1. SistaCafe
  2. เจ็บจี๊ดที่ก้น... นี่เราเป็น 'ริดสีดวง' หรือเปล่า? เช็กด่วนก่อนจะโป๊ะจนนั่งไม่ติด!

อ่านจบใน 18 นาที

Kamonlak Punngam (Kitty)

บรรณาธิการ/Supervisor

Content Manager

เจ็บจี๊ดที่ก้น... นี่เราเป็น 'ริดสีดวง' หรือเปล่า? เช็กด่วนก่อนจะโป๊ะจนนั่งไม่ติด! 🍑✨

ฮัลโหลเพื่อนสาวชาว SistaCafe ทุกคนค่ะ! วันนี้ขอเปิดประเด็นแบบเปิดอกเปิดใจ (และเปิดก้น) กันไปเลย! มีใครกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้บ้างไหมคะ? เวลาได้ยินเสียงสวรรค์เรียกหาว่า "ได้เวลาเข้าห้องน้ำแล้วนะ" แทนที่จะรู้สึกคอมพลีท เป็นช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยสุดรีแลกซ์ ไถฟีดส่องผู้ หรือเช็กดวงรายวันชิลล์ๆ แต่เปล่าเลยค่ะ!

พอนั่งลงบนชักโครกปุ๊บ ความสยองขวัญก็เริ่มต้นขึ้น! ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฮึบแล้วฮึบอีก พยายามเบ่งจนหน้าแดงหน้าดำ แต่ผลที่ได้ดันเป็นความรู้สึก "เจ็บจี๊ด" เหมือนโดนของมีคมสะกิดแรงๆ บริเวณจุดยุทธศาสตร์ จนต้องอุทานคำด่าออกมาเบาๆ ในใจ 😱 และที่พีคไปกว่านั้นคือ พอก้มมองผลงานในคอห่าน หรือจังหวะที่ซับน้องด้วยทิชชู่... อ้าว! ทำไมมี เลือดสด ติดมาด้วยล่ะแม่! วินาทีนั้นบอกเลยว่าสติหลุด จินตนาการเตลิดไปไกลมาก "ฉันเป็นโรคร้ายหรือเปล่า?" "นี่คือสัญญาณเตือนของอะไร?"

อย่าเพิ่งสติแตกจนฟุ้งซ่านไปค่ะเพื่อนๆ! อาการ ถ่ายแล้วเจ็บ หรือมีเลือดปนเนี่ย จริงๆ แล้วมันเป็นปัญหาคลาสสิกของสาวออฟฟิศและสายกินอย่างเรามาก วันนี้เราเลยขอมาสวมวิญญาณเป็นกูรูเฉพาะทางกึ่งเพื่อนสาวคนสนิท พาทุกคนไปสแกนอาการให้ชัดๆ เจาะลึกแบบอันซีนว่า ไอ้เจ้าก้อนปริศนาหรืออาการเจ็บแปล๊บๆ ที่เกิดขึ้นเนี่ย สรุปแล้วมันคือ "ริดสีดวงทวาร" ตัวร้าย หรือจริงๆ แล้วเราแค่ "ท้องผูก" จนธาตุหนักเกินไปกันแน่?

บอกเลยว่าบทความนี้ข้อมูลแน่นปึ๊กแบบไม่ต้องไปเปิด Wiki เองให้เสียเวลา เพราะเรารวมมาให้ครบ ทั้งวิธีเช็กอาการด้วยตัวเอง สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ก้นพัง และเทคนิคการดูแลตัวเองแบบฉบับตัวแม่ที่ทำตามได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเขินอายคุณหมออีกต่อไป! พร้อมแล้วมาเริ่มคอร์ส "กู้คืนก้นสวย สยบอาการจี๊ด" ไปพร้อมกันเลยค่ะ! ✨🍑

ริดสีดวง (Hemorrhoids) คืออะไร? ทำไมต้องมาเกิดกับเรา!

พูดง่ายๆ แบบภาษาเพื่อนสาวเข้าใจง่ายที่สุดเลยนะจ๊ะ ริดสีดวง จริงๆ แล้วนางก็คือ "เส้นเลือดขอด" ชนิดหนึ่งนั่นแหละค่ะ! เพียงแต่นางไม่ได้ไปเกิดที่น่องขาเหมือนเวลาเรายืนนานๆ แต่นางดันไปเลือกทำเลทองอยู่ที่ "ทวารหนัก" ของเราแทน

เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะมีกลุ่มหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงอยู่เยอะมากค่ะ (เรียกว่า Anal Cushions) ซึ่งปกติเขามีหน้าที่ช่วยให้เรากลั้นอุจจาระได้สนิท แต่พอหลอดเลือดพวกนี้มันรับแรงกดดันมากเกินไป ไม่ว่าจะจากการเบ่งหรือการเกร็ง มันก็เลยเกิดอาการ โป่งพอง บวมตุ่ย จนกลายเป็นหัวริดสีดวงอย่างที่เราเห็น (หรือคลำเจอ) นั่นเองค่ะ

4 พฤติกรรมสุดจี๊ด... สาเหตุหลักที่ทำให้ก้นพังแบบไม่รู้ตัว!

เชื่อไหมคะว่าสาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากพันธุกรรมอะไรหรอก แต่มันมาจาก Lifestyle สุดชิคแต่ผิดจังหวะของเรานี่แหละ

  • ไถมือถือเพลินเกินต้าน : นั่งชักโครกนานเกิน 10-20 นาที เพราะมัวแต่ดู TikTok ส่องดวง หรือตอบแชทหนุ่มๆ รู้ไหมคะว่าท่านั่งบนชักโครกเนี่ยมันทำให้กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักหย่อนตัวลง และแรงโน้มถ่วงจะดึงให้เลือดไปคั่งที่ก้นนานขึ้นจนบวมเป่ง!
  • สายเบ่ง : ใครที่ท้องผูกบ่อย ขี้เกียจกินผัก จนอึแข็งปั๋งเป็นก้อนหิน เวลาถ่ายทีต้องออกแรงเบ่งสุดพลังเหมือนยกน้ำหนักโอลิมปิก แรงดันมหาศาลนี้แหละค่ะที่ไปอัดให้เส้นเลือดฝอยแตกหรือบวมออกมา
  • สายดื่ม(น้ำน้อย) : ร่างกายเราต้องการน้ำไปช่วยทำให้กากอาหารนุ่มลงค่ะ ถ้าดื่มน้ำน้อย (ไม่ถึง 2 ลิตร) ลำไส้จะดูดน้ำกลับจนอึแห้งกรัง พอจะถ่ายทีก็ครูดทางเดินไปหมด เจ็บจี๊ดแน่นอน!
  • ปัจจัยที่เลี่ยงยาก : ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์ (ทำให้แรงดันในท้องสูง) หรือคุณแม่ที่กำลังมีเบบี๋ (ตั้งครรภ์) ซึ่งมดลูกที่ขยายใหญ่จะไปทับเส้นเลือดดำใหญ่ในท้อง ทำให้เลือดไหลเวียนลำบาก ริดสีดวงเลยมักจะถามหาคุณแม่บ่อยๆ ค่ะ

💡 รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ "ท้องผูก" ที่เสี่ยงนะ!

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องท้องผูกเท่านั้นถึงจะเป็นริดสีดวง แต่จริงๆ แล้ว "คนท้องเสียบ่อย" ก็เสี่ยงพอกันค่ะ! เพราะเวลาเราท้องเสีย ลำไส้จะบีบตัวรุนแรงและเราต้องเข้าห้องน้ำถี่มาก การเช็ดหรือการบีบตัวซ้ำๆ ก็ทำให้เส้นเลือดอักเสบได้เหมือนกันนะจ๊ะเพื่อนสาว


เช็กอาการด่วน! ริดสีดวงมีกี่ประเภท?

ริดสีดวงนางไม่ได้มาแค่รูปแบบเดียวนะคะเพื่อนๆ นางมี 2 เลเวลหลักๆ ที่มีคาแรกเตอร์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ใครที่กำลังนอยด์อยู่ ลองเช็กดูซิว่าเราเข้าข่ายประเภทไหน?

1. ริดสีดวงภายใน – สาย "แอบร้าย" เงียบขรึมแต่แรง!

ประเภทนี้ตัวแสบเลยค่ะ เพราะนางแอบซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปข้างในทวารหนัก (เหนือเส้นฟันเลื่อย หรือ Dentate Line) ซึ่งบริเวณนั้นไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดค่ะ!

  • อาการเด่น : "ถ่ายเป็นเลือดสด" แบบหยดติ๋งๆ ลงโถ หรือติดทิชชู่ออกมาแบบสีแดงสดจัดๆ
  • ความรู้สึก : ไม่เจ็บเลยค่ะ! แต่จะรู้สึกหน่วงๆ เหมือนถ่ายไม่สุด
  • ข้อควรระวัง : ใครที่ถ่ายแล้วเลือดออกแต่ชะล่าใจเพราะไม่เจ็บ บอกเลยว่าอันตรายนะจ๊ะ เพราะถ้าปล่อยไว้นาน น้องอาจจะค่อยๆ ยืดตัวโผล่ออกมาข้างนอกจนกลายเป็นระยะรุนแรงได้ค่ะ

2. ริดสีดวงภายนอก – สาย "ตัวจี๊ด" เจ็บสะท้านทรวง!

อันนี้แหละค่ะที่เป็นต้นเหตุของคำว่า "เจ็บจี๊ด" ที่แท้ทรู! เพราะนางเกิดอยู่บริเวณผิวหนังรอบปากทวารหนัก ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเยอะมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว)

  • อาการเด่น : คลำเจอ "ก้อนเนื้อนุ่มๆ" หรือบวมๆ อยู่ที่ปากทวาร
  • ความรู้สึก : เจ็บ บวม คัน! และระคายเคืองสุดๆ แค่นั่งเก้าอี้แข็งๆ หรือใส่กางเกงยีนส์รัดๆ ก็สะดุ้งจนหน้าเขียวแล้วค่ะ
  • ความพีค : ถ้าวันไหนน้องอักเสบหนักจนมี "ลิ่มเลือด" (Thrombosis) อยู่ข้างใน ก้อนจะแข็งและเจ็บปวดรุนแรงเหมือนมีใครเอาเข็มมาทิ่มตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ

ตารางเช็กอาการ: เจ็บจี๊ดแบบนี้ 'ริดสีดวง' หรือ 'แผลปริขอบทวาร'?

บางทีเราอาจจะไม่ได้เป็นริดสีดวงก็ได้นะ แต่อาจจะเป็น แผลปริขอบทวาร (Anal Fissure) ซึ่งเจ็บคล้ายกันมาก มาดูข้อแตกต่างกันค่ะ

อาการ

ริดสีดวงทวาร

แผลปริขอบทวาร

ความรู้สึก

หน่วงๆ คัน บวม

เจ็บจี๊ดเหมือนโดนบาด

ก้อนเนื้อ

คลำเจอเป็นก้อนนูน

มักไม่มีก้อน (ยกเว้นเป็นเรื้อรัง)

เลือดสด

มีเลือดสดปนมาบ่อย

เลือดซึมเล็กน้อยตอนถ่าย

อาการเด่น

รู้สึกถ่ายไม่สุด

เจ็บมากตอนเริ่มเบ่งอึ

4 ระยะของริดสีดวง... ตอนนี้คุณอยู่เลเวลไหน? เช็กสเตตัสด่วน!

ริดสีดวง (โดยเฉพาะริดสีดวงภายใน) เขามีลำดับการเติบโตเหมือนเล่นเกมเลยค่ะเพื่อนๆ แบ่งออกเป็น 4 ระยะความรุนแรง ยิ่งรู้ตัวไว เลเวลยิ่งน้อย โอกาสหายแบบไม่ต้องผ่าตัดก็ยิ่งสูงขึ้นนะ!

ระยะที่ 1 : "สายเลือด (ซิบๆ)" – เลือดออกแต่ยังไม่โผล่

ระยะนี้คือจุดเริ่มต้นค่ะเพื่อนๆ น้องริดสีดวงยังเหนียมอาย ซ่อนตัวอยู่ข้างในสนิทมองไม่เห็นจากภายนอก

  • อาการ : ถ่ายแล้วมีเลือดสดปนออกมา หรือติดกระดาษทิชชูเป็นรอยสีแดงสด
  • ความรู้สึก : ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ อาจจะแค่รู้สึกหน่วงๆ ตอนถ่าย
  • Guru Tips : ระยะนี้ "รีบแก้ด่วน หายไวสุด!" แค่ปรับการกินน้ำ กินผัก และห้ามเบ่ง น้องก็อาจจะยุบหายไปเองได้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะ

ระยะที่ 2 : "สายเด้ง (ดึ๋ง)" – โผล่มาทักทายแล้วหายไปเอง

ความกล้าของน้องเริ่มมากขึ้นค่ะ ระยะนี้น้องจะเริ่มเผยโฉมออกมาให้เรารู้ไข้

  • อาการ : เวลาเบ่งถ่าย จะมีก้อนเนื้อนุ่มๆ โผล่ออกมาพ้นขอบทวารหนัก
  • ความรู้สึก : พอถ่ายเสร็จปุ๊บ น้องจะหดกลับเข้าไปเองได้ แบบมหัศจรรย์!
  • Guru Tips : ถึงจะหดกลับเองได้ แต่ห้ามชะล่าใจนะจ๊ะ! เป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นเลือดเริ่มหย่อนยานมากแล้ว ต้องเริ่มทายาหรือปรับพฤติกรรมจริงจังแล้วนะ

ระยะที่ 3 : "สายดัน (มือโปร)" – โผล่แล้วค้าง ต้องช่วยดันกลับ

เลเวลนี้เริ่มเข้าสู่ขั้นแอดวานซ์ที่ทำให้เราเริ่มใช้ชีวิตลำบากขึ้นแล้วค่ะ

  • อาการ : ก้อนเนื้อโผล่ออกมาตอนถ่าย (หรือบางทีแค่จามหรือยกของหนักก็โผล่!)
  • ความรู้สึก : ถ่ายเสร็จแล้วน้อง ไม่หดกลับเอง ค่ะเพื่อนๆ เราต้องทำภารกิจ "ใช้นิ้วช่วยดัน" น้องกลับเข้าไปที่เดิม
  • Guru Tips : ระยะนี้บอกเลยว่าเริ่มอันตราย เพราะเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ใครอยู่เลเวลนี้ควรปรึกษาหมอเพื่อขอยาเฉพาะทางมาช่วยด่วนๆ เลย

ระยะที่ 4 : "สายดื้อ (ขั้นสุด)" – ออกมาถาวร ดันยังไงก็ไม่เข้า!

นี่คือบอสใหญ่ของริดสีดวงเลยค่ะ เป็นระยะที่รุนแรงที่สุดและเจ็บปวดที่สุด

  • อาการ : ก้อนริดสีดวงใหญ่โต โผล่ออกมาค้างอยู่ข้างนอกตลอดเวลา
  • ความรู้สึก : ดันกลับไม่เข้าแล้วค่ะ! น้องจะระคายเคือง เสียดสีกับกางเกงในจนอักเสบ บวม แดง และมีน้ำเหลืองหรือเลือดซึมตลอดเวลา
  • Guru Tips : "ระยะนี้ต้องหาหมอเท่านั้นนะคะ!" อย่าพยายามฝืนดันหรือรักษาสองต่อสองกับกูเกิล เพราะอาจถึงขั้นต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรือรัดยางเพื่อให้ชีวิตกลับมาปกติสุขอีกครั้งค่ะ

เลเวลไหนน่ากลัวที่สุด?

จริงๆ ก็น่ากลัวทุกเลเวลถ้าปล่อยไว้ค่ะ! แต่ถ้าเพื่อนๆ อยู่ใน ระยะที่ 1-2 บอกเลยว่ายังมีลุ้นกู้คืนก้นเนียนได้ด้วยตัวเองแบบ 100% แต่ถ้าก้าวเข้าสู่ ระยะที่ 3-4 เมื่อไหร่ ความเสี่ยงที่จะต้องไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้นตามลำดับนะจ๊ะ

5 วิธีดูแลตัวเองกู้คืนก้นเนียนสวย ไม่ต้องง้อผ่าตัด!

ถ้าใครเริ่มเห็นสัญญาณเตือน มีเลือดซิบ หรือคลำเจอก้อนเนื้อนุ่มๆ ที่ทำเอาใจหายแวบ อย่าเพิ่งจิตตกไปค่ะ! ถ้าเรายังไม่อยู่ในระยะที่วิกฤต การปฏิวัติตัวเองคือทางออกที่ดีที่สุด มาเริ่มภารกิจ "ทวงคืนความสุขให้ก้น" ด้วย 5 สเต็ปเทพนี้เลยจ้า:

1. จุลินทรีย์ is Queen! ปรับระบบนิเวศในท้องให้ปัง

งานนี้ต้องยกตำแหน่งมงลงให้ "ไฟเบอร์" และ "จุลินทรีย์ตัวดี" ค่ะเพื่อนๆ! การกินคือหัวใจสำคัญที่สุด ถ้าเรากินของดี ขยะในลำไส้ก็นุ่มนิ่ม ถ่ายคล่อง ไม่ต้องออกแรงเบ่งให้เส้นเลือดพองตัว

  • อัดไฟเบอร์ให้ถึง : พยายามกินผักใบเขียว ผลไม้ (เน้นพวกแก้วมังกร มะละกอสุก ส้ม) และธัญพืชอย่างข้าวกล้องหรือควินัวเข้าไปรัวๆ เพื่อเพิ่มกากใยให้ลำไส้มีแรงบีบตัว
  • Guru Tips : สำหรับเพื่อนสาวคนไหนที่ไม่ถนัดกินผักสดเยอะๆ จนทำให้ธาตุหนัก ถ่ายยาก ชอบท้องอืดบวมลมเหมือนคนท้อง 3 เดือน แนะนำให้หา Prebiotics (อาหารของจุลินทรีย์) หรือ Probiotics (จุลินทรีย์ตัวเป็นๆ) แบบแคปซูลหรือผงชงดื่มมาเสริมค่ะ
  • ทำไมต้องกิน? : เพราะจุลินทรีย์เหล่านี้จะเข้าไปปรับสมดุล "ไมโครไบโอม" ในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระอิ่มน้ำ มีมวลที่พอดี ลื่นปรื๊ดลงคอห่านแบบไม่ต้องใช้แรงเบ่งโอลิมปิกเลยล่ะ!

2. น้ำคือชีวิต


กฎเหล็กที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำยากที่สุดคือ "การดื่มน้ำ" ค่ะ! ร่างกายเราคือเครื่องจักรที่ต้องการหล่อลื่น ถ้าดื่มน้ำน้อย ลำไส้จะทำหน้าที่เป็นจอมขี้งก ดูดน้ำกลับจากกากอาหารจนอึแห้งกรังแข็งปั๋งเป็นก้อนหิน!

  • ดื่มเท่าไหร่ดี? : อย่างน้อยต้อง 2 ลิตรต่อวัน (ประมาณ 8-10 แก้ว) หรือพกขวดน้ำ 1.5 ลิตรจิบให้หมดก่อนเย็นค่ะ
  • วิน-วิน สเต็ป : เมื่อดื่มน้ำพอ อุจจาระจะนุ่มนวล เวลาผ่านช่องทวารน้องจะสไลด์ตัวออกไปแบบละมุน ไม่ไปครูดหรือเสียดสีกับผนังเส้นเลือดให้ถลอกจนเลือดซิบ ผลพลอยได้คือผิวพรรณดูอิ่มน้ำ หน้าใส ก้นปลอดภัย สวยจากภายในสู่ภายนอกที่แท้ทรู!

3. เลิกนิสัย "นั่งแช่" เลิกคีบมือถือเข้าส้วม!

ขอร้องล่ะเพื่อนสาว! ห้องน้ำคือที่สำหรับทำธุระส่วนตัว ไม่ใช่ห้องสมุด ห้องอ่านนิยาย หรือห้องไลฟ์สดสไตล์ TikToker นิสัยนั่งแช่ไปไถหน้าฟีดไปเนี่ยแหละตัวดีเลย

  • แรงดันมหาศาล : รู้ไหมคะว่าท่านั่งบนชักโครกนานๆ (เกิน 5-10 นาที) จะทำให้หูรูดทวารหนักหย่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง และแรงกดดันจะพุ่งตรงไปที่กลุ่มหลอดเลือดดำรอบๆ ทันที ทำให้น้องพองตัวและกลายเป็นริดสีดวงในที่สุด
  • วินัยใหม่ : "ถ่ายเสร็จปุ๊บ ลุกปั๊บ!" ตั้งเป้าหมายว่าต้องทำให้เสร็จภายใน 5 นาที ถ้ายังถ่ายไม่ออก ไม่ต้องฝืนเบ่งจนหน้าเขียวค่ะ ให้ลุกออกมาก่อน ไปเดินเล่น ดื่มน้ำอุ่น แล้วค่อยกลับไปใหม่เมื่อสัญญาณเตือนปวดจริงๆ มาถึง

4. Sitz Bath (แช่น้ำอุ่น) กู้ชีพก้นบวม ลดอาการระคายเคือง

วิธีนี้คือมรดกความงามและสุขภาพที่คลาสสิกและได้ผลดีเวอร์! ใครที่เจ็บจี๊ดหรือคลำเจอก้อนบวมๆ ต้องจัดสปาให้น้องหน่อยค่ะ

  • วิธีทำ : เตรียมกะละมังใบโตที่ก้นเราลงไปนั่งได้พอดี ผสมน้ำอุ่น (เช็กอุณหภูมิก่อนนะ เอาแค่พออุ่นสบาย ไม่ต้องถึงขั้นร้อน เดี๋ยวผิวลวก!) อาจจะผสมเกลือแมกนีเซียม (Epsom Salt) เล็กน้อย แล้วลงไปนั่งแช่สัก 10-15 นาที
  • ผลลัพธ์ที่ได้ : ความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดที่กำลังอักเสบและโป่งพองหดตัวลง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดอาการปวดตุบๆ และทำให้กล้ามเนื้อหูรูดผ่อนคลาย สบายก้นขึ้นเยอะเลยค่ะ แนะนำให้ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือหลังถ่ายเสร็จจะฟินมาก!

5. ยาทา/ยาเหน็บ ตัวช่วยทางลัดสยบบอสตัวร้าย

ถ้าลองปรับพฤติกรรมแล้วแต่มันยังเจ็บจนนั่งไม่ติดพื้น หรือนอนพลิกตัวไปมาเพราะความเคือง อย่าปล่อยให้ตัวเองทรมานจนเสียสุขภาพจิตค่ะ! การใช้ยาเป็นทางลัดที่ช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ : เดินเข้าไปหาเภสัชกรที่ร้านยาได้เลยค่ะ ไม่ต้องอาย! บอกอาการเขาไปตรงๆ ว่าเจ็บจี๊ดหรือมีก้อน เพื่อรับยาทาหรือยาเหน็บริดสีดวงที่เหมาะสม
  • สรรพคุณสุดเริ่ด : ยาพวกนี้มักมีส่วนผสมของสารลดการอักเสบ (Anti-inflammatory) และยาชาเฉพาะที่ ช่วยให้หัวริดสีดวงที่บวมเป่งค่อยๆ ยุบตัวลง บางสูตรมีสารหล่อลื่นช่วยให้การถ่ายครั้งต่อไปสมูทขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าน้องจะครูดจนน้ำตาเล็ดอีกต่อไปค่ะ
  • คำเตือน : ไม่ควรใช้ยาที่มีสเตียรอยด์ติดต่อกันนานเกิน 1–2 สัปดาห์โดยไม่ปรึกษาแพทย์

🌟 Extra Tips : ท่านั่งที่ใช่ ช่วยให้ถ่ายคล่อง!

รู้ไหมคะว่าท่าถ่ายที่ถูกต้องคือ "ท่าสควอท" (Squatting Position) ค่ะ แต่ชักโครกบ้านเรามักจะเป็นท่านั่งฉาก 90 องศา ลองหาเก้าอี้เล็กๆ มาวางรองเท้าตอนนั่งให้เข่าอยู่สูงกว่าสะโพกดูสิคะ ท่านี้จะช่วยให้ลำไส้ตรงและถ่ายออกง่ายขึ้นมากกกก ลองดูนะ!

🚨 เมื่อไหร่ที่ต้องเลิกอายแล้วไปหาหมอ?

เพื่อนๆ คะ ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่าเก็บไว้คนเดียวนะ:

  • เลือดออกเยอะมาก จนหน้ามืด ใจสั่น
  • ปวดรุนแรง จนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้
  • คลำเจอก้อนแข็ง และเจ็บแปล๊บ (อาจมีลิ่มเลือดอุดตัน)
  • อายุเกิน 40 แล้วอยู่ดีๆ ก็มีเลือดออก (อันนี้ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ไปด้วยเลยเพื่อความชัวร์ค่ะ)

สรุปสั้นๆ : ริดสีดวงไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องไกลตัวค่ะ แค่เราปรับพฤติกรรมการกินและการเข้าห้องน้ำ น้องริดสีดวงก็บอกลาเราได้ง่ายๆ แล้ว



ริดสีดวงไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่โรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายค่ะ! ส่วนใหญ่แล้ว "ดีขึ้นได้" ถ้าเราเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนแรกออกมา แค่ปรับนิด เปลี่ยนหน่อย เริ่มจากเลือกกินของดี ดื่มน้ำเยอะๆ และเลิกนั่งแช่นานๆ เท่านี้ก้นสวยๆ ก็จะอยู่กับเราไปนานๆ แล้วล่ะ


ขอบคุณภาพประกอบจาก Freepik

ขอบคุณอ้างอิง

Mayo Clinic – Hemorrhoids

Johns Hopkins Medicine – Hemorrhoids