Cashless Society มากกว่าแค่ลดการสัมผัส ตัวช่วยในการบริหารเงิน

Cashless Society มากกว่าแค่ลดการสัมผัส ตัวช่วยในการบริหารเงิน

รู้หรือเปล่า!? ว่า 'สังคมไร้เงินสด' นอกจากช่วยลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญในช่วงที่เกิดสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ได้แล้ว ยังมีอีก 4 ประโยชน์ที่ช่วยให้เราบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ดีขึ้นอีกด้วยนะ

23 June 2021
SistaCafe
23 June 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

image_1046986

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมไปอย่างมาก ทุกคนมีความระมัดระวังเมื่ออยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก เว้นระยะห่าง ลดการสัมผัสระหว่างกัน และสิ่งหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเช่นกันคือ การหลีกเลี่ยงการจับเงินธนบัตรหรือเหรียญต่างๆ

------------------------------------------------

คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์  เช่น การสแกนจ่ายผ่าน QR Code, การโอนเงินผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารต่างๆ , การชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ หรือการซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์โดยการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต รวมถึงมาตรการภาครัฐที่กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการโอนเงินเข้า G-wallet ในแอปพลิเคชั่น ‘ เป๋าตัง ’ ส่งผลให้พฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงิน เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น

ผลการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีจากวีซ่า บริษัทผู้ให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก พบว่าโดยเฉลี่ยคนไทยสามารถใช้ชีวิตโดยไม่ต้องใช้เงินสดได้นานถึง 8 วัน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 51% ‘ พกเงินสด ’ น้อยลง และมองว่าไทยจะสามารถเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้ภายใน 4 - 5 ปีข้างหน้า

การเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ช่วยเพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน และยังเพิ่มความปลอดภัยหากต้องทำธุรกรรมเป็นเงินจำนวนมาก และสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ง่าย ทั้งยังลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจอยู่บนธนบัตรด้วย และนอกจากที่กล่าวมายังให้ประโยชน์ในแง่ของการบริหารการเงินส่วนบุคคลได้อีกด้วย

1. ตัวช่วยในการจดบันทึกบัญชีรายรับจ่าย

ทำให้การจัดการบัญชีเป็นเรื่องง่ายขึ้น เนื่องจากทุกครั้งที่มีการโอนเงินเข้าหรือออก จะมีการแจ้งเตือนจากธนาคารเสมอและรายการทั้งหมดยังถูกบันทึกอยู่ในรายการเดินบัญชีอีกด้วย โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจด้วยแล้ว การรับเงินผ่านช่องทางออนไลน์ ช่วยให้เราจัดการรายได้ดีกว่ารับเงินสด เนื่องจากไม่ต้องมาเสียเวลานับเงินสดหลังปิดร้านในแต่ละวัน

2. ตรวจสอบสถานะทางการเงินได้ง่าย

เราสามารถเช็กยอดเงินในบัญชีได้ง่ายๆ ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้สามารถรู้ได้ว่าเรามีเงินเหลืออยู่ เท่าไหร่ การได้เห็นสถานะทางการเงินของตนเองได้ชัดเจนขึ้น ทำให้บริหารจัดการเงินของเราได้ง่ายขึ้น ว่าควรแบ่งใช้และจัดสรรอย่างไร

3. เงินที่อยู่ในบัญชีเงินฝาก สร้างดอกเบี้ยให้เสมอ

ปกติแล้วธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินคงเหลือในบัญชีให้ทุกๆ สิ้นวัน และสะสมไปจ่ายตามงวดที่บัญชีแต่ละประเภทกำหนด ( ปกติจะจ่ายทุก 6 เดือน ) ดังนั้นการที่มีเงินอยู่ในบัญชีนานขึ้นหรือรับเงินเข้าบัญชีเร็วขึ้น ก็จะทำให้เราได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเช่นกัน การทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดโดยการเก็บเงินไว้ในบัญชีและโอนเงินจ่ายชำระเมื่อถึงเวลาต้องจ่ายและการรับชำระโดยการโอนเข้าบัญชี จึงให้ประโยชน์ในแง่การได้รับดอกเบี้ยมากกว่าการถือเงินสดไว้กับตัว

4. ช่วยลดต้นทุนแฝงจากการใช้เงินสด

นอกจากโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยแล้ว การใช้เงินสดยังมีต้นทุนแฝงบางอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น ต้นทุนในการเดินทางไปธนาคาร หรือ หาตู้ ATM เพื่อถอนเงินสด ค่าธรรมเนียมในการถือบัตร ATM รวมถึงโอกาสที่จะทอนเงินผิด หรือความไม่สะดวกในการแตกแบงค์หรือหาเงินทอนอีกด้วย

การจะเป็นสังคมไร้เงินสดได้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้สมาร์ตโฟนที่เพิ่มมากขึ้น โครงข่ายโทรคมนาคมครอบคลุมทุกพื้นที่และมีประสิทธิภาพ ประสบการณ์การทำธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลที่ดีและง่ายขึ้น รวมทั้งการผลักดันจากภาครัฐทั้งในด้านผู้ประกอบการและผู้บริโภค


อ่านคอนเทนต์ทางด้านการเงิน การลงทุนดีๆ จากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ KKP Advice Center คลิก  https://kkpadvicecenter.kiatnakin.co.th/th/home

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @