ตาค้างแทบทุกคืน! รวม 7 สาเหตุที่ทำให้ “ นอนไม่หลับ ” ถึงรู้สึกง่วง เหนื่อย เพลียแค่ไหนก็หลับไม่ลง  👁

ตาค้างแทบทุกคืน! รวม 7 สาเหตุที่ทำให้ “ นอนไม่หลับ ” ถึงรู้สึกง่วง เหนื่อย เพลียแค่ไหนก็หลับไม่ลง 👁

ใครที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับแล้วยังหาสาเหตุไม่ได้ ก็ต้องลองอ่าน 7 สาเหตุที่ทำให้ “ นอนไม่หลับ ” ทั้งที่รู้สึกเหนื่อย แล้วเช็กกับตัวเองดูสิว่ามันเป็นเพราะสาเหตุเหล่านี้รึเปล่า?!

15 March 2022
Pearrisa
15 March 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   

ช่วงกลางวัน #ง่วงได้ง่วงดี อยากนอนตลอดเวลา แต่พอตกกลางคืนกลับตาค้างซะงั้น !!!

หากพูดถึงปัญหาสุขภาพยอดฮิตที่พบเจอได้ในคนทุกเพศทุกวัยก็หนีไม่พ้น ปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ นี่แหละค่ะ หลายคนอาจคิดว่าแค่นอนไม่หลับมันก็อาจทำให้รู้สึกง่วงๆ เพลียๆ ระหว่างวันเท่านั้น แต่ความจริงแล้วหากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว หรือเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงกว่าที่คิด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ

แล้วมีใครเจอปัญหาแบบเดียวกันบ้างรึเปล่า ทั้งๆ ที่รู้สึกง่วงและเหนื่อยมากๆ จนแทบลืมตาไม่ขึ้น แต่พอล้มตัวนอนหัวถึงหมอนทีไรกลับนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ต้องพลิกตัวไปมาตลอดคืน… วันนี้เราจึงลิสต์ 7 สาเหตุที่ทำให้ “ เหนื่อยแต่นอนไม่หลับ ” มาให้ได้ลองเช็กกับตัวเองดูว่าอาการนอนไม่หลับของคุณสาวๆ มันเกิดจากสาเหตุเหล่านี้รึเปล่า???

★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★


   

➊ งีบหลับผิดเวลา

image_1078501
- ที่มารูป: i.pinimg.com


ไม่ว่าจะเป็นคนวัยเรียนหรือวัยทำงาน หลังกินมื้อกลางวันจนอิ่มแปล้ก็มักจะเข้าตำรา #หนังท้องตึง หนังตาหย่อน แทบทุกราย จนแอบงีบหลับระหว่างวันเพื่อชาร์ตแบตให้ตัวเองอยู่บ่อยๆ ใช่มั้ยละ? จริงๆ แล้วการงีบหลับระหว่างวันไม่ใช่เรื่องแย่หรือเลวร้ายอะไรเลยนะคะ เพราะมันจะช่วยเพิ่มพลังให้มีเรี่ยวแรงอีกครั้ง แล้วยังปลุกสมองให้ตื่นตัวขึ้นกว่าเดิมด้วย แต่หากคุณสาวๆ งีบหลับระหว่างวันนานหลายชั่วโมง หรืองีบหลับผิดเวลาช่วงบ่ายแก่ๆ จนเกือบเย็นเป็นประจำ นี่ก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาค้างจนนอนไม่หลับในช่วงกลางคืน หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกก็เป็นได้ ทางที่ดีแนะนำให้งีบหลับระหว่างวันไม่เกิน 20 นาที ก็จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและไม่งัวเงียหลังตื่นด้วยค่ะ

  

➋ เกิดภาวะเครียด / ซึมเศร้า

image_1078500
- ที่มารูป: i.pinimg.com


สาวซิสรู้รึเปล่าว่าปัจจัยทางจิตใจ ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้เหมือนกันนะ อย่างคนที่ เกิดภาวะเครียดสะสมหรือมีอาการซึมเศร้า ก็มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับสูงด้วย เหตุผลก็เป็นเพราะ ช่วงไหนก็ตามที่มีความเครียดหรือวิตกกังวล จะส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวและนอนหลับยากขึ้น ส่วนคนที่มีอาการซึมเศร้าก็มักมีอาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอ่อนเพลียหรือง่วงนอนระหว่างวัน ซึ่งหากปัญหานอนไม่หลับเกิดขึ้นจากภาวะเครียดหรืออาการซึมเศร้า ก็แนะนำว่าควรแวะไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหานี้จะดีที่สุดค่ะ

   

➌ ดื่มกาแฟเยอะเกินไป

image_1078499
- ที่มารูป: i.pinimg.com


อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าหนึ่งในตัวการที่ทำให้หลายคนตาค้างในตอนกลางคืนก็คือ “ คาเฟอีน ” ในเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างกาแฟค่ะ เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นให้สมองตื่นตัว รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และอาจทำให้มีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย นอกจากนี้คาเฟอีนยังมีค่าครึ่งชีวิต ( Half-life ) นานถึง 5 ชั่วโมง หรือจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หากร่างกายได้รับคาเฟอีนเข้าไป 400 มิลลิกรัม หลังผ่านไปแล้ว 5 ชั่วโมงก็จะยังคงเหลือคาเฟอีนตกค้างในร่างกายอีกประมาณ 200 มิลลิกรัมนั่นเอง แบบนี้หาก ดื่มกาแฟเยอะเกินไป หรือดื่มกาแฟช่วงบ่าย / ใกล้เวลาเข้านอน ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาการนอนไม่หลับได้ค่ะ

   

➍ ติดส่องโซเชียลก่อนนอน

image_1078498
- ที่มารูป: i.pinimg.com


ลองนึกย้อนดูสิว่าที่ผ่านมาเวลาล้มตัวนอนลงบนเตียงนุ่มๆ มีใครชอบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาส่องโซเชียล หรือเปิดซีรีส์เรื่องโปรดดูก่อนนอนทุกคืนบ้างคะ? ขอบอกเลยว่า พฤติกรรมชอบใช้ชีวิตติดจอ แบบนี้ ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยหรือเพลียขนาดไหนก็ตาสว่างตลอดคืน นั่นก็เพราะแสงสีฟ้าที่ส่องมาจากหน้าจอสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค หรือทีวีจะ กดการหลั่ง “ เมลาโทนิน ” ฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องการนอนหลับ ยังไงล่ะคะ ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองใหม่ ด้วยการงดดูสมาร์ตโฟน โน้ตบุ๊ค หรือทีวี 2 ชั่วโมงก่อนนอน และวางอุปกรณ์เหล่านี้ให้ห่างตัวเวลานอนหลับด้วยนะคะ

  

➎ ออกกำลังกายใกล้เวลานอน

image_1078497
- ที่มารูป: i.pinimg.com


คุณสาวๆ สายเฮลธ์ตี้ที่ชอบออกกำลังกายเพิ่มความเฟิร์มเป็นประจำ พวกเธอจะลุกขึ้นมาฟิตร่างกายเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จะออกกำลังกายก่อนนอนไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ ที่ต้องเอ่ยปากเตือนแบบนี้ก็เพราะว่า การออกกำลังกายใกล้กับเวลานอนมากๆ อาจทำให้นอนไม่หลับในช่วงเวลากลางคืนได้นั่นเอง โดยเฉพาะคนที่เว้นระยะเวลาออกกำลังกายก่อนเข้านอนน้อยกว่า 3 ชั่วโมง ก็ยิ่งมีโอกาสนอนไม่หลับสูงขึ้นไปอีก เพราะ การออกกำลังกายจะกระตุ้นระบบเผาผลาญและเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ จนทำให้รู้สึกตื่นตัว นอนไม่หลับ และอาจสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยๆ บอกเลยว่าตื่นขึ้นมาแล้วเพลียหนักเหมือนคนไม่ได้นอนเลยทีเดียว

   

➏ กินอาหารโปรตีนสูง

image_1078496
- ที่มารูป: i.pinimg.com


นอกจากอาหารที่ตักเข้าปากในแต่ละมื้อ มันจะช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยและทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้แล้ว ยังส่งผลต่อทั้งสุขภาพ ผิวพรรณ หุ่น และคุณภาพการนอนหลับด้วยนะ แล้วหนึ่งในเมนูอาหารที่อาจรบกวนการนอนหลับ ทำให้หลับยากหรือหลับไม่สนิทก็คือ “ อาหารโปรตีนสูง ” นี่แหละค่ะ หากคุณสาวๆ กินอาหารโปรตีนสูงใกล้เวลาเข้านอนมากๆ ก็อาจทำให้ระบบย่อยอาหารปั่นป่วน เพราะต้องใช้พลังงานสูงในการย่อยโปรตีนที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับแม้ว่าจะรู้สึกง่วงมากๆ ก็ตามค่ะ

  

➐ บรรยากาศในห้องนอนไม่ผ่อนคลาย

image_1078495
- ที่มารูป: i.pinimg.com


และแล้วก็มาถึงสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับข้อสุดท้าย ที่ต่อให้ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน หรือเหนื่อยจนหนักร่างแทบพัง แต่ก็ข่มตานอนหลับไม่ลงสักที นั่นก็คือ บรรยากาศในห้องนอนไม่เหมาะแก่การนอนหลับพักผ่อน ค่ะ อย่างใครที่ชอบ เปิดไฟในห้องนอนให้แสงสว่างจ้า พอดวงตาเจอแสงก็อาจทำให้สมองถูกหลอกว่าถึงเวลาตื่นแล้ว และยังลดการผลิต “ เมลาโทนิน ” ฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายรู้สึกง่วงนอน นอกจากนี้หาก อากาศในห้องนอนร้อนอบอ้าว ก็อาจอึดอัดไม่สบายตัวและรู้สึกร้อนจนนอนไม่หลับได้เหมือนกันค่ะ


  

★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★

หลังจากที่ได้ลองเช็ก สาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ ไปจนครบทั้ง 7 ข้อแล้ว คราวนี้คุณสาวๆ ก็คงรู้แล้วนะว่ามีปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้นอนไม่หลับสารพัดอย่างเชียวละ ไม่ว่าจะเป็นการงีบหลับระหว่างวันที่ไม่ถูกต้อง, เกิดภาวะเครียด / ซึมเศร้า, ดื่มกาแฟเยอะเกินไป, เล่นสมาร์ทโฟนก่อนนอน, ออกกำลังกายใกล้เวลานอน ฯลฯ ซึ่งในบางครั้งสาเหตุที่ทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องยาก หรือตาสว่างยิงยาวถึงเช้าอยู่บ่อยๆ มันอาจเกิดจากพฤติกรรมที่เผลอทำจนชินด้วยเช่นกัน แบบนี้หากอยากจะเปลี่ยนมาเป็นคนที่นอนหลับง่ายขึ้น ก็ต้องหยุดพฤติกรรมแย่ๆ เหล่านั้นโดยไว แล้วหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วยนะคะ

  

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @