' ซึมเศร้า ' กับ การพบแพทย์ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

' ซึมเศร้า ' กับ การพบแพทย์ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ในปัจจุบันผู้คนมีแนวโน้มในการเป็นซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้น และเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น รวมทั้งมีเพื่อนที่มีแนวโน้มแต่ยังไม่ได้พบแพทย์ เราจึงอยากแชร์ประสบการณ์และอยากให้ทุกคนที่กำลังกังวลหรือวิตก เผชิญหน้ากับการรักษาอย่างถูกวิธีค่ะ

06 January 2021
Colon : C
06 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   
สวัสดีค่ะ สาว SistaCafe ทุกคน วันนี้เรามีประสบการณ์เกี่ยวกับสภาวะซึมเศร้าและการพบแพทย์มาบอกต่อสำหรับคนที่กำลังกลัวอยู่ และไม่กล้าไปพบแพทย์ เราอยากจะบอกว่าการไปพบแพทย์ไม่น่ากลัวเลยค่ะ ทั้งนี้! การรักษาอย่างถูกวิธีถือเป็นสิ่งสำคัญนะคะ เราจะมีเช็คลิสต์สิ่งที่ต้องทำมาให้ด้วยค่ะ ไปดูกันเลย!!!


1. สำรวจตัวเอง


นี่คือสิ่งแรกที่ควรทำค่ะ เราควร ' สังเกตตัวเอง ' เพื่อประเมินสถานการณ์ ว่าเราเองมีแนวโน้มที่จะมีอาการซึมเศร้าหรือไม่ หากมีภาวะเครียดแต่ยังอยู่ในระดับที่ยังพอแก้ไขได้ การสำรวจตัวเองจะช่วยให้เราวิเคราะห์ถึงทางออกของปัญหาต่อได้ค่ะ

2. ยอมรับตัวเอง


ขั้นต่อมาคือ เราต้องยอมรับถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น หากปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นไม่สามารถที่จะแก้ไขเองได้ หรือมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความคิดเป็นไปในแง่ลบ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ต้องยอมรับว่าเรามีความรู้สึกแบบนี้จริงๆ อย่าบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ถ้าใจเราไม่ไหว ให้คนอื่นช่วยบ้างก็ได้ โดยคนอื่นในที่นี้ที่เราหมายถึงก็คือ ' แพทย์ ' นั่นเองค่ะ

3. ทำไมต้องพบแพทย์


หลายครั้งที่เราเลือกที่จะคิดถึงการพบแพทย์ในอันดับท้ายๆ แต่แท้จริงแล้ว แพทย์ คือคนที่เข้าใจเรามากที่สุด เพราะคนทั่วไป หรือใครหลายคนอาจไม่เข้าใจกับสิ่งที่เราต้องเผชิญ บางครั้งหากเราปรึกษาคนที่ไม่ได้มีความรู้ตรงนี้อาจจะทำให้สถานการณ์เป็นไปในทางที่แย่กว่าเดิม เพราะเขาไม่ได้เข้าใจกับสิ่งที่เรากำลังเผชิญนั่นเองค่ะ คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ว่าต้องรับมือหรือช่วยเหลือเราอย่างไร ดังนั้น! ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือและจัดการดีกว่านะคะ

4. การพบแพทย์ ไม่ได้น่ากลัวจริงๆ นะ


เป็นหัวใจหลักที่เราอยากบอกทุกคนค่ะ การพบแพทย์ไม่ได้น่ากลัว โดยเราเองเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลรัฐค่ะ ทั้งนี้เราจะแนะนำขั้นตอนคร่าวๆ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่ต้องการพบแพทย์นะคะ 

image_1025076

ขั้นตอนคร่าวๆ สำหรับคนที่ต้องการเข้าพบแพทย์

- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

- ยื่นบัตรที่ห้องบัตร -


เมื่อเรายื่นบัตร พยาบาลก็จะซักประวัติค่ะ เราตอบไปแค่ว่า มาพบจิตแพทย์ค่ะ
จากนั้นคุณพยาบาลก็พยักหน้าค่ะ แล้วก็ดำเนินการให้เราเงียบๆ คือในตอนนั้นตรงกับสถานการณ์
โควิด-19 พยาบาลใช้ไมค์พูดคุยสื่อสารกับผู้ป่วยค่ะ แต่ไม่ได้ใช้กับเรานะคะ ตรงนี้ทำให้เรารู้สึกโอเคมาก
เพราะถือว่าทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญเรื่องข้อมูลส่วนตัวเราเป็นอย่างมาก เพราะตอนนั้น
คนรอบข้างก็เยอะมากๆด้วย คุณพยาบาลสื่อสารกับเราด้วยการกระซิบแค่ว่าให้ไปที่ชั้น...นี้นะคะ
 

- ไปพบแพทย์ที่แผนก ( ณ จุดแรกจะบอกเราเองค่ะ ) -


แพทย์ของแต่ละโรงพยาบาลอาจจะเข้าเวรเป็นรายวัน เช่น เข้าเฉพาะวันพุธ
หากอยากเลือกพบแพทย์ แนะนำเช็คจากเว็บไซต์ของโรงพยาบาลก่อนได้นะคะ
จากนั้นก็นั่งรอซักพัก คุณพยาบาลก็เรียกเราไปซักประวัติค่ะ โดยมีแบบสอบถามประเมินจิตใจ
คิดว่าหลายๆ คนน่าจะเคยทำ ' ให้บอกตามจริง ' นะคะ และหากมีอะไร
อยากบอกเพิ่มเติมให้แจ้งได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่ทุกคน แพทย์ พยาบาลในแผนกนี้เข้าใจเราทุกคนค่ะ 

- พบแพทย์ -


หลังจากซักประวัติก็รออีกสักพักพยาบาลจะให้เข้าพบแพทย์ค่ะ แพทย์ที่เราพบเป็นนายแพทย์นะคะ
ใจดีมาก การพูดคือดีมาก ไม่พูดจาให้เรารู้สึกแย่เลย แต่มีคีย์เวิร์ดที่เราจะต้องจำไว้ก็คือ
อยากบอกอะไรกับแพทย์ / อยากให้แพทย์ช่วยอะไร / เรามีอะไรในใจ
โดยไล่เรียงให้พอรู้เรื่องนะคะ เพราะผู้ที่มาพบแพทย์รายใหม่ๆ จะใช้เวลานานอยู่แล้วไม่ต้องกังวลค่ะ
พูดไปให้หมดเลยค่ะ ระบายมันออกมา แพทย์จะได้ช่วยหาทางแก้ไขนะคะ

- การรักษา -


อย่างกรณีของเราแพทย์จ่ายยาให้ค่ะ โดยแน่นอนว่าตัวยาที่ได้รับจะมีอาการข้างเคียง
แต่ไม่ได้น่ากลัวค่ะ เพราะแพทย์จะบอกปริมาณยาที่ต้องกิน โดยเราห้ามกินเกินขนาดนะคะ
ยาอาจจะแรงหน่อย แต่พอกินยาไปแล้วช่วยปรับอารมณ์ในใจเราได้อย่างตัวเราเองก็มึนบ้าง
งงบ้าง แต่กินยาดีกว่าไม่กินค่ะ ถ้าไม่กินยาเราจะมีความรู้สึกเดิมๆ กลับมา ทั้งนี้กรณีของแต่ละคน
จะมีความต่างกันไป ตัวยาอาจจะต่างกัน ผลข้างเคียงก็ต่างกัน อย่าเพิ่งกังวลนะคะ
เพราะหากมีอะไรไม่โอเค เราสามารถกลับไปพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะกับเราได้ค่ะ
 

- พบนักจิตวิทยา ( สำหรับบางกรณี ) -


เราได้พบนักจิตวิทยาด้วยค่ะ นักจิตวิทยาจะช่วยในเรื่องของการบำบัดโดยเฉพาะ อย่างเช่น
หากผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก แพทย์จะให้นักจิตวิทยาช่วยบำบัด
ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างดีขึ้น การเข้าพบก็เป็นการพูดคุยทั่วไป ไม่ได้ซีเรียสค่ะ ( แอบบอกว่าพบแพทย์
เราว่าจริงจังกว่าอีก XD เพราะแพทย์สุภาพมาก ) นักจิตวิทยาพูดคุยกับเราเหมือนเป็นพี่เลยค่ะ
ให้ของกลับมาเป็นพวกโน๊ตต่างๆ ช่วยแนะวิธีการคิดที่ทำให้เราสบายใจมากขึ้น

- การกำหนดวันนัดสำหรับตรวจรอบถัดไป -


เป็นขั้นสุดท้ายค่า ทางโรงพยาบาลจะมีใบนัดมาให้ แต่!!! ถ้าหากลืมวันนัดนะคะ
ให้ไปพบแพทย์ได้ในวันที่แพทย์เจ้าของเคสเราเข้าเวรค่ะ เช่น อย่างกรณีเรา
แพทย์เข้าวันพุธ เราก็ไปหาแพทย์ในวันพุธ ( เราเคยลืมจริงๆ )


ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ที่อยากจะแบ่งปันนะคะ โดยเราอยากให้ทุกคนที่มีเรื่องกังวลในใจได้พบแพทย์ เพื่อรักษาเยียวยาอย่างถูกต้อง เรารู้สึกว่าหลายครั้งสิ่งที่เราพยายามสื่อสารออกไปผู้คนไม่เข้าใจ แต่แพทย์เข้าใจ ถ้าเรายอมรับและพร้อมที่จะพบแพทย์จะทำให้สิ่งที่อยู่ในใจเราถูกขจัดได้เร็วขึ้นค่ะ 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @