อยู่ยังงี้ต่อไปไม่ได้ละ! 7 สัญญาณบอกชัดว่าเธอควร 'เปลี่ยนชีวิตเดิมๆ' ที่ซ้ำซากจำเจ ปลุกไฟในตัวอีกครั้ง

อยู่ยังงี้ต่อไปไม่ได้ละ! 7 สัญญาณบอกชัดว่าเธอควร 'เปลี่ยนชีวิตเดิมๆ' ที่ซ้ำซากจำเจ ปลุกไฟในตัวอีกครั้ง

ทำพฤติกรรมเดิมๆ มีวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม
ถ้าอยากได้สิ่งใหม่ในชีวิตมาพังทลายความน่าเบื่อนี้ ก็ต้อง 'เปลี่ยน' เท่านั้นค่ะ

22 December 2020
Mollacake
22 December 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1021209
- ที่มารูป: media1.giphy.com


ฮัลโหลค่า สาวๆ SistaCafe ที่กำลัง ' เซ็งเป็ด ' กันทุกคน (´-ω-`)

ใช้ชีวิตปี 2020 มาแป๊บๆ ก็ใกล้จะเข้าคริสต์มาส ขึ้นปีใหม่แล้ว รู้สึกว่าปีนี้ยังไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตเท่าไหร่เลยเนอะ ด้วยสถานการณ์เชื้อโรคระบาด ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก รวมถึงการใช้ชีวิตของคนในหลายประเทศ รวมถึงไทยเปลี่ยนไปตลอดกาล บางคนที่มีแพลนต้องไปเรียนหรือทำงานต่างประเทศ ก็ต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ไม่รู้น่านฟ้าจะเปิดอีกเมื่อไหร่ สำหรับบางคนเหมือนชีวิตพังไปเลยก็มี แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เหนือการควบคุมน่ะนะ... (╥﹏╥)

บางคนก็ยังมีกำลัง มีเงินทุนเหลือไปทำงานอดิเรก ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่บางคนเงินหมด ก็ต้องไปทำงานหารายได้ให้พ้นไปแต่ละวัน ใช้ชีวิตวนลูป ตื่น ไปทำงาน นอน ต่อเนื่องเป็นไลฟ์สไตล์แบบเดิมๆ ก็ทำให้รู้สึกเบื่อ ท้อ สิ้นหวังและหมดไฟขึ้นมาได้ ในบทความนี้จะมาเตือน ' 7 สัญญาณบอกชัดว่า เธอควรเปลี่ยนชีวิตเดิมๆ ที่เป็นอยู่ ' ถ้าเข้าข่ายแม้แต่ข้อเดียว แปลว่าได้เวลาปรับชีวิตในปีหน้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้แล้ว บอกเลยว่า ยิ่งรู้ตัวเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันค่ะ

1. ไม่มีจุดมุ่งหมายว่า 'จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร'
image_1018986
- ที่มารูป: www.img.in.th

มนุษย์ทุกคนจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือไม่ หลักๆ ขึ้นอยู่กับ ' ความหวัง ' ถ้าไม่มีเป้าหมายหรือความหวังอะไรในชีวิต ทุกอย่างที่ทำจะดูไร้ความหมาย ไร้ค่าไปในทันที อารมณ์ที่เคยร่าเริงก็จะดิ่ง หม่นและเศร้าได้ง่ายมาก ซึ่งแต่ละคนก็มีความหวังในชีวิตแตกต่างกันไป เช่น อยากรวย, อยากเรียนต่อถึงปริญญาโท, อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน, อยากไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ แต่ถ้าจุดมุ่งหมายคือความว่างเปล่า เธอก็จะหมดไฟ ไม่กระตือรือร้นใดๆ ในชีวิต ซึ่งส่งผลกับกำลังกายและประสิทธิภาพในสมองในอนาคตด้วยค่ะ

ลองถามตัวเองง่ายๆ ดูว่า " ตอนนี้มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร " ไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน ตอบให้ได้ภายใน 3 วิ ถ้าคิดไม่ออก อึกอัก ไม่รู้จะตอบยังไงดี นั่นแหละสัญญาณชัดว่าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ตอบโจทย์แล้ว ต้องหาทางเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างด่วนจี๋!!

2. อารมณ์เฉยมาก ใช้ชีวิตไปวันๆ ถ้าเป็นกราฟหัวใจคือ 'เส้นตรง' ตลอด
image_1018996
- ที่มารูป: www.img.in.th

จะสังเกตว่า คนที่ได้ใช้ชีวิตสนุกตามใจตัวเอง หรือแพลนชีวิตเป็นไปตามที่วางไว้ กราฟอารมณ์จะมีการขยับขึ้นลงตลอด มีเรื่องให้รอคอย ตื่นเต้น มีความสุข ระทึก ผิดหวังบ้าง เสียใจบ้าง แต่สุดท้ายก็จะลุกขึ้นมายืนและร่าเริงได้ใหม่ เพราะใจลึกๆ เขามั่นใจว่าจะไปถึงเป้าหมายได้นั่นเอง ในทางกลับกัน ถ้าสังเกตตัวเองแล้วว่าอารมณ์นิ่งเฉยมาก ดูหนัง ฟังเพลง ฟังข่าวเม้าท์ของเพื่อนๆ ก็ไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไร กินข้าวไม่อร่อย นอนก็ไม่ค่อยหลับ จนแทบจะเข้าข่ายภาวะซึมเศร้าไปแล้ว

สัญญาณข้อนี้บ่งบอกชัดว่าเธอไม่พึงพอใจกับชีวิตปัจจุบันสุดๆ เป็นกราฟหัวใจก็เป็นเส้นตรงที่เหมือนคนตายไปแล้ว ลองถามตัวเองว่า " ตอนนี้อะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกแฮปปี้ได้บ้าง " ถ้าไม่มีคำตอบเลย หรือเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ชั่วครั้งชั่วคราวที่ไม่ทำให้ชีวิตโดยรวมดีขึ้น นั่นคือไม่โอเคแล้ว ถ้ายังไม่เริ่มแก้ไขอะไรสักอย่าง อารมณ์ที่นิ่งเฉยก็จะเริ่มดิ่งลงเรื่อยๆ จนมีสภาวะทางจิตผิดปกติได้ในที่สุดค่ะ


3. มีความมั่นใจในตัวเอง (self-esteem) ต่ำลงเรื่อยๆ
image_1019009
- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com

หากเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความสุข มีผู้คนรอบข้างที่พร้อมซัพพอร์ตเราในทุกเรื่องที่อยากจะทำ เราจะรู้สึก ' ถูกเติมเต็ม ' ซึ่งส่งผลให้ความมั่นใจและภูมิใจตัวเอง ( self esteem ) อยู่ในระดับสูง แม้จะมีใครมานินทาว่าร้าย หรือเจอสถานการณ์แย่ๆ ก็จะมีสติตั้งรับได้ดี ไม่คิดโทษตัวเองซ้ำๆ สามารถมองเรื่องด้านลบในมุมที่ดี พร้อมแก้ไขปัญหาได้ เพราะรักตัวเอง คนเหล่านั้นจะหลีกหนีสังคมแย่ๆ ที่อยู่แล้วอึดอัดโดยอัตโนมัติ ทำให้แนวโน้มการมีความทุกข์ก็ลดลงไปอีก

หากในปัจจุบันนี้เธอรู้สึกไม่ภูมิใจกับอะไรสักอย่างรอบตัว ไม่ว่าจะหน้าตา รูปร่าง หน้าที่การเงิน เงินในบัญชี ความผูกพันในครอบครัว ความสนิทสนมกับเพื่อน รู้สึกตัวเองด้อยค่า ทุกคนดีกว่าเราหมด เราไม่เหมาะที่จะได้สิ่งดีๆ หรอก etc. ก็เป็นไปได้ว่าตอนนี้สังคมที่เธออยู่ ( บ้าน, โรงเรียน, ออฟฟิศ หรือแม้แต่ประเทศ ) ไม่เหมาะกับตัวตนของเธออย่างสิ้นเชิง หากเข้าข่ายในข้อนี้ เราแนะนำให้เธอย้ายตัวเองออกมาให้เร็วที่สุดเป็นอันดับแรก รับรองว่าโลกจะสดใสขึ้นกว่าเดิม 100 เท่าค่ะ

4. รู้สึกอิจฉาใน 'ไลฟ์สไตล์ดีๆ' ของคนอื่น
image_1019016
- ที่มารูป: www.img.in.th

ที่จริงความรู้สึก ' อิจฉา ' ก็ถือเป็นซับเซ็ตย่อยๆ ของการมี self esteem ต่ำเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองด้อย อยู่ในที่ต่ำ ไม่มีใครรัก ไม่มีใครสนใจหรือให้ความสำคัญ ในทางจิตวิทยาเราจะหาทางออกด้วยการส่งอารมณ์ด้านลบไปหาคนที่มีชีวิตดีๆ ล้อมรอบด้วยผู้คนที่รัก หรือชีวิตที่จริงๆ แล้วเธอใฝ่ฝันอยากจะได้นั่นเอง จะเรียกว่าเป็นภาวะ ' องุ่นเปรี้ยว ' ก็คงไม่ผิดเท่าไหร่ อารมณ์คนทั่วไปเห็นคนรวยมีคฤหาสน์ มีรถสปอร์ตขับ แล้วรู้สึกอิจฉานั่นล่ะค่ะ

ถ้าแค่รู้สึกอิจฉา แล้วเกิดแรงผลักดันให้พยายามเรียนหนังสือ ตั้งใจทำงานเพื่ออัพเกรดชีวิตตัวเอง เราถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะบางครั้งการอยู่เฉยๆ ก็อาจทำให้เฉื่อย ต้องหาอะไรกระตุ้นตัวเองบ้าง แต่ถ้าจิตใจของเธอเข้าขั้น ' ริษยา ' ในใจแอบแช่งให้เขาล่มจม ธุรกิจล้มละลาย ครอบครัวแตกแยก จะได้ตกอยู่ในฐานะเดียวกับเธอบ้าง อันนี้เราว่าไม่ใช่ละ นอกจากฝั่งนั้นเขาจะสุขสบายดี ไม่รับรู้ใดๆ ว่าเธอมุ่งร้ายต่อเขาแล้ว ความอาฆาตแค้นจะกัดกินใจของเธอเองจนกลบความสุขด้านอื่นออกไปจนหมด เพราะโฟกัสแต่ความริษยาอย่างเดียว อย่าปล่อยให้ความชั่วร้ายครอบงำจิตใจ ถ้ารู้ตัวว่าเป็น ต้องหาทางแก้อย่างด่วน!


5. เยียวยาตัวเอง หนีโลกความจริงด้วย 'วิธีแย่ๆ' ทำสุขภาพกายและจิตพัง
image_1019017
- ที่มารูป: www.img.in.th

สำหรับบางคนที่สภาพแวดล้อมที่อยู่ปัจจุบันชวนจิตใจเศร้าหมอง ไม่มีอะไรน่าบันเทิงเริงรมย์ มีแต่สมาชิกครอบครัว toxic ชวนหาเรื่อง, สังคมในโรงเรียนที่โดนบุลลี่ตลอดเวลา, การทำงานได้ค่าแรงขั้นต่ำที่ทำอีกสิบชาติก็ไม่รู้จะรวยหรือเปล่า จนสภาวะจิตใจอ่อนแอ รับไม่ไหว ก็ใช้วิธีหลีกหนีความจริงด้วยการหันหน้าเข้าหาแสงสี อบายมุขและสิ่งมึนเมาทั้งหลาย ไม่ว่าจะการเที่ยวสถานบันเทิง ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือแม้แต่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดค่ะ

หากเธอติดอยู่ในวังวนนั้น เราเตือนตรงนี้ก่อนเลยว่า วิธีเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้จริง แค่หลอกตัวเองชั่วคราวเท่านั้น ของมึนเมาเหล่านี้ก็เหมือนหลุมที่เธอตกลงไป ( จะด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจกระโดดลงไปเองก็ตาม ) ยิ่งเวลาผ่านไป หลุมนี้จะลึกลงไปเรื่อยๆ ทำให้เธอห่างจากอากาศด้านบนมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่รีบถอนตัวเสียตั้งแต่ตอนนี้ หายนะมาเยือนแน่นอน ทั้งโรคติดเหล้า ตับแข็ง ปอดดำจากบุหรี่ หรือภาวะหลอนจากการเสพยา สุดท้ายอาจอันตรายถึงแก่ชีวิต ถ้ารู้ตัวว่าเลิกเองไม่ได้ ก็ยื่นมือให้คนที่ไว้ใจได้ช่วยโดยด่วน ด้วยรักและหวังดี!

6. เรื่องนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้อารมณ์ดิ่ง หม่นได้ทั้งวัน
image_1019018
- ที่มารูป: www.img.in.th

เพราะชีวิตปัจจุบันนี้ก็หม่นหมอง กระตุ้นให้เธอมีความรู้สึกทางลบได้ง่ายอยู่แล้ว เหมือนจิตใจเป็นเตาถ่านที่แค่มีสะเก็ดไฟเล็กๆ โยนเข้าไป ก็พร้อมจะระเบิดลุกเป็นไฟโชติช่วงได้ตลอดเวลา สะเก็ดเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนเรื่องแย่ๆ ที่เธอบังเอิญหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอในแต่ละวัน อาจจะไม่ใช่เรื่องเฉพาะเจาะจงที่เธอโดยตรง แต่เมื่อเจอก็อารมณ์เสียไปทั้งวัน เช่น หมากัด ฝนตกน้ำท่วม รถติด สะดุดเท้าตัวเองหน้าบันไดเลื่อน เจ้านายขึ้นเสียงใส่ เพื่อนไม่ชวนไปงานแต่งงาน etc.

ถ้าเธอมีชีวิตที่รวมๆ มีความสุขอยู่แล้ว เรื่องเหล่านี้อาจทำให้สะดุดไปบ้าง แต่ไม่กี่นาทีเธอก็ลืมแล้ว เพราะไม่ได้มีความสำคัญอะไร ยังมีเรื่องดีๆ อย่างอื่นให้คิด แต่ถ้าแค่ฝนตก น้ำท่วมเรื่องเดียว เธอก็นั่งคิดไปถึงชีวิตที่ผ่านมา ผังเมือง การคมนาคม ความสัมพันธ์ในครอบครัว คิดไปคิดมาก็โมโหที่ต้องทนอยู่แบบนี้ ก็ชัดแล้วว่าสภาพแวดล้อมปัจจุบันคือปัญหา หากไม่สามารถเปลี่ยนหรือเริ่มแก้ไขที่ตัวเองได้ ทางออกที่ง่ายที่สุดคือ ' หนีออกจากสภาพแวดล้อมเดิม ' เท่านั้น

7. ไม่มีพลังงานในการใช้ชีวิต เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะจบๆ ไปสักที
image_1019019
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าเธอคือโทรศัพท์มือถือ จะบอกว่าตัวเองอยู่ในโหมด ' แบต 5% ' ตลอดก็คงได้ คือเฉื่อย เนือยมากเวอร์ ไม่มีกำลังใจในการใช้ชีวิตที่แท้จริง อยู่ไปวันๆ เมื่อไหร่จะหมดวัน ตอกบัตร ทำงานรับเงิน เดินทางกลับบ้าน ดูหนัง นอน ชีวิตวนอยู่แค่นี้ อ่านข่าวก็เบื่อไปหมด เมื่อไหร่โลกจะแตกสักที ขี้เกียจมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ชาติหน้ามีจริงขอไม่เกิดมาแล้วนะ บลา บลา บลา นี่แหละคนกำลังมีความทุกข์เลยค่ะ

ถ้าเธอรู้สึกเพลีย เหนื่อยล้า ไปหาหมอก็บอกว่าไม่มีความผิดปกติทางกายอะไร บางทีสาเหตุจริงอาจอยู่ที่จิตใจก็ได้ เพราะเวลาสภาพจิตใจแย่มากๆ มันก็ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายด้วยเหมือนกัน เข้าทำนองที่ว่า ' ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ' นั่นเอง หากรู้ตัวว่าสิ่งที่เป็นไม่ใช่ปัญหาที่หมอทางกายวินิจฉัยได้แน่ๆ เพราะมีแต่ความคิดลบเต็มหัวไปหมด ก็คงต้องเริ่มทบทวนว่าปัญหาเกิดจากอะไร หากมีปัจจัยจากสภาพแวดล้อม สังคมที่อยู่ ก็ลองถอยออกมาแล้วดูว่ามีความสุขมากขึ้นไหม ถ้าใช่ ก็นั่นแหละคำตอบ!


image_1021210
- ที่มารูป: media1.tenor.com


---------------------------------------
ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่แย่นรกแตก หาแสงสว่างปลายทางที่อุโมงค์ไม่เจอแค่ไหน เราก็ยังอยากให้สาวซิสมีความหวัง มองโลกในแง่บวกเข้าไว้! อาจจะพูดง่ายแต่ทำยาก บางคนกำลังจะอดตาย บางคนความฝันครั้งเดียวหลุดลอยไปและไม่อาจหวนคืนมาอีก แต่ถ้ามองอีกมุมมันก็คือโชคชะตาที่เราบังคับไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือยอมรับและหาทางแก้ไขปัญหา เราเชื่อว่าถ้ามนุษย์ทุกคนยังมีลมหายใจอยู่ ก็ยังเริ่มใหม่กับทุกอย่างในวันรุ่งขึ้นได้เสมอค่ะ (・ω<)☆

อย่าเพิ่งยอมแพ้กับวังวนเดิมๆ คิดไปเองว่าจะหาทางออกไม่ได้ทั้งที่ยังไม่ได้ลอง สุดท้ายมันอยู่ที่ mindset และความตั้งใจจริงของซิสเองว่า อยากจะก้าวผ่านออกมาจากตรงนั้นจริงๆ หรือเปล่า เนื่องในช่วงใกล้สิ้นปีแล้ว ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะทิ้งสิ่งเก่าๆ ที่วนลูปจำเจ ส่งผลเสียกับสุขภาพจิต และเริ่มเขียนแพลน 2021's Resolution ขึ้นมาใหม่ ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงไม่รู้ แต่เราแน่ใจว่าถ้าความคิดดี ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน จับมือข้ามผ่านปีหน้าไปด้วยกันนะคะ สู้! ヾ(=`ω´=)ノ”

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
22 December 2020 02:01
Search @