#ช่วงโควิดเลี่ยงได้เลี่ยง! 7 อาหารสุดแย่ เสี่ยง ' ภูมิคุ้มกันต่ำลง ' ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อ ป่วยง่ายกว่าเดิม

#ช่วงโควิดเลี่ยงได้เลี่ยง! 7 อาหารสุดแย่ เสี่ยง ' ภูมิคุ้มกันต่ำลง ' ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อ ป่วยง่ายกว่าเดิม

ในช่วงสถานการณ์โควิดกำลังระบาด เรื่องวัคซีนก็ยังไม่พร้อม 100% อะไรที่ช่วยตัวเองได้ ก็ต้องช่วยตัวเองไปก่อนแล้วนะฮะ นาทีนี้! เริ่มจากการเลี่ยงอาหารที่กินแล้วทำให้ร่างกายอ่อนแอ เสี่ยงเกิดโรคก่อนเลยดีกว่า

05 June 2021
Mollacake
05 June 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafe ที่กำลังกลัวติด ' โควิด ' ทุกคน

อย่างที่เห็นกันตอนนี้ว่า สถานการณ์โรคระบาดกลับมาอีกหน ( ลูปรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ ) กลุ่มคลัสเตอร์เต็มไปหมด กรุงเทพกลายเป็นพื้นที่สีแดง จำนวนคนป่วยและเสียชีวิตก็ยังพุ่งสูงขึ้นทุกวัน แต่วัคซีนก็ยังไม่ค่อยจะคืบหน้าเท่าไหร่ #เหล่ตามอง ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ยังต้องออกบ้านทุกวัน ก็มีความอกสั่นขวัญแขวนเหมือนเป็นตัวละครในหนังวันสิ้นโลกยังไงยังงั้น ( เราแล้วหนึ่ง ) ทั้งใส่แมสก์ พ่นแอลกอฮอล์ ล้างมือทุก 5 นาที กินวิตามินซี ประสาทจะกินแล้ว เครียด!

ประชาชนคนธรรมดาอย่างเราๆ จะไปดีลวัคซีนเองก็เกินกำลังเนอะ ก็ต้องป้องกันและระวังตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนอกจากปัจจัยภายนอกอย่างที่พูดถึงข้างบนแล้ว ปัจจัยภายในอย่าง ' อาหาร ' ก็เป็นสิ่งสำคัญ เธอคงเคยได้ยินคำว่า you are what you eat ทุกอย่างที่กินเข้าไปในร่างกาย ล้วนส่งผลกับระบบภายในทั้งสิ้น ในบทความนี้เราจึงขอบอกต่อ ' 7 อาหารสุดแย่ ทำภูมิคุ้มกันต่ำลง ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อง่ายกว่าเดิม ' เลี่ยงได้เลี่ยง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ เริ่ม!

1. อาหารที่ใส่ ' น้ำตาล ' ทุกชนิด ยิ่งใส่เยอะ ยิ่งหวาน ยิ่งอันตราย!
image_1031848
- ที่มารูป: www.i-pic.info

คนไทยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะกินอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มมักจะติด ' รสหวาน ' ซึ่งมักมาจากน้ำตาลขัดสีที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ กับร่างกาย เน้นอร่อยอย่างเดียว ไม่ว่าจะกาแฟใส่น้ำตาลพูนช้อน ชานมไข่มุกหวาน 100% โดนัทโรยน้ำตาล คุกกี้ช็อกโกแลตหวานจนขึ้นตา หากกินต่อเนื่องไปนานๆ ก็ไม่ต่างกับทำร้ายสุขภาพโดยรวมและภูมิคุ้มกันร่างกายให้พังจนไม่เหลือซากค่ะ

อาหารที่มีน้ำตาลสูง เมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และเพิ่มการผลิตโปรตีนที่ทำให้เกิดการอักเสบมากมายหลายชนิด เมื่อมีโปรตีนเหล่านี้ในร่างกายมากๆ ก็จะส่งผลลบกับภูมิคุ้มกันทันที ยับยั้งการตอบสนองของเซลล์ภูมิคุ้มกันสองชนิดที่ทำหน้าที่ต้านการติดเชื้อ อีกทั้งยังทำให้แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุล จึงทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย ในบางคน น้ำตาลยังทำให้โรคภูมิต้านตัวเองบางชนิด รวมถึงโรคไขข้ออักเสบรุนแรงขึ้นอีกด้วย ลดหวานได้รีบลดด่วน!

2. อาหารรส ' เค็มจัด ' เหมือนทำเกลือทั้งกระบะหกใส่
image_1031873
- ที่มารูป: www.i-pic.info

นอกจากกินหวานจัดแล้ว คนไทยและคนอีกหลายๆ ประเทศก็นิยมรส ' เค็มจัด ' จากอาหารประเภทมันฝรั่งทอด ฟาสต์ฟู้ด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ซึ่งเป็นคู่อริกับภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงอย่างแน่นอน เพราะการกินเค็มเยอะๆ จะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อในร่างกายเกิดการอักเสบ แถมเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอีกด้วย

' เกลือ ' หรือโซเดียมในปริมาณมาก จะยับยั้งการทำงานปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกาย, ลดการตอบสนองต่อการต้านอักเสบ, เปลี่ยนแปลงจำนวนแบคทีเรียดีในลำไส้ และยังส่งเสริมการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดโรคภูมิต้านตนเอง และยังมีความเสี่ยงเป็นโรคร้ายต่างๆ มากมาย เช่น โรคลำไส้ใหญ่บวมเป็นแผล, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคลูปัส อยากแข็งแรงไปนานๆ ลดเค็ม กินจืดให้มากขึ้นจะเก๋กู้ดมากค่ะ

3. อาหารที่มีกรดไขมัน ' โอเมก้า 6 ' สูง
image_1031874
- ที่มารูป: www.i-pic.info

ร่างกายของเราต้องการกรดไขมันจำเป็นที่รวมทั้งโอเมก้า 3 กับ 6 เพื่อให้ทำงานเป็นปกติค่ะ แต่ถ้าทั้งสองอย่างนี้อยู่ในอัตราส่วนที่ไม่สมดุลเกินไป 6 เยอะแต่ 3 น้อย จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ และภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติได้ อาหารที่มีโอเมก้า 6 สูง จะส่งเสริมการทำงานของโปรตีนที่ทำให้เกิดการอักเสบในระบบภายใน จึงทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง

ในทางกลับกัน อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูงจะลดการผลิตโปรตีนเหล่านั้น และทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น มีงานวิจัยในคนน้ำหนักเกินว่า เมื่อกินกรดไขมันชนิดนี้เยอะๆ จะอ่อนแอลง เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหอบหืดและโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ อัตราส่วนการกินที่เหมาะสมคือ 1:1 หรือ 4:1 ดังนั้นสาวๆ ควรกินอาหารโอเมก้า 3 สูงอย่างปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน วอลนัท เมล็ดเชีย และลดการกินอาหารที่โอเมก้า 6 สูง เช่น น้ำมันคาโนล่าดอกทานตะวัน, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันอะโวคาโด เป็นต้น


4. อาหารผัด ทอด ที่มี ' น้ำมัน ' ผสมอยู่เยอะๆ
image_1031875
- ที่มารูป: www.i-pic.info

ไก่ทอด ทงคัตสึ เฟรนช์ฟรายส์ เกี๊ยวทอด ลูกชิ้นทอด ปอเปี๊ยะ ของชอบวัยรุ่นวัยทำงานทั้งนั้น กินง่าย สะดวก อิ่มท้องไว แต่ถ้ากินบ่อย กินทุกวัน เตรียมเก็บเงินค่าหมอไว้ได้เลย โรคมาเยือนตั้งแต่อายุยังน้อยชัวร์ๆ เพราะของทอดจะมีกลุ่มโมเลกุลที่เรียกว่า AGEs สูง ซึ่งโมเลกุลนี้ก่อตัวจากการที่น้ำตาลทำปฏิกิริยากับโปรตีนหรือไขมัน เวลาทำอาหารในอุณหภูมิสูงๆ เช่น ทอด ผัด หากมีระดับ AGEs ในตัวสูงเกินไป ก็จะเกิดการอักเสบและเซลล์เสียหายตามมา

จากการศึกษาแล้ว คาดว่า AGEs สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้ในหลายๆ ทาง เช่น ก่อเกิดการอักเสบ, ยับยั้งการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ, เซลล์เกิดความผิดปกติ และส่งผลเสียต่อแบคทีเรียในลำไส้ นักวิจัยยังเชื่อว่าอาหารเหล่านี้จะทำให้คนที่ติดเชื้อเป็นโรคบางอย่าง เช่น มาลาเรีย อ่อนแอลงกว่าเดิม และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งบางชนิด หรือภาวะที่การเผาผลาญทำงานผิดปกติ เป็นต้น หากไม่อยากเจอโรคเหล่านี้ ลองเปลี่ยนจากของทอดเป็นต้ม ย่าง นึ่งแทน อาจจะอร่อยน้อยลงบ้าง แต่สุขภาพดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ


5. อาหารสำเร็จรูป แช่แข็ง และเนื้อที่ย่างไหม้จนเกรียม
image_1031876
- ที่มารูป: www.i-pic.info

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า ' ของทอด ' คืออาหารอันตรายที่ควรเลี่ยง รวมถึงอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูปและเนื้อย่างที่ไหม้จนเกรียม ก็มีโมเลกุล AGEs ในปริมาณสูงปรี๊ดเช่นกัน มีงานวิเคราะห์ปริมาณ AGE พบว่าอาหารประเภทเบคอนทอต ฮอตดอก ขาไก่ย่างติดหนัง และสเต๊กย่างเกรียมๆ มี AGE สูงที่สุดเลยทีเดียว

เนื้อแปรรูปมีไขมันอิ่มตัว ( saturated fat ) สูง บางงานวิจัยบ่งชี้ว่าอาหารเหล่านี้จะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และยังทำให้ระบบภายในเกิดการอักเสบ เป็นอันตรายต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีความเสี่ยงเป็นโรคร้ายต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็งลำไส้ ที่คนสมัยนี้เป็นกันมากขึ้นเพราะกินของไหม้ของทอดเยอะ ปิ้งย่าง หมูกระทะ ลดได้ก็ลด งดได้ยิ่งดี เพราะเสี่ยงสุขภาพพังตอนแก่มากๆ ค่ะ


6. อาหารที่มี ' คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ( แป้งขาว ) ' สูง
image_1031877
- ที่มารูป: www.i-pic.info

อาหารที่มีแป้งขัดสีเยอะๆ อย่างพิซซ่า เบเกอรี ขนมปัง หรือแม้แต่ข้าวขาวปกติเนี่ย เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ากินเยอะแล้วอ้วน น้ำหนักขึ้นแน่นอน แต่ผลเสียจริงๆ ของมันไม่ได้มีแค่เรื่องน้ำหนัก แต่ไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย เพราะอาหารเหล่านี้มีค่าดัชนีน้ำตาล ( GI  ) สูง ทำให้ระบบน้ำตาลในเลือดสวิง กระตุ้นอินซูลิน จึงเพิ่มการปล่อยสารอนุมูลอิสระและโปรตีนก่อเกิดการอักเสบอย่าง CRP ค่ะ


ข้อเสียอีกอย่างคือแป้งขัดสีจะเข้าไปวุ่นวายกับความสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ทางเดินอาหารมีปัญหา ขับถ่ายแย่ลง ร่างกายแข็งแรงน้อยลง ยังไม่นับว่าเมื่อแป้งเหล่านี้เผาผลาญไม่หมด ก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในเลือด เป็นโรคไขมันในเลือดสูงได้อีก ไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงเป็นคนป่วย ไม่จำเป็นต้องงดข้าว แต่เลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแทน เช่น ผักที่มีแป้งผสมเพื่อเพิ่มไฟเบอร์, ข้าวโอ๊ต, ข้าวกล้อง, โฮลวีทโฮลเกรน, ผลไม้เพิ่มกากใย ขับถ่ายดีขึ้น เป็นต้น

7. อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดที่ใส่ ' น้ำตาลเทียม '
image_1031878
- ที่มารูป: www.i-pic.info

หลายคนอาจงงว่า ทำไม ' น้ำตาลเทียม ' ที่ควรถูกคิดค้นมาเพื่อช่วยเรื่องสุขภาพกลับทำลายสุขภาพซะเอง? นั่นเพราะน้ำตาลเทียมบางชนิดมีความเกี่ยวข้องกับการสูญเสียสมดุลของแบคทีเรียในทางเดินอาหาร เพิ่มการอักเสบในลำไส้ และมีการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่แย่ลงนั่นเองค่ะ

มีหลักฐานหลายชิ้นค้นพบว่า น้ำตาลเทียมหลายชนิด รวมถึงซูคราโลสและแซคคาริน มีผลให้แบคทีเรียดีในลำไส้ลดลง หากใครกินน้ำตาลเทียมเยอะๆ ก็ยิ่งเสี่ยงที่ระบบภูมิคุ้มกันจะแย่ลงจนถึงขั้นเป็นอันตรายได้, บางงานวิจัยพบว่าเมื่อกินน้ำตาลเทียมในปริมาณสูง จะมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองมากขึ้น แต่ทั้งนี้น้ำตาลเทียมก็ไม่ใช่ผู้ร้ายซะทีเดียว หากกินในปริมาณที่เหมาะสมก็ไม่มีปัญหากับสุขภาพแต่อย่างใดค่ะ ครั้งต่อไปจะใส่น้ำตาลเทียมในเครื่องดื่ม ก็เบามือนิดนึงละกันเนอะ



--------------------------------------------
อาหารทั้ง 7 อย่างนี้ไม่จำเป็นต้องระบุชัดถึงโควิดด้วยซ้ำ ในสถานการณ์ปกติก็ไม่ควรกินเยอะ เพราะอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวทั้งสิ้น! แม้จะไม่ใช่ยาพิษที่กินแล้วล้มป่วยทันที แต่ถ้าเธอกินสิ่งเหล่านี้ต่อเนื่องติดต่อกันนานๆ โรคร้ายมาเยือนแน่นอน ที่เห็นชัดก็โรคเบาหวาน ไขมันสูง ความดัน โรคอ้วน ซึ่งคนที่ตามข่าวจะรู้ว่าคนที่ติดเชื้อโควิด หากมีโรคประจำตัวเหล่านี้ ถ้าโชคร้ายติดเชื้อก็มีแนวโน้มที่จะป่วยหนักมากขึ้นจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ

อาหารพวกนี้มักแฝงมากับของในร้านสะดวกซื้อ ร้านขายข้าวแกงข้างทาง ที่คนทำงานมักกินบ่อยไม่รู้ตัวเพราะเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ แต่มันจะบ่อนทำลายสุขภาพของเธอไปทีละน้อย รู้แบบนี้แล้วก็พยายามเลี่ยง อย่างน้อยลดปริมาณความถี่ลง กินของมีประโยชน์ให้มากขึ้น และอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงกันนะคะ แล้วพบกันใหม่คราวหน้า ขอให้รอดพ้นจากโควิดกันทุกคนนะคะ ด้วยรักและห่วงใย (♡´❍`♡)*✧ ✰ 。* 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @