5 ไอเทมปรนนิบัติผิวขั้นสุด ทั้งช่วยฟื้นฟูผิว และปกป้องผิวในช่วงที่ผิวอ่อนแอแบบสุดๆ

5 ไอเทมปรนนิบัติผิวขั้นสุด ทั้งช่วยฟื้นฟูผิว และปกป้องผิวในช่วงที่ผิวอ่อนแอแบบสุดๆ

จากสภาพอากาศ มลภาวะ และความทรหดของงานในช่วงนี้ เราเลยลองจัดสกินแคร์ที่ช่วยปลอบประโลมผิว เสริมความแข็งแรงของชั้นผิว พร้อมทั้งปกป้องผิวที่ค่อนข้างจะ Basic แต่มี Potential มากพอที่จะกู้ผิวในช่วงนี้ และก็ได้มาเป็นเซตที่เห็นเนี่ยแหละฮะ...

10 February 2021
wanvismo
10 February 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

image_1022251


เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนค่อนข้างไว แถมเราเพิ่งมีสมาชิกใหม่เข้ามาในห้องอย่างน้องเหมียวที่ซนสุดใน 3 โลก แน่นอนว่าเจอทั้งอากาศเปลี่ยน ทั้งขนน้องแมวที่ลอยฟุ้งในอากาศ สุดท้ายผิวเราก็ไม่รอดและเริ่มแสดงอาการงอแงในที่สุด

เราเลยลองจัดสกินแคร์ที่ช่วยปลอบประโลมผิว เสริมความแข็งแรงของชั้นผิว พร้อมทั้งปกป้องผิวที่ค่อนข้างจะ Basic แต่มี Potential มากพอที่จะกู้ผิวในช่วงนี้ และก็ได้มาเป็นเซตที่เห็นเนี่ยแหละฮะ เอาเป็นว่าไปดูทีละตัวเลยแล้วกันครับ...

Calendula Herbal Extract Alcohol-Free Toner

image_1022252


ไอเทมแรกเราเริ่มด้วยโทนเนอร์ที่ช่วยปลอบประโลมผิวอย่าง Calendula Herbal Extract Alcohol-Free Toner ที่ค่อนข้างอ่อนโยนและอัดแน่นไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ช่วยลดรอยแดงจากสิว ช่วยสมานแผล และเสริมความแข็งแรงให้ผิวได้เป็นอย่างดี

image_1022254


หลังอาบน้ำเราจะเช็ด Calendula Herbal Extract Alcohol-Free Toner เป็น Step แรกเพื่อปรับสภาพผิว และเตรียมผิวให้พร้อมรับสารบำรุงตัวอื่นๆ แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในโทนเนอร์ในตำนานที่หลาย ๆ คนพูดถึงว่าช่วยปลอบประโลมผิวได้ดี ซึ่งจากที่เราลองด้วยตัวเองและได้ทำรีวิวไปก่อนหน้านี้ ไม่มีจุดไหนที่เราจะแย้งได้เลยละฮะ

Lancome Ultimate Repair Bi-Ampoule

image_1022257


ไอเทมถัดมาที่เราเลือกมาใช้ใน Skincare Routine ช่วงนี้นั่นคือ Lancome Ultimate Repair Bi-Ampoule ซึ่งตัวนี้ถึงแม้จะเป็น Sample Size แต่อยากบอกว่าใช้ได้นานม้ากกกกกก เพราะใช้จริงแค่ 3-4 หยดก็ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนแอของเราได้แล้วละ!

image_1022259


ด้วยสารสกัดที่เข้มข้นที่สุดของ Lancome อย่าง Grand Rose Extract และโอลีโอ้ ออยล์บริสุทธิ์ 100% รวมถึง Tri-Ceramide ซึ่งประกอบไปด้วย Ceramide-II,III และ IV จัดว่าเป็นส่วนผสมที่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาชุ่มชื้น แข็งแรงได้ดีเลยเชียวละ แถมเนื้อสัมผัสในรูปแบบ Bi-Phase ยังช่วยมอบความชุ่มชื้นให้บนผิว ให้ผิวเรานุ่ม ชุ่มชื้น สุขภาพดี และช่วยนำพาวิตามินอื่น ๆ ที่จะทาต่อจากนี้ลงลึกสู่ชึ้นผิวได้ดียิ่งขึ้น

Bella Aura rapid repair clarifying elixir

image_1022260


มาต่อกันที่อีกหนึ่งไอเทมอย่าง Bella Aura rapid repair clarifying elixir ที่เราได้ยินกิตติศัพท์ของนางว่าช่วยลดการอักเสบ ระคายเคืองต่าง ๆ ได้ดี แถมยังช่วยเรื่องอาการลดแพ้ได้อีก เราเลยหยิบน้องคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Skincare Routine ในช่วงนี้นั่นเองฮะ

image_1022261


ด้วยเนื้อสัมผัสที่เบาสบายผิว และเข้ากันได้ดีกับ Lancome Ultimate Repair Bi-Ampoule ที่ลงไปก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังช่วยเสริมฤทธิ์กันและกันในแง่การฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก บอกเลยว่านี่คืออีกหนึ่ง Duo ที่เราคิดว่าเค้าไปด้วยกันได้ค่อนข้างดีทีเดียวล่ะฮะ

LANCOME ABSOLUE SOFT CREAM

image_1022262


แน่นอนว่าเมื่อผิวเราอ่อนแอลงสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ดีขึ้นได้คือความชุ่มชื้น ด้วยความที่เราอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เบาสบายผิว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมอบความชุ่มชื้นให้เราได้แบบเต็มที่ เราเลยหยิบมอยส์เจอไรเซอร์ตัวโปรดอย่าง LANCOME ABSOLUE SOFT CREAM มาใช้ร่วมกับ Skincare Routine เซตนี้

image_1022263


อย่างที่เพื่อน ๆ เห็นในภาพจะสังเกตว่าปริมาณในการใช้ LANCOME ABSOLUE SOFT CREAM เพียงเล็กน้อยแต่กลับให้ผิวที่ชุ่มชื้น สุขภาพดีขึ้นมาแบบทันที แถมยังไม่รู้สึกหนักผิวเลยแม้แต่น้อย นี่แหละสาเหตุว่าทำไมน้องคนนี้ถึงขึ้นแท่นลูกรักของเราแบบไม่ต้องสงสัย

mesoestetic light water antiaging veil

image_1022264


ปิดท้ายด้วยขั้นตอนที่ขาดไม่ได้นั่นคือ การปกป้องผิวจากรังสียูวี ที่ทะลุทะลวงยิ่งกว่าเครื่องขุดเจาะเป็นเท่าตัว ดังนั้น Sunscreen จึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าในช่วงนั้นสภาพผิวของเราจะเป็นยังไงก็ตาม และด้วยความที่ผิวเราเสียสมดุลเป็นทุนเดิมเราจึงเลือกกันแดดที่มีประสิทธิภาพ และมอบการบำรุงผิวไปในตัวอย่าง mesoestetic light water antiaging veil มาในเซตนี้

image_1022265


ต้องยอมรับว่านี่เป็นกันแดดอีกหนึ่งตัวที่เราเชื่อใจมากที่สุดตอนนี้ ด้วยประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากรังสียูวีที่ค่อนข้างสูง แถมยังมอบความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลเจนได้อีก เรียกว่าครบจบในหลอดเดียวจริงๆ ล่ะฮะ

Conclusion

image_1022267


หากสังเกตด้วยตาจะพบว่าก่อนลงผลิตภัณฑ์ผิวเราค่อนข้างขาดความชุ่มชื้นพอสมควร ทำให้การตกกระทบและการสะท้อนของแสงบนผิวทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่เมื่อเราลงผลิตภัณฑ์ทั้งหมดแล้วผิวโดยรวมชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การสะท้อนของแสงบนผิวดูเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ ผิวดูสุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งเมคอัพเลยละครับ

แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ Based-on สภาพผิว ไลฟ์สไตล์ การดูแลตัวเอง และผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ร่วมกันเป็นหลัก ดังนั้นผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนคำถามที่ว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม จะอุดตันไหม สิวจะขึ้นหรือไม่นั้น เราไม่สามารถให้คำตอบได้เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง และก่อให้เกิดสิวของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ดังนั้นเราแนะนำว่าก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม ควรทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณท้องแขน และลำคอก่อนใช้ลงบนใบหน้านะขอรับ

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @