One day trip ft. อ.แม่ริม ไปเก็บส้ม จิบมัทฉะ และ ชิมขนมวาราบิโมจิเหมือนอยู่เกียวโต

One day trip ft. อ.แม่ริม ไปเก็บส้ม จิบมัทฉะ และ ชิมขนมวาราบิโมจิเหมือนอยู่เกียวโต

อ.แม่ริมที่เชียงใหม่ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดว่าปังจนต้องไปเยือนให้ได้

22 February 2021
Watashi_f
22 February 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


วันนี้จะพาทุกคนไป one day trip ft. อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สำหรับอ.แม่ริมนั้นถือว่าเป็นอำเภอที่เนื้อหอมและฮอตมาก ถ้าเปรียบเป็นมนุษย์คนหนึ่งก็คือมีแต่คนพากันรุมจีบ มีความอยากใกล้ชิดรู้จักทักทาย สาเหตุหลักๆ มาจากมีสถานที่เที่ยวสวยๆ เด็ดๆ เยอะมาก ที่สำคัญเดินทางจากตัวเมืองสะดวก ในครั้งนี้เลยจะพาเพื่อนๆ ทุกคนไปเที่ยวสวนส้มที่มีวิวสุดปัง และ จิบมัทฉะ ชิมขนมวาราบิโมจิ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์เสมือนอยู่เกียวโตแบบไม่สามารถละสายตาได้เลยทีเดียว


สวนของฉัน My garden
image_1029817

ทีแรกที่จะชวนเพื่อนๆ ไปเก็บส้มกันที่ สวนส้มของฉัน My garden ซึ่งเป็นสวนส้มอันยอดนิยมที่เรามักจะเห็นบ่อยๆ ในหมู่ instagrammer เพราะด้วยวิวทิวทัศน์ทำให้ถ่ายรูปออกมายังไงก็ instagrammable สวนส้มแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแห่งแรกของม่อนแจ่ม ณ อำเภอแม่ริม สำหรับสวนส้มแห่งนี้เค้าปลูกส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งที่หวานฉ่ำมามากว่า 10 ปีแล้วนะ

รายละเอียดค่าใช้จ่าย
-ค่าเข้าชมสวนส้ม ผู้ใหญ่คนละ 5x บาท / เด็กคนละ 3x บาท
-ใครที่อยากเก็บส้มไปกินต่อ จะคิดคตามน้ำหนัก กิโลละ 8x บาท
*ไม่ต้องจอง เข้าชมได้เลย มีที่จอดรถฟรี

image_1029819

การเดินทาง
-ถ้ามาจากตัวเมืองเชียงใหม่ให้ใช้เส้นทางหลวงชนบท 4043 ชม.
-ถ้ามาจากม่อนแจ่มให้ใช้เส้นทางหลวชนบท 4051 ชม.
( มาไม่ถูกเปิด google map เลยจ้า )

เวลาเปิด-ปิด
เปิดทุกวันตั้งแต่ 7.00 น. – 18.00 น.
*แนะนำให้ออกแต่เช้าจะได้ไม่ต้องเจอแดดร้อนๆ ตอนเที่ยง และอยากจะแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบ หรือ รองท้าที่กระชับเท้า เนื่องจากเป็นภูเขาจะมีการเดินไต่ขึ้น-ลง

image_1029818

บริเวณด้านในสวนส้มทุกคนจะได้พบกับวิวหลักล้านธรรมชาติสุดๆ

ขอบอกเลยว่าปังกว่าส้มก็วิวเนี่ยแหละ ของจริงสวยกว่าในรูปสิบเท่าเลยละ! ความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ก้าวเท้าเข้าไปเหยียบสวนส้มแห่งนี้เหมือนทะลุมิติออกมาจากประตูวิเศษโดราเอมอนไปยังอีกโลกใบนึงที่เบื้องหน้าสายตาของเราเป็นวิวภูเขาอันเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา เห็นแล้วสดชื่น มันช่างโซเฟรช สบายตา สบายใจ ความกังวลใจและความเครียดจากโลกแห่งความเป็นจริงได้ถูกตัดทิ้งไปทันที นี่สินะที่เรียกว่าเปิดวาร์ปหนีของแท้


image_1029820

ส้มที่เด็ดมาจากต้นช่างอร่อยมาก หวานเปรี้ยวธรรมชาติกำลังดี นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มคั้นสดๆ แก้วละ 5x บาท ขายอีกด้วย

image_1029821

การได้นั่งกินส้มในสวนจริงๆ ท่ามกลางขุนเขาเป็นอะไรที่ฟินมาก เพื่อนๆ ควรหาโอกาสมาให้ได้ซักครั้งนะ

image_1029822

มุมถ่ายรูปเยอะอยู่นะ พร็อพที่นี่ก็มีให้ยืมฟรีเช่นกัน

image_1029823

ใครอยากได้ฟีลแคมปิ้งก็มี

 

Onsen @ Moncham
image_1030782

สไตล์สถาปัตยกรรม และ บรรยากาศจะผสมผสานความเป็นสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกันระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับวัฒนธรรมภาคเหนือของไทย

- ที่มารูป: static.bkkmenu.com

สำหรับที่สุดท้ายของทริปจะพาไปชิลล์ๆ กันต่อที่ Onsen @ Moncham เราจะชวนเพื่อนๆ ทุกคนที่คิดถึงญี่ปุ่นเอามากๆ ให้หายคิดถึงไปได้ระดับนึงด้วยการจิบมัทฉะ และ ชิมขนมวาราบิโมจิ ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อมเรา สำหรับที่นี่ตั้งอยู่ที่ม่อนแจ่มจากความสูง 1,200 เมตร อากาศค่อนข้างดีเลยทีเดียว ตามชื่อเลยเป็นสถานที่แช่ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมที่พักแบบโฮมสเตย์ให้บริการ สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าพักก็สามารถใช้บริการแช่ออนเซ็นได้ โดยคิดค่าใช้จ่าย 7xx บาท ต่อ ครั้ง ไม่จำกัดเวลา รวมเครื่องดื่ม 1 แก้ว

พิกัดที่อยู่ : 293, Pong Yaeng, Mae Rim District, Chiang Mai 50180 ( อยู่ระหว่างทางขึ้นไปม่อนแจ่ม ปัก GPS ตาม google map กันมาได้เลย )


image_1029824

ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจมา ผ่านก็หลายครั้ง แต่รอบนี้ขอแวะหน่อย มองจากด้านนอกมันดูญี่ปุ่นมาก มีความอยากรู้ว่าด้านในเป็นยังไง อีกอย่างไม่ได้ไปญี่ปุ่นมาสักพักนึงแล้ว สาเหตุก็อย่างที่ทุกๆ คนรู้กันแหละเนาะ

จะบอกว่าพอได้เข้าไปคือประทับใจวิวมาก ฟีลเหมือนอยู่เกียวโต เนื่องจากประทับใจที่แห่งนี้เลยอยากมาบอกเล่าความรู้สึกให้เพื่อนๆ แต่เราไม่ได้ใช้บริการแช่ออนเซ็นนะ แค่แวะมากินขนมหนึ่งกรุบ อีกจุดที่ประทับใจก็คือพนักงานบริการดีทุกคนเลยละ

image_1029829

ที่นี้มีห้องอาหารอยู่ด้วยกันสามแห่ง ในครั้งนี้เราใช้บริการที่ห้องอาหาร Mee | Zü | Nam เปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00 น. – 23.00 น.

image_1029826

เป็นห้องอาหารแบบ open air เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมาก็จะพบกับวิวเขียวขจีแบบนี้เลย ไม่สามารถละสายตาได้เลยจริงๆ

image_1029825

มัทฉะลาเต้ร้อน ( 1xx บาท ) ส่วนวาราบิโมจิต้องขออภัยด้วยที่จำราคาไม่ได้ แต่อร่อยจนอยากให้ลองชิมนะ

เข้าสู่ช่วงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย - วาราบิโมจิ เป็นขนมโบราณสัญชาติญี่ปุ่น ถือกำเนิดในยุคเฮอัน ( ค.ศ. 794 - ค.ศ. 1185 ) ลักษณะเป็นก้อนใสๆ เนื้อสัมผัสดึ๋งๆ คล้ายเจลลี่ หนุบหนับละลายในปาก เพราะว่าทำด้วยแป้งจากรากของต้นวาราบิก็เลยได้ชื่อว่าวาราบิโมจินั้นเอง เวลาทานมักนิยมโรยผงคินาโกะ ( ผงถั่วเหลืองคั่วบด ) และ ตบท้ายด้วยการราดน้ำตาลเชื่อมคุโรมิสึ หรือ น้ำตาลดำเชื่อมทำมาจากน้ำอ้อย

ส่วนตัวเราชอบวาราบิโมจิของที่นี้ ถ้าถามว่าอร่อยแค่ไหนก็แค่สั่งมาเพิ่มอีกจาน น้ำตาลเชื่อมคุโรมิสึหวานแบบกำลังพอดี ผงคินาโกะคือหอมมาก พอคลุกทุกอย่างเข้ากันก็คือ perfect bite! ในขณะที่ทานขนมวาราบิโมจิตอนนั้นรู้สึกว่าเหมือนอยู่ที่เกียวโตจริงๆ เหมือนยกวิวทิวทัศน์เมืองเเกียวโตมาไว้ตรงหน้า ทั้งความเงียบสงบ ทั้งอากาศบริสุทธิ์สดชื่น และก็อาคารโบราณสไตล์ญี่ปุ่น เลเวลชีวิตดีก็คือเอาไปเลย 100% เต็ม

image_1032051
image_1029827

วิวสวยขนาดจนแทบจะไม่แตะโทรศัพท์เลย อยากเสพวิวเบื้องหน้าให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้ ใช้ทุกวินาทีให้ตุ้มค่าจริงๆ

image_1029828

นอกจากนี่มีอาหารคาวด้วยนะเป็นอาหารญี่ปุ่น ส่วนตัวรู้สึกว่ารสชาติค่อนข้างออร์แกนิก เหมือนเค้าจะพยายามใส่เครื่องปรุงให้น้อยที่สุด เน้นรสธรรมชาติ

image_1030783

แอบเหลือบไปเห็นคนกำลังปิ้งเนื้อย่างบนเตาถ่านสไตล์ญี่ปุ่น น่าทานมากๆ ถ้าครั้งหน้ามัโอกาสมาอีกจะลองสั่งมาทาน

- ที่มารูป: static.bkkmenu.com

จบทริปกันไปแล้ว บอกเลยว่าถ้าเที่ยวตามนี้สุขภาพจิตดีสุดๆ แน่นอน ทั้งสองที่อยู่ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม ไม่ไกลจากตัวเมือง เดินทางสะดวก ถึงจะน้อยที่แต่เน้นกับการที่ได้ใช้เวลานานๆอยู่ ณ ที่แห่งนั้น อยู่กับตัวเอง อยู่กับธรรมชาติ ถือว่าไม่สูญเปล่าแน่นอน อย่างที่รู้ๆกันว่าเป็นช่วงที่เผชิญกับกับสถานการณ์โรคร้ายแรง สำคัญที่สุดเลยจะไปไหนอย่าลืม stay safe ^^

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @