[ Novel ] หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 10

[ Novel ] หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 10

เมื่อท่านเจ้าที่ให้โอกาสเธอย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อพบกับ ป๊ะป๋าสายอ่อย และ อาหยูตัวน้อย ความเข้าใจผิดครั้งในอดีตจะได้รับการเเก้ไขหรือไม่ ? ในเมื่อเขาต้องเลือกระหว่าง...ภรรยาเก่าและความรักครั้งใหม่

16 July 2021
Mamaya Writer
16 July 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

บทที่ 10


บทที่ 4 วันที่ (ไม่) สำคัญ


“เอกสารที่คุณเผิงต้องเซ็นอนุมันติครับ”

เมื่อแฟ้มเอกสารสีดำถูกวางลงบนโต๊ะ เขาละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์แล้วหันมอง ก่อนเอื้อมมือหยิบแฟ้มงานขึ้นมาเปิดอ่านดู

“เดือนหน้านี้จะมีลูกค้าจากต่างประเทศติดต่อมา นายจัดการหาคนไปรับรองเขาและนำเสนอแผนงานของบริษัทด้วย แล้วเรื่องการติดต่อส่งอาหารสำเร็จรูปไปต่างประเทศ ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไปแล้ว” อวิ่นเยว่เอ่ยถามขึ้นขณะที่สายตายังมองเอกสารตรงหน้า เขาคือประธานบริษัท S คนปัจจุบันที่อายุไม่ถึงสามสิบและขึ้นบริหารงานต่อจากเผิงลู่เสียน ผู้เป็นมารดา ด้วยความสามารถและการบริหารงาน ทำให้ธุรกิจกำลังเติบโตไปด้วยดีทั้งในประเทศรวมถึงต่างประเทศ

“ตอนนี้รอทางนั้นติดต่อกลับมาและทำสัญญากันครับ เขาบอกว่าให้คำตอบภายในสิ้นเดือนนี้” ผู้ช่วยหนุ่มตอบ

อวิ่นเยว่พยักหน้าก่อนพูดต่อไปว่า “เรื่องเอกสารที่ลูกค้าติดต่อมารีบดำเนินการให้เสร็จด้วย”

“ครับ เออ...คือของที่ให้ผมนำไปคืนผู้หญิงคนนั้น...”เจตนิพัทธ์เกริ่นขึ้นอย่างไม่เต็มเสียงมากนัก เพราะมันไม่ใช่ เรื่องสำคัญอะไรมากมายที่เขาควรจะรายงาน อีกทั้งเจ้านายคงไม่สนใจอยู่แล้ว

อวิ่นเยว่เงยหน้าขึ้นมอง “มีอะไร ?”


“เออ เปล่าครับ”  เจตนิพัทธ์ไม่กล้าบอกความจริงที่หญิงสาวคนนั้นของอาสาเลี้ยงอาหารหนึ่งมื้อแก่เจ้านาย

อวิ่นเยว่ปิดแฟ้มเอกสารและส่งคืน สายตาก็เหลือบมองเห็นซองสีชมพูที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนหน้านั้น ซึ่งเขาเองก็ยุ่งกับการเจรจาธุรกิจกับลูกค้าจึงไม่ได้สนมากนัก

“การ์ดแต่งงานของลูกชายคุณลภัสรดาครับ” เจตนิพัทธ์เอ่ยขึ้น

“งานแต่งงาน ?” ชายหนุ่มมีท่าทีตกใจเล็กน้อย เขาเอื้อมมือหยิบซองสีชมพูที่วางอยู่หัวมุมโต๊ะขึ้นมาและเปิดดูทันที วันแต่งงานที่ใกล้ถึงในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้านี้ และเป็นช่วงที่เขาไม่มีการเดินทางไปต่างประเทศอย่างพอดี จึงปฏิเสธที่จะไม่ไปก็ไม่ได้ เป็นถึงคู่ค้าคนสำคัญด้วย

“ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอไปทำงานที่ค้างอยู่ต่อก่อนนะครับ” เมื่อพูดจบเจตนิพัทธ์ก็เดินออกจากห้องทำงานไปทันที

อวิ่นเยว่ถอนหายใจก่อนเก็บการ์ดลงในซองวางไว้ในลิ้นชักของโต๊ะทำงาน สายตาคมจ้องมองภายในลิ้นชักราวกับถูกมนต์สะกดไว้ เขายังเก็บไว้อยู่อีกหรือ ? ...นึกว่าโยนทิ้งลงขยะไปซะแล้ว

เขาเอื้อมมือหยิบรูปขึ้นมามองด้วยแววตาที่เย็นชาก่อนจะขย้ำจนเป็นแค่กระดาษแล้วโยนทิ้งลงในถังขยะอย่างไม่ใยดี เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องเก็บไว้อีก อวิ่นเยว่เรียกสติของตนเองกลับมา ก่อนจะจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าอีกครั้ง

เสียงออดดังขึ้นบอกถึงเวลาเลิกเรียน ลฎาภาเดินเข้าในในโรงเรียนอนุบาล พลางมองไปยังรถที่ขับเข้าออกและเด็กน้อยกำลังวิ่งเล่นเพื่อรอผู้ปกครองมารับกลับบ้านในช่วงตอนเย็น หญิงสาวเดินเข้ามานั่งรอด้านนอกที่โต๊ะม้าหินอ่อนจัดวางอยู่ จนกระทั่งถูกสะกิดเรียกจากทางด้านหลังจึงรีบหันไป

image_1049504


มองแล้วพบกับเกณิกาเพื่อนที่เป็นครูประจำอยู่ที่นี่

“ยัยจอม ขอโทษนะ” เกณิกาเดินเข้ามาหาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไร” ลฎาภายิ้มรับอย่างอารมณ์ดี

เกณิกาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พักให้หายเหนื่อย แต่ยังไม่ทันพูดอะไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เธอกดรับและเมื่อได้ฟังฝ่ายตรงข้างพูดทำให้แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา

“แกวันนี้อาจจะต้องรอหน่อยนะ” เกณิกาพูดเสียงแผ่วด้วยความรู้สึกผิด ความจริงแล้ววันนี้ไม่ใช่เวรช่วงเย็นแต่เพราะเพื่อนครูอีกคนนั้นดันติดธุระสำคัญขึ้นมาจึงฝากวานให้อยู่แทน “ไม่สิ อาจจะช้ามากๆ เลยก็ได้”

ลฎาภาเลิกคิ้วมองเพื่อนสาวเป็นเชิงสงสัย

“ดูท่าวันนี้ พ่อของเด็กคนนั้นอาจจะมารับช้าอีกแล้วน่ะสิ” เมื่อพูดจบก็หันไปมองเด็กชายที่นั่งอยู่เพียงลำพัง ใบหน้ากลมน่ารัก ริมฝีปากเล็กสีชมพู ทว่าแววตานั้นกลับไม่สดใสเสียเลย

“น่ารักอะแก” ลฎาภาเอ่ยปากชมพร้อมกับลุกขึ้น

“แกรอฉันหน่อยนะ ฉันต้องรอจนกว่าพ่อของเขาจะมารับ”

ลฎาภามองเด็กน้อยอย่างเพลินตา “เขาน่ารักมาก พ่อกับแม่เขาต้องสวยและหล่อมากแน่ ๆ”

“แกเป็นเอามากนะ ชอบเด็กแต่ไม่อยากมีแฟน”

image_1049505


“มันต่างกันนะย่ะ” หญิงสาวหันมาพูดอย่างหัวเสีย “ฉันชอบเด็ก แต่ไม่ได้อยากจะแต่งงานมีลูกสักหน่อย”

“จ้ะ แม่คนรักเด็ก”

“ฉันเข้าไปทักเด็กคนนั้นได้ไหมแก” ลฎาภาเอ่ยถามโดยที่สายตายังคงมองเด็กชายอยู่

“ก็ไปสิ แต่เด็กคนนั้นไม่ค่อยพูดนะ แกอาจจะไม่ชอบ...” ยังฟังไม่ทันจบลฎาภาก็ไม่อยู่ตรงนี้เสียแล้ว เกณิกามองเพื่อนสาวที่เดินเข้าไปหาและย่อตังนั่งลงตรงหน้าของเด็กชาย

ลฎาภานั่งจ้องอยู่นานพอสมควรที่เด็กชายจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรมากนัก ทว่าหญิงสาวก็ยังส่งยิ้มหวานให้กลับไป

“ให้พี่เล่นเป็นเพื่อนไหม ?”

เด็กน้อยจ้องมองและส่ายหน้าก่อนจะหันหลังหนีทันที ลฎาภามองเห็นเด็กชายนั่งกลิ้งลูกบอลพลาสติก เป็นเวลานาน จึงลุกขึ้นเดินไปยอตัวนั่งที่หน้าของเด็กชายอีกครั้ง

“เล่นคนเดียวเหงาน้า” เธอยังคงพูดพร้อมกับยิ้มหวานให้แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวกลมนั้นยังไม่คิดที่จะคุยด้วยสักนิด

“ป๊ะป๋าบอกว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า คุณป้าเป็นคนแปลกหน้า”

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
Mamaya Writer 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @