คุณเป็นคนแบบไหน ให้ ‘ ส้นสูง ’ ทำนายกัน 👠

คุณเป็นคนแบบไหน ให้ ‘ ส้นสูง ’ ทำนายกัน 👠

บางทีตั้งใจใส่เพื่อเสริมเสน่ห์ แต่ลึกลงไปอาจมีนัยยะซ่อนเร้นที่สื่ออะไรได้มากกว่านั้น ลองค้นหาตัวตนจาก ‘รองเท้าส้นสูง’ ที่ชอบใส่กันดู เผื่อจะได้รู้จักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม!

20 November 2022
SIS GURU
20 November 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

‘ ส้นสูง ’ เสน่ห์ชั่วคราว แต่หลังร้าวยาวนาน


น่าแปลกมั้ยคะซิส ? ทำไมรองเท้าส้นสูงที่ใครหลายคนเจ็บปวดจากการใส่ ถึงได้กลับกลายเป็นไอเทมที่ใครหลายคนขาดไม่ได้

ทั้งที่จริงๆ แล้วการใส่ส้นสูงสามารถสร้างความเจ็บปวดทางกาย เจ็บหน้าเท้า ปวดลามถึงหลัง ร้าวไปยันต้นคอ แถมยังสร้างความเจ็บปวดทางใจให้สาวๆ หลายคน จากการถูกบังคับให้ใส่ในอาชีพการงาน และยังเหมือนเป็นการถูกตีกรอบในบทบาททางเพศจากบางวัฒนธรรมในสังคมเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งถ้าพูดถึงมุมของโรคภัย จะยิ่งเห็นว่าการใส่รองเท้าส้นสูงน่ะเสี่ยงโรคและภัยมากกว่าที่ใครหลายคนคิดอีกนะ


♡ ประการแรก ส้นยิ่งสูงมาก ยิ่งเสี่ยงต่อการลื่น สะดุดล้มหน้าคะมำได้ง่ายมาก
♡ ประการที่สอง ส้นยิ่งสูง ยิ่งเพิ่มภาระให้ร่างกายแบกรับน้ำหนักตัวมากขึ้นไปตามลำดับ เพราะเมื่อส้นเท้าถูกยกให้สูงขึ้นแรงกดที่หน้าเท้าก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

♥ ส้นสูง 1 นิ้ว ทำให้ปลายเท้ารับน้ำหนักเพิ่มขึ้น 22% ♥ ส้นสูง 2 นิ้ว ทำให้ปลายเท้ารับน้ำหนักเพิ่มขึ้น 57% ♥ ส้นสูง 3 นิ้ว ทำให้ปลายเท้ารับน้ำหนักเพิ่มขึ้น 76%
- ที่มา: www.s-spinehospital.com
รองเท้าส้นสูงกับโรคภัย


♡ ประการที่สาม ถ้าผู้สวมใส่มีน้ำหนักตัวมากหรือใส่เป็นประจำ ยิ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง คอ ไปจนถึงเสี่ยงเกิดภาวะผิดสมดุลของโครงสร้างแนวหมอนรองกระดูกได้ และบางคนอาจเกิดอาการชา อ่อนแรง และมีปัญหาเวลายืนหรือเดินในระยะยาวอีกด้วย

แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ต้องการมีรองเท้าส้นสูงติดตู้ไว้อย่างน้อยที่สุด 1-2 คู่ หรือแม้แต่ผู้ชายก็ยังเลือกที่จะสวมใส่ให้เห็นเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันเช่นกัน ที่สำคัญคือเป็นการสวมใส่ที่เต็มไปด้วยความสมัครใจซะด้วยสิ ไม่แน่ว่าเหตุที่ส้นสูงยังได้รับความนิยมอาจเพราะด้วยรูปทรงรองเท้าที่มีส้นสูงช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสวยสง่า เป็นคนเก๋ขึ้นมาทันทีมีเสน่ห์ขึ้นมาทันใด และเพราะส้นสูงยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงตัวตนอะไรบางอย่างของบุคคคลคนนั้น เรียกได้ว่าแทนใจ บ่งบอกถึงอารมณ์ขณะนั้น ไปจนถึงตัวตนของคนๆ นั้นได้ด้วย

ฉะนั้นหากกำลังสงสัยอยู่ว่านอกจากความสวยมีเสน่ห์ของรองเท้าส้นสูงที่ดึงดูดใจเราได้แล้ว การสวมใส่รองเท้าส้นสูงอาจยังแสดงตัวตนอะไรบางอย่างในตัวเราด้วยรึเปล่า เราลองมาเทียบเคียงความรู้สึกที่ใช่ที่เกิดขึ้นจากการใส่ส้นสูงกับสัญญะที่แฝงอยู่ภายใต้ส้นสูงกัน


ซิสป้ายยาที่น่าสนใจ
beambeam 1205
มาเติมน้ำให้ผิวสวยฉ่ำจากภายในด้วย LANEIGE Water Bank Blue Hyaluronic Cream ด้วยกันนะคะ🥰
9
6
Fangg.nta
อยากหุ่นสวยไม่ต้องเจ็บ! ปั้นหุ่นเป๊ะกับคุณหมอ แบบปังๆ
9
8
Pinyapattigky
รีวิวเซรั่มบำรุงผม L'OREAL PROFESSIONNEL SERIOXYL DENSER HAIR SERUM
4
4

บอกตัวตนผ่านส้นสูง และสัญญะในยุคต่างๆ


ต้องเข้าใจก่อนว่าส้นสูงเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 10 และเริ่มมาจากแวดวงชั้นสูงแถมเริ่มมาจากการใส่ของฝ่ายชายก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นเส้นทางของรองเท้าส้นสูงจึงมีมาอย่างยาวนานและแสดงถึงสัญญะที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามยุคสมัย มาดูกันว่าช่วงสมัยไหนที่สื่อสัญญะได้ตรงใจเราบ้าง

สัญลักษณ์และหน้าที่ของรองเท้าส้นสูงในยุคต่างๆ

★ ‘ อาวุธยุทธวิธีทางทหาร ’ ช่วงศตวรรษที่ 10


ในสมัยนั้นการทรงตัวรบกันบนหลังม้าเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก รองเท้าส้นสูงจึงถูกออกแบบมาให้กองกำลังทหารม้าชาวเปอร์เซียสวมใส่เพื่อรบได้สะดวกที่สุด ยิงธนูบนหลังม้าได้อย่างแม่นยำที่สุด โดยส่วนส้นที่เสริมมาจะเป็นตัวยึดกับโกลน ทำให้ทหารยิงธนูบนหลังม้าได้อย่างคล่องตัว แม่นยำ ไม่ต้องกังวลว่าจะตกม้า หรือยิงพลาด สร้างชื่อเสียงทางด้านการรบเป็นที่โจทย์ขานกันอย่างกว้างขวาง

พูดง่ายๆ ว่าในยุคนี้ใส่ส้นสูงโดยเน้นเรื่องฟังก์ชันหน้าที่เป็นหลักนั่นเอง เราสวมใส่ส้นสูงเพราะทำให้หน้าที่ในชีวิตประจำวันของเราสะดวกขึ้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อาศัยความสูงของรองเท้าช่วยเสริมให้ใช้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น ยุคนี้อาจเป็นภาพแทนตัวตนของคุณ

★ ‘ อำนาจและความร่ำรวย ’ ช่วงศตวรรษที่ 17


สังคมเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่เจริญทางด้านการทูต เมื่อชาวเปอร์เซียสวมใส่รองเท้าส้นสูงกันจนแพร่หลายทั้งในกลุ่มชนชั้นสูงและผู้ดีมีตระกูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใส่ขี่ม้าและสวมใส่เมื่อเข้าสู่ราชสำนักในยุโรป ก็ยิ่งแพร่หลายในระดับชนชั้นผู้นำและผู้ปกครอง ส้นสูงจึงเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และยศถาบรรดาศักดิ์ มีการใช้วัสดุราคาแพงและมีการกำหนดความสูงขนาดต่างๆ เพื่อแสดงถึงระดับชนชั้นที่ต่างกันด้วย
 
ในยุคนี้ส้นสูงจึงเป็นเครื่องแสดงฐานะ เป็นภาพแทนของผู้ดีมีอันจะกิน เพราะไม่ใช่ว่าคนทั่วไปจะเข้าถึงได้ ถ้าคุณเป็นคนที่สวมรองเท้าส้นสูงเพื่อเข้าสังคมแวดวงชั้นสูง แสดงถึงความภูมิฐานและชีวิตที่สุขสบาย เป็นอิสระจากพันธนาการแบบที่สามัญชนพบเจอ เป็นไปได้ว่ายุคนี้อาจเป็นภาพแทนตัวคุณ

★ ‘บทบาททางเพศ’ ช่วงศตวรรษที่ 18


มาถึงยุคที่วิทยาศาสตร์เข้ามา ยุคแห่ง Enlightenment สังคมให้ความสำคัญกับบทบาททางเพศมากขึ้น รองเท้าส้นสูงถูกออกแบบเพื่อให้เข้ากับการแต่งกายและการใช้ชีวิตตามบทบาททางเพศแสดงถึงความสวยงามสดใสของผู้หญิง ลดทอนความสำคัญในการแสดงชนชั้นฐานะในหมู่ชาย และรองเท้าผู้ชายกลายเป็นรองเท้าเพื่อความสะดวกสบายในการเคลื่อนไหวแทน

 
รองเท้าส้นสูงในยุคนี้จึงเปลี่ยนมาเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกทางเพศอย่างชัดเจน แสดงถึงความเป็นเพศหญิง ช่วยเติมสีสันความสดใสให้กับสตรีจากภายนอกสู่ภายใน ช่วยเสริมให้ total look ของสาวๆ complete ได้ หากคุณสวมส้นสูงด้วยความรู้สึกพึงพอใจในความสวยงาม และเติมเต็มความรู้สึกให้มีชีวิตชีวา ยุคนี้ก็อาจเป็นภาพแทนที่เหมาะกับคุณ

★ ‘ ความสวยเย้ายวนพิมพ์นิยม ’ ช่วงศตวรรษที่ 19


ไม่นานส้นสูงก็ถูกใช้ในอุตสาหกรรมบันเทิงและโฆษณา ส้นยิ่งสูงเท่าไหร่ ปลายแหลมขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดทางเพศให้หญิงสาวดูเย้ายวนเพิ่มขึ้น ภาพจำความสวยมีเสน่ห์ของผู้หญิงในยุคนั้นจึงมักจะมีส้นสูงควบคู่กับการสวมใส่เสื้อผ้าเผยสัดส่วน มีเมคอัพสีฉูดฉาด และวางท่วงท่ามั่นใจจึงจะสวยตามแบบฉบับของ Pin-up Girl หรือนางแบบบนโปสเตอร์ภาพวาดคู่สินค้าโฆษณา ซึ่งเป็นโปสเตอร์ที่ช่วยชุบชูใจเหล่าชายชาติทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างดี ในยุคนี้รองเท้าส้นสูงจึงเป็นของคู่กันกับผู้หญิงโดยสมบูรณ์แบบ
 
ส้นสูงจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสวยเย้ายวนในแบบฉบับพิมพ์นิยม เสริมเสน่ห์ให้เพศหญิงขณะเดียวกันก็เพิ่มความเร่าร้อนและกามารมณ์ให้แก่เพศชายได้ด้วยเช่นกัน หากคุณสวมส้นสูงเพื่อเพิ่มเสน่ห์ ปลุกความเซ็กซี่ในตัวคุณ บางทียุคนี้ก็อาจบ่งบอกถึงตัวตนของคุณก็เป็นได้

★ ‘ ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ’ และ ‘ ความคิดสร้างสรรค์ของผู้สวมใส่ ’ ช่วงศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน


และเมื่อสังคมมีความหลากหลายมากขึ้น สัญลักษณ์ของรองเท้าส้นสูงก็หลากหลายไปด้วย เช่น เมื่อส้นสูงกลายเป็นคำจำกัดความของการแต่งกายสุภาพและสง่าแต่ในอีกทางหนึ่งกลับกลายเป็นสิ่งที่แสดงความกดทับทางเพศในสังคมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงต้องใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อรักษาอาชีพการงานและวงสังคมของตนเพียงเพราะแสดงถึงความสุภาพและสง่าทั้งที่ทรมานและเจ็บปวดจากการสวมใส่ การใส่ส้นสูงจึงแสดงถึงการกดทับทางเพศ เป็นภาพแทนของความไม่เท่าเทียมทางเพศ
 
หรือในกรณีของความหลากหลายทางเพศในสังคมปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น ส้นสูงที่เคยจำกัดเพียงแต่เพศหญิงจึงไม่มีอีกต่อไป การสวมใส่ส้นสูงเป็นเรื่องที่เปิดกว้างและไร้ขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับจินตนาการ และความรู้สึกของผู้สวมใส่ ในมุมนี้รองเท้าส้นสูงจึงกลายเป็นไอเทมที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนผลิตและคนใส่รองเท้าไปด้วย
 
และถ้าคุณใส่ส้นสูงด้วยความสุข เต็มใจและมั่นใจในขณะที่สวมใส่ โดยไม่ได้กังวลถึงกฏเกณฑ์หรือค่านิยมในสังคม เป็นไปได้ว่ายุคนี้อาจเป็นภาพแทนของคุณ

รองเท้าส้นสูงเสริมเสน่ห์ให้ผู้หญิง

‘ ส้นสูง ’ เสน่ห์ที่ไม่อาจมองข้าม


รองเท้าส้นสูงในช่วงยุคต่างๆ แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ที่หลากหลาย ที่น่าสนใจคือเราสามารถสื่ออารมณ์ บอกตัวตน พูดแทนความรู้สึกผ่านส้นสูงได้ ถ้าลองสังเกตให้ดีอาจทำให้ค้นพบตัวตนลึกๆ จากการใส่ส้นสูง ว่าเราเป็นคนต้องการความเท่าเทียม ต้องการเอาชนะอะไรบางอย่าง ต้องการเสริมเสน่ห์ให้ดูสง่าน่ามอง ต้องการเสริมความเย้ายวนใจ หรืออาจต้องการสร้างสรรค์ลุคใหม่ๆ เพื่อแสดงถึงความแตกต่าง แปลกใหม่ก็เป็นได้

ที่น่าสนใจอีกข้อคือแม้รองเท้าส้นสูงจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจมากเพียงใด แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งผลิตที่มีประโยชน์มาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะทำหน้าที่เสริมบุคลิก เสริมลุคแฟชั่น หรือเพิ่มคุณค่าทางจิตใจ จึงไม่น่าแปลกใจที่ใครหลายคนยังคงต้องการมีส้นสูงติดบ้านไว้ และเป็นไอเทมที่น่าหลงใหลสำหรับทุกเพศ

ฉะนั้นไม่ว่าเหตุผลและตัวตนของการใส่ส้นสูงของคุณคืออะไร ถ้าคิดมาแล้วว่าเหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำ ไม่สร้างความเดือดร้อนลำบากให้ใคร และร่างกายของคุณยังคงรับไหว การมีส้นสูงดีๆ ซักคู่เป็นรางวัลให้ตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดีและสร้างความสุขได้ง่ายๆ ว่าแล้วก็ลองไปหาช้อปมาใส่กันซักคู่ ตอบรับเทศกาลเซลล์ช่วงท้ายปีหน่อยเป็นไร แต่เลือกให้ตรงกับตัวตนของคุณล่ะ! ไปเฉิดฉายบน high heels ค่ะทุกคน

Designer : namoodong
Writer : parae

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @