รวบตึง 5 โรคที่เกิดจากการกินของสุกๆ ดิบๆ ภัยเงียบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

รวบตึง 5 โรคที่เกิดจากการกินของสุกๆ ดิบๆ ภัยเงียบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ใครที่ชอบกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ระวังเอาไว้ให้ดี เพราะของกินแบบนี้ อาจจะทำให้คุณมีอาการป่วยเป็นโรคที่เรากำลังจะพูดให้ฟังในวันนี้ได้ ซึ่งเป็นโรคที่น่ากลัวและน่าหวาดหวั่นอีกด้วย จะมีโรคอะไรบ้าง ต้องไปดูกันค่ะ!

28 February 2022
belfry
28 February 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1076388
- ที่มารูป: static2.eghtesadonline.com


ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนนึงที่ชอบกินอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ต้องระวัง เพราะว่าอาหารประเภทนี้ มาพร้อมโทษร้ายแรง ที่เพื่อนๆ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน มันอาจจะอร่อยสำหรับใครหลายๆ คน แต่แน่นอนว่าของดิบๆมักมาพร้อมกับโทษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพ วันนี้เรารวม 5 โรค ที่เกิดจากการกินของสุกๆ ดิบๆ มาแชร์ต่อ นี่มันอันตรายสุดๆ แต่ละโรค พูดเลยว่าน่ากลัวและน่าสยดสยองมากๆ อะๆ อย่าเพิ่งชะล่าใจ มาดูกันก่อนว่ามีโรคอะไรบ้าง เช็คสุขภาพไปพร้อมๆ กันเลย!

1. ไข้สมองอักเสบหูดับ

image_1076389
- ที่มารูป: pic.hotime.asia

เป็นหนึ่งในโรคที่เรามักได้ยินบ่อยมากๆ โรคนี้เกิดจากเชื้อชนิดหนึ่ง ที่เป็นสาเหตุของภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือดและการสูญเสียการได้ยิน สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ โดยการกินเนื้อสัตว์ที่สุกๆ ดิบๆ และการสัมผัสสัตว์ป่วย ทำให้เชื้อเข้าทางบาดแผลตามร่างกายหรือเข้าทางเยื่อบุตา ใครก็ตามที่ชอบกินเนื้อหมูดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ระวังไว้ให้ดีคุณอาจจะโชคร้ายติดเชื้อนี้เข้าไปได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นโรคที่สามารถพบได้ทุกช่วงอายุ โดยทั่วไปจะพบในผู้ใหญ่ และพบในเพศชายสูงกว่าเพศหญิง

อาการของโรคนี้ มักจะมีอาการหลังรับเชื้อไม่เกิน 3 วัน โดยอาการที่พบจะมีทั้ง เป็นไข้ หนาวสั่น หอบเหนื่อย คลื่นไส้ ปวดหัว ไปจนถึงเยื่อหุ้มสมองอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากภาวะ toxic shock syndrome ในส่วนของผู้ป่วยที่ไม่เสียชีวิต ส่วนใหญ่มักจะพบความพิการตามมา เช่นสูญเสียการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง และสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกหรือเรียกว่าหูดับ เพราะฉะนั้นแนะนำว่า ปลุกสุกสะอาดและปลอดภัยกว่าเยอะเลย

2. โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร

image_1076390
- ที่มารูป: cdn.cigdigital.net

หมายถึงการติดเชื้อของอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร โดยอาการหลักๆ คือ อาการปวดท้องที่อาจเกิดได้ที่ช่องท้อง ไม่มีอาการปวดเฉพาะจุด ร่วมกับอาการท้องเสีย มีไข้ได้ ลักษณะอาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทันที ซึ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการรับเชื้อ จะมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่ามองว่า ไม่อันตราย เพราะบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินอาหาร เกิดจากการบริโภคอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด มีเชื้อโรคปนเปื้อน รวมไปถึงการรับประทานหรือดื่มโดยใช้ของใช้ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคด้วย เพราะฉะนั้นการป้องกันการติดเชื้อทางเดินอาหาร ควรเริ่มจากการรักศาสุขอนามัยพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นหากพบว่าตัวเองมีอาการป่วยของโรคนี้ ควรรีบไปหาหมอ เพื่อทำการรักษา อย่าประละเลยเด็ดขาดนะจ๊ะ

3. พยาธิทริคิโนซีส

image_1076391
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

เป็นโรคเกิดจากพยาธิชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ทริคิเนลลาสไปราลิส ซึ่งมีอยู่ในเนื้อหมูหรือหนู คนที่เป็นโรคนี้จะต้องกินเนื้อหมูหรือหมูที่มีซิลต์ของพยาธิและไม่ได้ทำให้สุกก่อน เช่น ลาบ แหนม เป็นต้น

อาการของโรคนี้จะแบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 เป็นระยะที่พยาธิอยู่ในลำไส้ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนและท้องเดินหลังจากกินเนื้อหมูที่มีซิลต์ของพยาธิประมาณ 24-72 ชั่วโมง และมีอาการอยู่นาน 1-7 วัน
ระยะที่ 2 พยาธิตัวเมียออกลูกและพยาธิตัวอ่อนเข้าไปในกระแสเลือด แล้วใช้เข้ากัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง เจ็บปวดตามกล้ามเนื้อมากจนไม่อยากกระดุกกระดิก อาจหายใจ เคี้ยว กลืนหรือพูดลำบาก อาจมีอาการบวมที่หนังตา หรือมีผื่นแดงขึ้น หรือมีเลือดออกใต้เล็บ และบางรายอาจะมีอาการที่รุนแรงมากว่านี้ด้วย
ระยะที่ 3 เป็นระยะที่พยาธิตัวอ่อนมีซิลค์หุ้ม ผู้ป่วยจะค่อยๆ ดีขึ้น ไข้ลดลงและอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อค่อยๆ ทุเลาลง แต่ซิลต์จะอยู่ในกล้ามเนื้อตลอดไป โดยมีหินปูมาจับ
เพราะฉะนั้นเราแนะนำให้เลือกทานอาหารที่ปรุงสุกจะดีกว่า ทั้งสะอาดและปลอดภัย แถมยังไม่เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคใดๆ อีกด้วย แต่หากพบว่าตัวเองมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อทำการรักษานะคะ

4. พยาธิตัวตืด

image_1076392
- ที่มารูป: www.girlsallaround.com

จากที่เราเห็นในข่าวบ่อยๆ พี่หมอผ่าตัดเอาพยาธิออกมาจากลำไส้คน เจ้านั้นก็คือตัวนี้แหละค่ะ พยาธิตัวตืด เป็นพยาธิตัวแบนสีขาวขุ่น ลำตัวมีลักษณะเป็นปล้อง มีความยาวหลายเมตร ซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้คนและทำให้เกิดอาการป่วยติดเชื้อได้ โดยเข้าสู่ร่างกายผ่านน้ำดื่มหรืออาหารที่เจือปนไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิ โดยเฉพาะอาหารกึ่งสุกจึงดิบ ซึ่งมักพบอยู่ในกล้ามเนื้อหมู วัวและควาย แม้อาการจะไม่รุนแรงมากนัก แต่การแพร่กระจายของตัวอ่อนอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไหนแรงได้ อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิตัวตืดในลำไส้มักไม่มีอาการโรคปรากฏ แต่บางรายก็มีอาการป่วยแสดงออกมาเช่น คลื่นไส้ เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้อง ท้องเสีย ไปจนถึงขาดสารอาหาร ในส่วนของการรักษา ส่วนใหญ่จะรักษาโดยการให้ทานยาถ่ายพยาธิ แต่หากพบว่าพยาธิตัวตืดแพร่กระจายและลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ก็อาจจะใช้วิธีการรักษาในแบบอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่นที่เราเห็นบ่อยๆ ในข่าว คือการผ่าตัด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอนั่นเองค่ะ

5. แอนแทรกซ์

image_1076393
- ที่มารูป: sehatqcontent.s3.amazonaws.com

คือโรคที่ติดเชื้อร้ายแรง ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนึง ซึ่งสามารถพบได้ตามธรรมชาติในดิน มักแพร่ระบาดในสัตว์กินพืชและติดต่อไปสู่คนจากการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก ผู้ป่วยโรคนี้ จะแสดงอาการตามรูปแบบการติดเชื้อ ซึ่งสามารถเกิดได้กับบริเวณใดในร่างกายก็ได้ และไม่ว่าคุณจะได้รับเชื้อมาในรูปแบบใด ก็ล้วนอันตรายทั้งสิ้น หากไม่ได้รับการรักษา เพราะเชื้ออาจจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายจะมีอาการป่วยรุนแรงและถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้อาการและระยะแสดงอาการของโรคแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกัน มีทั้งติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหาร ติดเชื้อที่ผิวหนัง ติดเชื้อจากการฉีดยาและติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ

สาเหตุของโรคนี้ อาจเกิดจากการสัมผัสกับตัวสัตว์หรือผลิตภัณฑ์สัตว์ที่ติดโรคนี้เข้า ทั้งผ่านเนื้อสัตว์ ขน หรือหนังสัตว์ โดยเฉพาะคนที่ชอบกินของสุกๆ ดิบๆ ระวังไว้ให้ดี อันตรายมากนะ

image_1076394
- ที่มารูป: d12man5gwydfvl.cloudfront.net


สำหรับเรา เราว่าการทานอาหารแบบปรุงสุด ยังไว้ยังไงมันก็ปลอดภัยกว่าอยู่แล้ว คนที่ชอบกินอาหารสุกๆ ดิบๆ จนชิน ไปตรวจสุขภาพบ้างก็ดีนะ ไม่แน่นะ อาจจะมีน้องพยาธิอาศัยอยู่ในลำไส้ของเพื่อนแล้วตอนนี้ ก็เป็นได้ อี๋~

สำหรับวันนี้ต้องขอตัวไปก่อนแล้ว บ๊ายบาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @