ปิล๊อก - อีต่อง “ ชุมชนเหมืองแร่ แห่งสายหมอก ”

ปิล๊อก - อีต่อง “ ชุมชนเหมืองแร่ แห่งสายหมอก ”

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ ชาว sis เข้าสู่โลกของหมีนักเดินทาง
และนี่คือการเปิดบันทึกการเดินทางทริปแรกของหมีเลย
มารอดูกันสิ้ว่า สถานที่ที่หมีจะมาเล่าให้ฟังนั้น มีความน่าสนใจขนาดไหน

“ หมีพร้อม...กล้องพร้อม...ลุยกันเล้ยยยย ”

05 September 2021
Journott Bear
05 September 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


อย่างที่รู้กันดีนะครับว่า ประเทศไทยเนี่ยติด 1 ในประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยว
ที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลย
แค่นั้นยังไม่พอสถานที่เหล่านี้ยังเป็นจุดสนใจและยังสามารถดึงดูดนักเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อีกด้วย และในวันนี้ทริปแรกที่ เจ้าหมีนักเดินทาง อย่างผมจะมาแชร์ให้
ทุกคนได้ฟังกันนั่น คือสถานที่ที่ถูกขนานามจากนักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัสว่าเป็น
“ ชุมชนเหมืองแร่แห่งสายหมอก ”  
ถ้าพร้อมแล้วหมีขออาสานำพาทุกคนเข้าไปสัมผัสชุมชนแห่งนี้ไปพร้อมกัน และหมีเชื่อว่าเพื่อนๆ   
ที่ได้
อ่านบทความนี้จะมีความรู้สึกตกหลุมรัก <3 และหลงเสน่ห์ชุมชนแห่งนี้อย่างแน่นอน   
                 
                                     ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยยยย....                                         
                                 

image_1054412

สวัสดีครับ ผมมีนามว่า Journott_Bear เจ้าหมีนักเดินทาง

เรามาเริ่มรู้จักสถานที่แห่งนี้กันดีกว่า…

สถานที่แห่งนี้ คือ หมู่บ้านอีต่อง หรือ เหมืองปิล๊อก นั่นเอง ซึ่งสถานที่แห่งนี้เดิมทีเป็นเหมืองแร่ดีบุกที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน แต่ด้วยการกดราคาแร่จากจีน เหมืองแห่งนี้จึงถูกปิดตัวลงราวๆ 30 กว่าปีมาแล้ว จนทำให้หมืองปิล๊อกกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ต่อมาเมื่อหมู่บ้านอีต่องมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะขึ้น จึงเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ของจังหวัดกาญจนบุรีเลยก็ว่าได้ โดยพิกัดของหมู่บ้านอีต่องแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในชุมชนเล็กๆ ในตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

Location

แผนที่...หมู่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

image_1054078
image_1054081
การเดินทาง...

แต่ก่อนที่จะขึ้นไปชมบรรยากาศอันแสนสวยงามนั้น จะบอกว่าการเดินทางไปปิล๊อกนั้นไม่ง่ายเลย ถือว่าเป็นเส้นทางปราบเซียนที่หนึ่งเลยก็ว่าได้… 

เพราะหมีเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ PCX ยานพาหนะคู่ใจ

ซึ่งจะบอกว่าระหว่างทางคือทำเอาลุ้นมากๆ กว่าจะถึงที่หมายเล่นเอาหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน  555+


image_1054083
image_1054084

       ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกล มากกว่า 300 ก.ม.จากตัวเมืองกรุงเทพฯ
มุ่งเข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ 
จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นที่ตั้งของ เหมืองปิล๊อก 
ถือว่าการเดินทางครั้งนี้ท้าทายเอามากๆ
เพราะจะต้องขึ้นเขาทั้งลูกที่สูงชัน และยังเป็นทางลูกรัง
ที่เป็นหลุมเป็นบ่อ แค่นั้นยังไม่พอ
ทางโค้งที่มากกว่า 399 โค้ง
คืออุปสรรคในการเดินทาง ทำให้ยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก…
แต่เพื่อเป้าหมายคือการได้ไปพิชิตยอดเหมืองปิล๊อก
แค่นี้ถือว่าสบายมาก ( มั้งงง 555+ )

image_1054091
image_1054093

ดินแดน 399 โค้ง...คือแบบ เยอะจริงๆ

image_1054086

       สำหรับใครที่ไม่ได้พารถส่วนตัวมาไม่ต้องกังวลน้าาา เพราะเพื่อนๆ สามารถเดินทาง                 ไปหมู่บ้านอีต่องได้ด้วยรถสองแถวประจำทาง

( คันสีเหลือง ข้างรถเขียนว่า ทองผาภูมิ-อีต่อง )
ได้เลยซึ่งค่าโดยสารประมาณ 60-70 บาท

-ขึ้นได้ที่ตลาดทองผาภูมิ รถออกประมาณ 10.30 น.

-ขาลงจากอีต่องมี 2 เที่ยวคือเวลา  06.30 น. และ 07.30 น.


image_1054087

(คันสีเหลือง ข้างรถเขียนว่า ทองผาภูมิ-อีต่อง)

แวะมาดื่มด่ำธรรมชาตินิดนึงนะคร้าบบ
image_1054101

       เมื่อการเดินทางของเราได้ผ่านพ้นเหล่าลูกรังและทางโค้งอันตรายทั้งหลายมาแล้วนั้น ก่อนจะสุดปลายทางเราจะต้องผ่านอุทยานแห่งชาติทองผาภูมินั่นบ่งบอกถึงว่าเรากำลังจะถึง                       แลนด์มาร์ก สำคัญที่หนึ่งของที่นี่ เมื่อมาเยือนปิล๊อกห้ามพลาดโดยเด็ดขาด 

เหมือนกับว่าถ้าไม่แวะที่นี่ก็เหมือน “ มาไม่ถึงปิล๊อก ” เลยทีเดียว 

ที่นั่นคือ “ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ” นั่นเอง


image_1054094
image_1054095
น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

       " น้ำตกจ๊อกกระดิ่น " แห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นับว่าเป็นจุดเช็คอินจุดแรกก่อนจะขึ้นไปบนยอดเขาปิล๊อก ที่ถือว่าเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะวิวหน้าผา ที่มีน้ำตกที่พวยพุ่งออกจากซอกหน้าผาตามธรรมชาติ ไหลลงมาเป็นสายน้ำตกที่ใสสะอาดมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย สามารถลงเล่นน้ำได้ จะบอกว่าเย็นสบายเอามาก ๆ เลย แล้วที่สำคัญอย่าลืมเก็บภาพตัวเองคู่กับน้ำตกไว้ด้วยล่ะบอกเลยสวยมาก ๆ ๆ


image_1054097

มุมหน้าผาตรงนี้ เป็นมุมที่สวยมากกกก...

image_1054102
image_1054103

เจ้าหมี ขอสักรูปนะครับ ;)

ปลายทางที่ทำให้อิ่มใจ <3

       และเมื่อความเมื่อยล้า และอ่อนเพลียจากการเดินทางบวกกับการแวะเล่นน้ำ ถ่ายรูป และในที่สุดจุดหมายปลายทางของหมีนั้นก็มาถึงจนได้กับสถานที่ที่มีนามว่า“หมู่บ้านอีต่อง” 
ความรู้สึกแรกเมื่อมาถึงบอกเลยว่าคุ้มค่ามากกับความเหนื่อยยากต่างๆ มันแทบจะอธิบายไม่ได้เลยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ด้วยบรรยากาศ ผู้คน วิถีชีวิต รวมไปถึงวิวต่างๆ ภายในหมู่บ้าน มันช่างเป็นที่ที่เหมาะอย่างมากกับการพาตัวเองออกมาปล่อยตัวปล่อยใจให้สบาย เหมือนกับว่าเราได้มาชาร์จพลังให้กับตัวเองไปในตัวเลย...

image_1054105
image_1054107
image_1054106

       บรรยากาศภายในหมู่บ้านให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่เป็นครอบครัวเดินไปจุดไหนก็มักจะได้กลิ่นอายของความเป็นพม่า กะเหรี่ยง และความเป็นไทยปะปนกันอยู่ในนั้น เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้มาเจอที่นี่ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่รวมกันหลากหลายเชื้อชาติก็ตาม แต่นั่นก็ไร้วี่แววของความแตกแยกเลย... 

       จนทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า 

“ในเมื่อเราทุกคนล้วนมีความแตกต่างไม่ว่าจะเป็น ต่างความคิด ต่างนิสัย  ต่างที่มา แต่สุดท้ายจุดมุ่งหมายเดียวกันที่ทุกคนมาที่นี่ ล้วนแล้วแต่ออกมาหาความสุขให้ตัวเองทั้งนั้น"

image_1054108
ก่อนกลับขอไปสูดธรรมชาติให้เต็มปอดสักหน่อยยย…
image_1054109

       สถานที่สุดท้ายที่หมีอยากจะแนะนำ ก่อนที่จะจบทริปนี้นั้น เป็นที่ที่หมีตั้งตารอเวลาเพื่อที่จะได้ขึ้นมาบนนี้เลย นั่นก็คือ“จุดชมวิวเนินช้างศึก”  เป็นสถานที่ที่สามารถมองเห็นตัวหมู่บ้านอีต่องได้ทั้งหมด 360 องศา และสามารถมองเห็นฝั่งพม่าได้อีกด้วย โดยสถานที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวดีๆ ที่หนึ่งของไทยเลยก็ว่าได้…

image_1054110
image_1054111
image_1054112

       ในตอนนั้นเองเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ผมนั้นได้ชื่นชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ความหนาวจากอากาศยามเย็นที่มีไอหมอกค่อยๆ ปกคลุมในทุกพื้นที่ของจุดชมวิว ทำให้ทัศนียภาพของเนินช้างศึกนั้น เต็มไปด้วยความหนาวเย็น แต่ถึงอย่างนั้นผมกลับเห็นทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่ ล้วนแล้วแต่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันทำให้ผมได้รู้ว่า...
       

อ๋อ... นี่สินะคือสิ่งสำคัญที่เหล่านักเดินทางต่างพากันตามหา มันเป็นการโหยหาธรรมชาติที่มนุษย์เองก็ไม่สามารถสร้างขึ้นได้มันเป็นภาพที่สวยงามมากสำหรับผม… 

image_1054114
image_1054113
image_1054115

จากการเดินทางของผมในครั้งนี้
ทำให้ผมได้เจอกับหลายสิ่งหลายอย่าง จึงทำให้ผมก็คิดได้ว่า

“ความสุขของทุกคน มันช่างต่างกันจริงๆ อยู่ที่ว่าเราจะหาความสุขของเราเจอจากสิ่งไหนต่างหาก”

image_1054117
image_1054119

ถึงแม้ว่า  ปิล๊อก-อีต่อง ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่ง ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเดินทางอย่างหมีรู้สึกอิ่มใจในการเดินทางในทริปนี้ นั่นคือ การได้เอาตัวเองออกไปจากสังคมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาอันสั้น แต่ผมก็ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
ที่ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะเดินผ่านไปนานเท่าไหร่ สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงทิ้งร่องรอยของความสวยงามไว้ ให้คงอยู่กับ ชุมชนแห่งสายหมอก แห่งนี้ตราบนานเท่านาน...


image_1054123

ไว้พบกันใหม่นะ... ปิล๊อก-อีต่อง

image_1054415

สามารถเข้าดูภาพเพิ่มเติม และฝากกดติดตาม
ผลงานของ "เจ้าหมีนักเดินทาง" ด้วยนะครับ :)
Instagram : paiikabkry_

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
16 September 2021 13:59
12 September 2021 16:41
6 September 2021 04:02
5 September 2021 11:10
Search @