1. SistaCafe
  2. อัปเดต สไตล์แต่งหน้า ยอดนิยม 2026 และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

อ่านจบใน 22 นาที

ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัย การแต่งหน้า (Makeup) กับผู้ที่รักสวยรักงามก็ถือเป็นของคู่กันอย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยหัวใจสำคัญที่ว่าเมคอัพช่วยเพิ่มความสวยงามให้ใบหน้า เสริมบุคลิกภาพ และเพิ่มความมั่นใจให้ดูดีมีเสน่ห์ขึ้นได้ อีกนัยหนึ่งก็เป็นเสมือนศาสตร์ศิลปะที่แค่แต่งแต้มเพียงเล็กน้อยก็ช่วยขับความสวยสง่า น่ามอง และความโดดเด่นให้กับบุคคลนั้นขึ้นมาได้โดยง่ายราวกับเสกด้วยแปรงเล็กๆ

หากเพื่อนๆ เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสุขกับการแต่งหน้า อยากเมคอัพให้สนุกขึ้น และอยากเลือกสไตล์และแนวทางการแต่งหน้าให้เหมาะกับตัวเองได้เก่งขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปอัปเดตเทรนด์แต่งหน้าสุดฮิตแห่งปีและพาส่องสไตล์การแต่งหน้ายอดนิยมแบบต่างๆ ไม่ว่าจะแต่งหน้าสไตล์โต่วอิน โต่วหลี ไทยเมคอัพ มินิมอลคลีนเกิร์ล สายฝอ ฯลฯ เอาไว้จดเป็นเรฟ (reference) บอกช่างแต่งหน้าฝีมือดีในวันที่ต้องการความเป๊ะของหน้าผม ให้เค้ารังสรรค์ลุคที่เราเลือกแล้วว่าเข้ากับเราและขับความสวยงามของเราออกมาได้ตรงใจที่สุด ว่าแล้วก็ไปส่องสไตล์เมคอัพแล้วจองลุคที่ชอบไว้ในใจได้เลย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

อัปเดตเทรนด์ แต่งหน้า 2026

ปี 2026 เป็นปีที่เทรนด์ความงามยกระดับไปอีกขั้นโดยจะเน้นไปที่ความ Perfect Imperfection หรือก็คือให้ความสำคัญกับความไม่สมบูรณ์แบบอันไร้ที่ติ ถ้าพูดให้เห็นภาพคือการแต่งหน้าที่เน้นความธรรมชาติในชีวิตประจำวันแต่มีความละเมียดละไมหรือต้องถ่ายรูปออกมาแล้วดูเป๊ะแต่ยังคงรู้สึกสบายผิวในชีวิตจริงอะไรแบบนั้น

ดังนั้นหัวใจสำคัญของปีนี้จึงอยู่ที่เทคนิคซึ่งสำคัญเหนือกว่าไอเทมหรือแบรนด์ที่ใช้ และการเตรียมผิวที่เป็นขั้นกว่าของการปกปิด เรียกได้ว่าการมีผิวที่พร้อมให้ปรับนิดแต่งหน่อยก็สามารถเพิ่มความโดดเด่นขึ้นมาได้ หรือการแต่งเยอะโดยเน้นความสมดุลกับส่วนอื่น เน้นแต่งเฉพาะส่วนอย่างมีความหมายคือจุดของเมคอัพที่เราต้องโฟกัสในปีนี้ ดังเช่นคำกล่าว ของ เพจ beauty professional (เว็บไซต์ jessbonillacom) ท่านหนึ่งที่ว่า "In 2026, makeup is no longer about doing more. It is about doing it right." นั่นเอง

จองคิวเลย แต่งหน้าลุคสุดเริ่ดกับช่างแต่งหน้าฝีมือดีเทคนิคเด็ด จากทีมช่างการันตีโดย SistaCafe ได้ที่นี่


สไตล์การแต่งหน้ามาแรงในปี 2026

ถ้ายังนึกไม่ออกว่าความไม่สมบูรณ์แบบแต่ไร้ที่ติจะออกมาเป็นการแต่งหน้าโทนไหน เตรียมผิวยังไง หรือเน้นโทนสีประมาณไหนกันบ้าง ซิสจะพาไปดูทีละส่วนเลยละกันค่ะ

  • ผิวหน้า เนื่องจากการเตรียมผิวคือขั้นที่สำคัญที่สุด ฉะนั้นต้องเริ่มจากการดูแลบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ดูสดชื่นไว้ก่อน ส่วนเมคอัพที่ใช้จะเป็นแนวผิวเนียนนุ่ม ฟุ้งๆ ซอฟต์ๆ หรือที่เรียกกันว่า Cloud Skin คือยังฉ่ำวาวหรือแมตต์ได้แต่ไม่สุดโต่งจนเกินไป ยังต้องคงคอนเซ็ปต์ให้ผิวหายใจได้อยู่
  • ตา เน้นแต่งด้วยพาเลตต์สีโทนกลาง ยังคง shaped รูปตาได้แต่เน้นความซอฟต์เป็นหลัก
  • ปาก เน้นความอิ่มเอิบ ชุ่มชื้นด้วยเนื้อสัมผัสแบบ gloss และ balm และยังใช้เทคนิคการเบลอ เบลนด์ให้ฟุ้งๆ นัวๆ
  • แก้ม ใช้ครีมบลัชให้แก้มดูระเรื่อสดใส หรือแนวแมตต์ที่ยังคงมีความชุ่มชื้นเจืออยู่ ไม่เน้นที่การคอนทัวร์หนักๆ แบบที่ผ่านมา
  • โทนเมคอัพภาพรวม เน้นโทนสีธรรมชาติ ไม่หนักหน่วง แต่ก็ไม่ได้คลีน natural จ๋าๆ แบบที่เคย โดยโทนที่ยังเป็นที่นิยม เช่น Thai Makeup เน้นโกลว์ดูแพงและมีความคมชัด, Everyday Look แต่งหน้าเบาๆ โทนสีใดก็ได้ที่เหมาะกับ undertone ผิว เน้นเผยผิวสุขภาพดี, Igari/Ulzzang Makeup สไตล์สาวญี่ปุ่นเกาหลี มีความคาวาอี้ แก้มป๊อป ระเรื่อๆ น่ารัก, Douyin Makeup เน้นดอลลี่อายให้ดูฉ่ำวาว แบ๊วแต่แอบแซ่บ, Dou-Li ผสมผสานระหว่างความเป๊ะ ตากลมโต ความวิบวับดอลลี่อายของเมคอัพแนวจีน กับความละมุนผิวฉ่ำโกลว์และดูธรรมชาติแบบเกาหลี เป็นต้น

ฉะนั้นภาพรวมของเทรนด์แต่งหน้าในปีนี้จึงเน้นความเป็นธรรมชาติที่ดูเป๊ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการแต่งหน้าโทนเข้มหรือการแต่งหน้าจัดจะถูกแทนที่ไปเลย เพียงแต่อาจถูกนำมาปรับใช้ในบางส่วนผสมไปกับความคลีนความธรรมชาตินั้นแทน เช่น ผิวคลีน แก้มเบา แต่แต่งตามีลูกเล่นเส้น graphic liner เป็นต้น

Top 8 สไตล์การแต่งหน้ายอดนิยม

การแต่งหน้าไม่มีเส้นแบ่งที่ตายตัวว่าแบบไหนดีที่สุด แต่เพื่อนๆ ก็สามารถหาลุคที่แต่งแล้วเข้ากับหน้าและบุคลิกของเราที่สุดได้เพียงแต่ต้องเลือกสไตล์การแต่งหน้าที่ชื่นชอบหรืออยากลองด้วยตัวเอง หาดูจากลิสต์ด้านล่างดูซักลุคสองลุค เลือกลุคแล้วจดเรฟแต่งหน้าไปบอกช่างให้เน้นเทคนิคแนวแต่งหน้าสไตล์นั้นๆ เปรียบเทียบว่าลุคไหนที่เป็นตัวเรา เข้ากับเราที่สุด แล้วยึดลุคนนั้นเป็นลุคกันตายของเราไว้เลย

1. Clean Girl ลุคสวยคลีนธรรมชาติ



จุดเด่น ลุคที่สามารถเข้ากับสาวๆ ได้แทบทุกสภาพผิวนั่นก็คือลุคธรรมชาติ คล้ายกับเททรนด์แต่งหน้ามินิมอลสมัยก่อนแต่เพิ่มดีเทลขึ้นอีกนิดคือความสวยสะอาดแบบสาว clean girl โดยลุคนี้จะเป็นการแต่งหน้าที่เน้นความฉ่ำวาวของผิว ดูเป็นสาวผิวชุ่มชื้น สดใส สีแก้มออกระเรื่อบางเบาและเผยให้เห็นถึงเสน่ห์แบบธรรมชาติ

เทคนิคเมคอัพ เลือกใช้อายแชโดว์ บลัชออนแบบเนื้อครีม หรือลิปสติกที่เป็นลิปกลอสหรือเนื้อบาล์ม และเน้นไปที่สีโทนอ่อน เช่นสีพีช สีชมพูอ่อนหรือส้มอ่อน แต่งเปลือกตา แก้มและปากให้เป็นเฉดสีเดียวกันทั้งหมดเพื่อให้ดูธรรมชาติที่สุด

ความเหมาะสมกับสไตล์ คนที่ต้องการเสริมเสน่ห์ตามแบบฉบับของสาวเอเชีย เพราะลุคนี้ช่วยเผยผิว ความสะอาดใสๆ แต่ก็ยังดูมีอะไร และดูผิวอิ่มสุขภาพดี ผิวเนียนสวยแบบชาวเอเชีย และยังถือเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย เกาหลีและญี่ปุ่นอีกด้วย

โอกาสที่เหมาะสม รับปริญญา ออกงานหรือไปงานแต่ง แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว แต่งหน้าถ่ายบัตรประชาชน

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


2. Vintage Makeup ลุคย้อนยุค



จุดเด่น ลุคนี้ต้องเลือกให้ชัดเจนว่าจะย้อนกลับไปยุคไหน เพราะหากจะย้อนไปที่ยุค 20s หรือยุค Gatsby คิ้วก็จะบางเฉียบราวกับซอฟต์อายไลเนอร์ แบบที่เราเพิ่งเห็นกันจากลุคของสาวเจนนี่ (jennierubyjane) ในงาน Met Gala 2026 แต่ถ้าเป็นแบบฉบับสาวยุค 40s หรือยุคที่เรียกว่าคลาสสิคและดูหรูหรานั้นจะเน้นความสวยงามโดยหลักการกลบหรือพรางจุดด้อยด้วยรองพื้น และชูจุดเด่นโดยยังคงความธรรมชาติให้เห็นอยู่โดยเน้นใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้นแต่ใช้เวลานานในการลงทีละขั้นตอน สอดคล้องกับที่เป็นยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะนั้น ฉะนั้นหากจะย้อนยุคก็ต้องเจาะจงเลือกยุคให้ถูกด้วยนะคะซิส

เทคนิคเมคอัพ ถ้าย้อนกลับไปในยุค 20s ให้ลากคิ้วบางเฉียบด้วยดินสอเขียนคิ้วหรือที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น เขียนเป็นเส้นโค้งมนและโก่งเล็กน้อย ส่วนโทนสีเน้นเป็นนู้ดสีชมพูอ่อน ส้มอ่อน โทนธรรมชาติๆ แต่หากเป็นสาวยุค 40s ให้เขียนคิ้วเข้ม เน้นคิ้วโก่ง เน้นกรีดอายไลเนอร์แบบแคทอาย ไม่จำเป็นต้องเส้นหนามาก และตามด้วยลิปสติกสีแดง

ความเหมาะสมกับสไตล์ ใครที่อยากได้ลุคฝรั่งหรือแต่งหน้าสายฝอ ก็บอกเลยว่าต้องแต่งหน้าในลุควินเทจเท่านั้น เหมาะกับสายมั่น ชอบความเก๋ของเมคอัพที่ช่วยเสริมบุคลิกความมั่นใจของตัวเองให้โดดเด้งเกินเบอร์ก็ต้องจัดลุคนี้

โอกาสที่เหมาะสม แต่งหน้าออกงาน แต่งหน้านางรำ

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


3. Thai Makeup ลุคเมคอัพไทยมาแรง



จุดเด่น เมคอัพที่เน้นความสวยฉ่ำวาว คมชัด และยังทนต่ออากาศร้อนๆ ของเมืองไทยได้ดีนี่คือคีย์หลักของเมคอัพแนวนี้เลยค่ะ ฉะนั้นจึงให้ความสำคัญกับงานผิวที่ต้องติดทน ผิวต้องชุ่มชื้นเเพื่อให้เมคอัพติดผิวได้ดี ในขณะที่โครงหน้าต้องชัดด้วยการมีทรงคิ้วโค้งพอดีเป็นธรรมชาติ และไม่ลืมที่จะเริ่ดด้วยความฉ่ำโกลว์เล่นแสงเอามาเสริมตรงจุดสำคัญของใบหน้าสาวไทยอย่างบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก และหน้าผากด้วย

เทคนิคเมคอัพ เมื่อเน้นงานผิวการใช้รองพื้นจึงต้องเบา ใช้ฟองน้ำแตะๆ ให้ได้ลุคธรรมชาติที่สุด และลงไฮไลต์ตามจุดเด่นอย่างหน้าผาก หัวตา สันจมูก และโหนกแก้ม เพิ่มความแกลมด้วยคิ้วเรียงเส้นสวยโค้งเป็นธรรมชาติ เขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาให้คมชัด และเลือกใช้โทนสีซอฟต์ใสแบบชมพูอ่อน สีพีชหรือโทนที่ใกล้เคียงกับความนุ่มนวลแบบสาวเกาหลี

ความเหมาะสมกับสไตล์ สาวๆ ที่ชอบความหน้าสวยคมชัดแบบสาวไทย แต่ก็ยังคงความซอฟต์ความละมุนให้ดูหวานขึ้น หรือชอบที่จะดึงให้ส่วนของใบหน้าแต่ละส่วนดูเด่นขึ้นไปพร้อมๆ กัน ไม่มีส่วนไหนแย่งซีนกันเอง เรียกได้ว่างานตางานปากงานผิวมันสวยไปด้วยกันก็ต้องบอกเลยว่าแต่งหน้าสไตล์ไทยเหมาะกับเธอสุดๆ

โอกาสที่เหมาะสม แต่งหน้ารับปริญญา ออกงานหรือไปงานแต่ง แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว แต่งหน้าถ่ายบัตรประชาชน

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


4. Doyin Makeup ลุคโต่วอินสไตล์จีน



จุดเด่น ลุคนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ความสวยเป๊ะเหมือนเปิดฟิลเตอร์ตลอดเวลา ด้วยดวงตากลมโตวิบวับ ขนตาเป็นแพแต่แยกเส้นให้เห็นชัดเจนแก้มป๊อปโดดเด่นและริมฝีปากที่อวบอิ่มไล่สีแบบ gradient เวลาถ่ายรูปแทบไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์ซ้ำเพราะถ่ายออกมาแล้วเป๊ะ ดูดีมีมิติสุดๆ

เทคนิคเมคอัพ งานผิวของแต่งหน้าสไตล์โต่วอินจะต้องสว่างกระจ่างใสและขาวกว่าผิวจริงอย่างชัดเจน และแม้จะเน้นการปกปิดแต่ยังคงบางเบา เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคที่ต้องเซียนประมาณหนึ่งเหมือนเป็นการทาเบสรองพื้นเพื่อให้ลงสีและส่วนอื่นๆ บนใบหน้าได้ชัดยิ่งขึ้น สาวๆ อาจใช้รองพื้นควบคู่กับฟองน้ำ ส่วนดวงตาต้องกลมโตด้วยอายไลเนอร์บางๆ ขนตาปลอมแบบช่อให้เห็นเส้นเรียงชัด และใช้กลิตเตอร์ที่หัวตาและถุงใต้ตาให้ดูเป็นดอลลี่อาย และปัดแก้มให้คล้ายตุ๊กตา อย่าลืมปิดจบด้วยไฮไลต์สันจมูก สร้างแสงเงาให้ใบหน้าด้วย

ความเหมาะสมกับสไตล์ เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ไขจุดบกพร่องของใบหน้า และเพิ่มความโดดเด่นด้วยเมคอัพขึ้นมาแทน หรือสาวๆ ที่อยากได้ลุคสวยหวานแต่มีเสน่ห์ดึงดูดน่าค้นหา อยากลองอะไรใหม่ๆ ต้องแต่งแนวนี้เลยล่ะ

โอกาสที่เหมาะสม แต่งหน้าออกงาน

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


5. Dou-Li Makeup



จุดเด่น เทรนด์แต่งหน้าโต่วหลีคือลูกผสมของสาวเอเชียระหว่างพส.จีนและพส.เกาหลี โดยจะคงความเป็นเอกลักษณ์ความสวยหรูหราแบบเน็ตไอดอลจีน (Douyin) และเบลนด์เข้ากับลุคซอฟต์ใส มีความหวานละมุนตามเอกลักษณ์ของสาวเกาหลี เรียกได้ว่าทั้งสองสไตล์สามารถเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เทคนิคเมคอัพ ด้วยความที่มีเทคนิคแต่งหน้าเกาหลีมาผสม งานรองพื้นผิวจึงเบาบางกว่าแบบบโต่วอิน จะเน้นไปที่ความฉ่ำวาวหน้าพุ่งมากขึ้น เวลาลงรองพื้นไม่เน้นโบก แต่เน้นหน้าเงาดิวอี้ที่ช่วยให้ดูมีมิติแทน ส่วนดวงตายังคงความเป็นดอลลี่อายไว้แต่ทำให้ซอฟต์ลง หวานขึ้น และยังคงใช้กลิตเตอร์เพิ่มดีเทลความวิบวับเป้นประกาย พร้อมทั้งเน้นความแก้มป๊อปใสและปากฉ่ำ โดยรวมแล้วจะทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูเด็กลง

ความเหมาะสมกับสไตล์ ใครยังไม่อินสไตล์โต่วอินลองแต่งสไตล์โต่วหลีอาจจะเป็นคำตอบ เพราะมีความละมุนแบบสาวเกาหลีเข้ามาเสริม หรือสาวๆ ที่ต้องการแต่งลดวัย อยากได้เมคอัพที่ทำให้ดูหน้าเด็กก็ต้องมาทางนี้เลยล่ะ

โอกาสที่เหมาะสม รับปริญญา ออกงานหรือไปงานแต่ง แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


6. Edgy Chic Makeup ลุคล้ำๆ ฉบับคนเก๋



จุดเด่น อีกหนึ่งลุคแต่งหน้าที่เน้นความเฉี่ยว เปรี้ยว ไม่ได้ทันสมัยแต่จัดว่าล้ำสมัยเลยทีเดียว เมคอัพจะดูแหวกแนว โดดเด่นและชวนมองด้วยการเน้นให้ใบหน้าดูชัด คิ้วเป็นโครงชัดเจน มีมิติด้วยการเน้นเส้นคมๆ บนเปลือกตา ริมฝีปากโทนก่ำๆ แบบแดง ม่วง ดำ หรือนู้ดที่ดูซีดเผือดไปเลย ในขณะที่ผิวจะเน้นความแมตต์เพื่อขับให้เมคอัพส่วนอื่นโดดเด่นขึ้น ลองนึกภาพเมคอัพของสาว Rihanna หรือสาว Gigi Hadid ที่ชอบคัดเบ้าดวงตาด้วยสีโทนเข้ม รวมถึงลุคของสาว ลิซ่า ลลิษา ใน MV เพลง Rockstar และสไตล์ Tired Girl Makeup ของคาริน่า วง Aespa ก็จะร้องอ๋อ! ทันที

เทคนิคเมคอัพ จุดที่ต้องโฟกัสเป็นพิเศษคือความนัว ตุ่นๆ เทาๆ เช่น ลิปสติกและอายแชโดว์โทนสีเทา ส่วนดวงตาเน้นความเข้มและแวววาวคล้ายๆ สโมกกี้อายหรือสีดาร์คๆ แบบอื่นๆ รวมทั้งการเขียนขอบตาเน้นดวงตาให้คมชัด และภาพรวมโทนสีเมคอัพอื่นๆ จะเป็นโทนนู้ดก็เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้ได้ลุค Edgy ทั้งสิ้น

ความเหมาะสมกับสไตล์ ชัดเลยว่าเหมาะกับสาวสายแฟชั่น ความเป็นคนเก๋ เน้นเมคอัพเฉพาะส่วนและเน้นงานผิวไปด้วยในตัว สาวๆ ที่ชื่นชอบความโทนนู้ดแต่อยากเพิ่มความพิเศษให้กับเมคอัพดูโดดเด่นขึ้น เล่นแสงขึ้นก็ต้องลองแต่งแนวนี้ดู

โอกาสที่เหมาะสม รับปริญญา แต่งหน้าออกงานหรือไปงานแต่ง แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


7. Igari Makeup ลุคสาวเมาค้าง แก้มแดงสไตล์ญี่ปุ่น



จุดเด่น ได้ยินชื่อลุคก็ไม่ต้อง งง เพราะ Igari คือชื่อของช่างแต่งหน้า (Igari Shinobu) ที่เป็นแรงบันดาลใจของเมคอัพลุคนี้ ส่วนที่เรียกว่าลุคสาวเมาค้างหรือ Hangover Makeup ก็เพราะเน้นแก้มแดงหรือชมพูเด่นๆ บริเวณใต้ตา ให้ฟีลน่ารักน่าเอ็นดู แฝงความขี้เล่นเหมือนผู้หญิงที่เพิ่งจิบแอลกอฮอล์มาแล้วเมานิดๆ กรึ่มเบาๆ ได้ที่ ดูเซ็กซี่ปนคาวาอี้สไตล์สาวญี่ปุ่นเค้าเลย

เทคนิคเมคอัพ สิ่งสำคัญของลุคคือปัดบลัชออนให้แก้มแดงหรือชมพูตั้งแต่บริเวณใต้ตา หน้าแก้ม ไปจนถึงโหนกแก้ม ในขณะเดียวกันก็ลดทอนส่วนอื่นอย่างดวงตาและคิ้วที่เน้นโทนสีอ่อน รวมไปถึงใช้ลิปกลอสเน้นความฉ่ำวาวหวานๆ เบาๆ ไม่จัดเกินไป และใช้รองพื้นบางเบาเผยผิวที่ชุ่มชื้นสุขภาพดี ก็จะให้ฟีลเด็กๆ ลดวัยได้ด้วย

ความเหมาะสมกับสไตล์ สาวๆ คนไหนที่ไม่กลัวการปัดแก้มจัดๆ ก็เลือกลุคนี้ได้เลย หรือถ้าใช้เมคอัพช่วยลดวัย น้อยแต่มากก็จะเหมาะกับแนวนี้เป็นพิเศษ

โอกาสที่เหมาะสม รับปริญญา ออกงานหรือไปงานแต่ง แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว แต่งหน้าถ่ายบัตรประชาชน หรือไปเดตก็แต่งแนวนี้ได้

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


8. Bridal Makeup ลุคเจ้าสาวสง่างาม



จุดเด่น ลุคเจ้าสาวเป็นลุคที่แต่งแบบซอฟต์หวาน เน้นธรรมชาติแต่ดูสง่า ดังนั้นหัวใจสำคัญจึงเป็นความสวยสมดุลและสามารถดึงความงามที่แท้จริงของใบหน้าเจ้าสาวออกมาให้โดดเด่นที่สุด สวยที่สุดในวันสำคัญอะไรอย่างนั้นเลย

เทคนิคเมคอัพ เริ่มที่งานผิวต้องฉ่ำวาวหรือแมตต์แต่ดูธรรมชาติ ปกปิดได้แต่ต้องไม่หนาและต้องกันน้ำกันเหงื่อติดทนตลอดวัน ลงไฮไลท์ให้ผิวเปล่งปลั่ง เฉดดิ้งให้ดูมีมิติ ใช้อายแชโดว์สีอ่อนในการแต่งตาให้แมตช์กับสีแก้มก็จะดูคลาสสิคสง่างามพร้อมติดขนตาที่ดูฟุ้งเป็นธรรมชาติ ส่วนสีปากก็จะเป็นสีนู้ดหรือลิปสติกเนื้อแมตต์ก็ได้อย่าลืมลงกลอสให้มีความฉ่ำวาวหรูหราเพิ่มขึ้นเป็นอันว่าเริ่ด

ความเหมาะสมกับสไตล์ นอกจากใครที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวแล้ว ถ้าต้องออกงานสำคัญหรือมีโอกาสพิเศษก็สามารถแต่งหน้าลุค Bridal ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูหรูหรา คลาสสิค ได้ฟีลสาวหวานสวย ผิวสุขภาพดีแบบสิบเต็มสิบแน่นอน

โอกาสที่เหมาะสม แต่งหน้ารับปริญญา ออกงานหรือไปงานแต่ง แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว แต่งหน้าถ่ายบัตรประชาชน

พิกัด จองคิวช่างแต่งหน้าทำผมลุคนี้ ที่นี่


คำถามที่พบบ่อย

วิธีดูว่าเราควรแต่งหน้าโทนไหน

เริ่มต้นจากการแต่งหน้าตามอันเดอร์โทน (Undertone) ผิว เช็กเบื้องต้นจากเส้นเลือดที่ข้อมือ หากเป็นสีเขียวจะเหมาะกับเมคอัพโทนอุ่น (warm tone) เช่น สีส้ม พีช ทอง หากเป็นสีม่วง/น้ำเงินจะเหมาะกับโทนเย็น (cool tone) เช่น สีชมพู ม่วง เบอร์รี่ เงิน และหากเป็นสีตรงกลางครามๆจะเหมาะกับโทนกลาง (neautral tone) ก็สามารถเบลนด์โทนเมคอัพผสมผสานไปได้ทั้งสองสีเลยค่ะ

จากนั้นให้ทดลองใช้จริงบนผิว เช่น ลองปัดด้วยโทนใดโทนหนึ่ง สวมเสื้อผ้าในสีเดิมทุกครั้งที่เปลี่ยนเช่นเสื้อสีขาว แล้วลองถ่ายรูปไว้เปรียบเทียบดูทุกโทนที่ลอง สังเกตดูความหมองที่น้อยกว่า ดูความไบรท์ที่มากกว่า ก็เน้นใช้โทนนั้นได้เลย

จ้างช่าง น้องฉัตร แต่งหน้าราคาเท่าไหร่

น้องฉัตร หรือฉัตรชัย เพียงอภิชาติ เป็นช่างแต่งหน้าชาวไทยชื่อดังระดับประเทศ มีชื่อเสียงในการแต่งหน้าเจ้าสาวและการแต่งหน้าในกลุ่มเซเลบริตี้คนดังมากมาย สำหรับเรตราคาโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 40,000-60,000 บาทต่อคิว หรือเช็กราคาโดยละเอียดกับช่างได้อีกครั้ง

เทคนิคแต่งหน้าสไตล์ช่างแต่งหน้ามีอะไรบ้าง

เทคนิคแต่งหน้าสไตล์ช่างคือความเป๊ะ ติดทน และดูธรรมชาติแบบมืออาชีพ โดยจะเน้นเป็นส่วนๆ ได้แก่

  • งานผิว จุดที่สำคัญที่สุด ต้องลงสกินแคร์และการบำรุงอย่างดีให้ผิวเรียบเนียน ติดทน อาจปกปิดเล็กน้อยบริเวณใต้ตาและรอยต่างๆ เพื่อความเป๊ะยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือความฉ่ำวาวเพื่อบ่งบอกถึงความสุขภาพดี อินเทรนด์ แต่ต้องไม่มันจนเหมือนหน้ามันตามอากาศหน้าร้อนของไทย
  • เมคอัพตามสไตล์ต่างๆ แบบตรงเป๊ะ หากอยากได้เกาหลี ให้แจ้งช่างให้ละเอียดว่าคิ้ว ตา แก้ม โทนเมคอัพแบบเกาหลียังไง หรืออยากได้ลุคเพื่อนเจ้าวสาวก็แจ้งให้ครบว่าอยากได้สวยหวานสง่าดูดีแบบเพื่อนเจ้าสาวเริ่ดๆ แต่ไม่เวอร์จนกันซีนเจ้าสาว เป็นต้น
  • อุปกรณ์เสริมความสวยเป๊ะ ช่างแต่งหน้ามักจะมีอุปกรณ์ครบครัน เรียกได้ว่าลูกค้าแทบไม่ต้องพกเองยกเว้นมีของส่วนตัวมา เช่น คอนแทคเลนส์ ขนตาปลอม ผมปลอม อุปกรณ์แต่งผม เป็นต้น พกมาเสริมความสวยงามแบบไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
  • งานล็อคเมคอัพ ช่างมักจะมีสกิลการยืดอายุของลุคเมคอัพนั้นๆ ให้นานขึ้นด้วยไอเทมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสปรย์ล็อคเมคอัพ สเปรย์ล็อคผมเป๊ะ หวีซี่ถี่จัดทรงผม ช่วยให้เมคอัพนั้นอยู่ทนนานสวยทุกมุมกล้อง

สรุป ลุคแต่งหน้าที่สวยที่สุด คือลุคแต่งหน้าที่เหมาะกับตัวเอง

สไตล์การแต่งหน้าแต่ละแบบต่างก็มีความสวยความเก๋ในแบบของตัวเอง แถมน่าลองแต่งตามทุกลุคไปเลยใช่มั้ยล่ะคะ หากเพื่อนๆ ลังเลไม่แน่ใจว่าควรแต่งลุคไหนดี ลุคไหนถึงจะสวยที่สุด ซิสแนะนำให้ลองทุกแบบที่ตัวเองชอบเลยค่ะ เสร็จแล้วลองถ่ายรูปไว้หลายๆ มุม เปรียบเทียบไว้ดูว่าการแต่งหน้าสไตล์ไหนช่วยขับออร่าทั้งหน้าทั้งลุครวมๆ ของเรา ดึงความงามที่แท้จริงของเราออกมาได้มากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วลุคแต่งหน้าที่สวยที่สุดก็คือลุคที่เหมาะกับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องแต่งเหมือนใคร หรือตามใคร แค่เอาเรฟแต่งหน้าที่เลือกแล้วว่าใช่ไปบอกช่างฝีมือดีๆ รับรองว่าช่างหน้าที่ดีเค้าจะจัดลุคเมคอัพที่ส่งหน้า ส่งผม ส่งบุคลิกคนเก๋ให้สาวๆ ได้สมใจแน่นอน

เลือกสไตล์แต่งหน้าที่ชอบได้แล้ว แต่ยังไม่มีช่างที่ใช่ ดูลิสต์ช่างเพื่อจองคิวได้ที่นี่


ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ jessbonilla.com , sephora.co.th, makeup.allwomenstalk.com และเพจ C Channel


บทความแนะนำที่คล้ายกัน