เหวี่ยงง่าย ร้องไห้บ่อย…นี่ไม่ใช่นิสัย แต่คือ "พายุฮอร์โมน" ที่เรียกว่า PMS 💛

ฮัลโหลเพื่อนสาวชาว SistaCafe ทุกคนค่ะ! วันนี้ขอมาในโหมดปลอบประโลมหัวใจกันหน่อย มีใครช่วงนี้กำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น "ระเบิดเวลา" ที่พร้อมจะตู้มต้ามใส่ทุกคนที่เดินผ่านบ้างไหมคะ? หรืออยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าโลกทั้งใบมันช่างขวางหูขวางตาไปหมด!
เคยไหมคะ... เรื่องเล็กน้อยระดับขี้ผงอย่างแฟนลืมล้างจาน หรือเพื่อนร่วมงานพิมพ์ตอบแชทแค่คำว่า "ค่ะ" ก็ทำให้เราโมโหจนอยากจะกรีดร้อง วีนแตกแบบกู่ไม่กลับ หรือบางทีก็ดิ่งลึกระดับมหาสมุทร อยู่ๆ ก็นั่งน้ำตาซึม ดูโฆษณาสุนัขหลงทางแค่ 30 วินาทีก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต! แถมบางวันยังรู้สึก "เกลียดตัวเอง" ขึ้นมาดื้อๆ มองกระจกแล้วรู้สึกว่าทำไมวันนี้หน้าบวม ตัวตัน สิวขึ้น นอยด์จนไม่อยากออกไปเจอใครเลยซะงั้น! 😭
แล้วที่ตลก (แต่ตลกไม่ออก) ก็คือ... พอผ่านไปไม่กี่วัน แถ่น แทน แท้นนน! "เมนส์มา" ค่ะจังหวะนี้! แล้วความรู้สึกพายุโหมกระหน่ำเหล่านั้นก็หายวับไปกับตา เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้แค่ความรู้สึกผิดว่า "วันก่อนฉันทำอะไรลงไป?" "ฉันวีนแฟนแรงไปไหม?" จนต้องมานั่งขอโทษขอโพยคนรอบข้างเป็นแถว
แกรรร... หยุดก่อนค่ะ! เลิกโทษตัวเองว่าเราเป็นคน "นิสัยเสีย" หรือ "อารมณ์ไม่มั่นคง" ได้แล้วนะ เพราะความจริงคือ แกไม่ได้บ้า และแกไม่ได้คิดไปเองค่ะ! แต่นี่คือ PMS (Premenstrual Syndrome) หรือกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน มหันตภัยเงียบที่ควบคุมไม่ได้ด้วยแรงจูงใจ แต่มันคือเรื่องของ ชีวภาพและพายุฮอร์โมน ล้วนๆ ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในร่างกายเรา!
วันนี้เราจะมาชวนเพื่อนๆ สแกนร่างตัวเองให้ชัด เจาะลึกไปถึงต้นตอว่าเจ้า PMS ตัวแสบเนี่ยมันทำอะไรกับเราบ้าง และเราจะมีวิธี "ดีล" กับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นี้ยังไงให้รอดตายในทุกเดือน พร้อมแล้วมาเช็กสเตตัสพายุในตัวคุณไปพร้อมกันเลยค่ะ! ✨🌪️
เลือกอ่านตามหัวข้อ

กะลุ๊กกะลิ๊ก 2
Content Manager
null
PMS คืออะไร? ทำไมมันถึงมีอิทธิพลต่อเราขนาดนี้?
ถ้าจะให้แปลกันแบบภาษากูรูความงาม PMS (Premenstrual Syndrome) ก็คือกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนที่มักจะแวะมาทักทายเราประมาณ 3–10 วันก่อนที่ "น้องแดง" จะมาถึงค่ะ มันคือช่วงเวลาที่ร่างกายของเราเปรียบเสมือน "สนามรบ" ของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง เอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่ขยันแกว่งขึ้นลงยิ่งกว่าดัชนีตลาดหุ้นเสียอีก!
และนี่คือกลไกความพังพินาศ (ที่ไม่ใช่ความผิดของแกเลยสักนิด!) ที่เกิดขึ้นในร่างกายเรา
ฮอร์โมนแกว่ง สารสุขหาย
เมื่อร่างกายเตรียมตัวที่จะสลัดเยื่อบุโพรงมดลูกออกเป็นประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะร่วงลงอย่างรวดเร็วค่ะ ซึ่งความร้ายกาจคือ เจ้าเอสโตรเจนตัวนี้ดันเป็นเพื่อนสนิทกับ "เซโรโทนิน" (Serotonin) หรือสารเคมีแห่งความสุขในสมองของเรา!
- ผลที่ตามมา : พอเอสโตรเจนร่วง เซโรโทนินก็ดิ่งเหวตามไปด้วยค่ะเพื่อนๆ ผลลัพธ์คือเราจะรู้สึกเศร้าสร้อย ดิ่งลึก หิวโหยของหวานผิดปกติ และหงุดหงิดง่ายแบบไม่มีสาเหตุ นี่แหละต้นตอของอาการ "ร้องไห้เพราะดูโฆษณา" ที่แท้ทรู!
ระบบประสาทไวต่อสิ่งเร้า
พอสารความสุขในสมองเหลือน้อยลง ระบบประสาทของเราจะเข้าสู่โหมด "Defense" หรือการป้องกันตัวขั้นสุด ทำให้เรากลายเป็นคน จมูกไวใจบาง ใครพูดอะไรไม่เข้าหูนิดเดียว หรือแม้แต่เสียงเคี้ยวข้าวของคนข้างๆ ก็กลายเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดกว่าปกติ 10 เท่า! มันไม่ใช่ว่าเรานิสัยเสียนะจ๊ะ แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีในสมองที่สั่งให้เรา "สู้หรือหนี" (Fight or Flight) ตลอดเวลานั่นเอง
การนอนผิดปกติ
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่แปรปรวนยังมีผลโดยตรงกับอุณหภูมิในร่างกายและการนอนหลับค่ะ หลายคนจะรู้สึกว่าช่วงก่อนมีเมนส์จะนอนหลับไม่สนิท ฝันร้ายบ่อย หรือตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น
- วงจรนรก: พอพักผ่อนน้อย ความอดทนต่อสิ่งรอบข้างก็ติดลบ พอความอดทนต่ำเราก็เหวี่ยง พอเหวี่ยงเสร็จก็มานั่งเครียดนอยด์ตัวเอง วนลูปไปค่ะแม่!
รู้หรือไม่? PMS ไม่ได้มีแค่เรื่องอารมณ์นะ!
นอกจากพายุอารมณ์แล้ว เจ้าฮอร์โมนยังทำให้เกิดอาการทางกายที่น่าหงุดหงิดไม่แพ้กัน เช่น:
- ตัวบวม : ร่างกายกักเก็บน้ำเก่งมากจนตัวบวม น้ำหนักขึ้น 1-2 กิโลกรัมเป็นเรื่องปกติ
- คัดเต้านม : เส้นเลือดและท่อน้ำนมขยายตัวจนรู้สึกตึงเปรี๊ยะ แค่สะกิดก็เจ็บจี๊ด
- สิวฮอร์โมน : ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น จนสิวอักเสบเม็ดเป้งโผล่มาทักทายที่คางหรือกราม
เช็คอาการด่วน : แกแค่ PMS หรือเข้าเข้าขั้น PMDD?

ผู้หญิงเราไม่ได้มีแค่โหมด "ปกติ" กับ "โหมดเมนส์" นะคะ แต่มันมีดีกรีความรุนแรงที่ต่างกันด้วย! มาลองสแกนดูว่าระดับพายุในตัวแกตอนนี้อยู่สเตจไหนกันแน่?
อาการทางอารมณ์ระดับปกติ (PMS Level)
ถ้าแกมีอาการเหล่านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเมนส์มา และพอเมนส์มาปุ๊บหายปั๊บ... ยินดีด้วยค่ะ แกแค่เป็นสาว PMS ทั่วไปที่ร่างกายไวต่อฮอร์โมนเฉยๆ:
- หงุดหงิดง่าย : เหมือนมีไฟสุมทรวงตลอดเวลา ใครหายใจเสียงดังข้างๆ ก็รู้สึกว่า "มันน่านัก!"
- อารมณ์แปรปรวน : ขึ้นลงเร็วเปานพายุทอร์นาโด 5 นาทีที่แล้วหัวเราะ อีก 5 นาทีต่อมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด
- วิตกกังวล : กังวลในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง กลัวคนโน้นคิดอย่างงี้ กลัวคนนี้คิดอย่างงั้น นอยด์ไปหมด
- ใจบางเหมือนกระดาษทิชชู่ : ร้องไห้ง่ายมากกกก ดูคลิปแมวเหมียวหลงทางก็น้ำตาไหลพราก
- หมดไฟ : รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่อยากขยับตัวไปไหน อยากนอนโง่ๆ อยู่บนเตียงทั้งวัน
สัญญาณอันตรายระดับวิกฤต (PMDD Level - ควรพบแพทย์!)
แต่! ถ้าอาการของแกมันพุ่งทะยานจนคุมไม่อยู่ และมันเริ่มทำลายชีวิตพังพินาศ นี่อาจไม่ใช่แค่ PMS ธรรมดา แต่มันคือ PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) หรือกลุ่มอาการอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือนที่รุนแรงกว่าปกติหลายเท่าค่ะ!
เช็คด่วน ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิน 5 ข้อ และกระทบการใช้ชีวิต:
- ซึมเศร้าหนักมาก : รู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง เหมือนมองไปทางไหนก็มืดมนไปหมด
- กักตัว : ไม่อยากเจอผู้คน ไม่อยากไปทำงาน ถึงขั้นลางานบ่อยๆ ในช่วงนี้ของทุกเดือน
- ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย : อาละวาดรุนแรงจนกระทบความสัมพันธ์กับแฟน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน (ชนิดที่ว่าเสียใจภายหลังทุกครั้ง)
- Panic Attack : มีอาการตื่นตระหนก ตกใจกลัวรุนแรง หรือแน่นหน้าอก
- สัญญาณอันตรายที่สุด : มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่ในช่วงก่อนมีประจำเดือน
อาการทางร่างกายที่เป็น "แพ็คเกจเสริม"
นอกจากใจจะเปราะบางเหมือนแก้วคริสตัลแล้ว ร่างกายยังพากันมารุมสกรัมเราแบบไม่เกรงใจกันเลยค่ะ มาดูกันว่า 4 อาการยอดฮิตที่ทำให้เรานอยด์หนักกว่าเดิมมีอะไรบ้าง:
🎈 ท้องอืด / ตัวบวม
เคยไหมคะ... อยู่ดีๆ กางเกงยีนส์ตัวเก่งที่เคยใส่สบายก็ดันคับเปรี๊ยะจนติดกระดุมไม่ได้! นี่คืออาการ Water Retention หรือการกักเก็บน้ำของร่างกายค่ะ ฮอร์โมนที่ผันผวนสั่งให้ร่างกายบวมฉึ่ง น้ำหนักพุ่งพรวดขึ้นมา 1-2 กิโลฯ แบบข้ามคืน
- Guru Tips: เลิกชั่งน้ำหนักช่วงนี้ด่วนค่ะ! เพราะมันคือน้ำหนัก "ปลอม" จากน้ำที่คั่งอยู่ พอเมนส์มาปุ๊บน้องจะค่อยๆ ยุบไปเอง อย่าเพิ่งนอยด์ว่าตัวเองอ้วนนะจ๊ะ
🍒 เจ็บคัดหน้าอก
ระยะนี้หน้าอกหน้าใจจะขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะค่ะเพื่อนๆ เพราะท่อน้ำนมและหลอดเลือดมันขยายรับฮอร์โมน บางคนแค่ใส่เสื้อชั้นในตามปกติ หรือแค่ผ้าเสียดสีตอนเดินก็เจ็บจี๊ดจนอยากจะร้องไห้แล้ว ท่ากอดอกหรือนอนคว่ำคือกิจกรรมต้องห้ามในช่วงนี้เลยล่ะ!
🌚 สิวบุก หน้าหมอง
ช่วงนี้หน้าจะมันเยิ้มเป็นพิเศษ เพราะฮอร์โมนไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักผิดปกติ ผลที่ตามมาคือ "สิวฮอร์โมน" เม็ดเป้งๆ ที่ชอบขึ้นมาทักทายตรงคางหรือกราม แถมหน้ายังดูหมองคล้ำเหมือนคนโดนของ ต่อให้โบกสกินแคร์แพงแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ เพราะมันพังจากข้างในค่ะแก!
🍰 อาการอยากกินแบบไร้สติ
ทำไมช่วงนี้เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด? โดยเฉพาะเค้กช็อกโกแลต ชานมไข่มุก หรือขนมกรุบกรอบรสเค็มจัด
- ทำไมเป็นงั้น? : เพราะสมองเราขาด เซโรโทนิน (Serotonin) อย่างหนักค่ะ ร่างกายเลยสั่งให้เราหาทางลัดด้วยการกินแป้งและน้ำตาล เพื่อกระตุ้นให้สมองหลั่ง โดพามีน (Dopamine) ออกมาชดเชยความสุขที่หายไปนั่นเอง สรุปคือเราไม่ได้ตะกละนะ แต่สมองเราสั่งให้ "เยียวยาจิตใจ" ด้วยของกินค่ะ!
ทริคเล็กๆ สยบแพ็คเกจเสริม
- ลดเค็ม : ยิ่งกินเค็ม ตัวยิ่งบวมน้ำนะคะเพื่อนๆ ช่วงนี้งดส้มตำปลาร้าหรือขนมซองไปก่อนจะช่วยให้ตัวเบาขึ้นเยอะ
- บราไร้โครง : เปลี่ยนมาใส่สปอร์ตบราหรือบรานุ่มๆ จะช่วยลดการเสียดสีและการกดทับหน้าอกที่กำลังคัดได้เริ่ดมาก
- กิน Dark Chocolate : ถ้าอยากหวานจริงๆ จัดดาร์กช็อกโกแลต 70% ขึ้นไปค่ะ ช่วยเพิ่มสารความสุขได้โดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดเหวี่ยงเกินไป
🛠️ 5 กฎเหล็ก...ประคองร่างและใจให้ผ่านช่วง PMS
หลังจากที่เราเช็กอาการจนมั่นใจแล้วว่า "ฉันไม่ได้บ้า แต่ฉันแค่เป็น PMS" คราวนี้ก็ได้เวลามาวางแผนรับมือค่ะ อย่าปล่อยให้ฮอร์โมนเป็นฝ่ายคุมเกมฝ่ายเดียว เราต้องใช้ 5 กฎเหล็ก นี้ในการกู้คืนความสงบสุขให้ตัวเองและคนรอบข้างจ้า!
1️⃣ นอนให้ไวและคุณภาพต้องได้

การนอนคือการ Reset สารสื่อประสาทที่ดีที่สุดเท่าที่โลกนี้จะมีให้เราได้ค่ะเพื่อนๆ ในช่วงที่ฮอร์โมนกำลังปั่นป่วน สมองเราจะล้ากว่าปกติหลายเท่า
- ทำไมต้องนอน? : ถ้าแกนอนพอ สมองจะมีกำลังในการยับยั้งชั่งใจ อารมณ์เหวี่ยงวีนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะความอดทนเราจะสูงขึ้น
- Guru Tips : ก่อนนอนลองงดมือถือสัก 30 นาที แล้วเปิดเพลง Lo-fi หรือกลิ่นอโรม่าเบาๆ ช่วยให้หลับลึกขึ้น รับรองตื่นมาอารมณ์ดิ่งจะดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
2️⃣ Say No คาเฟอีนและน้ำตาลจัด

เข้าใจนะว่าช่วงนี้มันอยากกินชานมไข่มุก หรือกาแฟเข้มๆ มาเติมพลัง แต่นี่คือกับดักค่ะแก!
- ผลเสีย : คาเฟอีนจะยิ่งเข้าไปทำให้ใจสั่น กระตุ้นความวิตกกังวล และทำให้นอนไม่หลับ ส่วนน้ำตาลที่พุ่งสูงปรี๊ด (Sugar High) แล้วตกลงฮวบในตอนท้าย จะยิ่งทำให้แก "อารมณ์ดิ่ง" และหิวโซหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว!
- ทางแก้ ลองเปลี่ยนมาจิบน้ำขิงอุ่นๆ หรือชาคาโมมายล์แทน จะช่วยให้สบายท้องและผ่อนคลายกว่ากันเยอะ
3️⃣ ออกกำลังกายเบาๆ ชโลมใจ

เราไม่ได้บอกให้แกไปเข้าคลาส Crossfit หรือวิ่งมาราธอนช่วงนี้นะ (แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว!) แต่การขยับร่างกายเบาๆ คือเคล็ดลับค่ะ
- ฟีลกู๊ดฮอร์โมน : การเดินเล่นในสวนสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือเล่นโยคะยืดเหยียดท่าเบาๆ จะช่วยกระตุ้น เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ให้ร่างกายรู้สึกฟีลกู๊ดขึ้นมาบ้าง
- ลดบวม : การขยับร่างกายช่วยลดอาการบวมน้ำได้ดีมาก แถมยังช่วยให้ลำไส้เคลื่อนตัว ลดอาการท้องอืดที่น่ารำคาญได้ด้วยนะ
4️⃣ เสริม Magnesium & Vitamin B6 คู่หูมหัศจรรย์

ถ้าใครที่เป็นหนักทุกเดือน การปรับแค่พฤติกรรมอาจไม่พอ ต้องพึ่งพาวิตามินเสริมซึ่งเป็นคู่หูที่งานวิจัยยืนยันว่าช่วยชาว PMS ได้จริง!
- Magnesium (แมกนีเซียม : ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดหัวไมเกรนช่วงมีเมนส์ และลดอาการบวมน้ำได้เริ่ดมาก
- Vitamin B6 : ตัวนี้คือพระเอกในการช่วยสร้าง เซโรโทนิน และ โดพามีน ช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ ลดความซึมเศร้าและอาการอยากกินของหวานได้แบบสับๆ!
- Guru Tips : ลองหาดาร์กช็อกโกแลต (70%+) มาทานดูนะคะ เพราะในนั้นมีแมกนีเซียมสูง แถมยังช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีสุดๆ
5️⃣ "ประกาศภาวะฉุกเฉิน" กับคนใกล้ตัว

กฎข้อนี้สำคัญต่อความสัมพันธ์มากค่ะเพื่อนๆ อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียวจนระเบิดลงใส่คนรอบข้าง ให้บอกแฟน บอกเพื่อน หรือบอกเพื่อนร่วมงานเนียนๆ ไปเลย
- ประโยคเอาตัวรอด : "แก... ช่วงนี้ฮอร์โมนเรากำลังจัดปาร์ตี้หนักมากในร่างนะ ถ้าเราเผลอทำหน้านิ่วคิ้วขมวด หรือนิ่งผิดปกติไปบ้าง ขอโทษล่วงหน้านะจ๊ะ ไม่ได้โกรธใคร แค่กำลังสู้กับ PMS อยู่!" * ผลลัพธ์: การสื่อสารแบบนี้จะช่วยให้คนรอบข้างเข้าใจและไม่เก็บพฤติกรรมเราไปคิดมาก ช่วยลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้มหาศาลเลยล่ะ!
จำไว้นะคะว่า PMS ไม่ใช่นิสัยเสีย และแกไม่ได้อ่อนแอที่ร้องไห้บ่อยในช่วงนี้ แต่มันคือปฏิกิริยาทางชีวภาพที่ผู้หญิงเกือบทุกคนต้องเจอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การใจดีกับตัวเอง" ค่ะ
ถ้าวันนี้ทำอะไรไม่ไหว ก็นอนพัก ถ้าวันนี้อยากร้องไห้ ก็ร้องออกมาให้พอ แล้วบอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไรนะ อีกไม่กี่วันพายุนี้ก็ผ่านไปแล้ว" รักตัวเองให้มากๆ ดูแลก้น (จากริดสีดวง) ดูแลใจ (จาก PMS) แล้วเราจะเป็นตัวแม่ที่สวยสตรองในทุกๆ เดือนค่ะ! ✨👑
ขอบคุณภาพประกอบจาก Freepik
ขอบคุณอ้างอิงจาก
Mayo Clinic – Premenstrual syndrome (PMS)
American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) – PMS


