มันวาวสะท้อนแสงเชียว! 7 ทริคดูแลผิว 'ลดความมัน ลดสิวช่วงทีโซน' บนใบหน้า สาวผิวผสมต้องอ่าน (*°▽°*)

มันวาวสะท้อนแสงเชียว! 7 ทริคดูแลผิว 'ลดความมัน ลดสิวช่วงทีโซน' บนใบหน้า สาวผิวผสมต้องอ่าน (*°▽°*)

สาวไทยหลายคนน่าจะเป็นผู้ประสบภัย 'หน้าวาวเป็นส่วนๆ' เนื่องจากมีผิวมันช่วงทีโซน (หน้าผาก จมูกและคาง) ปล่อยไว้นานๆ น้ำมันบนผิวอาจเกาะตัวรวมกันเป็นสิวได้! มาใช้ทริคในบทความนี้ เพื่อให้ผิวกลับมาเนียนใสกิ๊งกันค่ะซิส

17 January 2021
Mollacake
17 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe ' คนเป็นสิว ที่อยากผิวใส ' ทั้งหลาย (*^‿^*)

เรียกว่าเป็นปัญหาคู่สาวไทยมาตลอดเลยดีกว่า กับการมีผิวมัน หรือผิวผสมที่มันเยิ้มเฉพาะช่วงทีโซน ด้วยอากาศเมืองไทยที่ร้อนทั้งปี จะทำความสะอาด แต่งหน้ากลบความมันยังไง ช่วงพักเที่ยงหรือบ่ายๆ ที่แดดร้อนจัด น้ำมันก็ผุดขึ้นมาเป็นเม็ดๆ ตามหน้าผาก จมูก คาง เป็นรูปตัว T กันเลยทีเดียว ปล่อยไว้หลายวัน จากที่ผิวมันเฉยๆ ก็เริ่มมีตุ่มเจ็บใต้ผิว สักพักเป็นสิวอักเสบจ้า ต้องใช้เจลแต้ม เจาะสิวออกกันวุ่นวายอีก วนลูปแบบนี้ไม่จบไม่สิ้น #ร้องไห้แล้วหนึ่งแมตช์

แม้ว่าเราจะเปลี่ยนสภาพอากาศของประเทศ และสภาพผิวที่สาวๆ เป็นได้ แต่ถ้าดูแลผิวด้วยสกินแคร์และเครื่องสำอางถูกประเภท ก็ช่วยรักษาสภาพผิวให้ไม่เกิดสิวใหม่ ลดน้ำมันให้ออกมาน้อยลงได้ค่ะ เพียงทำตาม ' 7 ทริคดูแลผิวลดความมัน ลดสิวช่วงทีโซนบนผิวหน้า ' เธอจะไม่ต้องเจอกับหัวเหม่งหรือจมูกสะท้อนแสงอีกต่อไป ต้องทำยังไงบ้าง มาดูกัน!

1. ใช้ 'คลีนซิ่งโฟม' เพื่อสาวผิวมันโดยเฉพาะ
image_1020026
- ที่มารูป: www.img.in.th

ผิวที่ดี เริ่มต้นได้ด้วยการทำความสะอาด! ไอเทมที่ช่วยจัดการสิ่งสกปรกอย่าง ' คลีนซิ่งโฟม ' เองก็มีหลายสูตรสำหรับสาวๆ แต่ละสภาพผิวกันไป บางคนอาจคิดว่าใช้โฟมเนื้อแบบไหนก็ได้ ล้างหน้าได้เหมือนกัน แต่สำหรับสาวผิวมัน การใช้โฟมล้างหน้าเนื้อเข้มข้นเกินไป เช่น เนื้อครีม เนื้อบาล์ม อาจเกิดปัญหารูขุมขนอุดตัน สิวขึ้น หรือผิวช่วงทีโซนมันเยิ้มกว่าเดิม จึงควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วยนะ

ถ้ามีความมันช่วงทีโซน ยังไงก็ไม่ใช่สาวผิวแห้งแน่นอน ถ้ามันทั้งหน้าก็เป็นสาวผิวมัน แต่ถ้าช่วงแก้มแอบแห้งลอกก็เข้าข่ายเป็นผิวผสม แนะนำให้ใช้โฟมที่มีเนื้อเจล ( gel-based ) และละลายในน้ำเปล่าได้โดยไม่ต้องออกแรงขยี้มาก เพราะนึกภาพว่า ถ้าในน้ำเปล่ายังเป็นก้อน ก็มีสิทธิ์ไปอุดตันบนหน้าได้เช่นกัน ใครที่ผิวมันมากเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้รีมูฟเวอร์ ' ไมเซลลาร์วอเตอร์ ' เช็ดผิวให้สะอาดเป็นขั้นตอนแรกก่อนล้างหน้า รวมเป็นการล้างสองรอบ ( double cleansing ) เท่านี้ก็แน่ใจได้ว่าผิวสะอาดหมดจด ไม่มีสิ่งตกค้างรูขุมขนแน่นอน (*^‿^*) 

2. บำรุงผิวด้วย 'มอยส์เจอไรเซอร์' ให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ
image_1020027
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวผิวมัน-ผิวผสมอีกมากที่ยังเข้าใจผิดๆ ว่า เมื่อผิวหน้ามีน้ำมันส่วนเกินเยอะอยู่แล้ว แปลว่าก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ' มอยส์เจอไรเซอร์ ' บำรุงผิวก็ได้ ซึ่งที่จริงคือตรงกันข้ามเลย เพราะสภาพชั้นใต้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้นมากต่างหาก ผิวจึงถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวชั้นนอก แต่บางทีก็ผลิตมากเกินไปจนเป็นผิวเยิ้มอย่างที่นอยด์กัน ดังนั้นถ้าอยากให้ผิวหยุดมัน ก็ต้องเติมความชุ่มชื้นเพิ่มด้วยสกินแคร์ค่ะ

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะทาครีมอะไรก็ได้ ควรเป็นครีมเนื้อเจลที่มีสัมผัสเป็นน้ำ ( water-based ) และไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน พาราเบน สีและน้ำหอมที่จะทำให้ผิวอุดตันหรือระคายเคือง ทาทั้งช่วงเช้าก่อนแต่งหน้า หรือก่อนทาครีมกันแดดออกจากบ้าน และช่วงเย็นในขั้นตอนสุดท้ายของการทาสกินแคร์ ทำวิธีนี้ต่อเนื่องสักเดือน หรือแค่ 2 สัปดาห์ เธอก็จะรู้สึกแล้วว่าผิวมันน้อยลงเพราะผิวสมดุลแล้ว ลองดูค่ะ


3. เช็ด 'โทนเนอร์' ทำความสะอาดผิวอีกครั้ง หลังล้างหน้า
image_1020028
- ที่มารูป: www.img.in.th

สกินแคร์อีกไอเทมที่ไม่อยากให้ละเลยกันก็คือ ' โทนเนอร์ ' สาวไทยหลายคนคิดว่าเป็นขั้นตอนบำรุงที่ฟุ่มเฟือย แค่เอาน้ำชุบสำลีเช็ดหน้ารึเปล่า? ผิวจะดีขึ้นจริงเหรอ? จึงไม่แปลกที่บางคนจะล้างหน้าแล้วต่อด้วยครีมบำรุงทันที แต่ที่จริงการใช้โทนเนอร์ช่วยกวาดน้ำมัน สิ่งสกปรกตกค้างที่คลีนซิ่งโฟมอาจล้างได้ไม่หมด และยังปรับค่าสมดุลของผิวให้ไม่เป็นกรดหรือด่างเกินไป ทำให้ครีมบำรุงซึมเข้าผิวได้อย่างเต็มที่อีกด้วย เรียกว่าเป็นไพ่ลับของการดูแลผิวเลยล่ะ!

หลังล้างหน้าไม่เกิน 1-2 นาที ตอนที่ผิวหน้ายังเปียกชื้นอยู่ ให้ใช้โทนเนอร์เหยาะสำลีพอชุ่มๆ แล้วเช็ดให้ทั่วผิวหน้า ทำทั้งช่วงเช้าและกลางคืน แนะนำให้ใช้คู่กับสำลีที่มีเนื้อนุ่ม ซึมซับโทนเนอร์ได้ดีด้วย เพราะถ้าใช้สำลีคุณภาพต่ำ อาจเกิดการเสียดสีกับหน้า ทำให้แสบผิวและมีริ้วรอยก่อนวัยได้ค่ะ 

4. ใช้ 'มาส์กโคลนพอกหน้า' ดูดซับความมันบนผิว
image_1020029
- ที่มารูป: www.img.in.th

อีกหนึ่งสกินแคร์ไอเทมที่ถ้าไม่ใช่สายบิวตี้จริงๆ จะไม่ค่อยซื้อมาใช้กันเท่าไหร่ก็คือ ' มาส์กโคลน ( clay mask ) ' เพราะสาเหตุที่ใช้ค่อนข้างยุ่งยาก เปื้อนง่าย หรือขี้เกียจมานั่งรอให้แห้งแล้วล้างออก แต่ที่จริงคุณสมบัติของโคลนพอกหน้านี่แหละ ช่วยลดความมันบนผิวช่วงทีโซนได้ดีสุดๆ เพราะตัวโคลนจะไปดูดซับน้ำมันออกมา แต่ก็ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน แถมช่วยสครับผลัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวชุ่มชื้นอย่างพอดี ไบรท์กระจ่างใสสุดๆ ค่ะ

ไม่ต้องทำบ่อย แค่สัปดาห์ละครั้ง ทาให้ทั่วผิวหน้าที่สะอาด รอ 10-15 นาที ไหนๆ จะใช้เวลาดูแลผิวแล้ว เรากระซิบว่าให้ซื้อมาส์กสูตรอื่นๆ มาทาแยกส่วนกันตามปัญหาผิวไปในคราวเดียว หรือที่เรียกว่า multi-masking เช่น ใช้มาส์กชาร์โคลลดความมันที่ช่วงทีโซน แต่ใช้มาส์กเพิ่มความชุ่มชื้นที่แก้มสองข้าง เมื่อล้างออกให้สะอาด ผิวช่วงที่มันก็แห้งลง ผิวที่แห้งก็เปล่งปลั่งขึ้น 2 in 1 ไม่ต้องทำสองรอบให้เสียเวลาค่ะ

5. พก 'กระดาษซับมัน' ติดตัวระหว่างวันเสมอ
image_1020030
- ที่มารูป: www.img.in.th

อากาศร้อนชื้น ชวนให้มีน้ำมันบนผิวหน้าได้ง่ายอย่างประเทศไทย แม้จะใช้สกินแคร์ดีแค่ไหน ช่วงที่แดดร้อนจัดๆ ก็เสี่ยงจะเยิ้มขึ้นมาได้ ป้องกันไว้ก่อนด้วยการพกไอเทม ' กระดาษซับมัน ' ไว้ในกระเป๋าดีกว่า เนื้อกระดาษจะช่วยดูดซับน้ำมันออก บางยี่ห้อจะผสมผงแป้งไว้ด้วย ถ้าซับบนผิวที่ลงรองพื้นไว้ก่อน หน้าก็จะดูแมตต์เหมือนลงแป้งฝุ่นไปด้วย ไม่แหว่งเป็นดวงๆ จนต้องตบแป้งซ้ำ เหมาะกับเป็นไอเทมฉุกเฉินกันตายมากๆ ค่ะ

เมื่อรู้ตัวว่าผิวเริ่มเยิ้มๆ ก็ดึงกระดาษซับมันจากกล่องทีละแผ่น ซับลงไปเบาๆ ไม่ต้องกดแรงหรือลากไปมา เดี๋ยวรองพื้นหลุด รอ 1-2 นาทีแล้วค่อยดึงออก ถ้าเห็นแผ่นเป็นสีใสขึ้นหรือเนื้อกระดาษบางกว่าเดิม แสดงว่าน้ำมันติดบนกระดาษเรียบร้อย เท่านี้ผิวหน้าก็แมตต์สวย พร้อมพบปะผู้คนหรือถ่ายรูปได้ปั๊วะปังแล้ว 。゚( ゚^∀^゚)゚。

6. ใช้ 'เมคอัพไพรเมอร์' เตรียมผิวก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง
image_1020031
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ บางคนคิดว่าถ้าผิวมัน ก็ต้องลดขั้นตอนการแต่งหน้าให้น้อยที่สุด ยิ่งทาหลายขั้นตอนยิ่งอุดตันรูขุมขน ใช้แค่รองพื้นกับแป้งฝุ่นก็พอ แต่ที่จริงถึงจะใช้แค่ 1-2 สเต็ป แต่ไอเทมเหล่านั้นไม่ได้ช่วยเตรียมสภาพผิวให้สมดุล ระหว่างวันก็กลับมามันเยิ้มอยู่ดี ดังนั้นไม่ต้องลังเลที่จะใช้ทั้งมอยส์เจอไรเซอร์และ ' เมคอัพไพรเมอร์ ' เพื่อเป็นพื้นฐานเตรียมผิว เบลอผิวให้เรียบเนียนเสมอกัน พร้อมแต่งหน้าให้สวยติดทนทั้งวัน ไม่ทำให้เมคอัพเลอะเป็นปื้นๆ ด้วยค่ะ

เพียงบีบไพรเมอร์เท่าเมล็ดถั่วเขียว แปะ 5 จุด ( หน้าผาก แก้มสองข้าง จมูก คาง ) แล้วนวดวนเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้าก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ข้อควรระวังคืออย่าหนักมือใช้เยอะเกินไป เพราะไพรเมอร์หลายยี่ห้อมีส่วนผสมของซิลิโคน อาจจะเสี่ยงรูขุมขนอุดตันได้ค่ะ

7. ใช้รองพื้น 'เนื้อแมตต์' เท่านั้น
image_1020032
- ที่มารูป: www.img.in.th

เมื่อถึงขั้นตอนของการใช้รองพื้น ในเมื่อสาวๆ มีสภาพผิวที่มันเยิ้มง่ายอยู่แล้ว เราแนะนำให้เลือกเป็น ' รองพื้นเนื้อแมตต์ ' ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้กระตุ้นผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินเพิ่ม ถ้าชอบลุคดิวอี้ แต่งหน้าไปหลายๆ ชั่วโมงหน้าก็จะเริ่มฉ่ำเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าชอบลุคแมตต์ก็แค่ใช้กระดาษซับมันซับออก คุมผิวได้ง่ายกว่าใช้รองพื้นเนื้อครีม ที่ผิวเสี่ยงมันเมือก เนื้อรองพื้นไหล หลุดลอก กระดาษซับมันก็อาจเอาไม่อยู่ค่ะ

วิธีใช้ก็เพียงแต้มรองพื้น 5 จุดให้ทั่วผิวหน้า แล้วเกลี่ยให้ทั่วด้วยมือหรือแปรงก็ได้ ( แนะนำเป็นมือ เพราะรองพื้นจะซึมเข้าผิวได้ดีกว่า โอกาสหลุดเป็นดวงๆ ก็น้อยลง ) ทริคคืออย่าลงด้วยปริมาณเท่ากันทั้งหน้า ส่วนไหนแห้งก็ทาเยอะหน่อย ส่วนที่มันอย่างจมูก หน้าผาก คาง ก็เกลี่ยบางๆ พอ และตอนใช้แป้งฝุ่น ก็ใช้พัฟกดย้ำๆ ช่วงทีโซนเป็นพิเศษ เพื่อให้แป้งติดกว่ากว่าปัดเพียงอย่างเดียว เท่านี้ก็ไม่มีใครล้อว่าผิวมันเหมือนกระทะทอดไข่แล้วล่ะค่า (o´∀`o)

image_1025221
- ที่มารูป: img.buzzfeed.com


------------------------------------
เพียงทำตาม 7 วิธีดูแลผิวอย่างง่ายๆ เหล่านี้ สาวซิสที่เคยเสียความมั่นใจหรือเซ็งกับการมีจมูกมัน หน้าผากเยิ้ม สิวขึ้นบ่อย สภาพผิวที่เคยพังก็จะค่อยๆ ปรับสมดุลผิวให้ดียิ่งขึ้น เมื่อผิวถูกบำรุงจากภายใน ชุ่มชื้นเต็มที่ก็จะผลิตน้ำมันส่วนเกินน้อยลง ประกอบกับใช้เครื่องสำอางที่มีเนื้อไม่หนัก ไม่อุดตัน ก็ยิ่งทำให้ผิวเรียบเนียน ลดความมันระหว่างวันได้ดียิ่งขึ้น ( หรือถ้าเป็นสาวผิวมันสุดๆ ก็จะไม่แย่ไปกว่าเดิมแน่นอน ) ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่ง เราเข้าใจดีว่าการมีปัญหาที่ทำให้เราไม่มั่นใจอยู่บนหน้า ก็ทำให้สาวๆ เปล่งประกายได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นอย่าละเลยที่จะดูแลผิวอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อย่าให้ความมันเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของสาวๆ นะคะ (*´▽`*)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @