6 ข้อควรรู้ห้ามพลาด สำหรับมือใหม่หัดต่อเล็บยังไงให้ปังและสุขภาพดี

6 ข้อควรรู้ห้ามพลาด สำหรับมือใหม่หัดต่อเล็บยังไงให้ปังและสุขภาพดี

เล็บเดิมสั้น ยาวช้ามาก ยาวมาไม่ถูกใจอีก มาหาข้อควรรู้เกี่ยวกับการได้เล็บปังๆ กับบทความ “6 ข้อควรรู้ห้ามพลาด สำหรับมือใหม่หัดต่อเล็บยังไงให้ปังและสุขภาพดี” เลยค่ะซิส

19 February 2022
Ppom
19 February 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮัลโหลล~ สาวๆ ซิสต้าทุกคนคะ ช่วงนี้เทรนด์สีเล็บสวยๆ มีเข้ามาให้เลือกเยอะจนตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าจะทำเล็บแบบไหนดีใช่ไหมคะ แต่นอกเหนือจากการทายาทาเล็บลงไปแบบตรงๆ แล้ว มันก็มีอีกวิธีหนึ่งที่สาวๆ จะสามารถมีเล็บยาวสวยๆ ได้แบบไม่ต้องรอนาน แถมยังไม่ทำให้เล็บเสียด้วย อย่างการ “ต่อเล็บ” นั่นเอง ซึ่งถ้าสาวๆ มีปัญหาเล็บหัก เสียง่าย ยาวช้า แต่ยังอยากทำเล็บดูมีสีสันอยู่ก็ลองมาดูข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อเล็บเพิ่มกันดีกว่า ว่าแล้วก็ไปกันเล้ยย เย่!!


1.ต่อเล็บเจลเป็นยังไง

image_1074290
- ที่มารูป: i.pinimg.com

มาเริ่มที่ประเภทการต่อเล็บแบบแรกกันก่อนเลยกับ “การต่อเล็บแบบเจล” คือการต่อเล็บจากการปั้นเจลและใช้เครื่องอบตอนทำให้เล็บเซตตัว โดยเล็บที่ได้จะยาว, บาง, น้ำหนักเบา, แข็งแรงและดูเป็นธรรมชาติเหมือนเล็บจริงๆ ในส่วนขั้นตอนเมื่อเทียบกับการต่อแบบอะคริลิกคือทำได้ง่ายกว่า, เร็วกว่าและไม่มีกลิ่นฉุน แต่ก็จะมีข้อเสียตรงตอนถอดจะต้องใช้เครื่องเจียรไนในการถอดเล็บ ผลลัพธ์อาจทำให้เล็บบางลงได้นั่นเอง


2. ต่อเล็บอะคริลิกต่างยังไง

image_1074291
- ที่มารูป: i.pinimg.com

มาต่อกับ “การต่อเล็บแบบอะคริลิก” กันบ้าง โดยจะต่างกับการต่อแบบเจลคือจะเป็นการเพิ่มความยาวเล็บจากการผสมแป้งอะคริลิกและน้ำยาละลายให้เข้ากันเพื่อต่อเล็บ ผลลัพธ์ก็จะได้เล็บที่แข็งแรงกว่าแบบเจล, ทนทานกว่า, สามารถทำเล็บได้หลายสไตล์และหลายแบบกว่าแบบเจล แต่จะมีข้อเสียตรงที่มีน้ำหนักมากกว่าแบบเจลและเวลาถอดเล็บด้วยน้ำยาถอดอะคริลิกจะมีกลิ่นฉุนมาก อาจจะไม่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่ชอบกลิ่นฉุน เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือวิงเวียนศีรษะได้ แต่ถ้าสาวๆ เทียบแล้วชอบอันไหนก็จัดเลยค่ะซิส!


3. เล็บที่ต่ออยู่ได้นานเท่าไหร่

image_1074292
- ที่มารูป: i.pinimg.com

การต่อเล็บแต่ละแบบจะมีเวลาใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็นอะครีลิกหรือเจล จะมีระยะเวลาของเล็บที่ต่ออยู่ได้ประมาณ 1 เดือนและเล็บของเราก็จะค่อยๆ ยาวออกมา แทนที่เล็บที่ต่อไป สำหรับสาวๆ ที่ไม่อยากถอดเล็บที่ต่อมาออกและทำใหม่ สามารถเอาตรงเล็บธรรมชาติที่งอกออกมาใหม่ไปให้ร้านเติมเล็บตรงโคนให้ก็ได้เช่นกันค่า ประหยัดแถมได้เล็บต่อที่สวยถูกใจแน่นอน


4. ต่อเล็บแพงไหม

image_1074293
- ที่มารูป: i.pinimg.com

มาในเรื่องราคาการต่อเล็บบ้าง โดยแต่ละที่อาจตั้งราคาไว้ในเรทที่ต่างกัน แต่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งสำหรับสาวๆ ที่ไม่อยากเสียเวลารอเล็บยาวแล้วอยากได้เล็บที่สวยๆ ในเวลาสั้นๆ เราว่าคุ้มนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นการต่อเล็บแบบเจลหรือต่อแบบอะคริลิก สาวๆ ก็จะได้เล็บยาวๆ สวยๆ ปังๆ แน่นอน อีกอย่างการต่อเล็บจะไม่ทำลายเล็บเดิมของเราและสาวๆ ก็สามารถตกแต่งเล็บได้ตามชอบอีกด้วย


5. ดูแลเล็บหลังจากที่ต่อยังไง

image_1074294
- ที่มารูป: i.pinimg.com

หลังจากที่ต่อเล็บจนสวยได้รูปเล็บปังๆ แล้วก็อย่าลืมหันกลับมาดูแลเล็บของเราให้กลับมาสวยปิ๊งเหมือนเดิม อย่างการไว้เล็บให้สั้นไว้ก่อนแล้วปล่อยให้ยาวแบบธรรมชาติไปเรื่อยๆ นะคะ เพราะหลังจากที่ต่อเล็บไปเล็บเดิมของเราอาจมีส่วนที่ไม่แข็งเเรงและได้รับความเสียหาย การปล่อยให้เล็บค่อยๆ ยาวใหม่จะได้เล็บที่แข็งแรงและมีความชุ่มชื่นมากขึ้นค่า ส่วนระยะเวลาในการจะต่อเล็บใหม่ก็ต้องเว้นไปก่อนจนกว่าเล็บจะแข็งแรงเป็นอันเวิร์คที่สุดค่ะ


6. กินอะไรดีกู้เล็บพังยับเยิน

image_1074295
- ที่มารูป: i.pinimg.com

นอกจากการตัดเล็บหรือทาครีมบำรุงความชุ่มชื่นให้เล็บแล้ว การกินอาหารที่มีประโยชน์และถูกจุดจะช่วยทำให้เล็บกลับมาแข็งแรงได้เร็วยิ่งขึ้น เหมือนกับคำว่าดูดีจากภายในสู่ภายนอกนะคะ อิอิ ซึ่งอาหารที่น่าตำและอยากแนะนำให้สาวๆ กินกู้เล็บฟังก็ได้แก่ อาหารตระกูลถั่วอย่างอัลมอนด์, ถั่ว, วอลนัท, อะโวคาโด, มันเทศ, อาหารที่มีวิตามิน E และอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง จะช่วยบำรุงเล็บได้ดีมากก และการดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยบำรุงเล็บได้อีกด้วย


เรียบร้อยกับ “6 ข้อควรรู้ห้ามพลาด สำหรับมือใหม่หัดต่อเล็บยังไงให้ปังและสุขภาพดี” ได้ความว่าอยากไปต่อเล็บบ้างไหมคะซิส อิอิ แต่อยากแนะนำคนที่อาจจะไม่ชอบรูปเล็บเดิมของตัวเองว่า ถ้าเล็บเดิมไม่ว่าจะไว้ยาวยังไงก็ไม่ถูกใจสามารถไปต่อเล็บได้นะคะซิส แล้วค่อยๆ ปรับแต่งเล็บงอกใหม่ให้เหมือนเข้ารูปกับเล็บที่ต่อก็ช่วยได้ แต่ถ้าสาวๆ จะต่อเล็บให้สวยๆ ก็อย่าลืมดูแลเล็บและกินอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนะคะ รอดูเล็บต่อปังๆ ของสาวๆ งับ บ๊ายบายย~


herzindagi.com
- ที่มา: www.herzindagi.com
cosmopolitan.com
- ที่มา: www.cosmopolitan.com
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @