กัดเก่งที่สุดเลยเว้ยแก! แชร์ 7 วิธีแก้ปัญหา “ รองเท้ากัด ” แบบได้ผล ไม่ต้องทนเดินไปเจ็บเท้าไป 👠

กัดเก่งที่สุดเลยเว้ยแก! แชร์ 7 วิธีแก้ปัญหา “ รองเท้ากัด ” แบบได้ผล ไม่ต้องทนเดินไปเจ็บเท้าไป 👠

ใครที่เจอปัญหา #รองเท้ากัดเก่ง อยู่บ่อยๆ จนรู้สึกทรมานกับแผลแสบๆ คันๆ ก็ต้องลองทำตาม 7 วิธีแก้ปัญหา “ รองเท้ากัด ” แบบได้ผล ที่จะช่วยให้ใส่รองเท้าสบายขึ้น ไม่ต้องทนเจ็บเท้าอีกต่อไปแล้วค่ะ

14 June 2022
Pearrisa
14 June 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   

อะไรเอ่ย “ กัด ” เก่งที่สุด… คำตอบก็คือ “ รองเท้า ” นั่นเองค่ะซิส ><

   

image_1089334
- ที่มารูป: i.pinimg.com

   

เรามั่นใจว่า “ รองเท้ากัด ” ต้องเป็นปัญหากวนใจที่สาวๆ ทุกคนต้องเคยเจอ หรือมีประสบการณ์เจ็บแสบ ( แผล ) จากการโดนรองเท้าคู่โปรดกัดอย่างแน่นอน ถึงแม้จะตั้งใจเลือกซื้อรองเท้าคู่ที่สวยและโดนใจมากที่สุด แล้วลองใส่เดินไป - มาในร้านรองเท้าจนคิดว่ามั่นใจว่าคู่นี่แหละใช่เลยก็ตาม แต่พอหยิบรองเท้าคู่สวยมาใส่เดินในชีวิตประจำวันเท่านั้นแหละค่ะ เจ้ารองเท้าตัวดีก็กัดเก่งจนต้องเดินกะเผลกๆ ด้วยความเจ็บปวด แถมยังเสียดสีจนทำให้เกิดแผลที่แสบขั้นสุดเวลาโดนน้ำอีกต่างหาก #ไม่อ่อนโยนเลย

งานนี้สาวซิสคนไหนที่ซื้อรองเท้าคู่ใหม่ทีไรก็โดนกัดจนเท้าเป็นแผลตลอดๆ ก็ต้องลองทำตาม 7 วิธีแก้ปัญหา “ รองเท้ากัด ” แบบง่ายๆ และได้ผล ที่เราหยิบมาแชร์กันให้ไวเลยนะ เพราะวิธีเหล่านี้จะช่วยลดการเสียดสีระหว่างเท้าและรองเท้า และช่วยให้ใส่รองเท้าเดินไปไหนมาไหนได้สบายขึ้นด้วยค่ะ

• ┈ • ┈ • ┈ • ┈ • ┈ •


   

7 วิธีแก้ปัญหา “ รองเท้ากัด ” แบบได้ผล ไม่ต้องทนเจ็บอีกต่อไป!

➀ ติดแผ่นกันกัดช่วยแก้ได้

   

image_1089335
- ที่มารูป: i.pinimg.com


เมื่อเจอกับปัญหารองเท้ากัด วิธีแก้ที่หลายคนนึกถึงเป็นอย่างแรกก็ต้องเป็นการรีบหาซื้อ “ แผ่นกันกัด ” มาติดรองเท้านี่แหละค่ะ เพราะแผ่นกันกัดที่ราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่ายๆ ตามร้านขายยาหรือซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นตัวช่วยแก้ปัญหารองเท้ากัดที่ได้ผลและใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น โดยแผ่นกันกัดที่วางขายทั่วไปมีให้เลือกซื้อหลายแบบ หลายสี และหลายรูปทรง แล้วยังมีทั้งแผ่นกัดกัดสำหรับนิ้วเท้าและด้านหลังส้นเท้าด้วยนะ เพียงแค่เลือกซื้อแผ่นกันกัดที่มีขนาดไม่หนาจนเกินไป แล้วนำแผ่นกันกัดมาติดไว้ด้านในของรองเท้าบริเวณรองเท้ากัด เท่านี้ก็ช่วยแก้ปัญหารองเท้ากัดได้แบบไม่รู้สึกอึดอัดไม่สบายเท้าแล้วค่ะ

   

➁ ทาวาสลีนบริเวณนิ้วเท้า / ส้นเท้า / ข้อเท้า

   

image_1089336
- ที่มารูป: i.pinimg.com


ลองค้นดูหน่อยสิว่าได้ซื้อ “ วาสลีน ” ติดบ้านเอาไว้รึเปล่า? เหตุผลที่เราถามหาวาสลีนก็เป็นเพราะไอเทมชิ้นนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ปัญหารองเท้ากัดได้อย่างเห็นผลนั่นเองค่ะ นอกจากวาสลีนจะสามารถนำมาใช้ทาบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น ลดปัญหาปากแห้งลอก หรือใช้บำรุงเส้นผม / ขนตาให้แข็งแรงและดูสุขภาพดีขึ้นได้แล้ว ก็ยังหยิบวาสลีนมาใช้ทาบริเวณนิ้วเท้า / ส้นเท้า / ข้อเท้าเป็นประจำ ก่อนใส่รองเท้าออกไปเดินลั้ลลาข้างนอก เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้เท้าไม่แห้งกร้าน รวมทั้งช่วยลดการเสียดสีระหว่างเท้าและรองเท้า และป้องกันรองเท้ากัดจนทำให้เกิดแผลพุพองได้ด้วยค่ะ

   

➂ ใส่ถุงเท้าช่วยลดการเสียดสี

   

image_1089337
- ที่มารูป: i.pinimg.com


เคยสังเกตเห็นเหมือนกันรึเปล่าคะว่าเวลาใส่รองเท้าผ้าใบ ถ้าใส่ถุงเท้าไว้ด้านในแล้วจะไม่ค่อยเจ็บเท้าหรือเจอปัญหารองเท้ากัดสักเท่าไหร่ แต่วันไหนที่แอบขี้เกียจเบาๆ แล้วใส่รองเท้าผ้าใบอย่างเดียวเลย ก็อาจโดนรองเท้ากัดจนเป็นแผลเหวอะหวะและเท้าระบมไปหมดเลยละ แบบนี้วิธีแก้ปัญหารองเท้ากัดที่คุณสาวๆ ควรทำตามก็คือการเลือกถุงเท้าที่มีเนื้อผ้าไม่หนาและไม่บางจนเกินไปมาใส่ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รองเท้าเสียดสีกับผิวหนังจนเกิดแผล โดยคุณสาวๆ อาจเลือกใส่ถุงเท้าที่มีลวดลายน่ารักๆ เพื่อช่วยเพิ่มความสดใสให้กับการแต่งตัว จะได้ดูสวยเด่นและบอกลาปัญหารองเท้ากัดไปพร้อมกันด้วยค่ะ

   

➃ แปะพลาสเตอร์ปิดแผลกันรองเท้ากัด

   

image_1089338
- ที่มารูป: i.pinimg.com


พลาสเตอร์ปิดแผลก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมกู้ชีพที่ช่วยแก้ปัญหารองเท้ากัดแบบได้ผลค่ะซิส! หลายคนอาจคิดว่าพลาสเตอร์มีไว้ใช้แปะเพื่อรักษาตอนที่เกิดแผลขึ้นแล้ว แต่จริงๆ แล้วสามารถแปะพลาสเตอร์เอาไว้ล่วงหน้า บริเวณเท้าที่มักจะเกิดปัญหารองเท้ากัดอยู่บ่อยๆ เช่น นิ้วก้อย นิ้วโป้ง ด้านหลังส้นเท้า เป็นต้น พอแปะพลาสเตอร์ไว้ก่อนใส่รองเท้าก็จะช่วยป้องกันไม่ให้รองเท้าเสียดสีกับผิวบริเวณนั้นๆ แถมพลาสเตอร์ปิดแผลก็มีให้เลือกซื้อทั้งสีเนื้อที่ดูกลืนไปกับผิวและพลาสเตอร์แบบใส สามารถซื้อมาแปะบริเวณส้นเท้าได้แบบไม่ต้องกลัวโป๊ะเลย ( ปล. แนะนำให้เลือกใช้พลาสเตอร์กันน้ำ จะได้ติดแน่นทนนานกว่านะคะ )

   

➄ โรยแป้งเด็กด้านในรองเท้า

   

image_1089339
- ที่มารูป: i.pinimg.com


ใครชอบทาแป้งเด็กเพราะติดใจในกลิ่นหอมละมุนๆ เหมือนกันบ้าง ยกมือขึ้นเร็ว! หากมีแป้งเด็กอยู่ที่บ้านก็สามารถหยิบเจ้าสิ่งนี้มาเป็นตัวช่วยแก้ปัญหารองเท้ากัดได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองค่ะ เพียงแค่โรยแป้งเด็กด้านในรองเท้าให้ทั่ว และใช้แป้งเด็กทาเท้าก่อนใส่รองเท้า ผงแป้งเด็กก็จะเป็นตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างรองเท้าและผิวหนัง ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหารองเท้ากัด พอรองเท้าและผิวหนังเสียดสีกันน้อยลง ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดแผลเวลาใส่รองเท้าเดินไป - มา แล้วที่สำคัญแป้งเด็กยังเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยดับกลิ่นเท้าได้ด้วยนะ สาวๆ ที่มีปัญหารองเท้ากัดและเท้าเหม็นต้องรีบทำตามวิธีนี้ด่วนๆ เลย

   

➅ ทาน้ำมันมะพร้าวช่วยให้รองเท้านุ่มขึ้น

   

image_1089340
- ที่มารูป: i.pinimg.com


หากปัญหารองเท้ากัดมันเกิดจากการที่รองเท้าคู่สวยของสาวซิส พื้นด้านในมันแข็งหรือหยาบกระด้าง จนเสียดสีกับผิวหนังแล้วทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแผลพุพอง ก็ต้องหยิบ “ น้ำมันมะพร้าว ” มาเป็นตัวช่วยแล้วค่ะ นอกจากน้ำมันมะพร้าวจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และใช้ทาบำรุงผิวพรรณ / เส้นผม / เล็บเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นดูสุขภาพดีได้แล้ว ก็ยังสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวทาด้านในของรองเท้าให้ทั่ว หลังจากผ่านไป 2 - 3 วัน ด้านในของรองเท้าก็จะนิ่มขึ้น ไม่เสียดสีกับผิวเวลาใส่รองเท้าอีกต่อไปแล้วค่ะ

   

➆ ทาบาล์มกันกัดให้ทั่วเท้า

   

image_1089341
- ที่มารูป: i.pinimg.com


และแล้วก็มาถึงวิธีแก้ปัญหารองเท้ากัดข้อสุดท้ายที่เราหยิบมาแชร์ให้ได้ลองทำตามกัน อย่างการหาซื้อ “ บาล์มกันกัด ” มาใช้นั่นเองค่ะ สำหรับคนที่แอบงงเบาๆ ว่าเจ้าสิ่งนี้มันคืออะไร? บาล์มกันกัดหรือ Anti-friction Stick เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบแท่ง สำหรับหยิบมาใช้ทาบริเวณเท้า นิ้วเท้า และส้นเท้าด้านหลังที่มักจะโดนรองเท้ากัดบ่อยๆ ก่อนใส่รองเท้า เพื่อเพิ่มความนุ่มลื่นและป้องกันการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าจนถลอกหรือเกิดแผลพุพอง ถือเป็นไอเทมกันรองเท้ากัดที่ใช้งานง่ายและพกพาสะดวกมากๆ เลย


   

• ┈ • ┈ • ┈ • ┈ • ┈ •

เห็นมั้ยละคะว่า วิธีแก้ปัญหารองเท้ากัด ไม่ได้มีแค่การติดแผ่นกันกัดอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีตัวช่วยอีกหลายอย่างที่ช่วยลดการเสียดสีระหว่างผิวหนังและรองเท้า ไม่ว่าจะเป็นวาสลีน / ถุงเท้า / พลาสเตอร์ / ปิดแผล / น้ำมันมะพร้าว / บาล์มกันกัด ฯลฯ แบบนี้คนที่เจอปัญหารองเท้ากัดอยู่บ่อยๆ ก็ต้องลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำตามกันดู ก่อนที่เท้าจะเป็นแผลเหวอะหวะไปมากกว่านี้จนรู้สึกทรมานเวลาเดิน และต้องใช้เวลานานกว่าจะรักษาให้กลับมาหายดีอีกครั้งค่ะ (ꈍᴗꈍ)♡


   

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @