ไม่เด็กแล้ว ต้องดูแลตัวเอง! 7 อาหารที่ควรเลี่ยง ' เมื่ออายุเข้าวัย 30+ ' ให้ร่างไม่พัง ยังสาว หน้าเด็กกว่าวัย

ไม่เด็กแล้ว ต้องดูแลตัวเอง! 7 อาหารที่ควรเลี่ยง ' เมื่ออายุเข้าวัย 30+ ' ให้ร่างไม่พัง ยังสาว หน้าเด็กกว่าวัย

ตอนยังเด็กก็เหมือนมีหลุมดำอยู่กับตัว จะกินอะไรก็ได้ เยอะเท่าไหร่ก็ได้ ยังไงร่างกายก็เผาผลาญหมด
แต่พออายุมีเลขสามนำหน้าแล้วล่ะก็ หลุมดำหายไปไหนไม่รู้... ถึงจะไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องเริ่มเลือกกินแล้วล่ะนะ!

22 February 2021
Mollacake
22 February 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ทีม ' 30 ยังแจ๋ว ' ทั้งหลายยย!!! °˖✧◝(⁰▿⁰)◜✧˖°

#สามสิบแล้วไงใครแคร์?? ในปี 2021 ที่ทั้งเทคโนโลยีความงาม อาหารการกินถูกพัฒนามาไกลแล้ว ผู้หญิงยุคใหม่นิยมดูแลตัวเองกันมากขึ้น มีไอเทมดีๆ ที่ราคาไม่แพงให้เลือกซื้อมาบำรุงทั้งผิว ผม สุขภาพภายใน จึงทำให้ค่านิยมยุคก่อนที่ชอบไซโคว่า อายุ 30 คือแก่ โทรม ไม่น่าสนใจแล้ว ถูกปัดทิ้งตกรอบไปในที่สุด สาวซิสวัยสามสิบยังสวยแซ่บ เซ็กซี่ อ่อนกว่าวัยกันเยอะมาก อันที่จริงเรียกว่าเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัวยังได้ เพราะพร้อมทั้งหน้าที่การงานและเงินที่จะเนรมิตความสวยได้ดั่งใจนั่นเองค่ะ

แต่ทั้งนี้ ถ้าซิสจะดูแลสุขภาพตัวเองให้ยั่งยืน เป็นวัยสามสิบที่สวยสง่างาม ก็คงไม่ใช่การพึ่งแต่หมอ
โบท็อกซ์ ร้อยไหม เข้าคลินิกรัวๆ อย่างเดียว แต่ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันอย่าง ' อาหารการกิน ' ก็สำคัญ
ตอนยังเป็นเด็กวัยรุ่น ระบบเผาผลาญก็เหมือนหลุมดำ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ไม่ค่อยป่วย แต่วัยนี้ถ้ายังอยากหน้าเด้งแข่งกับน้องๆ ก็ต้องใส่ใจของที่นำเข้าปากในทุกๆ วันให้มากขึ้น ในบทความนี้เราจึงมาบอกต่อ ' 7 อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อเข้าสู่วัย 30+ ' หนีให้ไกล #เลิกได้เลิก ถ้าไม่อยากร่างพัง หน้าแก่กว่าวัย จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

1. โยเกิร์ตรสต่างๆ ที่ไม่ใช่ ' รสธรรมชาติ '
image_1024070
- ที่มารูป: www.img.in.th

แม้ว่าเธอจะพยายามใช้อายครีม หรือครีมทาหน้า anti aging ชั้นดีแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่ออายุเลยวัย 25 เมื่อไหร่ ผิวของเธอจะค่อยๆ โรยราลงทีละนิด และหลังจากเข้าเลข 3 การผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิวจะช้าลง ยืดหยุ่นและกระชับน้อยลง ทำให้เกิดริ้วรอยที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าเธอห้ามการแก่ของผิวไม่ได้ แต่เธอสามารถชะลอความเยาว์วัยของผิวได้ด้วยการ ' ตัดน้ำตาล ' จากอาหารชนิดต่างๆ ออก ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวเหี่ยวย่นและริ้วรอยที่สาวๆ กลัวกัน

น้ำตาลไม่ได้อยู่แค่ในขนมเค้ก คุกกี้ หรือชานมไข่มุกเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกอยู่ในอาหารต่างๆ ที่ผู้หญิงหลายคนไม่ได้นับว่าเป็นขนม เช่น ' โยเกิร์ต ' ที่กินกันอยู่ทุกเช้า โดยเฉพาะโยเกิร์ตแต่งสีเติมรสที่มีขายเต็มเชลฟ์ซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น รสผลไม้รวม รสสตรอว์เบอร์รี่ รสวุ้นมะพร้าว เหล่านี้ล้วนใส่น้ำตาลเข้าไปเยอะกว่าที่คิดมากๆ บางยี่ห้อเทียบเหมือนเทน้ำตาลใส่เข้าไป 5-6 ช้อนเลยทีเดียว สยองขวัญมาก กินเยอะๆ ผิวแก่เร็วชัวร์ เลี่ยงได้เลี่ยง!

หันไปกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ( ที่ก็มีน้ำตาลแหละ แต่น้อยกว่ารสอื่นแน่ๆ ) หรือถ้าสายแข็ง สายคลีน ก็กินกรีกโยเกิร์ตไปเลยจะดีต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพผิวมากกว่าค่ะ 

2. ข้าวขาว ขนมปังขาวทุกชนิด
image_1024075
- ที่มารูป: www.img.in.th

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนแม้จะรู้เต็มอกว่ากิน ' คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ' อย่างข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท โฮลเกรน จะดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่ไม่ชอบสัมผัสที่แข็ง ไม่นุ่มนิ่มอร่อยลิ้น ยิ่งชนิดที่สกัดจนคลีนมากๆ บางทีแข็งจนเคี้ยวทีแทบฟันหัก จึงเทใจให้เหล่าข้าวขาว ขนมปังขาว สปาเก็ตตี้ มักกะโรนีที่เป็น ' คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ' แทน ซึ่งตอนวัยรุ่นหรือยี่สิบต้นๆ ก็ยังไม่เห็นความแตกต่างอะไรมากหรอก แต่เข้าสู่เลขสามเมื่อไหร่ล่ะก็ สิ่งที่เห็นชัดแน่ๆ คือ ' อ้วนไวขึ้นและผิวแก่เร็วขึ้น ' ค่ะ 

คาร์บเชิงเดี่ยวอย่างแป้งขาว เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะถูกนำไปย่อยกลายเป็นน้ำตาลกลูโคสอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันคือสารอาหารชั้นยอดที่จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว และทำลายโปรตีนต่างๆ ที่ช่วยปกป้องไม่ให้มีริ้วรอย หรือเร่งให้เธอมีริ้วรอยไวขึ้นนั่นเอง ดังนั้นถ้าสลับชนิดคาร์โบไฮเดรตในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นเชิงซ้อนได้ ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเสถียรมากขึ้น  แม้ในที่สุดร่างกายจะนำไปย่อยอยู่ดี ก็จะค่อยๆ ย่อยให้ดูดซึมน้ำตาลทีละนิด จึงช่วยคงสถานะผิวอ่อนเยาว์ไว้ได้มากกว่า ที่สำคัญยังช่วยคุมน้ำหนักด้วย! เพราะข้าวกล้องหรือโฮลวีทไฟเบอร์สูง กินปริมาณนิดเดียวก็อิ่มแล้วละค่ะ

3. กาแฟเย็นตามร้าน ( ที่ใส่น้ำตาล น้ำเชื่อมพุ่งกระฉูด )
image_1024085
- ที่มารูป: www.img.in.th

วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของสาวออฟฟิศไทยที่เห็นทั่วไป คือมักเสพติด ' กาแฟเย็น ' กันค่อนข้างหนักหน่วง เช้ามาต้องดื่มละอย่างน้อยหนึ่งแก้ว บางคนพักเบรกทีไรต้องแวบไปซื้อลาเต้ คาปูชิโน่ มอคค่าเย็นๆ มาดื่มเพิ่มคาเฟอีนในเส้นเลือด แต่เธออาจลืมไปว่า ถ้าเธอสั่งกาแฟจากร้านทั่วไป ( ที่ไม่ใช่ร้านแพงๆ แบบที่เลือกส่วนผสมได้ เช่น ร้านแมลงสีเขียว ) เธอจะได้ทั้งน้ำเชื่อมและครีมแบบจุกๆ มาเป็นของแถม ซึ่งจะกลายเป็นภาระต่อเส้นเลือดและผิวในภายหลังอย่างแน่นอน

ในระหว่างวันที่ไปทำงาน เราก็ต้องเจอตัวทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวอย่างรังสียูวีของดวงอาทิตย์อยู่แล้ว แต่เซลล์จะซ่อมแซมตัวเองได้เมื่อเรานอนหลับ หากเธอดื่มกาแฟ ( หรือคาเฟอีน ) เยอะเกินไป จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เธอจะมีคุณภาพการนอนที่แย่ลง สังเกตว่าถ้ามีอาการหาวช่วงบ่ายๆ หรือเวียนหัวหลังตื่นไม่มีสาเหตุ นั่นแหละนอนไม่อิ่ม ซึ่งการนอนไม่พอจะขัดขวางการฟื้นฟูตัวเองของผิว ทำให้ผิวแก่ไวกว่าวัยอันควร ยังไม่นับน้ำตาลและครีมที่จะทำลายคอลลาเจน เข้าไปเป็นไขมันอุดตันในเลือด และสาระน่ารู้วันนี้คือ การใช้หลอดดูดจากแก้วซ้ำๆ ทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณรอบปากได้ง่ายขึ้นด้วยเด้อ!


เพื่อผิวที่สดใสเปล่งประกาย เราแนะนำให้เปลี่ยนจากกาแฟเย็นน้ำตาลท่วม เป็นการชงชาเขียวร้อน หรือชาอู่หลงไม่มีน้ำตาลแบบสวยๆ ในออฟฟิศดีกว่า ด้วยคุณสมบัติของชาที่ต่อต้านการอักเสบ และทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และไม่มีแคลอรี่ใดๆ จึงช่วยควบคุมรูปร่าง หุ่นยังเป๊ะในวัย 30 อีกด้วย จนรุ่นน้องต้องถามว่า #พี่ครับทำไมสวยจัง


4. ขนมทุกชนิดที่แปะป้ายว่า ' ไม่ใส่น้ำตาล ( sugar-free ) '
image_1024086
- ที่มารูป: www.img.in.th

เธออาจจะสงสัยว่า เอ้า ก็ไม่มีน้ำตาล ( sugar-free ) แล้วทำไมจะไม่ดีต่อสุขภาพล่ะ ไหนบอกน้ำตาลเป็นตัวอันตรายไม่ใช่เหรอ? อันนั้นก็จริง แต่อย่าลืมว่าขนมชูการ์ฟรีมีส่วนผสมที่แอบแฝงเป็นผู้ร้ายเนียนๆ อย่าง ' น้ำตาลเทียม ' อยู่เต็มเปี่ยม ในวัยเด็กหรือวัยรุ่นอาจไม่แสดงผลเสียมาก แต่ถ้ารับน้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานตั้งแต่อายุน้อย จะทำให้อวัยวะในร่างกาย เช่น ตับ มีประสิทธิภาพการทำงานที่แย่ลง ซึ่งอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของเธอในวัย 30 หรืออ้วนขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ทั้งที่กินเท่าเดิมค่ะ

ดังนั้นเพื่อไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าไซส์ใหม่ ( ที่ใหญ่ขึ้น ) ยกเซตในวัยเลขสามให้ปวดใจ เริ่มกระบวนการดีท็อกซ์ตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ เคลียร์ขนมและเครื่องดื่มต่างๆ เช่น เยลลี่ ช็อกโกแลต หมากฝรั่ง ชาแต่งกลิ่นที่เป็นสูตร sugar-free แต่มีน้ำตาลเทียมทั้งหมด ถ้ากินนานๆ ทียังพอได้ แต่อย่ากินทุกมื้อ อย่ากินจนติดเป็นนิสัย เพราะจะทำให้เธอมีอาการ ' ติดรสหวาน ' ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพและน้ำหนักในอนาคตแน่นอนค่ะ

5. ผักผลไม้ตามตลาด ที่มี ' ยาฆ่าแมลง ' ปนเปื้อน
image_1024087
- ที่มารูป: www.img.in.th

การตื่นตัวเริ่มใส่ใจกับผักผลไม้ ' ออร์แกนิก ' ที่ไม่ใส่ปุ๋ยเร่งโตและยาฆ่าแมลงตั้งแต่อายุน้อยๆ นั้น จะส่งผลตอบแทนที่ดีงามเมื่ออายุขึ้นเลขสาม! เพราะเมื่ออายุแตะ 30 เมื่อไหร่ หมายความว่าร่างกายของเธอได้สะสมสารพิษต่างๆ จากอาหารการกินมาแล้วถึงสามทศวรรษ ซึ่งนานพอที่จะเริ่มส่งผลกระทบกับระบบเผาผลาญและความสมดุลของฮอร์โมน ( ยื้อไม่ไหวเหมือนวัยรุ่นแล้วว่างั้นเถอะ! )

นักวิจัยพบว่า ผู้ชายที่กินผักผลไม้ตามตลาดทั่วไปที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงเป็นประจำอย่างต่อเนื่องนั้น จะส่งผลให้มีจำนวนสเปิร์มน้อยลง ซึ่งส่งผลกับเธอแน่ๆ ถ้าเธออยากมีทายาท ในทางกลับกันถ้าเธอเป็นฝ่ายกินซะเอง ก็จะส่งผลให้เธอมีลูกยากขึ้น! โดยผักผลไม้ที่ปนเปื้อนเยอะสุด และคนกินกันเยอะมากก็เช่น แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น ผักโขม พริกหยวก แตงกวา มะเขือเทศ เป็นต้น อีกผลข้างเคียงหนึ่งก็คือ มันจะทำให้เมตาบอลิซึมของเธอแย่ลง อ้วนง่ายขึ้น! ดังนั้นเลือกกินที่เป็นแบบออร์แกนิกจะดีที่สุด safety first ไม่ว่าจะอยากมีลูกหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่กินสารเคมีเข้าร่างกายยังไงก็ดีกว่าแน่ๆ ค่ะ

6. มาร์การีน และครีมเทียม
image_1024088
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าซื้ออาหารหรือขนมหวานที่ราคาค่อนข้างถูกกว่าปกติในท้องตลาด แสดงว่าส่วนผสมที่ควรเป็นเนยแท้ จะถูกปรับเปลี่ยนเป็น ' มาร์การีน ' เพื่อลดต้นทุน ซึ่งนอกจากรสชาติจะดรอปลง ไม่ละมุนลิ้นสำหรับคอขนมหวานตัวยงแล้วนั้น มาร์การีนยังเป็นพิษกับสุขภาพในระยะยาวสุดๆ เพราะตัวมันบางส่วนทำมาจากน้ำมันพืชที่เติมไฮโดรเจน ( hydrogenated oils ) เพื่อให้ไม่เหลวง่าย คงตัว เก็บได้นาน แต่อีกด้านมันก็คือไขมันทรานส์ ไขมันตัวร้ายที่เสี่ยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือด กระตุ้นผิวแก่ งดได้งด กินแบบใส่เนยสด แม้จะต้องห่วงเรื่องไขมันกับคอเลสเตอรอล แต่โดยรวมดีกับสุขภาพและรูปร่างกว่าค่ะ

' ครีมเทียม ' ที่สาวๆ นิยมใส่ในกาแฟก็เป็นตัวร้ายไม่แพ้กัน หลายคนไม่รู้ว่าครีมเทียมบางยี่ห้อกับครีมกันแดดมีส่วนผสมบางอย่างที่เหมือนกัน นั่นคือ titanium dioxide ซึ่งเมื่อนำไปทดสอบในห้องทดลอง ทำให้ตับและเนื้อเยื่อของหนูทดลองเสียหาย และเมื่อดูสารเคมีที่ผสมอยู่ ก็อาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ด้วยเช่นกัน เช่นไขมันทรานส์เหมือนที่มีในมาร์การีน ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ปวดเมื่อยร่างกายมากขึ้น และอาจส่งผลเสียกับความจำในระยะยาวด้วย หากดื่มกาแฟเพียวๆ ไม่ได้ เลือกเป็นนมสดหรือนมอัลมอนด์ นมงาดำจะดีกับสุขภาพกว่ามาก ทั้งกับร่างกายและผิวพรรณค่ะ

7. ไส้กรอก แฮม เบคอน
image_1024089
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวซิสมากมายที่เรียกตัวเองว่าเป็น #สัตว์กินเนื้อ ถ้ามื้อไหนไม่ได้กินเนื้อจะกระเพาะโหวงๆ รู้สึกโหยหาเหมือนชีวิตขาดอะไรไป ต้องซัดให้เกลี้ยงทั้งไส้กรอก แฮม เบคอน จึงไม่แปลกที่การกินหมูกระทะ บุฟเฟ่ต์ ชาบูที่มีเนื้อเยอะๆ จะฮอตฮิตและมีลูกค้าเข้าไปกินมากมาย ตอนอายุน้อยยังตะลุยกินแหลกไม่สนโลกได้ ร่างกายไม่พัง แต่ถ้ายังทำแบบนี้จนอายุ 30 โรคมาเยือนแน่นอนค่ะซิสขา

หากไม่เลือกซื้อยี่ห้อเนื้อคลีนจริงๆ หรือกินอาหารตามร้านทั่วไป ให้ปักธงไว้ก่อนเลยว่าทางร้านย่อมเซฟต้นทุนด้วยการใช้แฮมหรือไส้กรอกที่ราคาถูก ซึ่งนั่นหมายถึงไขมันทรานส์จำนวนมหาศาล ตัวเบคอนเองก็น่ากลัว เพราะ 68% ของแคลอรี่ทั้งหมดจากเบคอนมาจากไขมัน ถ้ากินเยอะทั้งน้ำหนักตัว โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ( stroke ) มาเคาะประตูเยี่ยมแบบไม่ต้องสืบ! ยังไม่นับว่าไขมันอิ่มตัวเหล่านี้ทำให้ร่างกายอักเสบ ผิวแก่ก่อนวัยด้วยนะ เลี่ยงได้เลี่ยงตั้งแต่วันนี้ จะได้ไม่ต้องไปนั่งซ่อมตัวเอง เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลตอนอายุเข้าเลขสามนะคะ


-----------------------------------
ต้องยอมรับความจริงข้อนึงก่อนว่า ความสวยของวัยสามสิบ เป็นวัยที่ไม่ใช่จะมาทำเล่นๆ แล้ว ร่างกายบางส่วนเริ่มเสื่อมถอยลง มันคือความจริงทางกายภาพ ถ้าไม่เริ่มดูแลรักษา ประคับประคองมาตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ยากที่จะกอบกู้ความสดใส เต่งตึงกลับมาได้ร้อยเปอร์เซนต์ ต่างกับวัยรุ่นที่แค่พักไปฟื้นฟูผิวไม่กี่วันก็กลับมาสวยปิ๊งได้ไม่ยาก อาหารต่างๆ ที่เรากินในทุกวันจะส่งผลกับผิวและสุขภาพของเราจากภายใน จึงสำคัญกว่าสกินแคร์หรืออาหารเสริมใดๆ เสียอีก

ถ้ากินอาหารดีเธอก็ยังเป๊ะ แต่ถ้ากินอาหารแย่ๆ ที่เข้าไปทำลายชั้นผิว ทำลายสุขภาพให้แย่ลง รูปร่างหน้าตาของเธอก็จะ ' ไปไวมาก ' เช่นกัน ไม่ว่าซิสที่อ่านอยู่จะย่างเข้าวัยสามสิบ หรือเข้าเลขสามแล้วก็ตาม ยังไม่สายเกินไปที่จะดูแลตัวเอง ไม่ต้องเข้าคลินิกแพงๆ ก็ได้ แค่เริ่มจากเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่กับออกกำลังกายสม่ำเสมอ เธอก็จะเป็นสาวสามสิบสวยเลือกได้ ที่ยังมีหนุ่มๆ ต่อคิวรอขายขนมจีบอย่างแน่นอน ^^ 


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @