด หรือเห็นหน้าพวกเขาผ่านวิดีโอคอล ก็ทำให้เธอรู้สึกไม่เหงา ว้าเหว่น้อยลง หัวเราะได้ และมีกำลังใจทำงานให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น เพื่อหาเวลาว่างไปพบปะ พูดคุยและโอบกอดผู้คนเหล่านั้นให้ได้นั่นเอง ยังไงมนุษย์ก็คือสัตว์สังคม บางทีเวลาเราเหนื่อย เพราะเราไม่ได้ติดต่อกับ ' คน ' เป็นเวลานานเกินไป เพราะฉะนั้นแค่ได้เชื่อมต่อกับพวกเขา เธอก็จะมีความสุขขึ้นได้จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ไม่เชื่อก็ลองทำดูสักครั้งสิคะ (´。• ω •。`) ♡ 

3. สูดกลิ่นแนวเปรี้ยวๆ หอมสดชื่น เช่น ผลไม้ตระกูลซิตรัส ( มะนาว )
image_1013612
- ที่มารูป: www.img.in.th

รู้ไหมว่า แค่ได้ดมกลิ่นผลไม้ตระกูลซิตรัสที่มีกลิ่นหอมสดชื่น โดยเฉพาะ ' มะนาว ' ก็ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ง่ายๆ! เธอคงเคยได้ยินคำที่ว่า เวลาเราได้กลิ่นอะไร เราจะรู้สึกถึงอารมณ์และช่วงเวลาที่ได้กลิ่นนั้น นั่นเป็นเพราะว่าประสาทสัมผัสการได้กลิ่นของเรา ทำงานประสานกับภาวะอารมณ์ในจิตใจนั่นเอง ซึ่งกลิ่นมะนาวเปรี้ยวๆ ก็มักจะมาพร้อมกับคำว่าสดชื่น ร่าเริง แจ่มใส เช่น น้ำมะนาวเย็นๆ ในฤดูร้อน, ดื่มน้ำมะนาวแล้วช่วยหายเจ็บคอ บรรเทาโรคหวัด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสมองที่มึนๆ เบลอๆ ให้ตื่นตัว มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

มีนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งพบว่า สาร linalool ในเลมอน ช่วยยับยั้งการทำงานที่มีปัญหาต่อการตอบสนองของ " การต่อสู้ " ของร่างกาย หรือพูดง่ายๆ คือทำให้ระบบของร่างกายทำงานลื่นไหลขึ้นไม่ติดขัดนั่นเอง แต่ถ้าซิสคนไหนจมูกเซนซิทีฟ ไม่ชอบเลมอนที่มีกลิ่นเปรี้ยวฉุนจนเกินไป แนะนำเป็นกลิ่นใบเบซิล ( โหระพา ) หรือดอกลาเวนเดอร์ก็มีฤทธิ์คล้ายคลึงกัน ช่วยลดความเครียด ผ่อนคลาย และยังมาจากธรรมชาติ 100% จึงไม่ต้องห่วงเรื่องผลข้างเคียง หรือทำลายสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใดค่ะ


4. ฟังเสียงกล่อมคลื่นสมอง ( Brainwave Audios )
image_1013613
- ที่มารูป: www.img.in.th

ในยุคนี้สาวๆ บางคนคงเคยได้ยินกระแสการฟัง ' เสียงกล่อมคลื่นสมอง ' หรือ Brainwave Audio ที่ใช้คลื่นความถี่พิเศษในการโน้มนาวสมองให้อยู่ในภาวะสงบขั้นลึก คล้ายกับการที่สาวๆ นั่งสมาธิ ในเวลาแค่ 2-3 นาทีเท่านั้น! โดยคลื่นเหล่านี้จะปรับแต่งให้อยู่ระหว่าง 8-13.9 Hz ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำ ฟังบ่อยๆ จะทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ความจำดีขึ้น ตั้งสมาธิกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น

เหมาะสำหรับสาวๆ ที่งานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา ไม่มีสถานที่ให้นั่งเงียบๆ หรือไม่อินกับการนั่งสมาธิเป็นเวลานานๆ แค่ใส่หูฟัง เปิดคลื่นเสียงนี้ที่ไหนก็ได้ จะฟังระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เดินไปทำงาน หรือฟังก่อนนอนก็ยิ่งดี เมื่อสมองผ่อนคลาย สภาพร่างกายก็ดีขึ้นด้วยตามลำดับค่ะ (◕‿◕)♡

5. เปิดเพลง แล้วเต้นตามจังหวะสนุกๆ ของตัวเอง!
image_1013614
- ที่มารูป: www.img.in.th

การเต้น เป็นวิธีเอนเตอร์เทนสร้างความสนุกของมนุษย์มาแต่โบราณกาล ไม่จำเป็นต้องเป็นแดนเซอร์มืออาชีพ หรือเต้นท่าเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว แค่เปิดเพลงแล้วหาจังหวะของตัวเอง เต้นตามท่าที่ชอบให้สนุกสนาน แค่ในเวลาไม่กี่นาทีก็ทำให้สาวๆ มีความสุข อารมณ์ดีขึ้นได้ เพราะการเต้นก็คือการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง เมื่อทำต่อเนื่อง ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน หรือสารแห่งความสุข ขจัดอารมณ์ที่หม่นหมองให้หายไป แบบไม่ต้องกินยาใดๆ เลยค่ะ

ใครไม่อยากไปฟิตเนส ไม่อยากออกไปวิ่งที่สวน ใช้การเต้นเป็นการออกกำลังสร้างสุขภาพดีก็เวิร์คนะ! ช่วยลดความอ้วน ลดไขมัน กระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียน และยังปรับอารมณ์ให้แฮปปี้ยิ่งขึ้นอีกด้วย เพียงหาเวลาว่างอย่างน้อย 15 นาทีได้ขยับแขนขา เปิดฟลอร์เต้นตามเพลงที่ชอบ บอกเลยว่าความรู้สึกที่เหงื่อไหลโซมกาย หน้าแดงๆ แต่รู้สึกหัวโล่งปลอดโปร่งเนี่ย มันดีมากจนอยากทำซ้ำอีกในทุกๆ วันเลยล่ะค่ะซิส  ♡ ~('▽^人)


6. นั่งดู 'รูปถ่ายเก่าๆ' ที่มีโมเมนต์ประทับใจ กระตุ้นให้ตัวเองมีไฟอีกครั้ง
image_1013615
- ที่มารูป: www.img.in.th

บางครั้งเวลาเราอารมณ์ดิ่งๆ เศร้าๆ เพราะเรามัวแต่โฟกัสกับเหตุการณ์ไม่ดีในปัจจุบัน จนทำให้เราหลงลืมไปว่า เส้นทางในอดีตที่ผ่านมามีเรื่องน่าประทับใจ เรื่องดีๆ ที่ทำให้ยิ้มได้มากมายแค่ไหน เช่น รูปรับปริญญา รูปงานแต่งงาน รูปตอนยังเป็นเด็กน้อย รูปไปเที่ยวกับครอบครัว ซึ่งหนึ่งในหนทางที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาได้ก็คือ ' รูปถ่าย ' ที่บันทึกความทรงจำไว้ แค่มองรูปเหล่านี้ก็สร้างแรงบันดาลใจ ฮีลความเหนื่อย มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อได้จริงๆ นะ

ในยุคปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้กล้องมือถือ ไฟล์ดิจิตอลเป็นเรื่องปกติ รูปความทรงจำในแบบกระดาษอัดแข็งก็ค่อยๆ หายไป จึงมีกระแสการถ่ายด้วยกล้องฟิล์มที่ต้องอัดรูปแบบแผ่นแข็ง หรือโพลารอยด์ที่ถ่ายแล้วได้รูปเป็นแผ่นทันทีออกมาอีกครั้ง ในความคิดเรา ถ้ารูปไหนมีค่ากับจิตใจมากจริงๆ อยากให้อัดเป็นแผ่นกระดาษเก็บไว้ด้วยจะดีกว่า สัมผัสของกระดาษ รอยหมึก มันรู้สึกจับต้องได้มากกว่าไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ที่อาจจะหายไปได้ทุกเมื่อหากคอมติดไวรัส อารมณ์เหมือนหนังสือกระดาษกับ E-book ที่บางเรื่องได้จับปกหนังสือ ได้กลิ่นกระดาษ ก็กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกได้มากกว่าค่ะ ( ◡‿◡ *)

7. ยิ้มให้ตัวเอง บอกย้ำกับตัวเองในกระจกว่า "ฉันจะมีความสุข"
image_1013616
- ที่มารูป: www.img.in.th

บางครั้ง คนที่กระตุ้นให้ตัวเองมีความสุขได้ดีที่สุดก็คือ ' ตัวเราเอง ' นี่แหละค่ะ ไม่ต้องรอให้ใครบอก เราบอกตัวเราเองเลย! บางคนแอบเขิน คิดว่าเอ๊ะ มันดูหลงตัวเองเกินไปรึเปล่า ซึ่งไม่จริงเลย การให้กำลังใจตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด อันที่จริงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีด้วยซ้ำ ลองคิดดูว่า ถ้าตัวเธอเองยังไม่มีความสุข คิดแต่เรื่องลบๆ ตลอดเวลา เธอจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ยังไง จริงไหม

เดินไปหน้ากระจกทุกเช้า ใช้เวลา 3-5 นาที ยิ้มให้ตัวเอง พูดหน้ากระจกทุกวันว่า " ฉันสวย ฉันรักตัวเองมาก มีความสุขสุดๆ เลย " วิธีนี้เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง ช่วยกระตุ้นเคมีในร่างกาย กล่อมสมองว่าเธอมีความสุข จึงทำให้ความคิด การกระทำต่างๆ ต่อมาหลังจากนั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้นโดยปริยาย หรือถ้าเป็นคนขี้เขินจริงๆ จะใช้วิธีเขียนโน้ต post it ให้ตัวเอง แล้วนำไปแปะมุมต่างๆ ตามบ้าน เช่น " ฉันทำได้ ", " วันนี้เก่งมากเลย ", " แล้วมันจะผ่านไป " etc. อ่านแล้วก็รู้สึกชื่นใจดีเหมือนกันนะ ไม่เชื่อลองทำดูสิคะ (*ノ∀`*)


image_1018539
- ที่มารูป: i.gifer.com


-------------------------------
แน่ะๆ เริ่มยิ้มได้แล้วล่ะสิ >///< แม้ช่วงนี้จะมีสถานการณ์รุมเร้าให้อารมณ์ไม่ดี เสียใจ ดิ่งได้ง่าย แต่เราก็อยากให้เธอแบ่งเวลา หามุมเล็กๆ ในชีวิตที่เป็น comfort zone หลีกหนีจากโลกความเป็นจริง ปลดปล่อยตัวเอง ลืมปัญหาไปสักพัก มีความสุขกับตัวเองให้พอค่อยลุยใหม่ เพราะสุขภาพจิตสำคัญที่สุด จะสวย รวยล้นฟ้าแค่ไหน ถ้าไม่มีความสุขก็ไร้ความหมาย เซฟหัวใจตัวเองไว้มากๆ มีสติอยู่เสมอ ยังไงอุปสรรคที่มีก็จะผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอน ใครที่อ่านบทความนี้จบแล้ว ลองไปจัดห้องที่รกมานานให้ดูโล่งขึ้น เปิดหน้าต่างรับแสงเข้ามาบ้าง จิบชาอุ่นๆ เปิดเพลงฟังดูนะคะ เผื่อรอยยิ้มที่ห่างหายไปมานาน จะกลับมาอีกครั้ง แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ บ๊ายบาย :)))


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @