1. SistaCafe
  2. รวม 3 สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย ไม่ต้องอบ ทำง่าย พร้อมงบวัตถุดิบและต้นทุนต่อชิ้น

อ่านจบใน 26 นาที


ใครว่าการทำเบเกอรี่ยุ่งยาก...ขอเถียงด้วยเมนูนี้เลยค่ะ " บลูเบอร์รี่ชีสพาย " เมนูเบเกอรี่ที่ฮอตฮิตติดตลาด ไม่ว่าจะเข้าร้านคาเฟ่ขนมไหนๆ ก็จะต้องเจอกับเจ้าเมนูขนมหวานนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งส่วนผสม วัตถุดิบและวิธีทำ สามารถหาได้ง่าย ทำทานเองได้ไม่ยุ่งยากเลย ไม่เชื่อต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองดู บทความนี้จะพาทุกคนไปตามส่องสูตรขนมบลูเบอร์รี่ชีสพายที่ทำได้ง่ายมาก ไม่ต้องอบ แถมพลิกแพลงวัตถุดิบได้ตามชอบและกำลังซื้อ จะทำกินเองก็ง่าย ทำขายก็ไม่ยาก

เลือกอ่านตามหัวข้อ

ทำไม บลูเบอรี่ชีสพาย ถึงเป็นขนมหวานยอดนิยม

บลูเบอร์รี่ชีสพาย เป็นอีกหนึ่งขนมหวานเมนูโปรดของใครหลาย ๆ คนเลย อาจเพราะไม่ได้มีแค่รสหวานอย่างเดียว แต่รสหลากหลายอร่อยลงตัว ทั้งรสชาติเปรี้ยวอมหวานของบลูเบอร์รี่ รวมกับรสนุ่ม ๆ นวล ๆ หอมมันของครีมชีส แถมเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบติดเค็มเบาๆ ของฐานแครกเกอร์เข้าไปอีก ทานง่ายแถมสดชื่น ยิ่งแช่เย็นจัดยิ่งอร่อย ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ดีเลย และที่สำคัญเป็นขนมหวานที่สามารถหาซื้อได้ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม และร้านสะดวกซื้อ ส่วนใหญ่ก็ขายในราคาที่จับต้องได้ หลักสิบถึงหลักร้อยบาทเท่านั้น

อีกหนึ่งสาเหตุการเป็นขนมยอดฮิตอาจเพราะสามารถทำกินเองได้ง่ายด้วย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ส่วนใหญ่หลายสูตรก็ไม่ต้องใช้เตาอบ แค่มีบลูเบอร์รี่กระป๋อง ครีมชีส โยเกิร์ต น้ำมะนาว นมข้นหวาน แครกเกอร์ ฯลฯ ก็สามารถทำบลูเบอร์รี่ชีสพายได้แล้ว ยิ่งถ้าใช้บลูเบอร์รี่สดเป็นส่วนผสมไปด้วย ช่วยเพิ่มสารอาหารให้ร่างกายเพ่ิมคุณค่าทางสารอาหารได้อีก

ฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่าสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้บลูเบอร์รี่ชีสพายเป็นขนมหวานยอดนิยมจึงเกิดได้จาก รสชาติความอร่อยที่ลงตัว ความสะดวกในการหาซื้อหรือทำกินเอง ราคาของขนมที่จับต้องได้ และแถมยังได้ประโยชน์จากผลบลูเบอร์รี่สดได้อีกด้วย

  • รสชาติ รสชาติเปรี้ยวอมหวานของบลูเบอร์รี่ รวมกับรสนุ่ม ๆ นวล ๆ หอมมันของครีมชีส แถมเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบติดเค็มเบาๆ ของฐานแครกเกอร์ ทานง่ายแถมสดชื่น
  • ส่วนผสม ไม่เยอะ ได้แก่ ครีมชีส โยเกิร์ต นมข้นหวาน แครกเกอร์ เนยสด น้ำมะนาว เป็นต้น
  • ขั้นตอนการทำ ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากบดแครกเกอร์ผสมเนยละลายกรุใส่พิมพ์ ตีครีมชีสกับโยเกิร์ตและน้ำมะนาวให้เนียน ตักราดบนฐานแครกเกอร์แล้วแช่เย็นให้เซ็ตตัว และราดหน้าด้วยซอสบลูเบอร์รี่ก่อนเสิร์ฟ
  • ราคา มีตั้งแต่หลักสิบถึงหลักพันบาท ประมาณ 80-1,000 บาท สำหรับหลักสิบจะเป็นบลูเบอร์รี่ชีสพายที่ขายแยกชิ้น 89–120 บาท ส่วนราคาหลักร้อยจะเป็นบลูเบอร์รี่ชีสพายขนาดปอนด์แบบเค้กวันเกิด มีราคาประมาณ 450–990 บาท
  • ประโยชน์อื่น ๆ ของบลูเบอร์รี่ชีสพาย ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ชีสพาย จะอยู่ที่บลูเบอร์รี่ที่เป็นส่วนผสมของซอสราดท็อปหน้าตัวชีสพายอีกที ถ้าเกิดใช้เป็นบลูเบอร์รี่สดมาตกแต่งด้วย ก็จะได้สารอาหารจากบลูเบอร์รี่ ดังเช่นที่เพจ hdmall บอกว่าบลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และใยอาหาร ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น แถมทำให้อิ่มท้องด้วย และข้อมูลจาก Cleveland Clinic (คลีฟแลนด์คลินิก) ศูนย์การแพทย์วิชาการขนาดใหญ่เมืองคลีฟแลนด์ บอกว่าบลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดความดันเลือด ช่วยคุมน้ำตาลในเลือด ปรับระดับคอเลสเตอรอล เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง และช่วยบำรุงจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติด้วย

เลือกสูตรไหนดี เปรียบเทียบ 3 สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย

บลูเบอร์รี่ชีสพายเป็นขนมหวานที่เด่นในเรื่องของขนมทำง่าย ไม่ต้องใช้เตาอบ ซึ่งขั้นตอนและส่วนผสมในการทำนั้นก็มีหลายสูตรให้ได้ลองทำ บางคนอาจจะชอบครีมชีสเยอะ ๆ หรือบางคนมีวัตถุดิบไม่ครบแต่อยากทำ ก็สามารถปรับสูตรให้ใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนได้อยู่ด้วย แนะนำว่าให้เลือกสูตรมาทำตามความชอบ ทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส และเลือกตามความสะดวกในการหาวัตถุดิบของแต่ละคน แล้วจะยิ่งพึงพอใจกับรสชาติจากฝีมือบลูเบอร์รี่ชีสพายของตัวเองแน่นอน

สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย

จุดเด่น

เหมาะกับใคร

การเก็บรักษาในตู้เย็น

งบประมาณที่ใช้

ข้อดี

ข้อด้อย

สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบใช้ครีมชีส

ใช้ส่วนผสมของครีมชีสเป็นหลัก มีรสชาติเข้มข้น หอมมันครีมชีสแท้ เนื้อเนียนนุ่ม

คนที่ชอบกินครีมชีส ชอบกินรสเข้มข้น

3-5 วัน

280 – 380 บาท

อร่อยกลมกล่อม มีความพรีเมียม

ทานเยอะอาจเลี่ยน แคลอรี่สูงมาก ราคาสูง ละลายง่ายถ้าตั้งนอกตู้เย็น

สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบใช้โยเกิร์ต

ใช้ส่วนผสมของโยเกิร์ต หรือกรีกโยเกิร์ตเป็นหลัก เปรี้ยวสดชื่น ทำง่าย ประหยัด แคลอรี่ต่ำกว่าสูตรอื่น

สายสุขภาพ งบน้อย หรือคนไม่ชอบเลี่ยน

3-5 วัน

200 – 500 บาท

สดชื่น ทานได้เรื่อย ๆ ไม่เลี่ยน ต้นทุนต่ำ

เนื้อสัมผัสเหลวกว่า และเนื้อจะเหลว นุ่มเกินไปถ้าไม่แช่เย็นจัด

สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย ใช้เจลาติน

ใช้เจลาตินเป็นส่วนผสมช่วยให้อยู่ทรงสวย ตัดแบ่งง่าย ไม่ละลายเวลาตั้งโชว์

คนทำขาย สายคาเฟ่ คนที่ชอบเนื้อหนึบเด้งคลายเยลลี่

3-5 วัน

400 – 1,200 บาท

ขนมไม่เละ คงรูปสวยงาม สะดวกต่อการขนส่ง

เนื้อสัมผัสมีความหนึบ เด้งจากเจลาติน อาจจะทำให้ขาดความละมุนแบบละลายในปาก

สูตรที่ 1 บลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบใช้ครีมชีส


สำหรับคนที่อยากเติมครีมชีสมันนัวแบบจัดเต็มต้องลองทำสูตรบลูเบอร์รี่ชีสพายแบบใช้ครีมชีส ซึ่งเป็นสูตรออริจินัล มีความดั้งเดิมคือการใช้ครีมชีสมาเป็นวัตถุดิบหลัก โดยจะให้รสชาติที่มีความเข้มข้นสุด ๆ และยังได้รสนุ่ม หอมมัน ละมุนลิ้นของครีมชีส และผสมรสกรุบกรอบมัน ๆ ของฐานแครกเกอร์ ตัดด้วยซอสบลูเบอร์รี่เปรี้ยวหวานกลมกล่อมโดยการเก็บรักษาต้องเก็บแช่เย็นในตู้เย็นเพราะมีส่วนผสมของทั้งครีมชีส นม และเนย เดี๋ยวจะบูดง่าย ควรแช่ช่องธรรมดา อยู่ได้ประมาณ 3 - 5 วัน แบบรสชาติยังคงความอร่อยอยู่ และด้วยความที่มีส่วนผสมของครีมชีส ขนมปังกรอบที่เป็นฐานพายน้ำตาลนมเข้มข้นขนาดนี้เลยอยากให้ระวังเรื่องแคลอรี่พุ่งกันด้วยนะ

  • จุดเด่น ใช้ครีมชีสเป็นวัตถุดิบหลัก รสชาติเข้มข้น มีความพรีเมียม หอมมันครีมชีสแท้ เนื้อเนียนนุ่ม
  • ข้อดี อร่อยกลมกล่อม เข้มข้น มีความพรีเมียม ออริจินัล รสนุ่ม หอมมัน
  • ข้อด้อย อาจจะบูดง่าย และมีแคลอรี่สูง ราคาสูง
  • เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับคนที่ชอบกินครีมชีส ชอบกินรสเข้มข้น แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นครีมชีส คนไม่ชอบกินเลี่ยน และคนงบน้อย เพราะราคาค่อนข้างสูง
  • การจัดเก็บ ในตู้เย็น 3-5 วัน

วัตถุดิบและงบประมาณสำหรับขนาด 1 ปอนด์


ส่วนผสมครีมชีส

  • ครีมชีส (อุณหภูมิห้อง) 250 กรัม (130 - 170 บาท)
  • นมข้นหวาน 1/3 ถ้วยตวง (20 - 30 บาท)
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย (30 - 60 บาท) *สามารถเลือกใส่หรือไม่ก็ได้
  • น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ (10 - 20 บาท)

ส่วนผสมฐานพาย

  • แครกเกอร์บดละเอียด 150 กรัม (20 - 30 บาท)
  • เนยสดชนิดจืดละลาย 70 กรัม (25 - 35 บาท)

ส่วนผสมหน้าพาย

  • บลูเบอร์รี่กระป๋อง (สำหรับราดหน้า) 150-200 กรัม (40 - 60 บาท)

งบประมาณโดยรวม 280 – 380 บาท


ขั้นตอนการทำ


วิธีทำบลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบใช้ครีมชีส (ขนาด 1 ปอนด์)

1

ทำฐานพาย

ผสมแครกเกอร์บดกับเนยละลายให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์ขนาด 1 ปอนด์ กดให้แน่นเสมอกัน แล้วนำเข้าตู้เย็นพักไว้ 15-30 นาที

2

ทำครีมชีส

ตีครีมชีสให้อ่อนตัวและเนียนฟู ใส่นมข้นหวาน และน้ำมะนาว คนหรือตีต่อจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน อาจใส่โยเกิร์ตเพิ่มรสชาติและความเหลวของเนื้อสัมผัสได้ตามชอบ

3

นำส่วนผสมครีมชีสใส่ลงฐานแครกเกอร์

เทส่วนผสมครีมชีสลงบนฐานแครกเกอร์ที่แช่เย็นไว้ เกลี่ยหน้าให้เรียบ

4

แช่เย็น

นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง หรือจนกว่าชีสจะเซ็ตตัวแน่น

5

ราดหน้าด้วยบลูเบอร์รี่

ตักซอสบลูเบอร์รี่ราดลงบนหน้าชีสพายให้ทั่ว พร้อมตัดแบ่งเสิร์ฟ


ดูคลิป ไลฟ์สด สอนทำ บลูเบอร์รี่ชีสพายจากครีมชีสง่ายๆ โดยใช้แยมผลไม้สำเร็จรูปเป็นหน้าครีมชีส จากช่อง YouTube แอคเคาท์ Sweetgether ต่อที่นี่


สูตรที่ 2 บลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบใช้โยเกิร์ต



สำหรับใครที่มีส่วนผสมไม่ครบหรือไม่ถนัดกับรสชาติเข้มข้นของครีมชีส ลองสูตรนี้เลยเป็นสูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบใช้โยเกิร์ตมาแทน เป็นสูตรที่หาวัตถุดิบง่ายขึ้นมาอีกหน่อย เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ประมาณ 3–5 วัน และยังใช้ต้นทุนน้อยกว่าแบบครีมชีสด้วย (แต่หากเลือกใช้วิปปิ้งครีมเป็นส่วนผสมเพื่อช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสนุ่มฟู และลดความแน่นและเลี่ยนของครีมชีสด้วยก็อาจมีต้นทุนที่สูงกว่าได้นะ) แถมยังมีแคลอรี่ต่ำกว่าด้วย แต่ตัวโยเกิร์ตที่มีความเหลวอาจจะทำให้ฐานแครกเกอร์แฉะได้ง่ายกว่า แต่ถึงจะไม่ได้ใช้ครีมชีสแต่ก็ยังให้รสชาติสดชื่น เปรี้ยวนำหวานกลมกล่อม และจะมีเนื้อสัมผัสเบาบางลงมาและไม่เลี่ยนด้วย

  • จุดเด่น ใช้โยเกิร์ตเป็นวัตถุดิบหลัก รสชาติสดชื่น แคลอรี่ต่ำ ใช้ต้นทุนน้อยกว่าสูตรอื่น (สำหรับสูตรที่ใช้โยเกิร์ตเพียงอย่างเดียว)
  • ข้อดี รสชาติสดชื่น เนื้อสัมผัสเบาบาง ไม่เลี่ยน แคลอรี่ต่ำ วัตถุดิบสามารถหาซื้อได้ง่าย
  • ข้อด้อย เนื้อจะมีความเหลว ไม่แน่น และเละได้ง่ายถ้าไม่แช่เย็นจัด ๆ
  • เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสสดชื่น กำลังดูแลสุขภาพ คุมน้ำหนัก ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกินขนมเนื้อเหลว
  • การจัดเก็บ ในตู้เย็น 3-5 วัน

วัตถุดิบและงบประมาณสำหรับขนาด 1 ปอนด์


ส่วนผสมครีมโยเกิร์ต

  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือกรีกโยเกิร์ต 150 กรัม (20 - 40 บาท)
  • วิปปิ้งครีม 100 กรัม (100 - 280 บาท)
  • นมข้นหวาน 35 - 40 กรัม (20 - 30 บาท)
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา (10 - 20 บาท)

ส่วนผสมฐานพาย

  • แครกเกอร์บดละเอียด 150 กรัม (20 - 30 บาท)
  • เนยสดชนิดจืดละลาย 60 กรัม (25 - 35 บาท)

ส่วนผสมหน้าพาย

  • บลูเบอร์รี่กระป๋อง (สำหรับราดหน้า) ปริมาณตามชอบ (40 - 60 บาท)

งบประมาณโดยรวม 200 – 500 บาท

ขั้นตอนการทำ


วิธีทำบลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบใช้โยเกิร์ต (ขนาด 1 ปอนด์)

1

ผสมฐานแครกเกอร์

บดแครกเกอร์ให้ละเอียด ผสมกับเนยสดละลายคนให้เข้ากันจนเหมือนทรายเปียก

2

ทำฐานพายให้เซ็ตตัว

ตักใส่พิมพ์ขนาด 1 ปอนด์ ใช้ช้อนหรือก้นแก้วกดอัดให้แน่นสนิท แล้วนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 15-30 นาที

3

ทำเนื้อโยเกิร์ตครีม

ตีวิปปิ้งครีมพอมียอดครีมฟูขึ้นมาอ่อนๆ จากนั้นใส่โยเกิร์ต นมข้นหวาน และน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสชาติตามชอบ

4

นำเนื้อโยเกิร์ตใส่ฐานแครกเกอร์

เทส่วนผสมโยเกิร์ตลงบนฐานแครกเกอร์ที่เซ็ตตัวแล้ว เกลี่ยหน้าให้เรียบ

5

แช่เย็น

นำเข้าแช่ตู้เย็นต่ออีก 2-3 ชั่วโมง หรือจนกว่าครีมโยเกิร์ตจะเซ็ตตัวแน่น

6

ตกแต่งหน้าพายด้วยซอสบลูเบอร์รี่

ตักบลูเบอร์รี่ฟิลลิ่งหรือซอสบลูเบอร์รี่ราดหน้าให้สวยงาม พร้อมตัดแบ่งรับประทาน


ดูต่อ คลิปสอนทำบลูเบอร์รี่โยเกิร์ตพาย (Blueberry Yogurt Pie) และวิธีทำซอสบลูเบอร์รี่เองแบบเต็มๆ จากช่อง YouTube แอคเคาท์ ครัวพิชญา Pitchaya's Kitchen ต่อที่นี่


สูตรที่ 3 บลูเบอร์รี่ชีสพาย ใช้เจลาติน



ตามมาด้วยบลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรที่ใช้เจลาติน เหมาะกับสายที่อยากได้ทรงขนมเค้กหรือชีสพายที่เซ็ตตัวสวย ๆ แบบในร้านคาเฟ่ต้องสูตรนี้เลย โดยจะใช้เจลาตินซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้ของเหลวเซ็ตตัวเป็นเจล และคงรูปอยู่ทรงได้ง่าย เมื่อใส่ในครีมชีสจะยิ่งช่วยให้เนื้อครีมชีสอยู่ทรงสวย ตัดแบ่งชิ้นได้ง่าย ไม่เหลวหรือละลายเวลาเอาออกจากตู้เย็น ทั้งยังให้รสชาติกลมกล่อม หวาน มัน เค็ม และอมเปรี้ยวกำลังดี แต่อาจจะต้องระมัดระวังในการใส่เจลาติน ถ้าเยอะเกินไปจะมีความเหนียวหนึบ เนื้ออาจจะแข็งจนคล้ายเยลลี่หรือพุดดิ้งมากกว่า ส่วนวิธีการเก็บควรเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา อยู่ได้ประมาณ 3-5 วันค่ะ

  • จุดเด่น ใช้เจลาตินช่วยให้เนื้อขนมอยู่ทรงสวย ไม่เหลว หรือละลายง่ายเวลาออกจากตู้เย็น
  • ข้อดี รสชาติกลมกล่อม หวาน มัน เค็ม และอมเปรี้ยวกำลังดี และคงรูปอยู่ทรงได้ง่าย
  • ข้อด้อย ถ้าใส่เจลาตินเยอะเกินไปจะทำให้เนื้ออาจจะแข็งจนคล้ายเยลลี่หรือพุดดิ้งมากกว่า
  • เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับสายคาเฟ่ หรือคนทำขาย จะได้บลูเบอร์รี่ชีสพายที่มีความอยู่ทรงสวย ไม่เละ ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบเนื้อหนึบเด้ง
  • การจัดเก็บ ในตู้เย็น 3-5 วัน

วัตถุดิบและงบประมาณสำหรับขนาด 1 ปอนด์


ส่วนผสมครีมชีส

  • ครีมชีส (อุณหภูมิห้อง) 250 กรัม (130 - 170 บาท)
  • น้ำตาลไอซิ่ง หรือน้ำตาลทรายป่น 50-60 กรัม (35 - 50 บาท)
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 40-50 กรัม (20 - 40 บาท)
  • วิปปิ้งครีม 120-150 กรัม (100 - 280 บาท)
  • ผงเจลาติน 1.5 ช้อนชา หรือประมาณ 5 กรัม (20 - 300 บาท หรือราคาอาจขึ้นอยู่กับชนิดผง หรือชนิดแผ่นแบบบรรจุหลายแผ่น)
  • น้ำเปล่าสำหรับแช่เจลาติน 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2-3 ช้อนชา

ส่วนผสมฐานพาย

  • แครกเกอร์บดละเอียด 150 กรัม (20 - 30 บาท)
  • เนยสดละลาย 70 กรัม (25 - 35 บาท)

ส่วนผสมหน้าพาย

  • ซอสบลูเบอร์รี่สำเร็จรูป ตามชอบ (50 - 250 บาท)

งบประมาณโดยรวม 400 – 1,200 บาท

ขั้นตอนการทำ


วิธีการทำบลูเบอร์รี่ชีสพาย ใช้เจลาติน (ขนาด 1 ปอนด์)

1

ทำฐานพาย

ผสมแครกเกอร์บดกับเนยละลายให้เข้ากันจนเหมือนทรายเปียก ตักใส่พิมพ์ขนาด 1 ปอนด์ ใช้ก้นแก้วกดอัดให้แน่นเสมอกัน นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาหรือช่องฟรีซ 30-60 นาที

2

เตรียมเจลาติน

โรยผงเจลาตินลงในน้ำเปล่า พักไว้ 5 นาทีให้เจลาตินอิ่มน้ำ จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 10-15 วินาทีพอให้ละลายเข้ากัน (ระวังอย่าให้เดือด) พักไว้ให้อุ่นลง

3

เตรียมส่วนผสมครีมชีส

ตีครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่โยเกิร์ตและน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน

4

ผสมวิปครีมและเจลาติน

ตีวิปปิ้งครีมพอตั้งยอดครีมฟูขึ้นมาอ่อนๆ จากนั้นเทเจลาตินที่อุ่นลงไปในส่วนผสมครีมชีสอย่างรวดเร็วและคนให้เข้ากันทันที เพื่อไม่ให้เจลาตินเป็นเม็ดแข็ง แล้วตะล่อมวิปปิ้งครีมตามลงไปจนเนียนเข้ากัน

5

เทใส่พิมพ์

เทส่วนผสมชีสลงบนฐานแครกเกอร์ที่เซ็ตตัวแล้ว เกลี่ยหน้าให้เรียบ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน

6

แต่งหน้าพายด้วยซอสบลูเบอร์รี่

เมื่อชีสเซ็ตตัวดีแล้ว นำออกจากพิมพ์ ตักซอสบลูเบอร์รี่ราดด้านบน ตัดแบ่งเสิร์ฟ


ดูต่อ คลิปสอนทำบลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรใช้เจลาติน และทำซอสบลูเบอร์รี่เอง จากช่อง YouTube แอคเคาท์ Sweetgether ต่อที่นี่



แนะนำสายทำขนมกินเอง ดูสูตรของกินเล่นน่าทำกินต่อได้ที่นี่


คำถามที่พบบ่อย

บลูเบอร์รี่ชีสพาย s&p ราคาเท่าไหร่ รสชาติเป็นแบบไหน

บลูเบอร์รี่ครีมชีสพายจาก S&P จะมีอยู่ประมาณ 2 ขนาด

  • ขนาดแยกชิ้น ๆ ราคาประมาณ 60-70 บาทต่อชิ้น
  • ขนาดใหญ่แบบถาด ราคาประมาณ 545 บาทต่อถาด แบ่งได้ 6 ชิ้น
  • โดยเอกลักษณ์ของ S&P จะอยู่ที่รสชาติมีความดั้งเดิม มีความหอมมันกลมกล่อมจากครีมชีส ฐานพายรสเค็มเบาๆ ไม่หนามาก เข้ากับครีมชีสท่วม ๆ นัว ๆ ตัวซอสบลูเบอร์รี่ก็เปรี้ยวหวานกำลังดี เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนในเรื่องของราคาและรสชาติที่มีความอร่อย สมเหตุสมผล
บลูเบอร์รี่ชีสพาย เซเว่นมีขายไหม ราคาเท่าไหร่ รสชาติเป็นแบบไหน

บลูเบอร์รี่ชีสพายก็มีขายใน 7-11 และราคาไม่แพง อยู่ในช่วงหลักสิบถึงหลักร้อยต้นๆ ประมาณ 35 - 140 บาท ชิ้นไม่ใหญ่มากประมาณ 1 กำมือเล็ก ครีมชีสเนื้อนุ่มละมุนไม่เลี่ยน ตัดด้วยซอสบลูเบอร์รี่รสหวานอมเปรี้ยวฉ่ำ ๆ และมีฐานแครกเกอร์กรุบ ๆ เค็มนัวเข้ากันพอดี

บลูเบอร์รี่ชีสพาย สามารถเก็บไว้กินได้กี่วัน

สำหรับบลูเบอร์รี่ชีสพายเป็นขนมหวานที่ทำสดใหม่ มีส่วนผสมของครีม นม และเนย อาจจะเก็บได้ไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นสูตรครีมชีส สูตรโยเกิร์ต หรือสูตรเจลาติน จึงควรเก็บแช่ตู้เย็นเอาไว้อยู่ได้ประมาณ 3 - 5 วัน สำหรับสูตรเจลาตินจะอยู่ได้นานกว่านิดหน่อย แต่ก็เก็บได้ไม่เกิน 7 วันค่ะ

บลูเบอร์รี่ชีสพาย กี่แคลอรี่
  • บลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบครีมชีส 1 ชิ้น (ประมาณ 100-120 กรัม) : 300 - 400 กิโลแคลอรี่
  • บลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบโยเกิร์ต 1 ชิ้น (ประมาณ 100-120 กรัม) : 150 - 250 กิโลแคลอรี่
  • บลูเบอร์รี่ชีสพาย แบบเจลาติน 1 ชิ้น (ประมาณ 100-120 กรัม) : 250 - 350 กิโลแคลอรี่
บลูเบอร์รี่ชีสพาย ใช้กรีกโยเกิร์ตได้ไหม ทำยังไง

บลูเบอร์รี่ชีสพายสามารถใช้กรีกโยเกิร์ตแทนได้ แถมอร่อยและยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย ช่วยลดแคลอรี่และให้เนื้อสัมผัสที่เบานุ่ม วิธีทำก็คล้าย ๆ กับตอนทำชีสพายสูตรที่ใช้ครีมชีสปกติ แค่เปลี่ยนจากครีมชีสเป็นกรีกโยเกิร์ต สำหรับคนคุมน้ำหนักอาจจะใส่นมข้นน้อย ๆ หน่อย นำไปแช่เย็นแล้วจะเซ็ตตัวเหมือนชีสพายทั่วไปเลย

บลูเบอร์รี่ชีสพายกับบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก ต่างกันยังไง

บลูเบอร์รี่ชีสพาย และบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก เป็นขนมหวานจากครีมชีสมันนัวเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีความเหมือนกันขนาดนั้นค่ะ เช่น

  • ขั้นตอนการทำ ชีสพายจะทำง่าย ใช้ส่วนผสมน้อยกว่า ไม่ต้องอบ ส่วนชีสเค้กจะใช้ส่วนผสมที่เพิ่มขึ้นของการทำเค้ก มีไข่และแป้งเข้ามาด้วย และต้องอบให้สุก
  • รสชาติ ชีสพายจะมีเนื้อเบา รสสดชื่นกว่า ส่วนชีสเค้กจะมีเนื้อแน่น เข้มข้น หอมมันกว่า
  • ต้นทุนในการทำ ชีสพายใช้ต้นทุนต่ำกว่า ชีสเค้กจะค่อนข้างใช้ต้นทุนสูง
  • เมื่อเทียบความต่างกันแล้วทำให้บลูเบอร์รี่ชีสพายเลยนิยมมากในกลุ่มคนทำขนมขายเป็นอาชีพเสริม หรือทำกินเอง เพราะทำง่าย ต้นทุนต่ำ ส่วนบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก จะมีความพรีเมี่ยมมากกว่า ฮอตฮิตในหมู่สายคาเฟ่ ร้านเบเกอรีมากกว่าค่ะ
ถ้าไม่ใช้ครีมชีส ใช้อะไรแทนได้บ้าง

ถ้าเกิดไม่มีครีมชีส ก็สามารถใช้กรีกโยเกิร์ต (Greek Yogurt) หรือ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ประมาณ 75 กรัม จะให้รสชาติที่ใกล้เคียงที่สุดค่ะ

ถ้าไม่ใช้บลูเบอร์รี่ ใช้อะไรแทนได้บ้าง

ถ้าเกิดไม่ใช้บลูเบอร์รี่ ก็สามารถใช้ผลไม้ที่มีความสดชื่นอื่น ๆ แทนได้ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ที่ให้รสหวานนำออกเปรี้ยวนิด ๆ, ราสเบอร์รี่ ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน, เชอร์รี่ รสหวานฉ่ำ และให้กลิ่นหอมหวาน, และเสาวรส ที่ให้รสเปรี้ยวเด่น สดชื่น

บลูเบอร์รี่ชีสพายสูตรเด็ดใน Pantip ทำแบบไหน

สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพายยอดฮิตใน Pantip เน้นให้เห็นความง่ายเป็นพิเศษ ด้วยขั้นตอนสั้นๆ เช่น

  • เพียงใช้ส่วนผสมหลักประกอบด้วยแครกเกอร์บด 200 กรัม เนยสดละลาย 100 กรัม ทำฐานด้วยการนำแครกเกอร์ผสมเนยอัดใส่พิมพ์ โดยแช่แข็งหรือไม่ก็ได้
  • ใช้ครีมชีส 250 กรัม โยเกิร์ตหรือนมข้นหวาน ตีส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อครีมชีส แช่เย็นให้เซ็ตตัว
  • นำส่วนที่แช่เย็นมาราดหน้าด้วยซอสบลูเบอร์รี่สำเร็จรูป รับประทานได้เลย
บลูเบอร์รี่ชีสพายสูตรไหนอร่อย
  • บลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรผสมโยเกิร์ตนมข้นหวาน จะให้รสชาตินัวและสดชื่น และให้กลิ่นหอมของโยเกิร์ต
  • บลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรครีมชีสพรีเมี่ยม ใช้ครีมชีสสูตรทำขนม เช่น Philadelphia, Anchor, หรือ Arla จะให้รสชาติเข้มข้น เนื้อเนียนนุ่ม
  • บลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรกรีกโยเกิร์ต รสชาติเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม หอมมันละมุน แถมแคลอรีและไขมันค่อนข้างต่ำกว่าสูตรอื่น ๆ ด้วย

แนะนำเลือกสูตรที่อร่อยตามความชอบส่วนบุคคล และจากวัตถุดิบที่ทานได้สามารถหาซื้อได้สะดวกได้เลยค่ะ

บลูเบอร์รี่ชีสพาย ทำขายได้ไหม ต้นทุนต่อชิ้นเท่าไหร่

ทำได้ บลูเบอร์รี่ชีสพายเป็นสูตรขนมที่ทำง่าย ไม่ต้องอบ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน จึงมักเป็นที่นิยมทั้งในกลุ่มที่ทำกินเองและทำขาย นอกจากนั้นยังสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหรือส่วนผสมได้ตามชอบ ซึ่งมีผลต่องบประมาณที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น สูตรบลูเบอร์รี่ชีสพาย ทำจากครีมชีส สำหรับขนาด 1 ปอนด์ หรือแบ่งได้เป็น 6-8 ถ้วยเล็ก ถ้วยละประมาณ 4-5 ออนซ์ จะใช้ต้นทุนโดยประมาณคือ

วัตถุดิบ

  • ครีมชีส 250 กรัม (130 - 170 บาท)
  • นมข้นหวาน 1/3 ถ้วยตวง (20 - 30 บาท)
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย (30 - 60 บาท) *สามารถเลือกใส่หรือไม่ก็ได้
  • น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ (10 - 20 บาท)
  • ส่วนผสมฐานพาย
  • แครกเกอร์บดละเอียด 150 กรัม (20 - 30 บาท)
  • เนยสดชนิดจืดละลาย 70 กรัม (25 - 35 บาท)
  • บลูเบอร์รี่กระป๋อง (สำหรับราดหน้า) 150-200 กรัม (40 - 60 บาท)

งบประมาณโดยรวม 280 – 380 บาท หรือตกต่อชิ้นประมาณ 35-50 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้หากมีการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหรือภาชนะในการบรรจุอาจมีราคาที่ลดลงหรือสูงขึ้นตามต้นทุนของสิ่งนั้น

บลูเบอร์รี่ชีสพาย ร้านไหนอร่อย

บลูเบอร์รี่ชีสพายเป็นขนมที่วางขายหลายแห่ง ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านเบเกอรี่ชื่อดัง และร้านคาเฟ่ โดยมีแหล่งที่ได้รับความนิยมสูง เช่น

  • S&P Restaurant & Bakery : บลูเบอร์รี่ครีมชีสพายรสอร่อยในตำนาน ราคาประมาณ 440–545 บาทต่อถาดขนาดกลาง หรือแบ่งได้ประมาณ 6-8 ชิ้น (สั่งซื้อได้ที่ S&P Delivery)
  • ร้าน It's happened to be a closet : ร้านอาหาร ขนมหวานและเครื่องดื่มชื่อดัง มีบลูเบอร์รี่ชีสพายให้เลือก 2 แบบ แบบที่ราดซอสบลูเบอร์รี่ ราคา 165 บาท ส่วนแบบที่ทำจากฐานพายโอรีโอ้และท็อปด้านบนด้วยผลบลูเบอร์รี่สด ราคาประมาณ 195 บาทต่อชิ้น เหมาะสำหรับ 1-2 คน เป็นต้น
  • ห้างฯ ค้าส่งแมคโคร : มิสซิส บราวน์ บลูเบอร์รี่ชีสพายฟิลาเดลเฟียที่เคยเป็นสินค้าไวรัลเนื่องจากใช้ส่วนผสมจากครีมชีสเจ้าดังอย่าง Philadelphia สร้างความเชื่อมั่นในรสชาติเข้มข้น มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมลงตัว ภาชนะบรรจุซื้อง่าย กินสะดวกสำหรับ 1-2 คน ขนาดกระปุก 135 กรัม ราคา 95 บาท
  • ร้านสะดวกซื้อ 7-11 : บลูเบอร์รี่ชีสพายขนาด 1 เสิร์ฟสำหรับทานคนเดียว พอดีคำ ราคา 39 บาท ซื้อได้ที่ 7-Eleven

สรุป เลือกทำบลูเบอร์รี่ชีสพายตามสูตรง่ายๆ ที่ชอบ ทำเองก็อร่อยได้ไม่ต้องอบ

บลูเบอร์รี่ชีสพาย " เป็นอีกหนึ่งเมนูขนมหวานยอดฮิตที่เหมาะทั้งกับมือใหม่หัดทำเบเกอรี่และเหมาะกับคนที่อยากลองทำขนมหวานง่าย ๆ กินเอง เพราะส่วนผสมที่ไม่เยอะเกินไป หาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต และวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เตาอบแต่มีเพียงแค่ตู้เย็นก็เพียงพอ

ยิ่งหลังจากได้อ่านและดูวิธีทำสูตรขนมหวานบลูเบอร์รี่ชีสพายแล้วรู้สึกน้ำลายสออยากจะกินหรือคันไม้คันมืออยากลุกขึ้นมาทำเองบ้างก็บอกได้เลยว่าทำได้ง่าย สมใจแน่นอน เพียงแค่เลือกสูตรจากส่วนผสมที่เราชอบในรสชาติ หรือหาซื้อวัตถุดิบได้สะดวก อยู่ในงบประมาณที่ต้องการมาลองทำตามสูตรที่คัดไว้ให้ จะเลือกแบบใช้ครีมชีสตามสูตรดั้งเดิมได้รสชาติเข้มข้น แบบใช้โยเกิร์ตและวิปปิ้งครีมเพิ่มความนุ่มเบา หรือแบบใช้เจลาตินที่ช่วยให้ขนมมีเนื้อสัมผัสที่ยืดหยุ่นได้ดีโดยไม่เสียรูปทรงก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้ากลัวอ้วน กังวลเรื่องแคลอรี่เกินก็ลองเปลี่ยนจากครีมชีสมาใช้เป็นกรีกโยเกิร์ตก็แทนกันได้นะ รับรองว่ากินบลูเบอร์รี่ชีสพายไปต้องอร่อยและภูมิใจในฝีมือตัวเองแน่ๆ หรือถ้าจะแบ่งปันความอร่อยไปทำขายก็ต้องถูกใจคนซื้อทั้งรสชาติและราคา เพราะสามารถทำขายได้ในราคาต้นทุนต่อชิ้นหลักสิบซึ่งถือว่ายังทำขายได้ในราคาไม่แรงอีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก iStock ข้อมูลอ้างอิงจาก hdmall / Cleveland Clinic


บทความแนะนำที่คล้ายกัน