[ Novel ] หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 13

[ Novel ] หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 13

อกหักครั้งเดียวก็น่าจะพอ ทำไมต้องอกหักซ้ำคนเดิมอีกครั้ง นี่เป็นบทลงโทษหรือว่าความเมตตาจากสวรรค์ที่ให้เธอย้อนเวลามาพบเขากันแน่ ! เเต่มันยังไม่จบเท่านี้นี่สิ..."ได้โปรด คืนสามีเเละลูกของฉันมาเถอะนะคะ"

22 July 2021
Mamaya Writer
22 July 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

บทที่ 13
image_1049908

“เออ...ขอบคุณ...ค่ะ” ลฎาภากล่าวไม่เต็มเสียงมากนัก แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่บนใบหน้าเขาแล้วก็ยิ่งรู้สึกอายมากกว่าเดิม

“คุณเข้าห้องน้ำผิดบ่อยนะ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งในขณะที่คนฟังกำลังยืนอึ้งและงุนงงอยู่ ครั้นจะตอบกลับก็เดินออกไปจากห้องน้ำแล้ว

คุณเข้าห้องน้ำผิดบ่อยนะ ...พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรกัน !

ลฎาภาก้าวเท้าออกแทบไม่ถูก กว่าที่จะเดินพ้นห้องน้ำออกมาได้มือและขาก็สั่นไปหมด เป็นครั้งแรกที่ทั้งอายและโกรธในเวลาเดียวกัน ผู้ชายคนนั้นเป็นใครทำไมพูดเหมือนกับว่าเคยเจอเธอเข้าห้องน้ำผิดมาก่อนหน้านั้นอย่างนั้นแหละ

บ้า ๆ บ้าที่สุด เธอไม่ได้เข้าผิดทุกครั้งสักหน่อย

หญิงสาวเดินออกไปด้วยทั้งที่ใจยังสับสน เธอคิดว่าหลังเข้าห้องน้ำเสร็จจะกลับเข้าไปร่วมงานอีกสักหน่อย แต่คงไม่แล้ว หากเข้าไปแล้วเจอเขาที่มาร่วมงานแต่งพี่สาวเธอด้วย คงจะต้องแทรกแผ่นดินหนีจริง ๆ

กว่าจะเสร็จสิ้นงานแต่งเล่นเสียพลังงานกายไปมากพอสมควร ไม่เคยคิดเลยกว่าการแต่งงานจะเหนื่อยมากขนาดนี้ ถลัชนันท์เดินเข้ามานั่งบนเตียงหลังจากที่ผู้ใหญ่ออกไปหมดแล้ว หญิงสาวเหลือบมองชายหนุ่มที่ถอดเสื้อผ้าและเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ ไม่สิ...ต้องเรียกว่าวันนี้คุยกับนับคำได้เลยต่างหาก

เธออายุมากกว่าเขา และเขาก็ไม่ได้รักเธอ

นั่นเป็นความจริงที่รู้อยู่ก่อนแต่งงานแล้ว

ถลัชนันท์ถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปแกะผมและถอดเครื่องประดับออก ขณะที่ประตูห้องน้ำเปิดออกมา ดวงตากลมมองเขาแล้วอ้าปากค้างก่อนรีบหลบสายตากลืนน้ำลายลงคอ

โอ๊ย ! คุณพระ ซิกซ์แพ็กนี่น่าลูบมาก

หญิงสาวดึงสติของตนกลับมาแล้วหันมองชายหนุ่มที่เปลี่ยนชุดนอนแล้ว เขาหยิบหมอนและผ้าห่มเดินออกมาวางลงที่พื้นตรงปลายเตียง เธอไม่แม้แต่กล้าที่จะเดินไปพูดคุยกับเขาเลยสักนิด จึงทำทีว่ามองไม่เห็นแล้วหยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไปทันที ตอนนี้อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่โต ทีแรกชายหนุ่มค้านเสียงแข็งเพราะต้องการที่จะอยู่คอนโด ฯ เช่นเดิม  แต่ทางครอบครัวไม่ยอมให้ใช้ชีวิตแบบเดิมของใช้จำเป็นบางส่วนจากคอนโด ฯ จึงถูกขนกลับเข้าบ้านเช่นเดิม สำหรับเธอแล้วไม่มีสิทธ์ออกความคิดเห็นเลยแค่ตกลงพยักหน้าเห็นด้วยกับฝ่ายผู้ใหญ่ก็เท่านั้น

คิดแล้วก็รู้สึกว่า...การตัดสินใจแต่งงานนี้อาจจะเป็นเรื่องที่คิดผิดอย่างมากเลยทีเดียว

ถลัชนันท์เปิดประตูเดินออกมา เธอจัดการไดร์และหวีผม ก่อนทาครีมบำรุงให้เรียบร้อย ครั้นจะเดินมาที่เตียงก็เห็นชายหนุ่มนอนอยู่จึงก้าวเข้าไปหาและย่อตัวนั่งลงข้าง ๆ ก่อนเอื้อมมือสะกิดที่แขนเขา

ศรันภัทรขยับตัวหรี่ตาขึ้นมอง รีบถอยตัวออกห่างทันที

“เออ...ฉันก็แค่เรียกให้ไปนอนบนเตียงน่ะ” ถลัชนันท์พูดไม่เต็มเสียงมากนักเมื่อสบตามองสายตาของชายหนุ่มแล้ว ไม่ใช่ความรู้สึกที่เขินอายแต่เป็นความรู้สึกที่รังเกียจหรืออยากออกห่างไกล ๆ เธอรู้ดีว่าศรันภัทรอาจจะไม่ใช่ชายแท้ และนี่คือหนึ่งเหตุผลที่มารดาเขาถึงเร่งรัดให้แต่งงาน หรือบางทีจงใจแกล้งเพื่อให้ถูกเข้าใจผิดก็เป็นได้

image_1049909

“คุณนอนไปเถอะ” เขาพูดและขยับตัวพลิกหันหลังให้

“แต่ว่า...” หญิงสาวหนักใจเพราะก็ไม่กล้านอนบนเตียงอย่างสบายใจในเมื่อเจ้าของดันลงไปนอนที่พื้นซะได้

“นอนแบบนี้คุณจะปวดหลังเอานะ” ถลัชนันท์พูดพลางจ้องมองอีกฝ่ายที่ยังคงนอนนิ่งทำราวกับว่าไม่ได้ยิน จึงขยับตัวลุกขึ้นและเดินไปหยิบหมอน ก่อนเดินกลับมาว่างที่ข้าง ๆ ชายหนุ่ม

“งั้น ฉันก็นอนเป็นเพื่อนคุณด้วย” เมื่อพูดจบก็ขยับตัวลงนอน ขณะที่ชายหนุ่มหันมาแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาจะขยับตัวถอยหนีก็ไม่ได้อีกเพราะติดปลายเตียงจึงรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งและหันมองด้วยสายตาไม่พอใจ

“นอนสิ” หญิงสาวพูดแล้วยิ้มให้กับเขา

“ผมจะนอนตรงนี้ คุณไปนอนบนเตียงเถอะ”

ถลัชนันท์มองค้อนด้วยความไม่พอใจ ใครจะกล้าไปนอนโดยให้เจ้าของเตียงนอนพื้นกันละ เธอไม่ได้เรียกร้องให้เขาสนใจหรอกนะ...

“ใครจะกล้าไปนอนละ ! คุณเป็นเจ้าของเตียงกลับนอนพื้น ถ้าฉันนอนบนเตียงนี่รู้สึกผิดนะ...” หญิงสาวเริ่มโวยวายอย่างไม่พอใจที่ชายหนุ่มขยับตัวลงนอนเช่นเดิม “อีกอย่างฉันไม่จับคุณปล้ำหรอกน่า สบายใจได้...ก็คุณไม่ได้ชอบผู้หญิงใช่ไหมล่ะ”


ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นหันมาจ้องมาด้วยสายตาขุ่นเคือง

ถลัชนันท์มองแล้วยิ้มเจื่อน ๆ

“ถึงไม่บอกฉันก็รู้นะ...งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่าไหม ?”

ศรันภัทรมองหญิงสาวแล้วขยับตัวลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาหยิบหมอนเดินไปนอนบนเตียง ขณะที่ถลัชนันท์หัวเราะออกมา เมื่อเห็นชายหนุ่มลงนอนบนเตียงแล้วเธอจึงหยิบหมอนวางที่เตียงแล้วนอนลงอีกฝั่ง ทว่าเห็นการกระทำของเขาที่ขยับตัวออกห่างจนชิดเกือบขอบเตียง

“นี่คุณศรันภัทร นอนปกติก็ได้นะ ฉันไม่ข่มขืนคุณหรอก”

ศรันภัทรนิ่งไม่พูดอะไร เขาพลิกตัวหันหลังให้กับเธอ แล้วพึมพำออกมาว่า “ถ้ารู้แล้วจะแต่งงานทำไม”

ถลัชนันท์มองเมื่อได้ยินเขาพูด สำหรับเธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากมายนักหรอก ก็แค่...

“ก็ยังดีกว่าขึ้นคาน” เมื่อพูดจบก็ขยับตัวลงนอนพลิกหันหลังให้อีกฝ่ายเช่นกัน ถลัชนันท์ถอนหายใจออกมาราวกับว่าการตัดสินใจนี้ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตแย่มากเท่าไหร่นัก ...ละมั้ง

ติดตามผลงานได้ที่  Mamaya Writer 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @