#กินง่ายแถมเฮลท์ตี้! 7 เมนูขนมโฮมเมดทำจาก ' กล้วย ' รสอร่อย เพื่อสุขภาพ ไม่ใช่สายคลีนก็ต้องเลิฟ ❤

#กินง่ายแถมเฮลท์ตี้! 7 เมนูขนมโฮมเมดทำจาก ' กล้วย ' รสอร่อย เพื่อสุขภาพ ไม่ใช่สายคลีนก็ต้องเลิฟ ❤

' กล้วย ' เป็นผลไม้ที่จะคนผอม หรือกำลังไดเอทก็ต้องชอบ เพราะแคลอรี วิตามินแร่ธาตุ แถมรสชาติยังหวานอร่อยสุดๆ! ใครมีกล้วยดิบเป็นหวีๆ กลัวสุกหมดแล้วกินไม่ทัน ลองเอามาปรับทำเป็นขนมโฮมเมด เข้าครัวแก้เซ็งช่วงโควิดกันดีกว่าค่า

11 June 2021
Mollacake
11 June 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่ชอบกิน ' กล้วย ' ทั้งหลาย ~(^з^)-♡

หากต้องเลือกผลไม้สักชนิดที่คุณประโยชน์เยอะครอบจักรวาล เฮลท์ตี้ดีต่อสุขภาพ ต้านมะเร็ง เพิ่มพลังงาน ราคาถูก รสชาติอร่อยกินแทนขนมหวานได้ไม่ทรมาน แถมยังกินเพื่อลดความอ้วน ลดแก๊สในกระเพาะได้อีก สาวๆ น่าจะคิดถึง ' กล้วย ' เป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนใช่ไหมคะ? หลายคนชอบกินกล้วยจัดๆ ขนาดซื้อมาเป็นหวีไว้ในบ้าน แต่อากาศช่วงนี้ก็ร้อนมากก ก ไก่ล้านตัว ซื้อแบบดิบมาแป๊บเดียว 2-3 วันสุกเหลืองอ๋อยจะหมดแล้ว น่ากลัวจะกินไม่ทันแน่ๆ เลย T^T

หนึ่งในวิธียืดอายุกล้วยให้เก็บนานขึ้น เราแนะนำให้เอามาทำ ' ขนมหวาน ' ไว้กินเพลินๆ กันในช่วง work from home กันค่ะ แต่เพราะคนส่วนใหญ่ต้องอยู่แต่บ้าน ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไหร่ ก็ควรเลือกวัตถุดิบที่เฮลท์ตี้ ดีกับสุขภาพกันหน่อย อย่างน้อยจะได้อิ่มแบบรู้สึกผิดน้อยลง อิอิ (๑・ω-)~♥” ใครที่กำลังเบื่อๆ กับการสั่งอาหารเมนูเดิมซ้ำซาก อยากเข้าครัวโชว์ฝีมือเองด้วยของที่มีในบ้าน ลองมาส่อง ' 7 สูตรขนมทำจากกล้วย รสอร่อยสุดเฮลท์ตี้ ' ถึงไม่ได้กำลังลดน้ำหนักหรือเป็นสายคลีน ก็การันตีว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ มีเมนูไหนบ้างไปดูกันเลย!

1. ขนมปังกล้วย
image_1031846
- ที่มารูป: www.i-pic.info

เมนูแรกที่อยากให้สาวซิสลองไปทำกันสุดๆ ก็คือ ' ขนมปังกล้วย ' ทำครั้งนึงก็เป็นโลฟใหญ่ เก็บได้หลายวัน กินแทนมื้ออาหารหลักก็ได้ อิ่มท้อง อุดมด้วยสารอาหาร ถ้าซื้อตามห้างทั่วไป ก็มักจะผสมน้ำมันหรือเนยสูงปรี๊ด อ้วนได้ไม่รู้ตัว ในสูตรนี้จึงลดเนยลงค่อนข้างเยอะ แล้วใช้กล้วยกับกรีกโยเกิร์ตเพิ่มความหอมมันแทน แม้จะไม่ใช้น้ำมัน แต่ยังคงความชุ่มฉ่ำ เข้มข้นของเนื้อขนมปังได้ครบถ้วน ได้ทั้งคาร์บและโปรตีน แถมไขมันดีจากถั่ววอลนัทด้วย มันเริ่ดมาก!


ส่วนผสม
- กล้วยสุกจนงอม 4 ผล ลอกเปลือก บดละเอียด ( ประมาณ 2 ถ้วย )
- กรีกโยเกิร์ต 1/2 ถ้วย / เนยละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ฟองใหญ่ 2 ฟอง / วานิลลา 1 ช้อนชา
- แป้ง 2 ถ้วย / น้ำตาล 3/4 ถ้วย
- ถั่ววอลนัทย่าง นำไปสับหยาบๆ 1/2 ถ้วย
- เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา / ผงฟู 1 ช้อนชา
- อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา / เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมื 190 องศาเซลเซียส ทาเนยที่ถาดขนมปังขนาด  9" x 5" x 3" เพื่อไม่ให้ขนมติดถาด
2. ผสมกล้วย โยเกิร์ต เนย ไข่และวานิลลารวมกันในชามผสมใบใหญ่ คนให้เข้ากัน ในชามอีกใบ ผสมแป้ง น้ำตาล วอลนัท เบกกิ้งโซดา ผงฟู อบเชยและเกลือเข้าด้วยกัน ค่อยๆ นำส่วนผสมแห้งใส่ลงไปในส่วนผสมเปียก คนให้เข้ากันดี เทใส่ถาดอบที่เตรียมไว้
3. อบที่เตาไฟล่างประมาณ 50 นาที หรือจนกว่าใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วไม่มีเนื้อเค้กติดออกมา ปล่อยให้เย็น 5 นาที พร้อมเสิร์ฟ จะกินอุ่นๆ หรือในอุณหภูมิห้องก็ได้

*สามารถทำท็อปปิ้งให้อร่อยยิ่งขึ้น ด้วยการผสมบลูเบอร์รีสด มะพร้าวขูด เม็ดช็อกชิพและเนยถั่ว กวนเข้าด้วยกัน และราดลงบนหน้าเค้กกล้วยหอมค่ะ

2. ข้าวโอ๊ตใส่กล้วยและเนยถั่ว
image_1031867
- ที่มารูป: www.i-pic.info

มื้อเช้าสุดคลีนที่สาวๆ น่าจะเคยกินสักครั้งในชีวิต ' ข้าวโอ๊ต ' ที่ดีกว่ากินข้าวขาวเป็นไหนๆ เพราะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่สารอาหารสูงกว่า อิ่มท้องนานกว่า ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ( LDL ) ในเลือด เป็นแป้งทนต่อการย่อย ( resistant starch ) ไม่ต่างกับเส้นใยไฟเบอร์ ให้พลังงานต่ำ ยิ่งผสมกับเนยถั่ว อัลมอนด์และกล้วย ก็ได้ทั้งโปรตีน ไขมันดี และโพแตสเซียมกล้วย รสชาติหวานมันจากธรรมชาติ ทำง่ายสุดๆ เหมาะกับการเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใสเลยล่ะค่ะ


ส่วนผสม
- น้ำเปล่า 4 1/2 ถ้วย
- ข้าวโอ๊ต rolled oats 2 ถ้วย
- เกลือหนึ่งหยิบมือ
- กล้วยหั่นสไลซ์ 2 ผล
- เนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- อัลมอนด์สับหยาบ 1/4 ถ้วย
- agave syrup 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เทน้ำลงไปต้มให้เดือดในหม้อ เมื่อน้ำเดือด ปรับเป็นไฟอ่อน เติมข้าวโอ๊ตและเกลือลงไป คนให้เข้ากันดีประมาณ 5 นาทีหรือจนกว่าข้าวโอ๊ตจะเนื้อสุกนิ่ม และดูดซับน้ำเข้าไปทั้งหมด ( เนื้อคล้ายแป้งเปียก )
2. ใส่กล้วย เนยถั่ว อัลมอนด์และ agave syrup ลงไปในหม้อ คนให้เข้ากันดี ถ้าข้าวโอ๊ตเข้มข้นเกินไป สามารถใส่นมเพื่อเจือจางได้ คนอีกรอบ พร้อมเสิร์ฟ

*หากวันไหนเบื่อกล้วยแล้ว สามารถเปลี่ยนจากกล้วยและเนยถั่ว เป็นแอปเปิ้ลหั่นลูกเต๋า วอลนัท อบเชย ลูกพีช ถั่วพีแคน หรือผลไม้อื่นๆ ได่ตามใจชอบ หรือจะทำเป็นอาหารคาว ใส่ต้นหอม ไข่ดาว และเนื้อสัตว์ก็ได้เช่นกัน

3. แพนเค้กกล้วย
image_1031868
- ที่มารูป: www.i-pic.info

หนึ่งในเมนูขนมหวานที่สาวๆ ต้องชอบและยกให้เป็นที่หนึ่งในใจ ขอมอบมงให้ ' แพนเค้ก ' ในไทยเองก็มีคาเฟ่หรือร้านขนมที่ทำแพนเค้กโดยเฉพาะมากมาย ด้วยเนื้อแป้งนุ่มเนียนเด้งดึ๋งเป็นเอกลักษณ์ แต่น้อยร้านที่จะใช้ส่วนผสมที่ดีกับสุขภาพ ในสูตรนี้เราจะใช้โยเกิร์ตและคอตเตจชีสเพิ่มโปรตีน เนื้อชุ่มฉ่ำแต่บางเบาไม่หนักท้องจนเกินไป เมื่อกินคู่กับกล้วยสดที่นำไปย่างกับกระทะจนเป็นสีเหลืองทอง ยิ่งดึงความหวานละมุนอร่อยลิ้นมากขึ้น บอกเลยว่าเด็ด!

ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไขมัน 2% 1 ถ้วย
- คอตเตจชีส หรือริคอตต้าชีสไขมันต่ำ 1 ถ้วย
- ไข่ 3 ฟอง / น้ำมะนาวจากมะนาว 1 ผล
- แป้งโฮลวีท 1 ถ้วย / เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา / เกลือหนึ่งหยิบมือ
- กล้วยหั่นสไลซ์ 2 ผล
- เมเปิ้ลไซรัปอุ่นๆ ราดพร้อมเสิร์ฟ

วิธีทำ
1. ใช้ตะกร้อมือหรือที่ตีไข่ ผสมโยเกิร์ต คอตเตจชีส ไข่และน้ำมะนาวในชามผสมให้เข้ากัน ในชามอีกใบ ผสมแป้ง เบกกิ้งโซดาและเกลือ คนให้เข้ากัน
2. ใส่ส่วนผสมแห้งเข้าไปในชามส่วนผสมเปียก คนจนเข้ากันดี
3. วอร์มกระทะทอดแพนเค้กด้วยไฟปานกลาง-ไฟอ่อน พ่นน้ำมันกันติดกระทะ cooking spray เล็กน้อย แล้วใช้ช้อนตักส่วนผสมลงไปกระทะ หลังจากแป้งเจอความร้อนบนกระทะแล้ว รีบวางกล้วย 3-4 ผลแปะ กดทับเบาๆ ลงบนแผ่นแป้งแพนเค้กทันที
4. ทอด 3-5 นาทีหรือจนกว่าด้านบนจะเป็นฟองๆ พลิกกลับด้าน ทอดต่ออีก 3 นาทีหรือจนกว่าจะเป็นสีน้ำตาล เสิร์ฟพร้อมกล้วยสไลซ์และไซรัป เป็นอันเสร็จ

**เพิ่มสารอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้นได้ ด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รีแช่แข็ง กินคู่กันกับกล้วย หรือจะนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลเป็นซอสผลไม้เชื่อมก็อร่อยเช่นกันนะ

4. มัฟฟินกล้วยมันหวาน
image_1031869
- ที่มารูป: www.i-pic.info

หากสาวๆ เคยคิดหรือกำลังหาสูตรไดเอท น่าจะเคยเห็นวิธีของไอดอลเกาหลีที่กิน ' มันหวาน ' ลดหุ่นกันแน่ๆ เพราะเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุ แถมแคลอรีต่ำจนไม่รู้สึกผิด ขนมสูตรนี้จึงนำมันหวานมาเป็นคาร์โบไฮเดรตแทนแป้งสาลี จึงได้มัฟฟินที่ไม่มีกลูเตน ไม่มีนม ไม่มีน้ำตาลขัดสี รสหวานละมุน เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำไม่สากลิ้น สาวๆ คนไหนที่กระเพาะย่อยแลคโตสในนมไม่ได้หรือแพ้กลูเต็น มัฟฟินสูตรนี้อาจกลายเป็นของโปรดของเธอก็เป็นได้ แนะนำให้กินคู่กับกาแฟดำหรือชาไม่ใส่น่ำตาล รับรองฟินจนลืมว่าเป็นขนมเฮลท์ตี้!


ส่วนผสม
- กล้วยสุกงอม บดหยาบ 2 ผล
- ไข่ 3 ฟอง
- มันหวานบดหยาบ 1/2 ถ้วย
- ครีมกะทิสูตรไม่หวานแบบกระป๋อง 1/4 ถ้วย
- แป้งอัลมอนด์ 1 3/4 ถ้วย / แป้งมัน 1/4 ถ้วย
- ผงฟู 1 ช้อนชา / เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
- อบเชยป่น 1 ช้อนชา / ขิงป่น 1 ช้อนชา / เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบที่ 190 องศาเซลเซียส ปูแผ่นรองอบกับถาดอบมัฟฟินขนาด 12 ถ้วย หรือพ่นสเปรย์น้ำมันบางๆ ให้ทั่ว กันขนมติดถาด
2. ใช้ที่ตีไข่คนผสมกล้วย ไข่ มันหวาน และครีมกะทิให้เข้ากันในชาม และอีกชามผสมแป้งอัลมอนด์ แป้งมัน ผงฟู เบกกิ้งโซดา อบเชย ขิงและเกลือให้เข้ากัน
3. เทชามส่วนผสมเปียก ใส่ลงในชามส่วนผสมแห้ง คนจนกว่าจะเป็นเนื้อเดียวกัน แบ่งส่วนผสมเทลงในพิมพ์อบมัฟฟิน อบ 20-25 นาที
4. ยกลงจากเตาอบ ปล่อยให้เย็นบนตะแกรง พร้อมเสิร์ฟ

5. เฟรนช์โทสต์ ท็อปปิ้งกล้วยและถั่ววอลนัท
image_1031870
- ที่มารูป: www.i-pic.info

สาวๆ คนไหนเป็นทาสรักขนมปังสุดขั้วหัวใจ คงไม่ปฏิเสธว่า ' เฟรนช์โทสต์ ' เป็นหนึ่งในเมนูโปรด ซึ่งสูตรนี้จะเน้นความเฮลท์ตี้ กินแล้วไม่ทำร้ายรอบเอวจนต้องมานั่งนอยด์กับความอ้วน เพราะใช้ขนมปังแบบโฮลเกรนที่เป็นคาร์บเชิงซ้อน อิ่มนาน, เน้นความหวานจากกล้วย เพื่อลดปริมาณของน้ำตาลทรายลง ใช้นมไขมันต่ำ และเติมแหล่งของไขมันดีอย่างถั่ววอลนัท ( หากไม่มีจะใช้อัลมอนด์แทนก็ได้ค่ะ ) รับรองว่ามื้อนี้อิ่มทั้งโปรตีนทั้งไฟเบอร์สูง ไม่เสียโควต้าแคลอรีต่อวันฟรีๆ แน่นอน

ส่วนผสม
- เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ
- วิสกี้ bourbon 1/4 ถ้วย / น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
- วอลนัทบดหยาบ 1/4 ถ้วย
- กล้วยสุก 2 ผล สไลซ์เท่าเหรียญสิบบาท
- นมไขมันต่ำ 1 ถ้วย / ไข่ 3 ฟอง / อบเชยป่น 1 ช้อนชา
- vanilla extract 1 ช้อนชา
- ขนมปังโฮลเกรนยี่ห้อใดก็ได้ 8 สไลซ์

วิธีทำ
1. อุ่นเนยให้ร้อนในหม้อ ใช้ไฟกลาง ใส่ bourbon ลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายแดงทั้งหมด คนจนกว่าน้ำตาลจะละลาย ต้มต่อ 1-2 นาทีหรือจนกว่าจะเดือดเป็นฟอง ใส่วอลนัทลงไป ต้มต่ออีก 2 นาที ใส่กล้วย เทนม 1/4 ถ้วย ต้มต่อ ลดไฟเป็นไฟอ่อน
2. ใช้ที่ตีไข่ผสมนม 3/4 ถ้วยที่เหลือ นม ไข่ อบเชย วานิลลา และ bourbon ที่เหลืออยู่อีก 2 ช้อนโต๊ะให้เข้ากัน วอร์มกระทะด้วยไฟกลาง เมื่อกระทะร้อนได้ที่ สเปรย์น้ำมันกันติด
3.นำขนมปังโฮลวีทลงไปจุ่มกับส่วนผสมไข่และ bourbon ปล่อยให้เนื้อซึมเข้าขนมปัง 30 วินาที พลิกกลับด้าน จุ่มอีกด้านให้ทั่วถึงกัน ปล่อยทิ้งไว้อีก 30 วินาที
4. นำขนมปังไปย่างบนกระทะ ย่างจนกว่าขนมปังจะเป็นสีน้ำตาลทอง รอ 3 นาทีแล้วพลิกกลับด้าน ย่างต่ออีก 2-3 นาที หรือจนกว่าทั้งสองด้านจะสุกเท่ากันดีและขอบนอกเริ่มกรอบ เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งกล้วยร้อนๆ 

6. เครปกล้วยนูเทลล่า
image_1031871
- ที่มารูป: www.i-pic.info

โอ๊ย เมนูนี้แค่คิดว่าจะได้กินก็น้ำลายสอแล้ว! กับขนมสุดอร่อยส่งตรงจากฝรั่งเศสอย่าง ' เครป ' แผ่นแป้งบาง นิ่ม หอมเนย ประกบกับท็อปปิ้งรสเลิศอย่างกล้วยและนูเทลล่า ไส้ยอดฮิตที่กินแล้วฟินต้องร้องขอแผ่นสองแทบไม่ทัน! เนื่องจากเครปเป็นแผ่นแป้งบาง แคลอรีอาจจะไม่เยอะเท่าเฟรนช์โทสต์หรือแพนเค้กก็จริง แต่ก็ยังมีแคลอรีสูงจากนูเทลล่าที่เป็นช็อกโกแลตผสมเฮเซลนัท ดังนั้นกินแต่พอดี จะได้ไม่มากังวลกับรูปร่างในภายหลังนะคะซิส


ส่วนผสม
*ซอสสำหรับทาเครป*
- เนยไว้ทากระทะและแป้งเครป
- นูเทลล่า 1/4 ถ้วย
- กล้วยปอกเปลือก หั่นสไลซ์ 2 ผล
- น้ำตาลไอซิ่ง *ใส่หรือไม่ก็ได้

*แป้งเครป*
- แป้ง 1/2 ถ้วย
- ไข่ฟองใหญ่ 1 ฟอง
- เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือหนึ่งหยิบมือ
- นมไขมันต่ำ 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
1. วอร์มกระทะแบบ nonstick ขนาด 10 นิ้วด้วยไฟกลาง ใส่เนยลงไปเพื่อไม่ให้ดกระทะ จากนั้นใส่ส่วนผสมเครปลงไป 2 ช้อนโต๊ะ แล้วใช้มือหมุนกระทะเป็นวงกลมก้นหอย เพื่อให้แป้งกระจายตัวเป็นแผ่นบางๆ เหมือนแผ่นฟิล์ม ( ใช้ไม้สปาตูล่าช่วยปาดด้วยก็ได้ )
2. ทอดด้านแรกให้สุก ใช้เวลา 3-4 นาที หรือจนกว่าแป้งด้านล่างจะเป็นสีน้ำตาลเหลืองทอง จากนั้นพลิกกลับด้าน ตักนูเทลล่าลงไป 1 ช้อนโต๊ะโปะที่กึ่งกลางแผ่นเครป แล้วท็อปปิ้งต่อด้วยกล้วยสไลซ์ ทอดต่ออีก 3-4 นาทีหรือจนกว่าจะสุกเป็นสีเหลืองทอง
3. พับแผ่นเครปห่อไส้เป็นสามเหลี่ยมตามต้องการ วางบนจาน พร้อมเสิร์ฟด้วยท็อปปิ้งกล้วยและน้ำตาลไอซิ่ง

*หากทำบ่อยจนเบื่อกล้วยแล้ว จะเปลี่ยนเป็นบลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี กีวี แบล็คเบอร์รี ถั่วอัลมอนด์ วอลนัท หรือทำเป็นไส้คาว ใส่ไข่ ไส้กรอก แฮม ชีส ก็แล้วแต่จะรังสรรค์ได้เลย

7. พุดดิ้งกล้วยสูตรวีแกน
image_1031872
- ที่มารูป: www.i-pic.info

ปิดท้ายกันที่สูตรขนมเนื้อนุ่มเด้งดึ๋ง แคลอรีเบาๆ อย่าง ' พุดดิ้ง ' หยิบกินได้ในมื้อว่างแบบไม่ต้องคิดเยอะ มีวัตถุดิบหลักๆ แค่ห้าอย่าง คือกล้วย นม น้ำตาล แป้งและวานิลลา ทำง่ายเหมือนจับวาง ถ้าอยากเพิ่มสีสันและรสชาติที่เข้มข้นขึ้นก็สามารถใส่ ' ผงขมิ้นชัน ' และความหอมมันด้วยเนยมะพร้าวได้ นมที่ใช้เลือกได้เลยว่าจะเป็นนมงาดำ นมอัลมอนด์ หรือนมพิสตาชิโอ รสไม่มันจนเลี่ยนแน่นอน หากต้องการสารอาหารเพิ่ม สามารถใส่เมล็ดเชีย เนยถั่วหรือข้าวโอ๊ตเพิ่มได้!

ส่วนผสม
- กล้วยสุกบดหยาบ 2 ผล
- นมชนิดไหนก็ได้ตามชอบ 1 1/4 ถ้วย
- น้ำตาลตามต้องการ จะใช้น้ำตาลปกติ ไซรัป หรือหญ้าหวานก็ได้
- แป้งข้าวโพด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- vanilla extract 1/4 ช้อนชา
- ผงขมิ้นเพิ่มสีสัน 1/8 ช้อนชา *ใส่หรือไม่ก็ได้
- เนยมะพร้าวเพิ่มความหอมมัน 1 ช้อนโต๊ะ *ใส่หรือไม่ก็ได้

วิธีทำ
1. ใส่กล้วย น้ำตาล นม 1 ถ้วยและส่วนผสมอื่นๆ ทั้งหมดลงในหม้อใบเล็ก ตั้งไฟกลาง คนให้เข้ากัน
2. ใช้ที่ตีไข่ผสมนม 1/4 ถ้วยที่เหลือเข้ากับแป้งข้าวโพด เมื่อส่วนผสมกล้วยเริ่มอุ่นๆ เทส่วนผสมแป้งข้าวโพดลงไป ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน คนให้เข้ากันจนเนื้อเข้มข้น ปิดไฟ เทวานิลลาลงไป คนอีกครั้ง  
3. เทใส่ถ้วยพุดดิ้ง นำไปเข้าตู้เย็นจนเนื้อเข้มข้น ถ้าอยากได้เนื้อเนียนๆ สามารถใช้เครื่องผสมอาหารช่วยปั่นเนื้อให้ละเอียดขึ้นได้ จะกินแบบอุ่นหรือเย็นก็ได้ค่ะ

image_1044806
- ที่มารูป: media.tenor.com


--------------------------------

ทั้ง 7 สูตรที่มีวัตถุดิบหลักจากกล้วย มีเมนูไหนที่ซิสเตรียมจดลิสต์ เตรียมไปทำตามกันบ้างแล้วรึยังคะ? เราพยายามคัดเลือกมาหลายๆ ประเภท มีทั้งแพนเค้ก เครป ขนมปัง ข้าวโอ๊ต มัฟฟิน พุดดิ้ง เพราะคิดว่าแม้สาวๆ จะชอบกินกล้วยแค่ไหน ก็คงไม่อยากทำขนมแบบเดิมวนไปมา คงน่าเบื่อแย่ ซิสสามารถทำแต่ละเมนูสลับวนไปกินไม่ซ้ำกันได้ทั้งสัปดาห์เลย จะทำครั้งเดียวแช่ตู้เย็นไว้กินเรื่อยๆ หรือถ้าเริ่มเบื่อกล้วยก็สลับเป็นผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้ตามใจชอบ หรือจะใส่ผสมกันไปเลยก็อร่อยแสงพุ่งมากค่ะ #แง่ม 

สูตรที่ให้มาเราปรับจากออริจินอลเล็กน้อยให้สาวไทยทำง่ายมากขึ้น ก็หวังว่าจะถูกใจกันนะคะ แม้สถานการณ์ช่วงนี้จะชวนหัวร้อนและจิตตกได้ทุกวัน แต่อย่างน้อยมีความสุขเล็กๆ อย่างขนมรสอร่อย ช่วงที่จดจ่อกับการเข้าครัวก็ช่วยให้ผ่านพ้นแต่ละวันไปได้เหมือนกันนะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกันค่ะ สู้!! ♡(.◜ω◝.)♡

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @